บทที่ 54 ทุ่มสุดกำลังสามารถ
ชายแดนซีเชวีย สงครามอีกฉากหนึ่งกำลังเปิดม่าน
อีกด้านหลานเม่ยพาทหารพลังสองกลุ่มออกเดินทางจากเขาหลานวั่ง มุ่งตรงไปยังซีเชวีย
“นายท่าน ข่าวที่ส่งมาจากซีเชวียบอกว่าจะรับมือต่อไปไม่ไหวแล้ว” หลานเม่ยควบม้าด้วยความเร็วไปพลาง ฟังลูกน้องรายงานสถานการณ์ด้านหน้าไปพลาง
“จะไปถึงชายขอบซีเชวียอย่างเร็วที่สุดต้องใช้เวลาอีกหนึ่งชั่วยาม น่าจะไม่ทันแล้ว” หลานเม่ยร้อนใจอย่างมาก
‘หากเป็นท่านประมุขและหลานเฟิงจะทำเช่นไร? แล้วข้าควรทำเช่นไร? ซีเชวียไม่อาจสูญเสียการดูแลไปเช่นนี้ ข้าจะต้องคิดหาวิธีให้ได้ คิดเร็วๆ คิดให้เร็ว’
ยิ่งร้อนใจมากเท่าไรความคิดก็ยิ่งเละเทะมากเท่านั้น ทำให้ยิ่งคิดหาวิธีไม่ออก แต่เดิมเขาก็ไม่ใช่คนที่คอยดูแลเรื่องการสงคราม หน้าที่ของเขาคือเรื่องน้อยใหญ่ภายในตระกูลหลาน แผ่นดินนี้สงบมานานเป็นพันปีหากไม่ใช่เพราะมีแผนการล่วงหน้าคนในตระกูลไม่มีทางให้คนจำนวนมากเข้าไปจัดการเรื่องการศึก
ครั้งนี้ท่านประมุขตระกูล หลานอีและหลานเฟิงล้วนไม่อยู่ เขาขับเคลื่อนกำลังพลด้วยตัวเอง หวังว่าไม่เกิดเรื่องยุ่งคงดีที่สุด หากว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับตระกูลหลานอีกโทษทัณฑ์คงหนักอย่างมาก ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องเหล่านี้ ต้องรีบหาทาง
สุดท้ายสมองของหลานเม่ยใกล้จะระเบิดออกมา ไม่ว่าอย่างไรตนเองนำทหารออกมาแล้วก็ต้องสู้ให้สุด
“ทหารพลังกลุ่มแรกตามข้ามุ่งไปยังชายของซีเชวียอย่างเต็มแรง คนที่เหลือภายในหนึ่งชั่วยามจะต้องไปเจอกันที่ชายขอบซีเชวีย ไป”
คำสั่งประกาศออกไป ทหารพลังกลุ่มหนึ่งควบม้าทะยานตามหลานเม่ยไป ปรับใช้พลังในการเดินทาง เช่นนี้เมื่อพุ่งทะยานสุดพลังใช้เวลาครึ่งชั่วโมงก็จะถึง
ชายแดนซีเชวียเกิดการโจมตีใหม่อีกครั้ง ทหารพลังตระกูลหลานถือคันธนูเอาไว้ในมือ ขับเคลื่อนกระแสพลังพุ่งเป้าไปที่ทหารพลังตระกูลเยี่ย ทหารพลังตระกูลเยี่ยเองก็ขับถ่ายพลังมาป้องกันลูกธนูจากตระกูลหลาน นี่คือการวัดฝีมือและประชิดรุกไล่ของกระแสพลัง หากอีกฝ่ายสามารถยับยั้งลูกธนูของเจ้าได้ ไม่แน่คนที่จะตายต่อไปก็คือเจ้าเอง
ทหารพลังตระกูลเยี่ยเข้ามาประชิดตระกูลหลานไม่หยุด มองดูระยะห่างที่ลดลงเรื่อยๆ ตอนนี้ท้องฟ้าถึงเวลาเที่ยงตรง พระอาทิตย์ดวงใหญ่อยู่กลางศีรษะพอดี ทหารพลังทั้งสองฝ่ายเหงื่อออกท่วมตัวเห็นชัดว่าอยู่ในสภาพเหนื่อยอ่อน
แต่หากเป็นเช่นนี้ต่อไปตระกูลหลานก็ไม่อาจทัดทานไหว หลังจากที่สงครามเขาเทียนปี้จบลงซีเชวียก็เริ่มเข้าสู่การสู้รบที่ถี่และรุนแรงมากขึ้น ตระกูลเยี่ยบีบเข้ามาเรื่อยๆ ลูกธนูที่เตรียมมาก็ใช้จนแทบจะหมดแล้ว ทหารพลังตระกูลหลานเริ่มรู้สึกถึงความไร้เรี่ยวแรงและหมดหวัง แต่ความรับผิดชอบที่มาจากสายเลือดตระกูลหลานทำให้พวกเขาต้องยืนหยัดไม่อาจล้มลง
เจียงหลิงแม่ทัพที่นำมาเห็นว่าไม่อาจสู้ศัตรูได้ ไร้ปัญญาและไร้ความสามารถ ทำได้เพียงให้กำลังใจเหล่าทหาร รอความช่วยเหลือจากทัพหนุน
“ทุกคนอย่าเพิ่งแตกตื่น มุ่งมั่นป้องกันพื้นที่เอาไว้ ทัพหนุนใกล้จะมาถึงแล้ว พวกเราใกล้จะชนะแล้ว”
ทหารพลังทุกคนพอได้ยินแล้วก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาในทันใด ต่อสู้ไปพลางคาดหวังการมาถึงของทหารกำลังหนุนไปพลาง
ในที่สุดขอบฟ้าก็เริ่มมีสีให้เห็น ฝุ่นควันที่พัดขึ้นเพราะความเร็วที่วิ่งมาปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน
เจียงหลิงเห็นหลานเม่ยมาถึงรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก ร้องตะโกนออกมาเสียงดังอย่างอดไม่ได้
“กองหนุนมาแล้ว พี่น้อง พวกเราจะชนะแล้ว”
หลานเม่ยพาทหารพลังกลุ่มแรกบุกเข้ามา โจมตีทหารพลังตระกูลเยี่ยอย่างรุนแรง
ทหารพลังตระกูลเยี่ยที่แต่เดิมใกล้มาถึงด้านหน้ากองกำลังตระกูลหลานถูกโจมตีให้ถอยลงไปสิบกว่าเมตรอย่างช่วยไม่ได้
ในตอนนี้นี่เองจู่ๆ ทหารพลังตระกูลเยี่ยก็ถอยหลังลงไป ทหารพลังกลุ่มใหม่บุกขึ้นมาแทน เหมือนว่าทำศึกหมุนเวียนอย่างไรอย่างนั้นจะเอาพวกเขาให้ตาย
อีกทั้งทำไมจู่ๆ ตระกูลเยี่ยถึงได้มีทหารพลังเยอะขนาดนี้ พวกเขามาถึงซีเชวียตั้งแต่เมื่อไร หรือว่าการลาดตระเวนก่อนหน้านี้มีข้อผิดพลาดเช่นนั้นหรือ?



