บทที่ 55 สงสัย
ไม่มีเวลาให้พวกเขาคิดมาก ตั้งแต่แรกเริ่มเจียงหลิงไม่ได้จัดการค่ายกลเอาไว้ให้ดี บางทีอาจเป็นเพราะการโจมตีอย่างกะทันหันของศัตรู ดังนั้นตอนนี้จึงสู้แบบไม่มีแผน
“ทหารพลังด้านซ้ายบุกโจมตีปีกซ้ายของศัตรูให้มากขึ้น ทหารพลังด้านขวารักษาการโจมตีต่อไป ข้างหน้าเพิ่มทหารอีกกองหนึ่ง” ทุกคนฟังคำสั่งของหลานเม่ย โจมตีตระกูลเยี่ยอย่างเอาอัดแน่น ภายในเสี้ยววินาทีไม่เหลือช่องทางให้เปลี่ยนทหารพลังกลุ่มใหม่
“คลายการโจมตีชั่วคราว”
การโจมตีของตระกูลหลานไม่ได้กระชั้นขนาดนั้นแล้ว ตระกูลเยี่ยหาช่องโหว่เปลี่ยนทหารพลังกลุ่มใหม่ทั้งข้างหน้าและข้างหลัง ตอนที่ทหารพลังกลุ่มใหม่เพิ่งจะมาถึงด้านหน้าหลานเม่ยก็ตะโกนออกมาเสียงดัง
“ทหารพลังทุกนายพุ่งโจมตีไปข้างหน้า โจมตี” คำสั่งกะทันหันเช่นนี้หลานเม่ยเองก็ไม่มั่นใจว่าทุกคนจะรับมือได้ทัน แต่ที่โชคดีก็คือก่อนที่ทหารพลังตระกูลเยี่ยจะเริ่มบุกโจมตีทุกคนต่างเตรียมพร้อมหมดแล้ว ทหารพลังตระกูลหลานที่ก่อนหน้านี้ตามอยู่ข้างหลังก็ไล่ขึ้นมาแล้ว คนที่อยู่แถวหน้าทั้งหมดขับกระแสพลังออกมาโจมตีทหารพลังกลุ่มใหม่ที่ขึ้นมาจนล้มระเนระนาด
ด้านหน้าและด้านหลังไม่ผสานกัน ทหารพลังตระกูลเยี่ยไม่อาจแยกร่างออกได้ ภายในกองกำลังตระกูลหลานมีระเบียบเป็นของตนทำให้โจมตีตระกูลเยี่ยจนล่าถอยไปได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อกลับถึงฐานทัพ หลานเม่ยก็เข้าไปที่ห้องเจียงหลิง
“วันนี้ต้องขอบคุณใต้เท้าแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะใต้เท้ามาทันเวลา เกรงว่าซีเชวียคงยากจะป้องกัน”
“ตระกูลเยี่ยเป็นอะไร ทำไมจู่ๆ ถึงมีคนเพิ่มขึ้นมามากมายเช่นนี้ เป็นเพราะพวกเจ้าลาดตระเวนผิดพลาดอย่างนั้นหรือ? หรือว่ามีเหตุผลอื่น?” หลานเม่ยดูแล้วไม่ได้มีความสุขเท่าไรนัก
“ทหารที่ข้าส่งไปมีแต่ทหารชั้นดี ไม่น่าจะเกิดความผิดพลาดได้” เจียงหลิงพูดออกมาด้วยความกลัว
หลานเม่ยไม่ได้พูดอะไร
“ตอนแรกตระกูลเยี่ยโจมตีเขาเทียนปี้และซีเชวียพร้อมกัน กำลังทหารของเขาเทียนปี้เป็นสองเท่าของซีเชวีย ดูจากสถานการณ์ในตอนนั้นตระกูลเยี่ยน่าจะคิดวางแผนโจมตีเขาเทียนปี้เป็นหลัก สำหรับซีเชวียเหตุผลในการโจมตีคืออะไรก็ยังไม่แน่ชัด เป็นเพียงตัวหลอกหรือไม่หรือว่าอะไรกันแน่?” หลานเม่ยถามเองตอบเอง เจียงหลิงตัวสั่นงันงกอยู่ข้างๆ
“ตั้งแต่ตระกูลเยี่ยบุกเข้าโจมตีจนถึงตอนนี้ ตอนหลังมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างหรือไม่? เพิ่มทหารหรืออะไรอย่างอื่น”
“ไม่มีขอรับ คนของพวกเราลาดตระเวนอยู่ทุกวัน ไม่พบสถานการณ์ผิดแปลกอะไร หากมีพวกเราจะต้องรายงานให้เบื้องบนทราบในทันที”
“ไม่มีอะไรหลุดรอดไปเลยหรือ?”
“นี่…”
หากการโจมตีซีเชวียเป็นเพียงตัวหลอก เช่นนั้นหลังจากการโจมตีเขาเทียนปี้ล้มเหลวแล้วมาโจมตีซีเชวียอีกครั้งนั่นก็ไม่มีอะไรให้น่าสงสัย อย่างไรชิวหลีก็… ไม่ใช่ ชิวหลีตายไปแล้ว แต่การศึกยังคงดำเนินอยู่ หรือว่ายังมีคนอื่นคอยบงการอยู่เบื้องหลัง? ชิวหลีเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งเท่านั้นหรือ?
หรือจะเป็นชิวอวี้? ชิวอวี้ร่างกายไม่แข็งแรงมาตลอด ไม่อาจควบคุมบังคับสถานการณ์ใหญ่ขนาดนี้ได้ หรือว่าจะมีคนอื่น? อีกทั้งหากการโจมตีซีเชวียไม่ใช่เหยื่อล่อ การโจมตีเขาเทียนปี้ที่เป็นเหยื่ออันแท้จริง หากคนเบื้องหลังวางแผนร้ายที่ยิ่งใหญ่กว่านี้
หลานเม่ยตื่นตะลึงที่ตนเองมีความคิดเช่นนี้ อย่างไรจะต้องแจ้งให้ท่านประมุขตระกูลรู้ก่อน ให้ท่านประมุขเป็นคนจัดการก็แล้วกัน ศึกหมุนเวียนของตระกูลเยี่ยจะต้องคิดหาแผนการรับมือที่เหมาะสม
เรื่องที่เกิดขึ้นในระยะเวลานี้แต่ละเรื่องดูเหมือนจะกระจัดกระจายและไม่มีกฎระเบียบ แต่ลับหลังเหมือนว่ามีความเกี่ยวข้องอะไรกันอยู่ แต่นั่นมันคืออะไร?
หลานเม่ยมีความรู้สึกที่ไม่ดีเกิดขึ้น เขารู้สึกว่ายังจะต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีก ไม่รู้ว่ามีอะไรที่ไม่ถูกต้อง ตระกูลหลานมีหนอนบ่อนไส้ แท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่? หลังจากจงใจโอหังแล้วกลับหายเข้ากลีบเมฆแท้จริงแล้ววางแผนอะไรอยู่กันแน่?
หลังจากพูดคุยเรื่องต่างๆ กับเจียงหลิงเสร็จแล้ว หลานเม่ยก็กลับตระกูลหลานในทันที
หวังว่าคงไม่ใช่อย่างที่ตนคิด



