บทที่ 58 จดหมายบนโต๊ะ
“ผิงเอ๋อร์ ข้ากลับมาแล้ว” อวิ๋นหรูเข้ามาในห้องด้วยท่าทีเหมือนจะตาย
“คุณหนู ท่านกลับมาแล้ว ท่านเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ?” ผิงเอ๋อร์เห็นอวิ๋นหรูที่นั่งหมดแรงอยู่บนพื้น
“ไม่ไหวแล้ว เหนื่อยจะตายแล้ว การศึกนี่ไม่ใช่เรื่องดีเลยจริงๆ หมดทรัพย์เหนื่อยชีวิต ท่านพ่อยังเอาเรื่องต่างๆ มาให้ข้าทำ บาปกรรมเสียจริงงง” อวิ๋นหรูพูดกล่าวโทษไปเรื่อย
ผิงเอ๋อร์ประคองอวิ๋นหรูให้ขึ้นมานั่งอยู่หน้าโต๊ะ จากนั้นก็เอาน้ำมาอ่างหนึ่งเพื่อล้างเท้า ให้อวิ๋นหรูได้แช่เท้า พักผ่อน
อวิ๋นหรูนั่งอยู่บนเก้าอี้ โน้มตัวลงไปข้างหน้า เห็นว่าบนโต๊ะมีจดหมายที่ยังไม่ถูกเปิดอ่านวางอยู่ฉบับหนึ่ง
“ผิงเอ๋อร์ ผิงเอ๋อร์”
“เจ้าค่ะ” ผิงเอ๋อร์ยกน้ำล้างเท้าเดินตามเสียงเรียกของอวิ๋นหรู
“จดหมายบนโต๊ะใครเอามาให้?”
“จดหมาย จดหมายอะไรเจ้าคะ? ผิงเอ๋อร์ไม่ทราบเจ้าค่ะ”
“ไม่รู้ ตอนที่ข้าไม่อยู่ได้มีใครมาบ้างหรือไม่?”
“ไม่มีเจ้าค่ะ ผิงเอ๋อร์อยู่ในห้องตลอดเลยนะเจ้าค่ะ”
อวิ๋นหรูรีบเปิดจดหมายออกดู หรือว่าจะมีคนบุกเข้ามาในจวนของนาง?
ด้วยความเคารพท่านเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ ข้าน้อยต้องขออภัยเป็นอย่างสูงที่เกือบจะบุกเข้าจวนส่วนตัวของท่าน ที่มอบจดหมายฉบับนี้ก็เพื่อจะทำการแลกเปลี่ยนกับท่านเรื่องหนึ่ง หลังจากการแลกเปลี่ยนจบลงท่านจะได้รับคนที่ได้รับความรักจากท่าน หลานเยี่ย
ซีเชวียของตระกูลหลานตอนนี้ตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายอย่างมาก คิดว่าท่านประมุขตระกูลหลานก็คำนึงถึงท่านจังไม่ได้บอก ตอนนี้หากท่านสามารถช่วยเขาได้บ้าง เขาจะต้องซาบซึ้งในน้ำใจของท่านเป็นที่แน่นอน และในขณะเดียวกันความรู้สึกดีที่มีต่อท่านก็จะเพิ่มมากขึ้น
พูดอย่างไม่ปิดบังเฉกเช่นที่ท่านคิดไว้ประมุขตระกูลหลานหลานเยี่ยและหัวหน้าทัพหลานเฟิงนั้นมีจิตใจตรงกัน แค่ตอนนี้ยังไม่ได้ตกลงความสัมพันธ์เท่านั้นเอง ดังนั้นต่อให้หลังจากนี้หลานเยี่ยสนิทชิดเชื้อกับท่าน ท่านก็ไม่อาจไปแยกจากของพวกเขาได้
หากท่านมีความคิดเห็นด้วย ขอให้ท่านทำเรื่องที่เขียนอยู่ด้านล่างให้สำเร็จ รอจนเรื่องจบลงหลานเยี่ยจะต้องยินยอมมาอยู่ข้างกายท่านด้วยความเต็มใจ ไม่มีใครบาดเจ็บ ขอให้ได้โปรดวางใจ
อวิ๋นหรูอ่านถึงตอนจบแล้วค่อยๆ อ่านออกเสียงออกมา
“ทำไมคนคนนี้ถึงรู้เรื่องของข้า? ข้าไม่เคยพูดเรื่องนี้กับใครมาก่อน หรือว่า? เป็นไปไม่ได้ ไม่ได้ แล้วทำไมถึงต้องมาช่วยข้า ซีเชวียตกอยู่ในอันตรายแท้จริงแล้วเป็นเรื่องจริงหรือไม่? หากเป็นเรื่องจริงเช่นนั้นข้าต้องอะไรบางอย่าง
แต่สัญลักษณ์การเคลื่อนพลอยู่ที่ท่านพ่อ แม้ท่านพ่อจะแสดงออกว่าปล่อยวางเรื่องในอดีตแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะส่งท่านไปช่วยซีเชวียหรือไม่ เรื่องที่สำคัญสุดตอนนี้คือต้องตรวจสอบให้มั่นใจว่าซีเชวียอยู่ในอันตรายจริงหรือไม่”
อวิ๋นหรูรีบเขียนจดหมายในทันใด มอบให้ผิงเอ๋อร์
“ผิงเอ๋อร์ เจ้าเอาจดหมายไปมอบให้แม่ทัพหลิว ให้เขาแล้วเขาจะรู้เองว่าควรทำเช่นไร”
“เจ้าค่ะ คุณหนู”
อวิ๋นหรูเฝ้าคอยอย่างร้อนรนไปพลางคิดถึงจดหมายเมื่อครู่นี้ไปพลาง
นางเป็นเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งเขาเทียนปี้ แต่นางคิดว่านี่เป็นเพียงสมญานามเท่านั้น นางไม่อาจเทียบกับทางป้าอวิ๋นหรงได้ อวิ๋นหรงที่ทั้งมีฝีมือและหน้าตาสวยงาม สตรีที่วางตัวดีและมีกระแสพลังสูงส่ง อย่างนางนั้นห่างกันฟ้ากับดินไม่มีทางเทียบได้ นางเงยหน้าเฝ้ามองมองนาง เฝ้ามองตระกูลหลาน เฝ้ามองลูกชายของเขาอยู่ตลอดเวลา
นางชอบเด็กชายคนนั้นตั้งแต่เด็กๆ ทุกครั้งที่ท่านป้ามาเขาเทียนปี้จะพาเขามาด้วย เขาชื่อหลานเยี่ย ทุกคนชอบเรียกว่าเสี่ยวเยี่ย และนางเรียกเข้าว่าพี่เยี่ย
เขาชอบยิ้ม ยิ้มแล้วน่าดึงดูดเหมือนดอกไม้ที่ผลิบาน การที่เป็นลูกของเจ้านายเขาเทียนปี้ทำให้นางมีโอกาสได้เล่นกับเขา พวกเขาเล่นสนุกด้วยกัน ทำเรื่องต่างๆ นานาด้วยกัน นางยิ่งชอบเขาขึ้นเรื่อยๆ
แต่หลังจากนั้นไม่รู้ว่าทำไมท่านป้าถึงได้จากโลกนี้ไป เขามาเขาเทียนปี้น้อยลง ท่านพ่อก็ขังตัวเองอยู่ในโถงบรรพชนทั้งวัน คนภายในตระกูลล้วนพูดว่าท่านป้าตายเพราะเขา
ในที่สุดเขาก็มาเขาเทียนปี้อีกครั้ง เขายังคงยิ้มเหมือนเดิม แต่ในรอยยิ้มนั้นมีบางอย่างที่แตกต่างออกไป ครั้งนี้คนที่มากับเขาคือองครักษ์ของเขา หลานเฟิง เขาบอกว่านั้นเป็นองครักษ์ที่เติบโตมาด้วยกันกับเขา แต่คนที่โตมากับเขาจริงๆ แล้วคือนางต่างหาก
แท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่นางไม่รู้ แต่คนที่หยอกเล่นกับเขาไม่ใช่นางอีกต่อไป แต่เป็นเขา



