บทที่ 7 รัตติกาลเพรียกเฟิงล่องลอย
‘หอเย่ว์เยี่ย’ หลานเยี่ยมองดูหอเล็กนอกเมืองที่ไม่โดดเด่นอะไร ชื่อเหมือนกับสถานที่ที่ตนเองพัก แต่ที่นี่ น่าจะเพิ่งเปลี่ยนกระมัง
“เชิญคุณชายขอรับ” ชิวลั่วค้อมตัวลงน้อยๆ คำนับผู้มาถึง จากนั้นก็เดินนำทางไป หลานเยี่ยเดินตามไปข้างหลัง มือจับขลุ่ยหยกเอาไว้แน่น
เขาไม่ได้ถูกนำไปยังเรือนหลัก ชิวลั่วเดินนำเขาไปยังศาลาชมจันทร์ตรงอาคารรอง ภายในศาลามีชายชุดแดงกำลังยืนคลึงถ้วยชามองไปยังเบื้องหน้าไกลแสนไกลด้วยความเหม่อลอย ตอนที่พวกหลานเยี่ยกำลังเข้าไปใกล้ ชายชุดแดงก็หมุนตัวหันมา เหมือนรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องมา
“ทั้งสองท่านนั่งลงเถิด ชิวลั่ว ยกชามา” ชิวลั่วทหารยามที่อยู่ข้างๆ นำถ้วยชาสองใบที่ไม่เหมือนกันมาเปลี่ยนให้ทั้งสองคน หลานเยี่ยตะลึงไป จนเกือบจะทำถ้วยชาหลุดมือ
“ดูท่าทางนายน้อยหลานยังพอจำได้บ้าง”
“เจ้าเป็นใครกันแน่” เมื่อต้องเผชิญหน้ากับชายชุดแดงหลานเยี่ยไม่รู้ว่าตนเองเป็นอะไร เขาไม่อาจใจเย็นได้อีกต่อไป
“ข้าบอกว่าข้าคือชิวเย่ว์ เจ้าเชื่อหรือไม่” ชายชุดแดงพูดเหมือนจะเย้ยตนเอง หลานเยี่ยไม่ได้ตอบกลับไป
“หึ หึ รู้สึกไม่สบายใจใช่หรือไม่ ชอบองค์รักษ์ตระกูลตนเอง แต่กลับฝันถึงผู้ชายอีกคนหนึ่งทุกคืน”
“เจ้าคิดจะพูดอะไรกันแน่” หลานเยี่ยถูกกระตุ้นด้วยคำพูดของเขาจนโมโหตัวสั่น เขารับไม่ได้ที่จะมีคนลากหลานเฟิงเข้ามาเกี่ยว ไม่ว่าใครก็ไม่อาจทำได้
ในตอนนี้นี่เอง ทหารยามคนหนึ่งที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ก็เดินเข้ามาพูดสองสามประโยคกับชายชุดแดง จากนั้นพื้นที่รอบศาลาก็มีชายชุดดำปรากฏขึ้นมา
เมื่อเห็นเช่นนี้หลานเยี่ยพลันหัวเราะออกมา
“นี่เป็นวิธีการต้อนรับแขกของพวกเจ้าอย่างนั้นหรือ แต่เจ้าคิดว่าอาศัยแค่พวกเขาแล้วจะจับข้าได้หรือ”
“ใช่แล้ว จากพลังวิญญาณของนายน้อยหลาน บนโลกใบนี้ยากที่จะหาคนเป็นศัตรูด้วยได้ แต่หากเป็นเช่นนี้เล่า” ชายชุดแดงยกมือขึ้น ทหารยามคนเมื่อครู่นี้แบกคนคนหนึ่งออกมาปรากฏตัวอยู่หน้าศาลา
“มู่หลี” คนที่อยู่ตรงหน้าเป็นมู่หลีจริงๆ อีกทั้งยังสลบไม่ได้สติ หลานเยี่ยไม่อยากจะเชื่อ ทั้งๆ ที่ก่อนตนจากมาได้จุดกำยานสงบใจเอาไว้แล้ว เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร หรือว่าหอต้วนอวิ๋นจะ…
“วางใจเถิดนายน้อยหลาน ขอแค่เจ้าให้ความร่วมมืออย่างว่าง่าย ข้าก็ไม่มีทางทำอะไรกับหอต้วนอวิ๋น และตัวเจ้าเป็นแน่”
หอต้วนอวิ๋นมีเพียงม่านพลังวิญญาณของอวี่มั่วและเทียนซี อีกทั้งมู่หลียังถูกจับมา แล้วหลานเฟิง… ตอนนี้หลานเยี่ยทำได้แค่ถูกเขาเชิดเท่านั้น ทหารยามคนหนึ่งก้าวขึ้นมาข้างหน้า บังคับให้หลานเยี่ยกินยาลงไปเม็ดหนึ่ง สติของหลานเยี่ยเริ่มเลือนราง ก่อนที่จะหมดสติไปนั้นเขาเหมือนเห็นชายชุดแดงพูดอะไรบางอย่าง
‘หลานเฟิง หากเจ้าอยู่ก็คงดี’ นี่เป็นความคิดสุดท้ายก่อนที่หลานเยี่ยจะล้มไป
∗∗∗
“สิบปีก่อนนี้ อาศัยเพียงแค่ถ้วยแก้วเช่นนี้หนึ่งใบ พวกเราใช้ชีวิตอยู่ในคุกใต้ดินที่มืดมิดดำสนิทอยู่เจ็ดวัน ที่นั่นหนาวเหน็บเข้ากระดูก จนถึงตอนนี้ข้ายังไม่อาจลืม แต่เพราะมีเจ้า ความทรมานทุกอย่างล้วนหายไป” ชายชุดแดงพูดกับเงาคนร่างหนึ่งที่อยู่นอกศาลา หากตอนนี้หลานเยี่ยยังอยู่จะต้องรู้ว่าเป็นใครตั้งแต่ทีแรกเป็นแน่
“นายน้อยอยู่ที่ใด เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่”
“ข้าคิดจะทำอะไรอย่างนั้นหรือ หึ หึ ชิวเย่ว์ อ้อไม่ใช่สิ นายน้อยเยี่ย หลายปีผ่านไป เจ้ายังไม่รู้ว่าข้าจะทำอะไรอย่างนั้นหรือ แล้วท่านเล่า ในสายตาของท่านมีเพียงหลานเยี่ยเท่านั้น” ชายชุดแดงอารมณ์พลุ่งพล่านอย่างมาก จนทำให้ถ้วยชาที่ถืออยู่ในมือนั้นสั่นไม่หยุด
“เรื่องในตอนนั้นข้ารู้ว่าไม่เกี่ยวกับเจ้า แต่ข้าไม่อยากให้เจ้าทำผิดอีกต่อไปแล้ว” เงาคนจากไปอย่างรวดเร็ว เหลือไว้เพียงชายชุดแดงที่ยืนหัวเราะขมขื่นไว้ที่เดิม



