บทที่ 78 กระแสใจ
“อยู่ที่ตระกูลหลาน? เป็นไปไม่ได้ ซีเชวียเกิดเหตุอันตรายใหญ่โตเช่นนี้ หลานเยี่ยจะยังอยู่ที่ตระกูลหลานได้อย่างไร” อวิ๋นหรูไม่เข้าใจ
“ท่านประมุขอยู่ที่ตระกูลหลานจริง อีกทั้งซีเชวียก็ไม่ได้มีเหตุร้ายอันใด” หลานเฟิงพูดออกมาเสียงเย็น ทำให้อวิ๋นหรูรู้สึกว่าทั้งสองคนมีความโกรธเกลียดเคียดแค้นต่อกัน
ซีเชวียเคยตกอยู่ในอันตรายจริง ศึกหมุนเวียนที่ตระกูลเยี่ยไล่โจมตีมาตั้งแต่พันปีก่อนทำให้ตระกูลหลานไร้หนทางที่จะต่อสู้ แต่หลังจากหลานเฟิงมาถึง เขาได้ทำการตั้งป้อมค่ายกลใหม่อีกครั้งถึงทำให้ซีเชวียพ้นจากภัยอันตรายได้ชั่วคราว
แต่คิดจะจัดการอย่างสมบูรณ์นั้นยังต้องคิดหาวิธีอื่น สำหรับการควบคุมตระกูลเยี่ยนั้นเป็นเรื่องชั่วคราว จะต้องคิดหาวิธีใหม่มารับมือภายในสองวัน
หลังจากอวิ๋นหรูฟังแล้วก็นิ่งงันตะลึงไป สัญญาณนั้นคืออะไรกัน? นางรีบหาจดหมายฉบับนั้นออกมา ส่งให้หลานเฟิง หลานเฟิงอ่านอยู่ครู่หนึ่งแล้วโยนคืนอวิ๋นหรู
“เจ้าดูให้ดีอีกครั้งว่ามีอะไรไม่ถูกต้อง”
อวิ๋นหรูอ่านอีกครั้ง
“จดหมายฉบับนี้ท่านประมุขไม่ได้เขียน”
“จะไม่ใช่ได้อย่างไร ลายมือเหมือนกันเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าท่านพี่ไม่ได้บอกเจ้า ฉะนั้นเจ้าถึงไม่รู้”
“ปกติแล้วท่านประมุขเรียกเจ้าว่าอย่างไร?”
“เรียกข้าว่าอะไรหรือ?” อวิ๋นหรูเหมือนกับโดนสายฟ้าฟาด ปกติแล้วหลานเยี่ยจะเรียกนางว่าเสี่ยวหรู ไม่ใช่หรูเอ๋อร์
“หากท่านพี่เขียนผิดเล่า?” อวิ๋นหรูยังคงดื้อดึงอย่างไม่ยอมแพ้
“เจ้าโดนหลอกแล้ว รีบพาทหารกลับไป”
“ข้า…”
“อย่าเอาแต่ใจ รีบกลับไป มิเช่นนั้นเขาเทียนปี้จะไม่ปลอดภัย” หลานเฟิงตะคอกใส่นางเสียงดัง
อวิ๋นหรูแทบจะร้องไห้ออกมาแล้ว ตนเองวางยาพ่อ ขโมยตราสัญลักษณ์ออกมา ขับเคลื่อนกำลังทหารอย่างไม่รักชีวิต บุกป่าฝ่าดงกว่าสองวันมาที่ซีเชวีย เพิ่งมาถึงกลับจะให้ตนกลับไป เรื่องทั้งหมดที่ตัวเองทำนี่มันคืออะไรกัน ทำไมตนเองถึงไม่มีความสามารถที่จะวางแผนที่จะเผด็จศึกในแนวหลังได้เล่า
เพราะการตะคอกของหลานเฟิงอวิ๋นหรูพากำลังทหารที่เพิ่งมาถึงกลับไป พอเดินทางก็ต้องใช้เวลาอีกสองวัน
สองวัน…
ภายในห้อง
ละทิ้งเรื่องน่าปวดหัวทั้งหมดไป หลานเยี่ยที่เตรียมตัวบิดขี้เกียจเพิ่งจะยกแขนขึ้นมาจู่ๆ ก็รู้สึกได้ถึงความร้อนใจและไม่สงบสุขที่ส่งมาจากหลานเฟิง
“เกิดเรื่องขึ้นที่ซีเชวียหรือ? ไม่ใช่ ไม่ใช่ซีเชวีย เป็นเขาเทียนปี้ อวิ๋นหรูเจ้าเด็กนั่นคงไม่ได้ทำเรื่องโง่ๆ อีกกระมัง”
ปกติแล้วในหอจันทร์แรมจะมีเพียงเขาและหลานเฟิงสองคนเท่านั้น บ่าวรับใช้คนอื่นล้วนถูกเขาสั่งให้ไปอยู่ที่อื่น ตอนนี้คิดจะหาสักคนมาใช้งานก็หาไม่ได้ ทำได้เพียงวิ่งไปด้วยตนเอง
เมื่อมาถึงที่พักของหลานอีในสภาพรีบร้อน ลืมแม้แต่เคาะประตูห้องถือวิสาสะเดินเข้าไป
เห็นว่าหลานอีสวมเพื่อชุดชั้นกลางเท่านั้น เหมือนกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ มือยังหยุดจับอยู่ที่เข็มขัด
เมื่อเห็นว่าหลานเยี่ยบุกเข้ามา ใบหน้าของหลานอีก็แดงระเรื่อขึ้นมาในทันใด
“ท่านประมุขออกไป นี่เกินไปแล้ว”
หลานเยี่ยรีบถอยออกไป ไม่ลืมที่จะปิดประตู
“ขอโทษๆ หลานอี ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะร้อนใจมากจริงๆ ขอโทษๆ”
หลานเยี่ยเอ่ยขอโทษไม่หยุดอยู่นอกประตู
ผ่านไปครู่หนึ่งหลานอีกก็เดินหน้าแดงออกมา หลานเยี่ยยังคงพึมพำคำขอโทษไม่หยุด
“พอแล้วท่านประมุข ให้อภัยท่านแล้ว”
“ขอโทษ ข้าจะรับผิดชอบเจ้า เจ้าคิดว่าหลานเม่ยเป็นอย่างไร อยากให้ข้าผูกด้ายแดงให้หรือไม่ หรือว่าเจ้าๆๆ เจ้ามาเป็นน้องสาวข้าก็ได้”
หลานเยี่ยใจร้อนรนจนพูดจากมั่วซั่วไปหมด
“ไม่ใช่ว่ามีเรื่องด่วนอย่างนั้นหรือ? ยังมาพูดเลอะเทอะอะไรที่นี่อีก”
“อ่า ใช่ ใช่ ใช่! รีบพาคนตามข้าไปเขาเทียนปี้ ต้องเกิดเรื่องที่เขาเทียนปี้เป็นแน่”
หลานเยี่ยร้อนใจจนพูดจาสลับมั่วไปมา
“ได้ ท่านประมุขอย่าเพิ่งร้อนรนไป ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
หลานเยี่ยและหลานอีเตรียมคนพร้อม รีบเร่งเดินทางไปยังเขาเทียนปี้ ไปครั้งนี้เวลาก็ผ่านไปอีกหนึ่งวัน
หนึ่งวัน…



