บทที่ 81 ไว้อาลัย
“ทำไม? ทำไมเจ้าถึงแต่งกายเช่นนี้ ทำไมเจ้าถึงทรยศเขาเทียนปี้” อวิ๋นหรูแววตาเลื่อนลอย
“ทรยศหรือ? จะพูดว่าทรยศได้อย่างไร แต่เดิมข้าก็เป็นคนตระกูลเยี่ย รับบทเป็นนายบ่าวกับท่านอยู่มานานหลายปี เบื่อมาตั้งนานแล้ว”
“นายบ่าวหรือ? ข้าเห็นเจ้าเป็นพี่น้องที่ดีที่สุดของข้ามาโดยตลอด ทำไมถึงทำเช่นนี้กับข้า ทำไมบุญคุณที่เขาเทียนปี้มีต่อเจ้าในหลายปีมานี้ไม่ทำให้เจ้ายอมแพ้?”
“พี่น้อง? บุญคุณ? ข้าไม่เสียดาย แค่เห็นใบหน้าเจ้าข้าก็รู้สึกรำคาญใจ อย่าได้มาตีสนิทกับข้า เจ้าคงยังไม่รู้กระมัง เหล้าแก้วนั้นที่เจ้าให้อวิ๋นอี้ไม่ใช่ยาสลบ แต่เป็นพิษชนิดหนึ่ง
อวิ๋นอี้ตายไปนานแล้ว น่าสงสารที่เขาลงมือเขียนจดหมายถึงเจ้าฉบับหนึ่ง แล้วยังใช้ม่านพลังผนึกเอาไว้ ช่างน่าเศร้าเสียเหลือเกิน ตอนนี้เขาเทียนปี้วอดวาย คิดว่าร่างของอวิ๋นอี้น่าจะกลายเป็นขี้เถ้าไปแล้วกระมัง แล้วก็ถือบอกเจ้าอีกเรื่องไฟคราวนี้ข้าเป็นคนวางเอง
ตั้งแต่เด็กเจ้ามีบ่าวรับใช้อยู่รอบกาย จะขาดข้าไปได้อย่างไร เจ้าให้ข้าเป็นบ่าวรับใช้ข้างกายเจ้าก็เพราะสงสารข้า แต่สำหรับข้าแล้วถือเป็นโอกาสที่จะได้เข้าใกล้เจ้า ก่อนหน้านี้เรื่องดีๆ ทั้งหมดที่ข้าทำให้เจ้าล้วนเป็นการโกหก ตื่นซะเถิด ท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่
เจ้าคิดว่าเจ้ายิ่งใหญ่ครอบคลุมทุกพื้นที่ มีแสงประกายอยู่รอบตัว แต่หากเจ้าไม่ใช่เทพธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งเขาเทียนปี้เจ้าก็ไม่ใช่อะไรทั้งนั้น เจ้าเพลิดเพลินไปกับชีวิตดีงามทุกอย่างที่อวิ๋นอี้หามาให้เจ้าอย่างตามที่ควรเป็นแต่ไม่รู้จักรักษาให้ดี คนเช่นเจ้าสมควรตาย”
แต่ประโยคข้างหลังอวิ๋นหรูไม่ได้ฟังแม้แต่น้อย ตอนที่ได้ยินข่าวการตายของอวิ๋นอี้นางก็แทบจะคลั่งตายแล้ว
“กรี๊ด” ทำไมสวรรค์จะต้องกลั่นแกล้งข้าขนาดนี้ นางรีบวิ่งหกล้มคลุกคลานไปยังเรือนอี้หรง ด้านหลังผิงเอ๋อร์ถูกคนชุดดำคนหนึ่งใช้ดาบแทงทะลุลำตัว
“เปิดเผยความลับ เจ้าสมควรตาย”
ณ เรือนอี้หรง อวิ๋นหรูเห็นภาพสถานการณ์เดียวกันกับหลานเยี่ย อวิ๋นหรูพุ่งเข้าไป แต่กลับถูกม่านพลังซัดกระเด็นออกมาอย่างแรง
อวิ๋นหรูตีม่านพลังด้านนอก
“ท่านพ่อๆ ท่านตื่นขึ้นมา ข้าคือหรูเอ๋อร์ไงเจ้าค่ะ ท่านตื่นขึ้นมาดูข้า ท่านยังไม่ตายใช่หรือไม่ ผิงเอ๋อร์โกหกข้าใช่หรือไม่ ท่านเพียงแค่ดื่มยาสลบเข้าไปใช่หรือไม่ เดี๋ยวท่านก็จะตื่นขึ้นมาแล้วใช่หรือไม่? ท่านพ่อลุกขึ้นมาบอกข้าซิ” อวิ๋นหรูร้องไห้ไปพลางตะโกนไปพลาง แต่สีผิวที่เริ่มเปลี่ยนไปของอวิ๋นอี้ทำให้นางจำต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริง
“ท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์ คนตระกูลหลานตายหมดแล้ว” แม่ทัพที่นำกำลังทหารเข้ามาเห็นศพของอวิ๋นอี้ ก็พูดออกมาอย่างอดกลั้นความเจ็บปวด
“ยังมีเรื่องอะไรอีกหรือไม่? หากไม่มีข้าจะอยู่กับท่านพ่อ”
“เขาเทียนปี้โดนไฟไหม้ขนานใหญ่ เผาไหม้ทุกสิ่งอย่าง เหลือเพียงโถงบรรพบุรุษและเรือนอี้หรงเท่านั้น ภายในคนที่โดนเผาตายนอกจากทหารเขาเทียนปี้แล้ว ยังมีส่วนหนึ่งที่เป็นคนของตระกูลหลาน นายท่าน โปรดอย่าได้ทุกข์ไป”
“ตระกูลหลาน? หลานเยี่ยอยู่ที่ใด เจอหลานเยี่ยหรือไม่”
จู่ๆ อวิ๋นหรูก็วิ่งออกไป แม้แต่ร้องไห้ก็ลืมไปแล้ว นางพลิกศพไปมา คนที่ถูกไฟเผาไหม้ล้วนหน้าตาเละเทะ เสียหาย อีกทั้งยังน่ากลัวเป็นอย่างมาก แต่นางเหมือนกับไร้ความรู้สึก พลิกศพไปมาทีละร่าง
มือโดนประกายไฟที่ยังไม่ดับลามเผาไหม้จนได้รับบาดเจ็บแต่ก็ยังไม่รู้สึก นางที่เป็นเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งเขาเทียนปี้จะเคยพบพานเรื่องเช่นนี้ที่ไหนกัน สุดท้ายแล้วทุกศพก็ถูกพลิกจนครบแต่ก็ยังไม่เจอร่างของหลานเยี่ย อวิ๋นหรูถึงวางใจขึ้นมา
“ยังดี พวกเจ้าไม่ได้ทิ้งข้าไปหมด”
อวิ๋นหรูพึมพำกับตนเอง
“ท่านเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ ประชาชนธรรมดาของเขาเทียนปี้ล้วนหลบหนีภัยอันตรายไปด้านหลัง ไม่มีคนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อีกอย่างพบท่านประมุขตระกูลหลานอยู่ที่บริเวณลับแห่งหนึ่งนอกเมือง”
ดวงตาของอวิ๋นหรูมีประกายขึ้นมาเล็กน้อย
“พาข้าไปหาเขา”



