บทที่ 96 เมื่อคำพูดสิ้น เหล้าหนึ่งแก้ว
แม้ชิวลั่วจะเป็นเพียงองครักษ์ของชิวอวี้ แต่ชิวอวี้ก็ยังจัดการจวนให้เขาหลังหนึ่ง ปกติแล้วชิวลั่วจะอยู่ข้างกายชิวอวี้ น้อยครั้งที่จะกลับมา แต่วันนี้กลับกลับมาอย่างน่าแปลกใจ
ชิวลั่วเข้าไปในห้อง ไม่เห็นคนที่ตนอยากพบ จึงหมุนตัวออกไปตามหาข้างนอก ตามที่คาดไว้มู่หลีนั่งอยู่หน้าโต๊ะกลางสวนดอกไม้
บนโต๊ะมีเหล้าอยู่กาหนึ่ง และแก้วเหล้าหนึ่งใบ ชิวลั่วหันไปหยิบแก้วเหล้าหนึ่งใบแล้วเดินตรงออกไป จากนั้นก็ยกกาเหล้าขึ้นมา รินเหล้าให้มู่หลีแก้วหนึ่งและให้ตนเองอีกแก้ว มู่หลีดื่มหมดในคราวเดียว
“มีอารมณ์สุนทรีย์เช่นนี้ ชมดอกไม้ดื่มเหล้า หรือจะแต่งกลอนอีกอย่างนั้นหรือ?”
“ภายในเรือนที่เงียบเหงาเช่นนี้ หากไม่หาความสุขให้ตนเองเสียหน่อยเกรงว่าคงหงอยเหงาแล้ว หรือองครักษ์ชิวไม่รู้สึกเหงาเล่า?”
มู่หลีรินเหล้าอีกแก้ว ยกแก้วเหล้าขึ้นมาหันไปทางชิวลั่วเป็นการแสดงท่าทีให้เห็น
“เหงาอย่างนั้นหรือ? ข้ากลับไม่รู้สึก เพราะมีเจ้าอยู่ไง”
“หลายปีมานี้เจ้าก็ยังไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ”
“เจ้าก็เช่นกัน”
“ไม่รู้ว่าผลพนันในตอนนั้น ท่านจะยังรักษาสัญญาหรือไม่” ในดวงตาชิวลั่วประกายแววขำขันเล็กน้อย
“ท่านไม่เชื่อข้าน้อยหรืออย่างไร? ต้องมีสักวันจะต้องพาท่านไปดูสักครั้ง ชิวลั่วรสนิยมของท่าน เคยมีคนบอกข้าว่ารสนิยมของท่านช่างเหมาะสมกับคุณหนูตระกูลสูงส่งยิ่งนัก!”
“น่าขำแล้ว”
พูดจบทั้งสองคนก็เพียงดื่มเหล้าเท่านั้น ไม่ได้มีบทสนทนาต่ออีก มู่หลีทำลายบรรยากาศอันนิ่งเกร็งนี้ลง
“ฉะนั้นเลยพูดว่าที่ท่านขบคิดหาทางทุกอย่างพาข้ามาที่ตระกูลเยี่ย ก็เพื่อจะรื้อฟื้นเรื่องในอดีตกับข้าเท่านั้นหรือ?”
“อาหลี” ชิวลั่วเสียงแหบแห้ง เหมือนกำลังหักห้ามใจตนเอง
ได้ยินชื่อเรียกนี้ มู่หลีก็ยิ้มออกมา
“เจ้ายังคงตัดเขาไม่ลงหรือ?”
∗∗∗
“ทำไมท่านถึงมาแอบขโมยเหล้านั่งดื่มเพียงลำพัง”
มู่หลีนั่งอยู่บนหลังคา นั่นยังเป็นช่วงเวลาหลายปีก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่เมืองหลวง
มู่หลีรู้นานแล้วว่ามีคนเข้ามาใกล้ แต่เพราะไม่รู้สึกถึงความอาฆาตจึงไม่สนใจเขา คิดไม่ถึงว่าคนคนนั้นจะเข้ามาพูดกับเขา
มู่หลีหันกลับไปมอง คนผู้นั้นสวมชุดสีดำสนิทเหมือนจะหลอมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับราตรีที่มืดมิด ตอนนี้เสื้อผ้าชุดดำยังเป็นที่นิยมอยู่อีกหรือ? ท่ามกลางค่ำคืนที่มืดมิดทำให้มองเห็นไม่ชัดเจน
อาศัยแสงจันทร์มองใบหน้าให้ชัดขึ้น หน้าตาไม่เลวเลยทีเดียว
“แอบขโมยอะไรกัน ข้าใช้เงินของข้าซื้อมา ทำไมถึงกลายเป็นขโมยไปได้” คนคนนั้นเข้ามานั่งข้างๆ มู่หลี
“แสงจันทร์ที่สวยงามถึงเพียงนี้เจ้ากลับมานั่งดื่มเหล้าเพียงลำพัง ไม่แบ่งปันให้คนอื่น สุราชั้นดีเช่นนี้ไม่ใช่ว่าแอบเสพสุขอยู่คนเดียวหรืออย่างไร”
“เจ้าแต่งเรื่องแล้ว เอ้า!”
คนผู้นั้นแย่งไหเหล้าของมู่หลีไป อ้าปากดื่มในทันที
“ทำไมเจ้าถึงเป็นเช่นนี้”
“ข้าน้อยคือชิวลั่ว ไม่ทราบว่าท่านมีนามว่าอะไร? เหล้าไม่เลวเลยทีเดียว ขอบคุณก็แล้วกัน” มู่หลีแย่งไหเหล้ากลับมา ป้องกันเอาไว้เหมือนลูกรัก
“มู่หลี มู่จากคำว่าจื้อเฟิงมู่อวี่ หลีจากคำว่าหลีหมิง” พูดจบก็ดื่มเหล้าอึกใหญ่
“เช่นนั้นข้าจะเรียกเจ้าว่าอาหลี”
“ตามใจ”
ชิวลั่วอาศัยโอกาสที่มู่หลีดื่มเหล้าดึงเอากระบี่ข้างกายของมู่หลีออกมา อาศัยแสงจันทร์ชื่นชมความงามของมัน
“ทำไมเจ้าปล่อยตัวตามสบายเช่นนี้ เจอหน้ากันครั้งแรกก็สนิทสนมเช่นนี้เชียวหรือ?”
“อาหลีพูดเองว่าตามใจข้า ทำไมตอนนี้ถึงรู้สึกผิดทีหลังเสียเล่า?”
“เอากระบี่คืนข้า วันนี้อารมณ์ไม่ดีเท่าไรนัก อย่ามารบกวนการใช้เหล้าดับทุกข์ของข้า รีบไปซะ อย่ามารบกวนข้าอีก”
มู่หลีเอื้อมมือไปแย่งกระบี่ของตน
“ทำไมอาหลีถึงไม่พูดถึงเหตุผลที่ต้องมานั่งดื่มเหล้าดับทุกข์เพียงลำพังเล่า พูดออกมาจะได้สบายใจเสียหน่อย” ชิวลั่วนำกระบี่ไปใส่ไว้ในฝักกระบี่ของมู่หลีตามเดิม มู่หลีถึงได้ปล่อยไป
“เพราะคนคนหนึ่ง”
“ใคร”
“คนที่ผิด”



