บทที่ 97 คนที่ผิด
“ในเมื่อเป็นคนที่ผิด ทำไมอาหลีถึงปล่อยวางไม่ลงเช่นนี้”
“ในเมื่อเป็นคนที่ผิดย่อมปล่อยวางไม่ได้มากขึ้นไปอีก เพราะรักผิดคน ฉะนั้นถึงยิ่งเจ็บใจมากขึ้น พี่ชายไม่มีคนที่ใส่ใจจริงๆ บ้างเลยหรือ?”
“ถือว่าใช่กระมัง ก่อนหน้านี้ไม่มี หลังจากนี้ก็ไม่อาจรู้ได้ ตามชะตาไปก็แล้วกัน”
“ช่างน่าอิจฉาท่านนัก ไม่มีเรื่องราวให้ปวดหัวก็สบายตัวไป”
“สบายตัวอย่างนั้นหรือ? พูดง่ายดายเหลือเกิน สบายตัว จะกินอะไร จะดื่มอะไรเมื่อไรจะแต่งงาน จะเอาอะไรมาเลี้ยงดูพ่อแม่”
“เช่นนั้นข้าก็คงสบายกว่าเจ้าอยู่สักหน่อย อย่างน้อยข้าก็ไม่ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ ข้าเป็นเด็กกำพร้า ไม่รู้ว่าพ่อแม่คือใคร”
“น่าบังเอิญนัก ข้าก็เช่นกัน” ชิวลั่วหัวเราะพลางพูดออกมา
“แล้วที่เจ้าพูดว่าเลี้ยงดูพ่อแม่เล่า”
“ที่ข้าพูดหมายถึงพ่อแม่ของภรรยาข้า แต่ดูจากตอนนี้แล้วคงไม่ต้องแล้ว” มู่หลีคิดว่าเขาแค่พูดตลกเท่านั้น จึงไม่ได้สนใจเขา ดื่มเหล้าของตนต่อไป
“เรื่องนี้เจ้าทำไม่ถูก ข้าแนะแนวเปิดทางให้เจ้าเช่นนี้แล้วเจ้ายังดื่มเหล้าอยู่อีก”
“แนะแนวเปิดทางข้า เจ้าอย่างนั้นหรือ?”
“ต่อให้ฝีมือข้าจะไม่ดีเท่าไรนัก แต่อย่างน้อยเจ้าก็ไว้หน้าข้าบ้าง”
“เอาเถิด เช่นนั้นเจ้าว่าต้องไว้หน้าเช่นไร”
“ไปสถานที่แห่งหนึ่งกับข้า”
“อะไรนะ? จะเอาข้าไปขาย เก็บเงินค่าแนะแนวอย่างนั้นหรือ”
มู่หลีกระโดดลงมาจากหลังคา เดินตามชิวลั่วไป
“หากเจ้ากลัวว่าข้าจะเอาเจ้าไปขายจริงก็ยังเดินตามข้ามาอยู่ดี อาหลีเก่งขนาดนี้ข้าสู้ไม่ได้เป็นแน่”
“กระบี่คู่กายมีไว้เพียงป้องกันตนเท่านั้น พลังที่ข้ามีไม่ได้ดีเท่าไรนัก ใช่หรือไม่องครักษ์ใหญ่ชิว”
“ข้าคิดว่าเจ้าไม่รู้จริงๆ เสียอีก! ข้าไม่สามารถแสร้งทำเลอะเลือนได้เลยหรือ? อยู่กับคนที่ทำงานเกี่ยวกับข่าวสารเช่นพวกเจ้าอย่างไม่มีเรื่องส่วนตัวเลยแม้แต่น้อย”
“ย่อมมีจุดประสงค์ต่างกันไป ในเมื่อท่านอยากให้ข้าแสร้งทำเป็นเลอะเลือน เช่นนั้นข้าก็จะโยนเรื่องตระกูลออกไป ไม่คิดถึงอะไรทั้งนั้น เจ้าก็คือเจ้า ข้าก็คือข้า แบบนี้เป็นเช่นไร?”
“ดี อาหลีใจกว้างยิ่งนัก”
“…” ใจกว้างแล้วมีประโยชน์อะไร
มู่หลีตามชิวลั่วมายังพื้นที่กว้างแห่งหนึ่ง สามารถเรียกได้ว่าพื้นที่กว้างจริงๆ แต่ภายในเมืองหลวงคิดจะมีพื้นที่ที่มู่หลีไม่รู้นั้นคงยากลำบาก โชคไม่ดีเท่าไรนักที่สถานที่แห่งนี้มู่หลีเองก็รู้จัก
“เป็นอย่างไรบ้าง ไม่เลวเลยใช่หรือไม่”
“…”
“ไม่พอใจอย่างนั้นหรือ?”
“ที่นี่ไม่มีอะไรทั้งนั้น คิดจะทำอะไรกันแน่?”
“ไม่มีอะไรเลยถึงจะดี! เห็นต้นไม้ต้นนั้นที่อยู่ไกลลิบนั่นหรือไม่?” ชิวลั่วชี้นิ้วไปยังที่ที่ห่างออกไป ไม่ตั้งใจมองก็จะไม่เห็นว่าตรงนั้นมีต้นไม้อยู่ต้นหนึ่ง
แล้วจะเอาอะไรกับตอนกลางคืน มองไม่ชัดเจนเลยจริงๆ
“อืม เห็นแล้ว แล้วนั้นมันทำไม” มู่หลีหันมามองชิวลั่ว แต่กลับต้องตกใจ สถานการณ์อะไรกัน เขาไปจูงม้ามาสองตัวตั้งแต่เมื่อไรกัน
“ว่าอย่างไร พวกเรามาแข่งม้ากัน ใครไปถึงข้างต้นไม้ประเภทนั้นก่อนผู้นั้นชนะ คนแพ้จะต้องตอบรับคำของอีกฝ่ายข้อหนึ่ง”
“ดี”
“เช่นนั้นก็เริ่มแล้ว” ชิวลั่วบังคับม้าให้พุ่งออกไป
“รอก่อน ต้นไม้ประเภทนั้นหมายความว่าเช่นไร?” มองดูชิวลั่ววิ่งออกไปนานแล้ว มู่หลีก็รีบวิ่งตามไป
ม้าของชิวลั่วช้าลงมาก ไม่นานมู่หลีก็ตามทันแล้วค่อยๆ แซงหน้าไป ตอนที่เลยข้างกายชิวลั่วนั้นมู่หลีหันกลับไปแยกเขี้ยวส่งยิ้มให้เขา จากนั้นก็ยิ่งตีม้าบังคับให้พุ่งทะยานไปข้างหน้า
หลังจากวิ่งไปครู่หนึ่ง ก็ไม่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจากด้านหลัง มู่หลีหันกลับไปมอง แค่มองนั้นไม่เป็นไรแต่มู่หลีเกือบจะกระอักเลือดออกมา เห็นเพียงว่าชิวลั่ววิ่งกลับไปยังจุดเริ่มต้น และบริเวณจุดเริ่มต้นนั้นมีต้นไม้อยู่ต้นหนึ่ง มองแล้วประเภทเดียวกันกับต้นที่อยู่ห่างออกไปไกล
ในที่สุดมู่หลีก็เข้าใจว่าต้นไม้ประเภทเดียวกันหมายถึงอะไร
มู่หลีหมุนตัววิ่งกลับไป แล้วยังดึงกระบี่ออกมาด้วยความโมโหโกรธเคือง



