Skip to content

Swallowed Star 1013

ตอนที่ 1013 จักรพรรดิกระจกเงา และจักรพรรดิดาบสายน้ำ

หลัวเฟิงและผู้สืบทอดคนอื่นๆ ในพันธมิตรหงได้มองไปที่จักรพรรดิกระจกเงา ผู้สืบทอดกลุ่มอื่นก็มองมาด้วยเช่นเดียวกัน พวกเขาต่างสงสัยว่าจักรพรรดิกระจกเงาต้องการอะไร

จักรพรรดิกระจกเงายิ้มและเดินตรงมาที่กลุ่มผู้สืบทอดพันธมิตรหง แม้ว่าเขาจะทำให้เกิดความสนใจในหมู่กลุ่มต่างๆ เขาก็ยังคงเดินตรงมาที่กลุ่มพันธมิตรหง

อัศวินในกลุ่มพันธมิตรหงลุกขึ้นยืน “จักรพรรดิกระจกเงาเจ้ามาทำอะไรที่นี่”

“ข้ามานี่เพราะจักรพรรดิดาบสายน้ำ”

“จักรพรรดิดาบสายน้ำ?”

บรรดาผู้สืบทอดได้ยินก็ลุกขึ้นมา พวกเขาเคยได้ยินเรื่องที่จักรพรรดิกระจกเงาทำการไล่ล่าจักรพรรดิดาบสายน้ำ จักรพรรดิดาบสายน้ำ ได้ซ่อนตัวอยู่ใน 9 วังวนกว้างไกลก่อนที่จะหลบหนีออกมา พวกเขาทั้งคู่กลับมาจากดินแดนลับได้

หลัวเฟิงมองไปยังจักรพรรดิกระจกเงา “เจ้ามาหาข้าทำไม จักรพรรดิกระจกเงา”

“ฮ่า ฮ่า ข้าไม่เจอเจ้ามานานกว่า 8 หมื่นปี แล้วรู้ว่าเจ้ามีพลังมากขึ้น จักรพรรดิดาบสายน้ำ เป็นอมตะแล้วใช่ไหม” จักรพรรดิกระจกเงาแสดงรอยยิ้มที่เผยให้เห็นเขี้ยวของเขา

ผู้สืบทอดบางคนก็เริ่มแปลกใจเหมือนกัน

“อืม จักรพรรดิดาบสายน้ำ ดูมีพลังเพิ่มขึ้นจริงๆ”

“แต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับจักรพรรดิกระจกเงา”

“จักรพรรดิกระจกเงาเป็นสิ่งมีชีวิตรูปแบบพิเศษที่ต่อสู้กับอัศวินได้ จักรพรรดิดาบสายน้ำ เป็นเพียงมนุษย์ มันจะต้องมีพลังน้อยกว่าอยู่แล้ว”

มีการพูดคุยในหมู่ผู้สืบทอดที่อยู่ระยะไกล แต่หลัวเฟิงก็ไม่มีผลกระทบต่อการพูดคุยเหล่านี้ และตอบกลับไป “เจ้าเข้าใจได้ถูกแล้ว”

“ขอแสดงความยินดีด้วย” จักรพรรดิกระจกเงาปล่อยเสียงหัวเราะ

“จักรพรรดิดาบสายน้ำ ผู้เป็นตำนาน ใครก็รู้ว่าเขาสามารถฆ่าจักรพรรดิระดับขีดจำกัดตั้งแต่ระดับห้วงมิติ”

“ใครก็รู้ว่าเขาหลบหนีข้าได้ตั้งแต่ระดับห้วงมิติ ใครก็รู้ว่าเขารอดชีวิตจากการโจมตีของอัศวินโคลนกลืนกินได้ตั้งแต่ระดับห้วงมิติ”

“แล้วผู้มีชื่อเสียงจากการต่อสู้กับ 6 แสนผู้สืบทอด พร้อมกับชัยชนะจำนวนมาก”

จักรพรรดิกระจกเงาดูเหมือนจะชื่นชมหลัวเฟิง แต่น้ำเสียงของเขาแสดงความก้าวร้าว ทำให้คนฟังเข้าใจว่าไม่ได้หมายความว่าเช่นเดียวกับคำพูด

หลัวเฟิงได้สร้างชื่อเสียงขึ้นมาด้วยตัวของเขา พวกเขาก็ต้องยอมรับความสำเร็จของหลัวเฟิงที่มีมากที่สุดในระดับห้วงมิติ

“ตอนนี้เจ้าได้เป็นอมตะแล้ว”

“ข้าต้องยอมรับว่าไม่ได้ดีเท่าเจ้าในตอนระดับห้วงมิติ แต่ข้าก็ยินดีจริงๆ ที่เจ้าได้เป็นอมตะ ช่างน่ายินดีจริงๆ” จักรพรรดิกระจกเงากล่าว

“ขอบใจ” หลัวเฟิงกล่าว

“เจ้ามีพลังมากในระดับห้วงมิติ เจ้าจะต้องมีพลังมากขึ้นเมื่อได้เป็นอมตะ” จักรพรรดิกระจกเงากล่าว

ผู้สืบทอดที่จัตุรัสเปิดได้คิดว่าจักรพรรดิกระจกเงาได้กล่าวชมจักรพรรดิดาบสายน้ำ อย่างประหลาด แต่พวกเขาก็เห็นด้วยเกี่ยวกับจักรพรรดิดาบสายน้ำ ที่จะต้องแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าช่วงระดับห้วงมิติ

“ข้ามาที่นี่เพื่อที่จะแสดงความยินดีกับเจ้า แต่ว่าข้าต้องการท้าทายจักรพรรดิดาบสายน้ำ เช่นกัน จักรพรรดิดาบสายน้ำ ผู้โด่งดัง กล้าที่จะต่อสู้โดยมีชีวิตเป็นเดิมพันกับข้าไหม”

จักรพรรดิกระจกเงาจ้องหลัวเฟิง

จัตุรัสกลางแจ้งเกิดความเงียบในทันที แต่เหล่าผู้สืบทอดก็รู้สึกตื่นเต้นไปด้วย พวกเขาทำการเฝ้าดูเหตุการณ์เงียบๆ

“ต่อสู้ เป็นตาย?” หลัวเฟิงหัวเราะ

“ต้องการที่ไหน รึว่าในโลกแห่งเกียรติ”

จักรพรรดิกระจกเงาเลียริมฝีปาก ดวงตาของเขาฉายแววความเกลียดชังให้เห็น “ข้าต้องการต่อสู้ในความจริงและชีวิตจริง ข้าว่าเราควรเลือกสถานที่ภายในดินแดนลับบรรพบุรุษเทพอสูร”

“การต่อสู้ที่เกิดขึ้นจะไม่มีการยอมรับความช่วยเหลือใดๆ ระหว่างเรามันจะเป็นการต่อสู้ตัวต่อตัวถึงตาย เจ้ากล้าที่จะยอมรับคำท้าหรือไม่” จักรพรรดิกระจกเงาแสยะยิ้ม

“ไม่จำเป็นต้องคิดข้อแก้ตัว เพียงแค่บอกข้ามาว่าเจ้ากล้าที่จะยอมรับหรือไม่ ถ้าเจ้ากลัวไม่จำเป็นต้องพูดอะไรก็ได้ แต่ถ้าไม่คิดว่าเจ้าคือผู้มีชื่อเสียงและพรสวรรค์ นั่นย่อมจะทำให้เผ่าพันธุ์ผิดหวัง”

จักรพรรดิกระจกเงาจ้องมาที่หลัวเฟิง “ยอมรับหรือไม่”

จัตุรัสกลางแจ้งที่มีเหล่าผู้สืบทอดรวมตัวกันตกอยู่ในความเงียบ และเฝ้าดูเหตุการณ์

จักรพรรดิดาบสายน้ำ ผู้เป็นตำนานจะต่อสู้กับจักรพรรดิกระจกเงาหลังจากเป็นอมตะหรือไม่ แม้ว่าจักรพรรดิกระจกเงาที่เป็นสิ่งมีชีวิตพิเศษทรงพลังได้ข่มขู่นักสู้อมตะมานับไม่ถ้วน จักรพรรดิดาบสายน้ำ จะยอมรับคำท้าทายนี้หรือไม่

มันเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ที่หลัวเฟิงจะไม่ยอมรับคำท้า การต่อสู้ถึงตายกับสิ่งมีชีวิตรูปแบบพิเศษมันก็ถือว่าต่างกันมากพอแล้ว แต่ชื่อเสียงของเขาก็จะพังถ้าเขาปฎิเสธ

หลัวเฟิงเป็นอมตะ จักรพรรดิกระจกเงาก็เป็นอมตะเช่นกัน

ในเมื่อทั้งคู่เป็นอมตะ แล้วทำไมหลัวเฟิงยังต้องกลัวอีกฝ่าย

———-

“ยอมรับหรือปฎิเสธ” จักรพรรดิกระจกเงาถามเมื่อมองไปที่หลัวเฟิง

หลัวเฟิงยืนขึ้นและมองจักรพรรดิกระจกเงาพร้อมกับรอยยิ้ม “ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะกระโจนเข้าหาความตายด้วยตัวเอง”

ผู้สืบทอดที่เฝ้าดูแสดงความตื่นเต้น

“ยอมรับใช่ไหม” จักรพรรดิกระจกเงามีแสงเป็นประกายในดวงตา

“แน่นอน ข้าจะไม่ปฎิเสธคำท้าทายใดๆ จากนักสู้ระดับอมตะ” หลัวเฟิงหันมองรอบๆ พร้อมกับส่งเสียงดังไปทั่วจัตุรัส

ผู้สืบทอดทั้งหมดตกตะลึง

“โอ้”

“ได้ใจเกินไป”

สิ่งที่หลัวเฟิงได้พูดออกมาถือว่าอาจหาญมาก แม้ว่าจักรพรรดิซูเชียว ที่กำลังเฝ้าดูก็ไม่แสดงรอยยิ้มออกมาได้

คนที่ดูเหมือนวัยรุ่นในชุดเกราะม่วงกึ่งโปร่งใสพูด “จักรพรรดิซูเชียว เขาพูดว่าจะไม่ปฎิเสธคำท้าทายใดๆ จากนักสู้ระดับอมตะ เจ้าจะปล่อยเขาไปแบบนั้นหรือ ถ้าข้าเป็นอมตะจะฆ่าเขาด้วย”

จักรพรรดิซูเชียว มองกลับไปคนชุดเกราะม่วง “อัศวินฝนม่วง เจ้าเป็นอัศวินแล้ว ไม่ต้องเข้ามายุ่ง”

อัศวินชุดเกราะม่วงเป็นสิ่งมีชีวิตรูปแบบพิเศษที่มีระดับยีนชีวิตสูงกว่าจักรพรรดิซูเชียว เขาเป็นนักสู้ระดับอมตะที่แข็งแกร่งที่สุดบนเกาะโบฮีเนียลมาก่อน เขาได้ฆ่าอัศวินมาบ้างในช่วงที่เขายังอยู่ในระดับอมตะ หลังจากที่เขาได้กลายเป็นอัศวิน เขาก็ได้เป็นนักสู้ที่ทรงพลังของโรงเรียนเทพอสูรบรรพกาล

“เขาอาจไม่รอดแม้แต่กับจักรพรรดิกระจกเงา หลัวเฟิงหยิ่งเกินไปแม้ว่าจะมีพรสวรรค์ แต่จักรพรรดิกระจกเงาก็เป็นสิ่งมีชีวิตรูปแบบพิเศษที่มีระดับยีนชีวิตถึง 2 พันเท่า ช่องว่างยังมากเกินไป”

“ใช่” อัศวินฝนม่วงพยักหน้า

รูปแบบชีวิตที่พิเศษมีความภูมิใจของตัวเอง

“ฮ่า ฮ่า…ยอดเยี่ยม ข้าจะส่งจดหมายไปหาเจ้าหลังจากบอกพิกัดที่เลือก”

“ได้ แล้วเวลา” หลัวเฟิงพยักหน้า

“ยิ่งเร็วยิ่งดี ข้าจะให้เวลาเตรียมความพร้อมครึ่งวัน แล้วจะบอกตำแหน่งให้ภายหลัง” จักรพรรดิกระจกเงากำลังตื่นเต้นอยู่ในใจ

“ได้” หลัวเฟิงพยักหน้า

“ฮ่า ฮ่า…” จักรพรดิกรจกเงาหัวเราะขณะที่มองไปยังหลัวเฟิง

“ข้าไม่คิดว่าจักรพรรดิดาบสายน้ำ จะเป็นคนกล้าหาญเยี่ยงนี้”

“คนที่มีท่าทางแข็งแกร่งมักจะตายก่อนเสมอ” จักรพรรดิกระจกเงาพูดพร้อมยิ้ม

จักรพรรดิกระจกเงาหายไป

หลัวเฟิงมองไปรอบๆ และสังเกตเห็นจักรพรรดิซูเชียวกับคนที่ใส่ชุดเกราะม่วง หลัวเฟิงได้แสดงรอยยิ้มให้ก่อนที่จะหายไป

———-

ข่าวกระจายเหมือนไฟลามทุ่ง ผู้สืบทอดทั้งโรงเรียนกำลังตื่นเต้น แม้จะเป็นการต่อสู้จริงของสองอัศวินก็ยังไม่ดึงดูดความสนใจเท่ากับการต่อสู้ของสองอมตะนี้

จักรพรรดิกระจกเงาเป็นรูปแบบชีวิตพิเศษที่มีพลังเทียบได้กับอัศวิน

จักรพรรดิดาบสายน้ำ ผู้มีชื่อเสียงและพรสรรค์ที่สุดในเผ่าพันธุ์มนุษย์ แถมยังเพิ่งเป็นอมตะได้เพียงไม่นาน

การต่อสู้ระหว่างทั้งสองที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน เป็นข่าวที่สร้างความตื่นเต้นให้กับเผ่าพันธุ์นับล้านๆ ที่อยู่บนเกาะโบฮีเนียล มหาอำนาจต่างๆ ก็ได้รับรู้เรื่องนี้ทันที รวมไปถึงของเผ่าพันธุ์มนุษย์

“อะไรนะ จักรพรรดิดาบสายน้ำ จะต่อสู้ถึงตายกับจักรพรรดิกระจกเงาในดินแดนลับของโรงเรียนเทพอสูรบรรพกาล”

“มันแค่เรื่องตลกใช่ไหม”

“จักรพรรดิกระจกเงาเป็นสิ่งมีชีวิตรูปแบบพิเศษที่มีพลังเทียบได้กับอัศวิน แม้อัศวินทั่วไปเขาสามารถที่จะฆ่าได้ จักรพรรดิดาบสายน้ำประมาทเกินไป”

“จักรพรรดิดาบสายน้ำ มีเทคนิคหลายร่าง เขาไม่มีทางตาย”

“แต่ถ้าเขาถูกฆ่า สมบัติของเขาจะต้องถูกเอาไป สมบัติที่แท้จริงเป็นของเผ่าพันธุ์มนุษย์เรา ถ้าจักรพรรดิกระจกเงาเอาไปมันจะเป็นการสูญเสียต่อทั้งเผ่าพันธุ์เรา”

“ประมาทเกินไปแล้ว”

“ช่างหยิ่งยโส”

“บ้าบิ่นมาก”

อัศวินไม่พอใจกับหลัวเฟิง พวกเขาคิดว่าเขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์แต่ก็หยิ่งยโสมาก

พวกเขาได้พบกับเหล่าผู้มีพรสวรรค์จำนวนมาก และมักจะรู้สึกตัวเองเมื่อพวกเขาได้พบกับความสูญเสีย

“เขาจะได้รู้สึกตัวจากการต่อสู้ครั้งนี้”

“แต่ค่าใช่จ่ายที่ต้องเสียไปคือสมบัติที่แท้จริงที่อยู่กับเขา”

———-

ขณะที่หลัวเฟิงใช่เวลาอยู่ในที่พักของตัวเองบนเกาะโบฮีเนียล

“จักรพรรดิกระจกเงาช่างเป็นคนมั่นใจ” หลัวเฟิงหัวเราะเบาๆ

“นายท่าน ผู้นำเมืองอนุญาติให้ท่านฉายภาพการต่อสู้นี้บนเกาะสายฟ้า” ทาสวิญญาณกล่าว

“อ่า ข้ารู้แล้ว” หลัวเฟิงพยักหน้า

“พวกเราขอแสดงความยินดีกับนายท่านล่วงหน้า พวกเขารู้อยู่แล้วว่านายท่านต้องกลับมาพร้อมกับชัยชนะ” ทาสวิญญาณของหลัวเฟิงกล่าว

“เตรียมงานเลี้ยงฉลองไว้ ข้าจะเชิญจักรพรรดิคาซานริน จักรพรรดิชางหม่า และอาจารย์มาหลังจากที่ปราบจักรพรรดิกระจกเงา”

หลัวเฟิงหัวเราะและทำการเทเลพอตออกไปจากที่พักของเขา เขาเทเลพอตไปยังประตูเคลื่อนย้ายบนเกาะโบฮีเนียลที่มุ่งหน้าไปยังดินแดนลับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!