Skip to content

A Will Eternal 1131

บทที่ 1131 ราชินีปีศาจราคะ

“นี่คือระบำปีศาจราคะ!” กลางอากาศในด่านที่สามสิบเก้ามีร่างของเด็กชายวิญญาณวัตถุจำแลงขึ้นมา เขาเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันจ้องป๋ายเสี่ยวฉุนด้วยสายตาเยียบเย็น อันที่จริงคราวนี้เขาตื่นขึ้นมาตั้งนานแล้ว เพียงแต่ว่าหลายด่านก่อนหน้านั้นเขารู้สึกว่าต่อให้เพิ่มความยากมากแค่ไหนก็ยังมิอาจกักตัวเจ้าป๋ายเสี่ยวฉุนไร้ยางอายผู้นี้เอาไว้ได้อยู่ดี“นี่คือระบำปีศาจราคะ!”

กลางอากาศในด่านที่สามสิบเก้ามีร่างของเด็กชายวิญญาณวัตถุจำแลงขึ้นมา เขาเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันจ้องป๋ายเสี่ยวฉุนด้วยสายตาเยียบเย็น อันที่จริงคราวนี้เขาตื่นขึ้นมาตั้งนานแล้ว เพียงแต่ว่าหลายด่านก่อนหน้านั้นเขารู้สึกว่าต่อให้เพิ่มความยากมากแค่ไหนก็ยังมิอาจกักตัวเจ้าป๋ายเสี่ยวฉุนไร้ยางอายผู้นี้เอาไว้ได้อยู่ดี

ทว่าด่านที่สามสิบเก้านี้เป็นด่านที่เขารอคอยมานานมากแล้ว เป็นด่านที่เขาคิดว่ามีความเป็นไปได้มากที่สุดที่เขาจะทำสำเร็จ!

สิ่งที่ด่านสามสิบเก้าต้องการทดสอบก็คือปณิธานอันแน่วแน่ของคนผู้หนึ่ง!

ต้องรู้ว่าคำว่าปณิธานสามารถแบ่งออกได้หลายชนิด บางคนอาจจะไม่สั่นคลอนเมื่ออยู่ต่อหน้าผลประโยชน์ อาจจะไม่แม้แต่จะชายตาแลทรัพย์สมบัติที่กองอยู่ตรงหน้า ทว่ากลับมัวเมาลุ่มหลงอยู่ในราคะกามอารมณ์อย่างที่ไม่อาจถอนตัว

หรืออาจจะเป็นในทางกลับกัน สรุปก็คือหากไม่ใช่คนที่สามารถตัดขาดรักโลภโกรธหลงได้สิ้นแล้วล่ะก็ จะอย่างไรก็ต้องแบกรับการทดสอบจากในด่านที่สามสิบเก้านี้อยู่ดี

และหญิงสาวที่รายล้อมอยู่รอบกายของป๋ายเสี่ยวฉุนในเวลานี้ก็เป็นแค่เงาวิญญาณเท่านั้น เพียงแต่ว่าเมื่ออยู่ภายใต้ต้นกำเนิดเต๋าเป็นตายถึงได้เผยตัวจริงออกมา พวกนางมาจากโลกอารยธรรมแห่งหนึ่ง ก่อนหายนะครั้งใหญ่จะมาเยือนจนท้องฟ้ามวลดาวกลายเป็นสีดำสนิท โลกที่พวกนางอยู่อาศัยคือโลกที่มีระบบการปกครองโดยเพศหญิงที่แข็งแกร่งที่สุด เผ่าพันธ์พวกนางชื่อว่าเผ่าปีศาจราคะ!

เผ่าปีศาจราคะนี้เชี่ยวชาญด้านการบุกจู่โจม เมื่อรุกรานเข้าไปในโลกใบหนึ่งได้แล้ว พวกนางจะสังหารผู้หญิงทิ้งทั้งหมด ช่วงชิงตัวผู้ชายมาทรมานทั้งวันทั้งคืนเพียงเพื่อรวบรวมเมล็ดพันธ์วิญญาณก่อนตายมาจากผู้ชายเหล่านั้น นี่ก็คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการขยายเผ่าพันธ์ของเผ่าปีศาจราคะ

และในเผ่าปีศาจราคะจะค่อยๆ มีราชินีปีศาจราคะเกิดขึ้นมาโดยธรรมชาติ เมื่อราชินีปีศาจราคะถือกำเนิด ศักยภาพของเผ่าปีศาจราคะจะไต่ทะยานจนถึงขั้นที่เรียกว่าไร้ขอบเขตจำกัด และการกระทำทุกอย่างของราชินีปีศาจราคะก็จะมีแรงดึงดูดต่อสัญชาตญาณสิ่งมีชีวิตทุกเผ่าพันธุ์อย่างที่มิอาจต่อต้านได้!

เงาร่างที่ปรากฏในด่านสามสิบเก้าเป็นคนสุดท้ายซึ่งมองไม่เห็นหน้าค่าตา เห็นเพียงโครงร่างเลือนรางนั้นก็คือ…ราชินีปีศาจราคะ!

การปรากฏตัวของนางทำให้ป๋ายเสี่ยวฉุนสั่นเทิ้มไปทั้งตัว ต่อให้จะกินยาแยกทางเข้าไป แต่ก็ยังมิอาจกำราบพลังของอีกฝ่ายได้นานนัก

เมื่อเห็นว่าป๋ายเสี่ยวฉุนหน้าเปลี่ยนสี เด็กชายที่อยู่กลางอากาศก็พลันตื่นเต้น ดวงตาของเขาฉายความคาดหวังอย่างแรงกล้า นี่คือด่านที่เขารอคอยมานานมากแล้ว เขาเชื่อว่าคราวนี้ต้องทำให้ป๋ายเสี่ยวฉุนสิ้นหวังได้แน่นอน

“ขอแค่เจ้าพ่ายแพ้ครั้งหนึ่ง ข้าก็มีวิธีทำให้เจ้าพ่ายแพ้ได้อีกนับครั้งไม่ถ้วน จนกระทั่งจมอยู่ในด่านนี้ไปตลอดกาล เมื่อวันใดที่เจ้าฟื้นตื่นขึ้นมา นั่นก็จะเป็นเวลาที่เจ้าพบว่าตัวเองมอดม้วยไปแล้วทั้งกายและจิต!” เด็กชายแหงนหน้าหัวเราะร่า เมื่อมีประสบการณ์จากเผ่าโอสถดำก่อนหน้านี้ เขาจึงรู้แล้วว่าไม่ควรดูถูกป๋ายเสี่ยวฉุน ดังนั้นด่านนี้ที่เดิมทีไม่ควรมีราชินีปีศาจราคะเผยกาย แต่เพื่อป้องกันเรื่องไม่คาดฝัน เขาจึงปรับระดับความยากจนถึงระดับสูงสุด กระนั้นก็ยังไม่วางใจ จึงถึงขนาดยอมจ่ายค่าตอบแทนโดยแลกด้วยการหลับสนิทนานขึ้นอีกหลายเดือนในครั้งถัดไป เป็นเหตุให้ระดับความยากของด่านที่สามสิบเก้าที่แต่เดิมก็ยากถึงที่สุดอยู่แล้วทะลุขีดจำกัดขึ้นไปอีก

เมื่อเป็นเช่นนี้ ชั่วขณะที่ป๋ายเสี่ยวฉุนมิอาจข่มกลั้นอารมณ์ได้ไหวอีกต่อไป หญิงสาวทุกคนที่ร่ายระบำอยู่รอบกายเขาจึงพลันสะบัดร่างและพากันกลายมาเป็นราชินีปีศาจราคะ…ในชั่วพริบตา!!

และพลังแห่งการสลายปณิธานก็ระเบิดขึ้นอีกหลายร้อยเท่าตัว เป็นเหตุให้ควันสีชมพูในโลกใบนี้กลิ้งซัดตลบปั่นป่วน ก่อนที่แรงโจมตีขุมหนึ่งซึ่งมองไม่เห็นจะกระแทกลงมาบนกายของป๋ายเสี่ยวฉุน

ดวงตาของป๋ายเสี่ยวฉุนพลันแดงก่ำ หอบหายใจดังฟืดฟาด หัวใจก็เต้นกระหน่ำราวกับจะกระดอนออกมาจากหน้าอก ร่างของเขาที่สั่นสะท้านใช้จิตสำนึกที่ยังเหลืออยู่เพียงน้อยนิดหยิบยาแยกทางแทบทั้งหมดในถุงเก็บของออกมากลืนเข้าไปรวดเดียว นั่นถึงพอจะทำให้เขาพบความเย็นฉ่ำท่ามกลางความรู้สึกร้อนรุ่มประหนึ่งอยู่ในเตาไฟได้บ้าง

“สวรรค์ ด่านนี้ยากเกินไปแล้ว!” ป๋ายเสี่ยวฉุนหายใจถี่กระชั้น เขาสัมผัสได้ว่าสิ่งที่หญิงสาวรอบกายนี้ส่งผลกระทบดูเหมือนจะเป็นจิตวิญญาณของตน ความรู้สึกที่เหมือนถูกยั่วยวนจากจุดลึกของจิตวิญญาณปานประหนึ่งเปลวไฟอุ่นๆ ที่คุอยู่ทั่วกายของป๋ายเสี่ยวฉุนทุกเวลานาที หากเป็นเพียงเปลวเพลิงโหมแรงก็ยังพอทำเนา เพราะเมื่อมันมาเร็วก็ย่อมต้องจากไปเร็ว ทว่านี่กลับเป็นไฟอุ่นๆ ที่สั่งสมอย่างต่อเนื่องและแทบจะไม่มีทางมอดดับลงได้เลย

ราวกับว่าหากเขาคลายระวังลง จิตวิญญาณก็จะจมสู่ความเสื่อมทราม ถลำลงสู่ความชั่วร้าย แค่คิดถึงผลลัพธ์หลังจากจบเรื่อง ป๋ายเสี่ยวฉุนก็ถึงกับอกสั่นขวัญผวา ใจเขาอยากจะนำส่งตัวเองกลับออกไป แต่กลับค้นพบด้วยสีหน้าที่ซีดเผือดว่าสถานการณ์ที่การนำส่งไม่ทำงานได้เกิดขึ้นอีกครั้งแล้ว

“สมควรตายนัก ต้องเป็นฝีมือเจ้าวิญญาณวัตถุนั่นอีกแน่นอน!” ป๋ายเสี่ยวฉุนร้อนรนอยู่ในใจ โดยเฉพาะเมื่อสังเกตเห็นว่าหลังกินยาแยกทางเข้าไป ความเย็นฉ่ำเสี้ยวหนึ่งที่ปรากฏขึ้นมาอย่างยากลำบากเวลานี้กำลังสลายหายไปอย่างรวดเร็ว

ป๋ายเสี่ยวฉุนก็ยิ่งร้อนรุ่มเป็นกำลัง

“มีผลกับวิญญาณ…สถานที่แห่งนี้เดิมทีเป็นภาพมายา…และเงาร่างของหญิงสาวพวกนั้นก็มีความเป็นได้มากว่าจะเป็นวิญญาณประเภทหนึ่ง!” ป๋ายเสี่ยวฉุนที่ตาแดงก่ำหันขวับไปรอบกาย อาศัยความละเอียดรอบคอบและสัญชาตญาณของอาจารย์หลอมวิญญาณชั้นฟ้า เขาจึงมีความมั่นใจเจ็ดส่วนแล้วว่าสิ่งที่วิเคราะห์ไว้จะเป็นความจริง

“ในเมื่อเป็นวิญญาณ ถ้าเช่นนั้นก็ต้องมีวิธีแก้ไข!” ป๋ายเสี่ยวฉุนรู้ดีว่าเวลากระชั้นชิด จึงกัดฟันกรอดแล้วตบลงบนถุงเก็บของ หยิบยารวมวิญญาณออกมาแล้วขว้างออกไป

เมื่อเสียงปังๆ ดังกึกก้อง ยารวมวิญญาณเหล่านั้นก็ทยอยกันระเบิดแตก ทว่าช่วงแรกเริ่มพลังดึงดูดที่มีต่อวิญญาณยังพอได้ผลอยู่บ้าง ราชินีปีศาจราคะพวกนั้นถึงได้ถูกกระตุกดึงเข้ามาหา แต่ไม่นานเมื่อประกายแสงเปล่งวาบในดวงตาของพวกนาง พวกนางก็พลันเปล่งเสียงประหลาดออกจากปาก ครั้นแล้วก็ต้านทานการดึงดูดของยารวมวิญญาณเอาไว้ได้!

ภาพนี้ทำให้ป๋ายเสี่ยวฉุนใจหายวาบ ขณะเดียวกันก็ยิ่งมั่นใจในการวิเคราะห์ของตัวเองก่อนหน้านี้

“เป็นวิญญาณจริงๆ ด้วย!” ป๋ายเสี่ยวฉุนกัดปลายลิ้นแรงๆ หนึ่งครั้ง อาศัยความเจ็บปวดมาทำให้สมองที่เริ่มมึนงงของตนแจ่มชัดขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่มือขวาจะพลันหยิบหน้ากากหนึ่งออกมาจากในถุงเก็บของ

หน้ากากนี้ก็คือสมบัติล้ำค่าที่สามารถจำแลงเป็นใบหน้าของใครก็ได้เมื่อเขาอยู่ในแดนทุรกันดาร ตอนนั้นหากเขาสวมมันต่อหน้าวิญญาณเมื่อไหร่ก็เหมือนหายตัวได้อย่างไรอย่างนั้น เวลานี้ป๋ายเสี่ยวฉุนที่ร้อนใจด้วยไม่มีวิธีอื่นอีกแล้วจึงรีบหยิบมันออกมาแล้วสวมลงบนหน้าทันที

แทบจะเวลาเดียวกันกับที่หน้ากากสวมลงบนใบหน้า ราชินีปีศาจราคะทั้งหมดที่อยู่รอบด้านก็พลันชะงักการร่ายรำ ดวงตาของแต่ละคนฉายความกังขา คล้ายจับไม่ได้ว่าป๋ายเสี่ยวฉุนหายตัวไปไหน

ป๋ายเสี่ยวฉุนดีใจอย่างบ้าคลั่ง รีบถอยกรูดออกห่าง แต่เขาก็เข้าใจดีว่า แม้หน้ากากนี้จะช่วยให้เขาอำพรางตัว ทว่าขอแค่เขาอยู่ที่นี่ จะอย่างไรก็ต้องได้รับผลกระทบอยู่ดี เพียงแต่ว่าตอนนี้เขาไม่ใช่เป้าหมายหลักเท่านั้น จึงทำให้มีเวลาในการยืนหยัดเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย

และความเป็นจริงก็เป็นเช่นนี้ เหล่าปีศาจราคะมองไม่เห็นป๋ายเสี่ยวฉุน ทว่าวิญญาณเด็กชายที่อยู่บนท้องฟ้ากลับเห็นได้อย่างชัดเจน เมื่อมีเขาคอยควบคุมบงการ ไม่นานพวกปีศาจราคะก็ร่ายรำขึ้นมาใหม่ คลื่นที่สามารถส่งผลกระทบกับวิญญาณชนิดเดิมจึงแผ่กำจายออกมาอีกครั้ง

“น่าเสียดายที่ไม่มีเวลาหลอมยา แล้วก็ไม่มีวัตถุดิบที่มากพอ หาไม่แล้วข้าก็สามารถหลอมยารวมวิญญาณที่แข็งแกร่งมากกว่าเดิม และไม่แน่ว่ามันอาจจะได้ผล”

ในสมองป๋ายเสี่ยวฉุนมีความคิดหลากหลายแล่นผ่านเร็วรี่ หมายจะหาวิธีการมาคลี่คลายวิกฤตตรงหน้านี้ไปให้ได้

ทว่าสถานที่แห่งนี้มีขีดกำจัดมากมาย ความยากก็มากเกินไป ต่อให้ป๋ายเสี่ยวฉุนเค้นสมองคิดจนหัวแทบแตกก็ยังหาวิธีใดๆ ที่ใช้ได้ผลไม่เจอ

เมื่อหญิงสาวรอบกายเริ่มร่ายรำแล้วคลื่นที่ส่งผลกระทบต่อจิตวิญญาณแผ่ออกมาอีกครั้ง ป๋ายเสี่ยวฉุนก็ค้นพบว่าความเยือกเย็นในใจตัวเองกำลังสลายหายไปอย่างรวดเร็ว ไฟร้อนปะทุขึ้นมาในกายอย่างต่อเนื่อง ลมหายใจเริ่มเปลี่ยนมาเป็นถี่รัว และต่อให้เขาจะกัดปลายลิ้น ความเจ็บปวดก็ยังไม่อาจทำให้เขามีสติได้สักเท่าไหร่

“สมควรตายนัก คนทำชั่วสมควรได้รับกรรม!! ก็แค่วิญญาณราคะไม่ใช่หรือ อย่างมากข้าก็แค่ปล่อยเจ้าผีเฒ่าในกระบี่สายเหนือออกมา ให้เขาเล่นงานพวกเดียวกันเอง!”

ป๋ายเสี่ยวฉุนที่ร้อนใจจึงคิดอะไรเลอะเลือนเหมือนคนป่วยหนักแล้วหาวิธีรักษาสุ่มสี่สุ่มห้า ชั่วขณะก่อนที่จิตสำนึกของเขาจะถลำลึกอย่างมิอาจหวนคืน

เขาก็พลันหยิบกระบี่ใหญ่สายเหนือออกมา กระแทกอำนาจจิตผสานรวมเข้าไป พริบตาเดียว ผีเฒ่าว่าที่บุพกาลซึ่งเคยอยู่ในธงบนเรือของมารดาผีก็พลันเผยกายต่อหน้าป๋ายเสี่ยวฉุน

“เจ้าผีเฒ่า…” ป๋ายเสี่ยวฉุนเพิ่งจะอ้าปากเตรียมสั่งความ ทั้งยังคิดแล้วด้วยว่าจะหาของตอบแทนให้อีกฝ่ายอย่างไร ทว่าเขายังไม่ทันเอ่ยจบ พอผีเฒ่าเผยกาย เดิมทียังมีอาการมึนงง ทว่าแผล็บเดียวมันก็สั่นเทิ้มไปทั้งร่าง ดวงตาฉายประกายเจิดจ้าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แล้วพอเห็นรอบกายชัดเจนก็ถึงกับร้องอุทานเสียงหลง

“เผ่าปีศาจราคะ!!”

“สวรรค์ ไม่นึกเลยว่าจะเป็นเผ่าปีศาจราคะ ไม่นึกเลยว่า…จะมีแต่ราชินีปีศาจราคะ…แล้วก็ปราณของที่นี่…นี่คือปราณของต้นกำเนิดแห่งเต๋า!!” ใบหน้าผีตื่นเต้นขึ้นมาทันควัน ดวงตาทั้งคู่โชนแสงลุกเรือง

“ข้าผู้อาวุโสไม่ได้ลิ้มชิมรสของเผ่าปีศาจราคะมานานมากเหลือเกินแล้ว!!”

สีหน้าของผีเฒ่าฮึกเหิม ไม่จำเป็นต้องรอให้ป๋ายเสี่ยวฉุนสั่งความ ด้วยความดีใจมันก็พลันกระโจนเข้าใส่ราชินีปีศาจราคะที่อยู่ใกล้ที่สุดราวกับหมาป่าหิวโซ ปากก็ยิ่งร้องครวญด้วยความฮึกเหิม

ภาพนี้ทำเอาป๋ายเสี่ยวฉุนอึ้งค้าง เด็กชายที่อยู่บนท้องฟ้าก็ตะลึงงันไปอย่างสิ้นเชิง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!