Skip to content

A Will Eternal 1143

บทที่ 1143 คัมภีร์เกิดและตายแห่งปัจจุบัน

แม้ป๋ายเสี่ยวฉุนจะมีอำนาจอยู่ในซากพัดเล่มนี้เหมือนกัน แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ยังสู้วิญญาณวัตถุไม่ได้อยู่ดี ด้วยเหตุนี้ในอดีตเวลาที่วิญญาณวัตถุปรากฎตัวเขาจึงมองไม่เห็นอีกฝ่าย แต่ตอนนี้เมื่อเขาฝ่าห้าสิบด่านแรกมาได้สำเร็จ ทั้งยังมีตบะเป็นเทียนจุนช่วงกลาง อำนาจจิตจึงเฉียบคม ขณะเดียวกันสิทธิพิเศษของเขาก็เพิ่มสูงขึ้นด้วย

ต่อให้จะยังมองไม่เห็นเงาร่างของวิญญาณวัตถุ แต่จากความรู้สึกของเขาก็พอจะสัมผัสได้ว่ามีสายตาหนึ่งจ้องมองมาที่ตนจากตรงซี่พัด เขาจึงหันขวับกลับไปมอง

พอเขามองไป เด็กชายก็ผงะตกใจ รีบถอยหนีแล้วหายตัววับไปทันที

สิ่งที่สายตาของป๋ายเสี่ยวฉุนมองเห็นจึงมีเพียงความว่างเปล่า เขาหรี่ตาแค่นเสียงอยู่ในใจ

“ต้องเป็นเจ้าวิญญาณวัตถุนั่นแน่ๆ ที่แอบมองข้า ดูท่าจิตใจของเจ้าวิญญาณวัตถุนี่น่าจะมีปัญหา หาไม่แล้วเหตุใดถึงได้ชอบถ้ำมองนัก!” ป๋ายเสี่ยวฉุนพึมพำเบาๆ หลังจากถอนสายตากลับมาเขาก็คิดถึงผลเก็บเกี่ยวที่ตัวเองได้รับมาจากการทำความเข้าใจก่อนหน้านี้ นั่นจึงทำให้เขาอดตื่นเต้นไม่ได้

“ไม่เสียแรงที่เป็นต้นกำเนิดเต๋าของผู้แข็งแกร่งระดับผู้บงการ เพียงแค่ส่วนหนึ่งของวิชานั้นก็ทำให้ข้าอนุมานความคิดแห่งปัจจุบันกาลออกมาได้ ทั้งยังได้อาศัยความเป็นความตายในนั้นมาสร้างวิชาอภินิหารอย่างที่สองของข้าได้สำเร็จ!”

“คัมภีร์เกิดและตายแห่งปัจจุบัน!” ป๋ายเสี่ยวฉุนสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะลุกขึ้นยืน ทันใดนั้นก็โบกมือขวาหนึ่งครั้ง รอบกายเขาที่ทั้งๆ ที่เห็นว่าเป็นท้องฟ้าว่างเปล่า ทว่าจู่ๆ รอบทิศกลับบิดเบือนเหมือนถูกฉีกกระชาก แล้วพริบตาเดียวก็คล้ายว่าม่านฟ้าจะถูกกระชากลงมา

ขณะเดียวกันด้านหลังของป๋ายเสี่ยวฉุนยังมีประตูหินใหญ่ยักษ์โผล่ขึ้นมาจากความว่างเปล่า ประตูบานนี้เป็นสีดำ เต็มไปด้วยความอึมครึม ทั้งยังสลักรูปผีร้ายไว้นับไม่ถ้วน โดยเฉพาะด้านบนยังมีหุ่นไม้ชิ้นหนึ่งที่ถูกแกะสลักเอาไว้ หากมองอย่างละเอียดจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าหุ่นไม้นี้ก็คือหุ่นไม้ชวนสยองที่อยู่ในหมู่บ้านของเมืองเสวียนจิ่วก่อนหน้านี้

และนี่ยังเป็นเพียงแค่ริมขอบของประตูหินสีนิลเท่านั้น เพราะตรงกลางยังสลักหัวกะโหลกใหญ่ยักษ์เอาไว้หนึ่งหัว เมื่อเพ่งมองให้ชัดก็จะเห็นได้ว่านั่นคือใบหน้าของผู้เฒ่าคนหนึ่งที่ตายไปแล้ว กลิ่นอายแห่งความตายเข้มข้นอบอวล เป็นตัวแทนให้เห็นถึงความตาย

ประตูนี้ ก็คือประตูแห่งความตาย!

ผีร้ายที่อยู่รอบด้านก็คือผีน่ากลัวทั้งหมดที่ป๋ายเสี่ยวฉุนเคยพบเจอมาในชีวิตนี้ ส่วนใบหน้าของผู้เฒ่าก็ก่อตัวขึ้นมาจากต้นกำเนิดเต๋าเป็นตาย เป็นตัวแทนของความตาย!

ประตูแห่งความตายอยู่เบื้องหลัง ป๋ายเสี่ยวฉุนที่ดวงตาโชนแสงคมกริบยกมือขวาขึ้นแล้วชี้ไปยังซี่พัด ตรงตำแหน่งที่เขาจับได้ว่ามีคนแอบมอง

การชี้ครั้งนี้ทำให้บนซี่พัดส่งเสียงครืนครั่นพร้อมก่อประตูหินบานที่สองขึ้นมา

ประตูหินบานนี้เป็นสีขาว รอบด้านสลักพืชพรรณจำนวนนับไม่ถ้วนที่ป๋ายเสี่ยวฉุนเคยเห็นมาทั้งชีวิตซึ่งเป็นตัวแทนของชีวิตชีวา เป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ เป็นตัวแทนของพลังชีวิต

และตรงกลางประตูใหญ่สีขาวบานนี้ก็สลักใบหน้าของทารกที่เพิ่งจะถือกำเนิดเอาไว้!

อีกทั้งเมื่อมองใบหน้านี้ หูยังคล้ายจะได้ยินเสียงของเด็กทารกร้องดังลอยมาแว่วๆ ด้วย ประตูบานนี้…ก็คือประตูแห่งการเกิด!

นี่ก็คือประตูหินแห่งการเกิดและการตายสองบานที่จำแลงมาจากคัมภีร์เกิดและตายแห่งปัจจุบันของป๋ายเสี่ยวฉุน เมื่อตัวเขายืนอยู่หน้าประตูแห่งการตาย และศัตรูทั้งหมดที่ดาหน้ามาจากทิศทางของประตูแห่งการเกิดขยับเข้ามาใกล้ตน ก็หมายความว่าขยับเข้ามาใกล้ความตาย คนเหล่านั้นจะอ่อนกำลังลงเรื่อยๆ แล้วก็เพราะว่าเป็นเต๋าแห่งกาลเวลา ถึงทำให้อานุภาพของวิชาอภินิหารนี้ทบทวีขึ้นไปอีกระดับ ไม่ว่าคนใดก็ตามที่พุ่งมาจากประตูแห่งการเกิด ระหว่างที่ขยับเข้ามาใกล้พลังชีวิตก็จะเสื่อมถอยและแก่ชราลงอย่างรวดเร็ว ประหนึ่งคนผู้หนึ่งที่เดินจากช่วงรุ่งอรุณไปสู่ยามสนธยา!

จากการเกิดสู่ความตาย และยังสามารถสับเปลี่ยนได้ตามใจต้องการ อานุภาพนี้มากมหาศาลจนป๋ายเสี่ยวฉุนที่แค่ลองสร้างมันขึ้นมาตามการบรรลุเมื่อไม่นานมานี้ยังประหวั่นพรั่นพรึง และการที่เขาสามารถสร้างคัมภีร์เกิดและตายแห่งปัจจุบันขึ้นมาได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือต้นกำเนิดเต๋าเป็นตายของผู้บงการ!

ป๋ายเสี่ยวฉุนสูดลมหายใจอย่างเชื่องช้า สัมผัสได้ถึงพลังตบะที่แผ่ไพศาลอยู่ในร่างตัวเอง เขาก็เชิดหน้าอย่างเย่อหยิ่ง ไม่คิดจะอำพรางตบะอีกต่อไป

“ต่อให้มีคนรู้ว่าตบะของข้าฝ่าทะลุและเดาได้ว่าข้าพบเจอโชควาสนาครั้งใหญ่ แต่แล้วจะอย่างไรเล่า ข้าจะบอกกับพวกเขาไปตรงๆ เลยว่า นายท่านเช่นข้ากลืนพลังชีวิตส่วนหนึ่งมาจากรังไหมยักษ์” ป๋ายเสี่ยวฉุนใคร่ครวญอยู่กับตัวเองพักหนึ่ง หลังจากแน่ใจว่าไม่มีปัญหาก็เหล่ตามองไปยังตำแหน่งที่ตั้งของประตูแห่งการเกิดด้วยท่าทางจองหอง เงียบคิดเล็กน้อย เขาก็ยกมือขวากระดิกเรียกไปทางนั้น

“เจ้ามานี่สิ” ป๋ายเสี่ยวฉุนพูดอย่างลำพองใจ

ข้างประตูแห่งการเกิด เด็กชายที่จำแลงมาจากวิญญาณวัตถุจ้องป๋ายเสี่ยวฉุนด้วยดวงตาแดงก่ำ หากมันมีอำนาจมากพอ มันจะต้องฆ่าป๋ายเสี่ยวฉุนให้ตายพันครั้งหมื่นครั้ง แต่ตอนนี้มันกลับจำต้องยอมให้อีกฝ่ายอย่างจำใจ

“รังแกกันมากเกินไปแล้ว!!” เด็กชายโกรธจนสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง มันรู้สึกว่าชั่วชีวิตที่ผ่านมาไม่เคยเห็นใครที่ไร้ยางอายขนาดนี้มาก่อน ในใจจึงแผดเสียงร้องคำรามติดๆ กัน แล้วก็สาบานกับตัวเองนับครั้งไม่ถ้วนว่า คราวหน้ามันต้องเล่นงานป๋ายเสี่ยวฉุนให้ตายให้จงได้

แม้ป๋ายเสี่ยวฉุนจะมองไม่เห็นเด็กชาย แต่ก็สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความกระหยิ่มใจ เขาย่อมไม่โง่ไปฝ่าด่านต่อ แต่คิดว่ารอให้อีกฝ่ายหลับเมื่อไหร่ ตนค่อยเข้าไปในด่านอีกครั้งก็ยังไม่สาย พอคิดมาถึงตรงนี้ร่างของเขาก็พลันพร่าเลือนแล้วก็หายไปจากซากพัด

จนกระทั่งป๋ายเสี่ยวฉุนจากไปแล้ว เสียงคำรามแหบแห้งของเด็กชายวิญญาณวัตถุถึงได้ดังก้องไปทั่วซากพัด มันเหมือนเด็กน้อยเจ้าอารมณ์คนหนึ่งที่บินว่อนไปทั่วซากพัดแล้วแผดเสียงคำราม คำผรุสวาทสาบานว่าจะต้องกำจัดป๋ายเสี่ยวฉุนดังสะท้อนไม่ขาดเสียง

ส่วนป๋ายเสี่ยวฉุนในเวลานี้ก็ได้มาปรากฏตัวในห้องลับของเขตการปกครองอวิ๋นไห่แล้ว เพิ่งจะปรากฏตัวเขาก็ได้รับสรุปรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่เขาไม่อยู่จากทั้งต้าเทียนซือและราชาผียักษ์ทันที

ป๋ายเสี่ยวฉุนถือแผ่นหยกไว้ในมือแล้วกวาดอำนาจจิตไปอ่าน แต่อ่านไปอ่านมา เขากลับขมวดคิ้วมุ่น

“เมื่อเจ็ดวันก่อน เทียนจุนมารดาผีถูกจักรพรรดิแสเรียกตัวกลับนครจักรพรรดิแส?”

“ส่งเทียนจุนปฐพีพินาศมาเฝ้ารักษาการณ์แทน!” ป๋ายเสี่ยวฉุนหรี่ตาครุ่นคิด

ลึกๆ ในใจเขารู้สึกอาลัยอาวรณ์กับการจากไปของกงซุนหว่านเอ๋อร์ไม่น้อย ส่วนปฐพีพินาศผู้นี้เขาไม่รู้จัก แต่ก็เคยได้ยินคนพูดถึงมาก่อน เพราะอย่างไรซะในดินแดนเซียนนิรันดร์กาลตอนนี้ก็มีเทียนจุนอยู่ทั้งหมดแค่สิบสองคน แต่ละคนย่อมรู้จักกันเป็นอย่างดี

อย่างเทียนจุนทั้งเจ็ดท่านของราชวงศ์จักรพรรดิแส ป๋ายเสี่ยวฉุนเคยพบมาก่อนห้าท่าน นอกจากกงซุนหว่านเอ๋อร์และนักพรตทงเทียนแล้ว ยังมีเทียนจุนจักษุไพศาล หยวนเยาจื่อและซื่อหลิงซ่างเหริน

และข้อมูลในแผ่นหยกก็บอกไว้ว่าเมื่อกงซุนหว่านเอ๋อร์จากไป กิจการการหลอมพลังจิตในหลายเขตการปกครองของทิศเหนือก็อยู่ในสภาวะชะลอตัวเพื่อรอดูสถานการณ์ ต้าเทียนซือระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง เขาไม่ได้ออกหน้าด้วยตัวเอง แต่ไปซื้อตัวครึ่งเทพคนหนึ่งของราชวงศ์จักรพรรดิแสที่อยู่ทิศเหนือ จากนั้นก็ให้อีกฝ่ายคอยแสดงไมตรีไปให้แก่เทียนจุนปฐพีพินาศ ทั้งยังเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ให้อีกด้วย

เรื่องนี้จบลงอย่างไร ยังไม่มีรายงานมาแจ้ง

ขณะเดียวกันในเนื้อความของต้าเทียนซือก็บอกแล้วว่าบางทีการจากไปของกงซุนหว่านเอ๋อร์อาจจะเป็นเรื่องดี อย่างน้อยกิจการด้านการหลอมพลังจิตก็สามารถติดตามกงซุนหว่านเอ๋อร์เข้าไปแทรกซึมสู่ที่พื้นที่ดั้งเดิมของราชวงศ์จักรพรรดิแส เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะยิ่งทำให้ชื่อเสียงของเขตการปกครองอวิ๋นไห่โด่งดังยิ่งกว่าเดิม

อ่านข้อความทั้งหมดจบ ป๋ายเสี่ยวฉุนไม่เจอเบาะแสที่เกี่ยวข้องกับเมืองเสวียนจิ่วเลย และช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ดินแดนเซียนแห่งที่สองก็สงบร่มเย็นเป็นอย่างดี ราวกับว่าเหตุการณ์ในเมืองเสวียนจิ่วเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุครั้งหนึ่งเท่านั้น

ทว่าในใจของป๋ายเสี่ยวฉุนกลับยังไม่เป็นสุข เขารู้ดีว่ามือที่เต็มไปด้วยเกล็ดสีแดงซึ่งยื่นออกมาจากรังไหม รวมถึงพลังพินาศฟ้าทำลายดินในท้ายที่สุดนั่น ไม่ใช่สิ่งที่เทียนจุนจะทานรับได้เลย

ขณะเดียวกันแม้พลังชีวิตที่เขาขโมยมาจะทำให้อีกฝ่ายเกิดข้อบกพร่อง แต่ข้อบกพร่องนี้ใช่ว่าจะไม่สามารถแก้ไขได้ ป๋ายเสี่ยวฉุนนิ่งคิดไปพักใหญ่ก็ลุกขึ้นยืน เตรียมจะไปตรวจสอบเขตการปกครองอวิ๋นไห่ด้วยตัวเอง

ทว่าทันใดนั้นอำนาจจิตของต้าเทียนซือกลับส่งตรงมาจากทิศไกล คราวนี้เต็มไปด้วยความร้อนรนกระวนกระวายซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นอาการจริงมากกว่าครั้งก่อนที่แกล้งทำ และพอมาถึงก็รีบส่งข้อความเสียงมาให้ป๋ายเสี่ยวฉุนผ่านอำนาจจิตอย่างไม่ยอมเสียเวลา

“เทียนจุน ข้าผู้อาวุโสมีเรื่องจะรายงาน!!”

“สี่เขตการปกครองทางทิศเหนือ เทียนจุนมารดาผีถูกเรียกตัวกลับไป เทียนจุนปฐพีพินาศมารักษาการณ์แทน ตบะของคนผู้นี้คือเทียนจุนช่วงต้น ท่าทีที่เขามีต่อคนของโลกทงเทียนเราไม่เป็นมิตรอย่างยิ่ง เพียงแค่ครึ่งเทพคนที่ข้าผู้อาวุโสซื้อตัวไว้ไปเสนอไมตรีต่อเขาก็ถูกเทียนจุนปฐพีพินาศผู้นี้กำราบโดยการจับขังคุกหลวงทันที!”

“ขณะเดียวกันเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนเทียนจุนปฐพีพินาศก็มีคำสั่งออกมาว่าให้จับตัวคนของโลกทงเทียนทุกคนที่อยู่ในสี่เขตการปกครองทิศเหนือ ซึ่งคนส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนที่พวกเราส่งตัวไปอยู่ตามร้านต่างๆ ทั่วทุกเขตการปกครอง!!”

“เขายังป่าวประกาศด้วยว่าจะส่งตัวคนเหล่านั้นไปยังราชวงศ์จักรพรรดิแส เพื่อให้องค์ชายใหญ่ของราชวงศ์จักรพรรดิแสทำการศึกษาและไขความลับด้านการหลอมพลังจิต!”

“ข้าผู้อาวุโสวิเคราะห์ว่าเขาน่าจะอยากได้รับผลประโยชน์ที่มากกว่าเดิม เขตการปกครองของเราสามารถสละผลประโยชน์บางส่วนได้ เพียงแต่ว่าเรื่องแบบนี้คงต้องให้เทียนจุนออกหน้าด้วยตัวเองเท่านั้น”

อำนาจจิตของต้าเทียนซือดังก้องอยู่ข้างหูของป๋ายเสี่ยวฉุน ส่วนร่างของเขาเวลานี้ก็กำลังเร่งรุดมาอย่างรวดเร็ว พอป๋ายเสี่ยวฉุนฟังจบก็เงยหน้าขึ้นมองไปทางทิศเหนือทันที

“คิดจะรีดไถข้า?” ป๋ายเสี่ยวฉุนตรวจสอบตบะของตัวเองจนแน่ใจดีแล้วก็แผ่อำนาจจิตไปถามต้าเทียนซือที่กำลังบินมา

“เจ้าแน่ใจรึว่าเขาคือเทียนจุนช่วงต้น?”

“แน่ใจ ข้าเตรียมรายการของขวัญเอาไว้แล้ว เทียนจุนท่าน…” ต้าเทียนซือที่บินมากลางอากาศรีบร้อนตอบกลับ แต่เขายังไม่ทันพูดจบ ป๋ายเสี่ยวฉุนกลับถลึงตาใส่เสียก่อน

“รายการของขวัญอะไรกัน เจ้าเทียนจุนปฐพีพินาศผู้นี้ใหญ่นักหรือไง!” ป๋ายเสี่ยวฉุนระเบิดพลังอำนาจแล้วโผล่พรวดมาอยู่กลางอากาศ ก่อนจะบ่ายหน้าตรงไปยังทิศเหนือพร้อมเสียงอึกทึกไปตลอดทาง!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!