บทที่ 344 การต่อสู้ที่หน้าประตูบ้าน
หวังเป่าเล่อสับสนงุนงงและกำลังพยายามทำความเข้าใจว่าสิ่งที่เห็นนั้นคืออะไรกันแน่ ลาสีขาวยืนอยู่ภายในรั้วพลางยื่นศีรษะออกมา มันมีสีหน้าและแววตายุ่งยากใจ ดูกล้าๆ กลัวๆ ก่อนจะจ้องมองไปรอบๆ ไม่กล้าตัดสินใจว่าจะออกมาด้านนอก ดีหรือไม่
หวังเป่าเล่อแปลกใจยิ่ง สิงโตเริ่มหอนเงียบๆ อีกครั้งและทำท่าทีพยักเพยิดไปทางลาขาว มันขยับตัวเล็กน้อยระหว่างที่หอน ขนสีขาวสะท้อนแสงอาทิตย์ออกมาเป็น สีทองอร่ามสวยงามจนแทบไม่อยากละสายตา
ประกายตาแปลกๆ ในดวงตาของลาขาวยิ่งฉายแสงกล้าขึ้น ดูราวกับว่ามันได้ตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว มันค่อยๆ เดินออกมาอย่างแช่มช้า…ผ่านวงแหวนปราณที่ปกป้องฐานที่มั่นของกองทัพเอาไว้…
ลาขาวเดินทะลุผ่านวงแหวนปราณออกมายืนเคียงข้างสิงโต ก่อนจะใช้จมูกดุน อีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา หวังเป่าเล่อได้แต่จ้องมองปากอ้าค้างเมื่อเห็นเจ้าลาดำที่ซ่อนตัวอยู่ปรากฏออกมาในทันใด เจ้าลาดำรวดเร็วราวอัสนีสีดำ มันพุ่งเข้าไปหาลาขาวด้วยความเร็วจนทิ้งภาพติดตาเอาไว้เบื้องหลัง
เจ้าลาดำโผล่ออกมารวดเร็วและไม่ได้คาดหมาย แต่ลาขาวก็ว่องไวไม่แพ้กัน มันเบิกตากว้างและถอยหนีอย่างรวดเร็ว แต่ก็สายไปเสียแล้ว…สิงโตอ้าปากออกกว้างก่อนจะกัดลาขาวเข้าเต็มเปาด้วยสายตาเศร้าสร้อย
ลาขาวตกตะลึง มันหยุดก่อนตั้งท่าจะส่งเสียงร้อง แต่เจ้าลาดำเข้ามาถึงอย่างรวดเร็วก่อนจะเตะเข้าที่หัวของลาขาวอย่างแรง ลูกเตะนั้นส่งเสียงดังสนั่น แถมยัง ทรงพลังจากการเร่งความเร็วอย่างกะทันหัน ลาขาวหมดสติไปแทบจะในทันที มันมองเห็นดาวหมุนวนอยู่รอบหัวก่อนจะสลบไปโดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้องออกมา
ลาขาวล้มลงกระทบพื้นเสียงดัง หวังเป่าเล่อได้แต่จ้องมองขณะที่เจ้าลาดำย่างสามขุมเข้ามาอย่างตื่นเต้น ก่อนจะกัดหูของลาขาวและเริ่มออกวิ่งลากลาขาวไปกับพื้น
มันยังหันกลับมาส่งสายตาให้สิงโตอีกด้วย สีหน้าของสิงโตแปรเปลี่ยนจากเกรงกลัวเป็นปลื้มปริ่มในบัดดล มันได้รับอนุญาตให้ไปได้แล้ว สิงโตตัวสั่นเทาก่อนจะวิ่งหนีหางจุกก้นหายลับไป
เจ้าลาดำไม่สนใจสิงโตแม้แต่น้อย นัยน์ตาของมันเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น มันหนีไปในทันทีพร้อมทั้งคาบลาขาวเอาไว้ในปาก ก่อนจะหายวับไปในบัดดล พลางส่งเสียงฟืดฟาดออกมาทางจมูกด้วยความตื่นเต้นดีใจ
หวังเป่าเล่อผู้ตกตะลึงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกตะลึงถึงเพียงนี้ กับลาตัวหนึ่ง เจ้าลาดำของเขานั้นดูเหมือนสัตว์ที่โง่เขลา ใครจะไปคาดคิดว่ามันจะใช้กับดักบุรุษพิฆาตเป็นเสียด้วย…
สิงโตตัวนั้นดูว่าง่ายราวกับถูกเจ้าลาดำกดขี่อยู่เป็นนิจเสมือนเป็นเป้านิ่ง เหมือนมันไม่อาจขัดคำสั่งของเจ้าลาดำได้จึงถูกบังคับให้มาหลอกล่อลาขาว
เมื่อเห็นอาการของลาขาวเมื่อครู่ หวังเป่าเล่อจึงอนุมานได้ว่าเจ้าลาดำวางแผนมาเป็นอย่างดี ความรู้สึกสุดประหลาดผุดขึ้นในใจเขา…
หรือลาขาวกับสิงโตจะเป็นคู่รักกันมาก่อน หวังเป่าเล่อคิด นัยน์ตาของชายหนุ่มเบิกโพลง เขาพักความสงสัยว่าทั้งสองลงเอยกันได้อย่างไรเอาไว้ก่อน หากเรื่องนี้เป็นความจริงและเขาเดาถูก ก็เป็นไปได้ว่าเจ้าลาดำได้ทำสิ่งที่เลวร้ายลงไปเสียแล้ว
เหมือนกับการลักพาตัวชายคนรักของใครสักคน แล้วบังคับให้ชายหนุ่มล่อ หญิงคนรักออกมาในที่แจ้ง…แล้วค่อยทุบศีรษะนางแล้วลากเอาตัวไป…หวังเป่าเล่อ ยกมือขึ้นตบหน้าผาก ชายหนุ่มรีบสัมผัสหาว่าเจ้าลาดำไปอยู่ที่ใด แต่ไม่ช้าเขาก็ ถอนใจออกมาดังๆ
หวังเป่าเล่อรู้ฤทธิ์ความสามารถในการซ่อนตัวตนของเจ้าลาเป็นอย่างดี ขณะนี้เขาไม่สามารถสัมผัสถึงเจ้าลาดำได้อีกต่อไป มันหายไปอย่างไร้ร่อยร่องรอย ชายหนุ่มต้องใช้ความพยายามอีกมากในการตามหามันให้พบอีกครั้ง
ช่างมันแล้วกัน…หวังเป่าเล่อยิ้มอย่างอ่อนใจพลางโคลงศีรษะไปมา เขาคิดว่าอาจจะคิดมากไปเอง ก่อนจะรีบมุ่งหน้ากลับสำนักศึกษา แต่ก็ยังไม่วายคิดถึงเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ขึ้นมาอีก
เจ้าลาเงียบหายตัวไปตลอดทั้งวัน ด้านหวังเป่าเล่อนั้นในที่สุดก็หยุดคิดถึงเรื่องนี้ได้ในตอนกลางดึก ชายหนุ่มกำลังนิ่งเงียบเพื่อนั่งสมาธิ แต่จู่ๆ ก็ต้องเปิดตาขึ้นมาและจ้องมองไปทางประตู
เจ้าลาเดินเหยาะย่างมาแต่ไกล มันกลับเข้ามาในที่พักพร้อมแววตาสุขสม อารมณ์หมาย ความตื่นเต้นยินดีแพร่กระจายออกมาจากตัวราวกับว่าเพิ่งได้ในสิ่งที่ต้องการมานาน ช่างแตกต่างกับอารมณ์ของมันในช่วงหลายสัปดาห์ก่อน ราวกับว่าความตื่นเต้นก่อนหน้านั้นมาจากการเฝ้ารอคอย… และมาวันนี้มันก็ได้บรรลุเป้าประสงค์อย่างหนึ่งในชีวิตแล้ว
เจ้าลาไม่อาจปิดบังสีหน้าอิ่มเอมใจได้เมื่อมันเจอหวังเป่าเล่อ มันเริ่มส่งเสียงดังอย่างร่าเริง หวังเป่าเล่อรู้สึกปวดหัวตุบๆ ขึ้นมาในทันใด เขาผุดลุกขึ้นยืนพร้อมสีหน้าขึงขัง ก่อนจะพุ่งไปจับหูเจ้าลาเอาไว้อย่างรวดเร็ว
“หายไปไหนมาทั้งวัน บอกข้ามาเดี๋ยวนี้นะ!” หวังเป่าเล่อตะโกน สีหน้าขึงขังของเขาราวกับขู่ว่าจะทุบตี
เจ้าลาถึงกับนิ่งงันไป แววตาตกใจปรากฏขึ้นในดวงตาใสซื่อที่จ้องมองหวังเป่าเล่อด้วยความงุนงง มันดูเหมือนจะไม่เข้าใจว่าทำไมจึงโดนหวังเป่าเล่อตวาดเอาอีกในวันนี้
“ไม่ต้องมาทำเป็นใสซื่อต่อหน้าข้า เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเจ้าไปทำสิ่งใดมา ตีหน้าซื่อต่อไปเถิด ข้าจะปิดปากเจ้าเสียอีกทั้งเดือนเลยเชียว!” หวังเป่าเล่อจ้อง เจ้าลาเขม็ง มันตัวสั่นเทาทันทีที่ได้ยิน สีหน้าใสซื่อและสับสนหายไปจากใบหน้า อย่างรวดเร็ว ขณะนี้เจ้าลากำลังพยายามออดอ้อนหวังเป่าเล่อด้วยการเอาจมูกไปดุน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นขณะที่หวังเป่าเล่อยังจับหูมันเอาไว้แน่น
“เจ้า…” หวังเป่าเล่อกำลังจะพูดบางอย่างแต่เขาหันไปเห็นสิ่งหนึ่งบนตัวเจ้าลาเสียก่อน เมื่อมองดูใกล้ๆ แล้วจึงเห็นว่าบนตัวของมันมีขนสีขาวติดอยู่จำนวนมาก…
หวังเป่าเล่อถอนหายใจ ชายหนุ่มรู้ดีว่าไม่ต้องไต่ถามหาความกันอีกต่อไป ชัดเจนแล้วว่า สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างลาทั้งสองตัวนั้นเป็นกิจกรรมที่รุนแรงอยู่พอสมควร
หวังเป่าเล่อปล่อยมือจากหูเจ้าลาขณะที่ความฉุนเฉียวก่อตัวขึ้นในใจเขา ชายหนุ่มไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดคนที่ยอดเยี่ยมเช่นเขาจะต้องมาติดอยู่กับลาที่ลามก จกเปรตเช่นนี้!
“ระวังอย่าให้ถูกจับได้แล้วกัน เจ้าลาบ้ากาม ทำไมข้าถึงต้องมาดูแลเจ้ากันนะ ข้าเสียใจที่สุดเลยที่ฟักเจ้าออกมา!”
“ดูลาบ้านอื่นเขาสิ พวกมันตกลูกออกมา แต่เจ้ากลับฟักออกมาจากไข่…เจ้าไม่ควร จะชื่อไสหัวไปด้วยซ้ำ เจ้าควรจะชื่อเจ้าลาโง่!” หวังเป่าเล่อถอนหายใจด้วยความโกรธก่อนจะยักไหล่ เจ้าลาทำให้เขาโมโหจนหมดสิ้นถ้อยคำ
เจ้าลาเฝ้ามองดูขณะที่หวังเป่าเล่อปล่อยมือออกจากหู ดูเหมือนมันจะเข้าใจที่หวังเป่าเล่อพูดแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ มันจ้องมองหวังเป่าเล่อด้วยความอิ่มเอมใจก่อนจะเดินกลับไปยังมุมห้อง ลดตัวลงนอนบนพื้นและปิดตาลงพลางนึกทบทวนถึงวันนี้ทั้งวัน อยู่ในใจ นานๆ ครั้งก็จะยิ้มหรือผงกศีรษะอยู่ไปมา ดูราวกับว่าอยากส่งเสียงร้องออกมาดังๆ แต่ไม่กล้า ได้เพียงแต่ส่งเสียงออกมาอย่างแผ่วเบาไม่กี่ครั้งเท่านั้น
หวังเป่าเล่อถอนหายใจอีกครั้งขณะจ้องมองไปยังเจ้าลา ชายหนุ่มตัดสินใจเมินมันและกลับไปทำสมาธิต่อ หลายวันผ่านไป เจ้าลายังคงออกจากที่พักแต่เช้าตรู่และกลับมาค่ำมืด แต่หวังเป่าเล่อไม่ได้สนใจมันอีกต่อไป นอกจากฝึกตนแล้ว ชายหนุ่ม ก็เดินไปไถ่ถามข้อมูลเรื่องเขตนครใหม่บนดาวอังคารจากผู้คน
ห้าวันต่อมาในตอนบ่าย หวังเป่าเล่อเพิ่งจะนั่งสมาธิเสร็จ ชายหนุ่มกำลังพูดคุยกับจินตั้วจื่อในห้องทำงาน เขาตัดสินใจจะส่งจินตั้วจื่อไปสืบหาข่าวเกี่ยวกับเขตนครใหม่บนดาวอังคาร เด็กหนุ่มเทิดทูนหวังเป่าเล่อเป็นแบบอย่าง ดังนั้นทุกคำที่เขาพูดจึงเป็นดั่งพรของพระโพธิสัตว์
“ตั้วจื่อ เจ้าเป็นศิษย์ที่ข้าคาดหวังไว้สูงสุดและใส่ใจมากที่สุดอีกด้วย ข้าคาดหวังว่า เจ้าจะประสบความสำเร็จ จึงมีภารกิจจะมอบให้เจ้าอย่างหนึ่ง…” หวังเป่าเล่อกระแอมกระไอ จินตั้วจื่อจ้องมองเขา ใจของเด็กหนุ่มเปี่ยมล้นไปด้วยความตื่นเต้น ดวงตาส่องประกายเจิดจ้า หวังเป่าเล่อพึงใจเป็นอย่างยิ่งและกำลังจะอ้าปากบอกภารกิจออกไป
ทว่าทันใดนั้นเอง เสียงร้องของลาที่คุ้นเคยก็ดังมาจากสนามของสำนักศึกษา และคราวนี้ดังเป็นพิเศษ
เสียงร้องของเจ้าลาสะท้อนก้องไปทั่ว และเสียงตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดก็ดังไล่หลังมา “หวังเป่าเล่อ เจ้าจะทำเกินไปแล้ว!”
เสียงร้องของเจ้าลาแล้วเสียงตะโกนนั้นดังก้องไปทั่วสำนักศึกษา หวังเป่าเล่อตัวแข็ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปทันที เขามองออกไปด้านนอกด้วยนัยน์ตาเบิกโพลง
ลาดำของเขากำลังวิ่งตรงดิ่งเข้ามาทางห้องทำงาน มีกงเต๋าผู้เกรี้ยวกราดไล่หลังมาติดๆ ชายหนุ่มโกรธจัด ใต้วงแขนของเขาคือ ลาขาวที่อิดโรย มันดูอ่อนแอและเปราะบางราวกับว่ากำลังจะสิ้นใจ
กงเต๋าวิ่งตรงมาราวกับคนเสียสติ
