บทที่ 343 แผนบุรุษพิฆาตอย่างนั้นหรือ
“ลูกพี่จิน หากเจ้ามีสิ่งใดในใจก็โปรดพูดออกมาเถิด!” หวังเป่าเล่อครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะก่อนจะหันไปจ้องตาจินตั้วหมิง ชายหนุ่มรู้ดีแก่ใจ จินตั้วหมิงเองไม่ได้ติดค้างบุญคุณเขาแต่อย่างใด ยิ่งไปกว่านั้นอัตชีวประวัติของเจ้าพนักงานระดับสูงยังระบุข้อคิดหนึ่งไว้อย่างชัดเจน หวังเป่าเล่อใช้เวลาพิจารณาข้อคิดนี้ไปมากมายแต่สุดท้ายแล้วก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ ข้อคิดนั้นก็คือ…สิ่งที่มีราคาแพงที่สุดในโลกคือสิ่งที่ได้มาเปล่าๆ!
ชัดเจนว่าเมื่อจินตั้วหมิงเดินทางมาและเสนอจะช่วยเหลือหวังเป่าเล่อถึงที่เช่นนี้ย่อมต้องมีข้อแลกเปลี่ยน อันที่จริงแล้วหวังเป่าเล่อคงจะแปลกใจมากๆ หาก จินตั้วหมิงไม่ได้ต้องการสิ่งใดตอบแทน
“ข้าจะสนับสนุนการลงสมัครของเจ้าจนถึงที่สุด แต่เรื่องนี้กระทบกับ ฝ่ายการเมืองหลายฝ่ายบนดาวอังคาร คู่แข่งของเจ้าคือตัวแทนจากกลุ่มการเมืองทั้งหลายเหล่านี้ ข้าไม่อาจรับประกันได้ว่าจะทำสำเร็จ…หากข้าล้มเหลวก็ขอให้เรื่องนี้จบลงไป แต่หากข้าทำสำเร็จ ข้าต้องการให้เจ้าสัญญากับข้าสิ่งหนึ่ง หวังเป่าเล่อ!”
“สัญญาสิ่งใดหรือ” หวังเป่าเล่อหรี่ตาขณะที่จ้องมองไปยังจินตั้วหมิงอย่างตั้งใจ
“เมื่อเวลามาถึง ขอให้เจ้าให้การเกื้อหนุนพวกเรากลุ่มไตรจันทรา โดยต้องไม่ทำผิดกฎข้อบังคับใดๆ ของสหพันธรัฐ…” จินตั้วหมิงจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของ หวังเป่าเล่อ ก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ
หวังเป่าเล่อนิ่งคิดอยู่ชั่วอึดใจ จากนั้นจึงตอบกลับไป “เจ้ามั่นใจเพียงใดว่าจะช่วยให้ข้าเป็นหนึ่งในผู้ลงสมัครได้สำเร็จ”
จินตั้วหมิงชะงักไปชั่วครู่ เขาไม่ได้มั่นใจในตนเองขนาดนั้น เมื่อไตร่ตรองดีแล้วชายหนุ่มจึงโคลงศีรษะ
“มีตัวแปรมากมายเกินไป ข้ามั่นใจเพียงร้อยละห้าสิบเท่านั้น”
“หากเป็นเช่นนั้นโปรดเพิ่มเงื่อนไขอีกข้อหนึ่งลงในข้อตกลงของเรา ข้าจะช่วยเหลือเจ้าตราบใดที่สิ่งนั้นไม่ขัดแย้งกันกับหลักการชีวิตของข้า! ในเมื่อเจ้ามั่นใจเพียงร้อยละห้าสิบ ข้าก็จำต้องไปหาคนอื่นเพื่อช่วยข้าในอีกห้าสิบส่วนที่เหลือ” หวังเป่าเล่อสัมผัสได้ถึงกับดักที่อยู่ในคำพูดของอีกฝ่าย เป็นเหตุให้เขาเองก็ต้องวาง กับดักขึ้นมาเช่นกัน หากไม่มีความจำเป็นต้องใช้ก็ไม่เป็นไร แต่จำเป็นจะต้องมีเอาไว้
จินตั้วหมิงใคร่ครวญข้อเสนอของหวังเป่าเล่ออยู่ชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้าออกมาในที่สุด ทั้งสองจ้องมองตากันอยู่นานก่อนที่สุดท้ายต่างฝ่ายต่างก็หัวเราะออกมา จากนั้น จินตั้วหมิงก็หันหลังกลับทันที ชายหนุ่มกังวลว่าหวังเป่าเล่อจะชวนคุยเรื่องลาอีกคำรบ เขาจึงพูดอีกสองสามประโยคก่อนจะเอ่ยลาแล้วรีบจากไปอย่างรวดเร็ว
ดูเขารีบกลับเสียจริง หวังเป่าเล่อโคลงศีรษะด้วยความเสียดาย เขาเองอยากจะคุยเรื่องเจ้าลาต่ออีกสักหน่อย แต่เพราะจินตั้วหมิงรีบรุดกลับไปเสียก่อนจึงพลาดโอกาสไป ชายหนุ่มถอนหายใจและโคลงศีรษะอีกครั้งก่อนจะกลับไปยังห้องทำงานและติดต่อไปหาหลินเทียนหาวในทันที
หวังเป่าเล่อขอให้หลินเทียนหาวช่วยพูดกับบิดาเรื่องข้อความที่ท่านได้ทิ้งไว้ให้ ขณะนี้ชายหนุ่มต้องการความช่วยเหลือแล้ว
หลินเทียนหาวไม่ทราบรายละเอียดแต่เข้าใจว่าคงเป็นเรื่องใหญ่เพราะบิดา พูดถึงอย่างจริงจังเช่นนั้น จึงส่งข้อความเสียงไปหาบิดาในทันที หลินโยวบอกให้ หลินเทียนหาวรายงานหวังเป่าเล่อว่าจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือ แต่ก็พูดคล้ายกันกับจินตั้วหมิง เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ยิ่งและตัวเขาเองก็ไม่มั่นใจว่าจะทำสำเร็จ
แต่หวังเป่าเล่อก็คิดว่าเท่านี้ก็เพียงพอ เขาจะได้รับการสนับสนุนจากทั้งจินตั้วหมิงและหลินโยว แม้ไม่ได้หมายความว่าจะสำเร็จแน่นอน แต่ก็เช่นเดียวกับทุกสิ่งในชีวิต ไม่มีใครยืนยันได้ว่าสิ่งใดจะสำเร็จแน่นอนเสมอไป
หวังเป่าเล่อจึงปล่อยวางเรื่องนี้และเฝ้ารอดูผลสรุป ในระหว่างนั้นชีวิตก็กลับมาเป็นปกติ ชายหนุ่มกลับมาคร่ำเคร่งกับการฝึกตนและหลอมหุ่นเชิดตัวแล้วตัวเล่าเช่นเคย
เจ้าลายังคงออกจากบ้านแต่หัววันและกลับบ้านดึกดื่น แถมพฤติกรรมนั้นก็ถี่ขึ้นทุกที หวังเป่าเล่อเฝ้ามองมาสักระยะหนึ่งแล้ว จนในที่สุดก็ไม่อาจทนความสงสัยได้อีกต่อไป ในเช้าวันหนึ่งหลังจากผ่านมาสองสามวัน ชายหนุ่มสังเกตเห็นเจ้าลาดูกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษ ดูมันตื่นเต้นกว่าทุกวัน
หวังเป่าเล่อเฝ้ามองเจ้าลารีบรุดออกจากที่พักไปในตอนเช้าตรู่ มันไปกลิ้งเกลือกอยู่ในสระของสำนักศึกษาราวกับกำลังชำระล้างร่างกาย ทำให้ชายหนุ่มประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง
เจ้าลาจะไปทำสิ่งใดกันแน่นะ! หวังเป่าเล่อนึกย้อนไปถึงพฤติกรรมของเจ้าลาในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตอนแรกๆ ก็มีความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย และความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นก็ค่อยๆ เด่นชัดขึ้นทุกที มาถึงวันนี้มันทำตัวต่างไปจากที่เคย
ราวกับว่าเจ้าลาได้วางแผนสิ่งใดมาเป็นเวลายาวนาน และวันนี้คือวันที่จะลงมือปฏิบัติตามแผนการยิ่งใหญ่นี้เสียที หวังเป่าเล่อมีสีหน้าขึงขังในขณะที่แอบตามไปอย่างเร่งรีบ
ขณะนี้เจ้าลาอยู่ในระดับลมหายใจเที่ยงแท้ขั้นที่สี่ การฝึกปราณของมันรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วและใกล้จะบรรลุถึงขั้นที่ห้าเต็มที ฝีเท้าของมันจึงรวดเร็วขึ้นเป็นเงา ตามตัว
เจ้าลาไม่ได้ใช้ถนนเส้นหลักแต่กลับเลือกวิ่งทะลุไปตามตรอกซอกซอยเล็กๆ ดูราวกับเป็นสายฟ้าสีดำเส้นหนึ่งที่ฟาดผ่านซอกซอยและบางคราก็ผ่านคูน้ำใต้ดิน…
หวังเป่าเล่อตกใจไม่ใช่น้อยกับเรื่องนี้ ชายหนุ่มรู้ตัวว่าได้ละเลยเจ้าลามาเป็นเวลานาน เขาไม่รู้เลยว่าเจ้าลารู้จักถนนหนทางในนครดีถึงเพียงนี้แล้ว
หากเขาไม่มีพลังที่จะสัมผัสถึงตำแหน่งของลา อาจเป็นการยากอย่างยิ่งที่จะตามรอยเจ้าลาได้โดยง่าย การตัดสินใจพลาดเพียงครั้งเดียวอาจทำให้เขาตามมันไม่ทัน
เจ้าลาต้องมีแผนชั่วร้ายอยู่แน่นอน! ความอยากรู้ของหวังเป่าเล่อเพิ่มพูนขึ้น ชายหนุ่มพึ่งพาความเร็วและสัญชาตญาณในการตามเจ้าลาไปอย่างเงียบๆ ดูเหมือนว่าเจ้าลาก็ไม่ได้รู้ตัวว่าถูกตามขณะที่มันลัดเลาะไปตามคูน้ำใต้ดินจนกระทั่งมาโผล่ที่ เขต 27 มันดูเคยชินกับบริเวณนี้เป็นอย่างดี และพุ่งตรงไปยังสถานีกักกันอสูรอย่างรวดเร็ว
มีสถานีกักกันอสูรอยู่แห่งหนึ่งในเขต 27 สถานีนี้จัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาลแห่งดาวอังคารเพื่อฝึกฝนเหล่าอสูรที่จับกุมได้ สถานีกักกันอสูรแห่งนี้ขายอสูรที่ฝึกฝนแล้วให้ทั้งกองทัพและภาคเอกชน
ที่นี่คล้ายกับตำหนักฝึกอสูรในสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ ต่างกันตรงที่ว่าสถานีแห่งนี้นอกจากฝึกปราณและฝึกฝนอสูรแล้วยังเพาะพันธุ์อสูรอีกด้วย
เจ้าลาเข้ามาใกล้สถานีกักกันอสูรก่อนที่จะเลี้ยวลงคูน้ำใต้ดินอีกคำรบ หวังเป่าเล่อหยุดเดินในทันที ความรู้สึกของเขาบอกว่ามันได้แอบลอบเข้าไปในสถานีกักกันอสูรเป็นที่เรียบร้อย
หวังเป่าเล่อตกตะลึงเป็นอย่างมากอีกครั้ง ชายหนุ่มไม่รู้มาก่อนเลยว่าลาของเขามาพบสถานที่แห่งนี้ได้อย่างไร
มันมาทำสิ่งใดที่นี่กัน หวังเป่าเล่อทั้งตกใจระคนสงสัย เขาสัมผัสได้ว่าเจ้าลาออกจากคูน้ำใต้ดินและเข้าไปยังสถานีกักกันเรียบร้อย ก่อนจะหลบกลับเข้ามาในคูน้ำ อีกครั้ง
หวังเป่าเล่อหาที่ซ่อนและเฝ้าดูปากทางเข้าคูน้ำใต้ดินที่เจ้าลาจะกลับออกมา เมื่อเจ้าลากลับออกมาอีกครั้ง นัยน์ตาของหวังเป่าเล่อก็เบิกโพลงด้วยความตกใจ
มันไม่ได้กลับออกมาตัวเดียว แต่ในปากคาบอสูรสิงโตขาวที่ตัวโตเขื่องกว่ามันมากนักออกมาด้วย!
อสูรตัวนั้นงดงามยิ่ง มันมีขนสีขาวโพลนและดวงตาเปล่งปลั่งราวอัญมณีสวยงาม เมื่อจ้องดูใกล้ๆ ก็เห็นว่าเป็นสิงโตตัวผู้ เห็นได้ชัดว่าเป็นพ่อพันธุ์ตัวงามในหมู่อสูร พันธุ์เดียวกัน มันจะต้องเติบใหญ่ขึ้นเป็นจ่าฝูงได้อย่างเต็มภาคภูมิ
พลังปราณของมันอยู่ในระดับลมหายใจเที่ยงแท้ขั้นที่สี่เช่นเดียวกัน แม้กระนั้นอสูรรูปงามตนนี้ก็กลัวหงอเมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้าลา นัยน์ตาของมันเป็นประกายด้วยความหวาดกลัว แถมยังตัวสั่นเทาอย่างรุนแรง ดูราวกับว่ามันกำลังจะร่ำไห้ขอความเมตตากระนั้น ทว่าเจ้าลาพ่นลมหายใจออกมาสองสามครั้งอย่างหงุดหงิดส่งผลให้สิงโตตัวสั่นงันงก แววตาของมันฉาบเคลือบไปด้วยความสิ้นหวัง
มันกำลังจะทำสิ่งใดกัน…หวังเป่าเล่อข้ามจากความตกใจไปเป็นตกตะลึง เขาจ้องมองสิงโตที่ตอนนี้ปวกเปียกและหยุดดิ้นรนจากนั้นก็ละสายตาไปมองเจ้าลา ฝ่ายเจ้าลาคาบเอาสิงโตขึ้นมาก่อนจะพุ่งออกมาจากคูน้ำใต้ดิน จากนั้นก็เลี้ยวและจ้ำอ้าวเข้าไปในอีกคูน้ำหนึ่ง
ครั้งนี้มันมุ่งตรงไปยังเขต 36 ที่มีฐานที่มั่นของกองทัพอยู่!
หวังเป่าเล่อเพิ่งฟื้นจากภวังค์ เขาติดตามมันไปจนถึงเขต 36 ชายหนุ่มเห็นลาของเขาอยู่ที่มุมหนึ่งของฐานที่มั่นของกองทัพ สิงโตยังถูกคาบอยู่ในปาก
เจ้าลากะเวลาได้อย่างแม่นยำ ดูเหมือนมันจะรู้เวลาการเปลี่ยนกะของยามเป็นอย่างดี ช่วงเวลาที่มันเลือกจะมานั้นเป็นช่วงที่ฐานที่มั่นแทบจะปลอดผู้คน ตำแหน่งที่มันปรากฏตัวก็ยอดเยี่ยมไม่ใช่น้อย…
เจ้าลามาโผล่บริเวณประตูเล็กด้านหลังที่ไม่ค่อยมีใครผ่าน ยิ่งเข้าใกล้ประตูเท่าใดมันก็ดูระแวดระวังมากขึ้นตามกัน เจ้าลาเหวี่ยงสิงโตลงบนพื้นหน้าทางเข้าก่อนจะ ส่งเสียงคำรามอย่างข่มขู่
สิงโตตัวสั่นก่อนจะคำรามตอบ ดูเหมือนมันจะปฏิเสธคำสั่งของเจ้าลา ตอนนั้นเองเจ้าลาจึงส่งยิ้มยียวนก่อนจะอ้าปากกว้าง และงับเอาขอบถนนแหลกติดฟันออกมา คำใหญ่ แล้วจึงหันมาจ้องมองสิงโตอีกครั้งหนึ่ง
สิงโตตัวสั่น ความหวาดกลัวปกคลุมดวงตา ก่อนที่มันจะก้มหัวลงรับชะตากรรม
หวังเป่าเล่อเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างแทบไม่เชื่อสายตาขณะที่ลาของเขาเร่งฝีเท้าห่างออกไป มันเข้าไปซ่อนในพุ่มไม้ใกล้ๆ ก่อนจะนั่งลงบนพื้นและเปลี่ยนสีขนให้กลืนไปกับพื้นหลัง
หวังเป่าเล่อถึงกับตาเบิกโพลง เจ้าลาหายวับไปกับฉากพื้นหลังในชั่วพริบตา ทักษะในการพรางตัวของมันช่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ
ชายหนุ่มตกตะลึงกับการค้นพบนี้เป็นอย่างยิ่ง เขารู้ว่าเจ้าลาเปลี่ยนไปตั้งแต่ กินยุงสีเทาเข้าไป…แต่ก็ไม่มีเวลาตรวจสอบมันอย่างละเอียด สิงโตหนุ่มผู้เดียวดาย เริ่มหอนอยู่หน้าประตูหลังของฐานที่มั่นของกองทัพ เสียงหอนของมันเปี่ยมไปด้วยความปวดร้าว
เสียงหอนนั้นไม่ได้ดังเท่าใดนัก ดูราวกับว่ามันกำลังพยายามจะเรียกใครบางคนหรืออะไรบางอย่างออกมา…
มันยังคงหอนต่อไปสักพัก ไม่นานนักประตูหลังที่ปิดอยู่ก็เปิดแง้มออก ลาสีขาวยื่นศีรษะพ้นประตูออกมา ดูเหมือนว่ามันจะจำสิงโตได้ แววตาของมันมีแสงประหลาดสะท้อนวาบอยู่…
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แผนบุรุษพิฆาตเช่นนั้นหรือ” ดวงตาของหวังเป่าเล่อแทบจะถลนออกมาจากเบ้า ชายหนุ่มพึมพำกับตนเองด้วยความมึนงง
