Skip to content

A World Worth Protecting 383

บทที่ 383 ขึ้นบัญชีดำตลอดไป

การผนึกสุสานใต้ดินแห่งใหม่ไม่ใช่งานง่าย โชคยังดีที่เหตุอสูรหลั่งไหลครั้งนี้       มีขนาดเล็ก แต่ที่สร้างความโกลาหลได้มากเป็นเพราะไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น    แต่ด้วยความสามารถทางการยุทธ์ที่คนในเขตนครใหม่มี การจะเอาชนะฝูงอสูร         ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

หวังเป่าเล่อเลือกวิธีที่ง่าย ตรงไปตรงมา และโหดร้ายที่สุด ชายหนุ่มจับกุมตัวหลี่อี้    ยึดนครโลกาศักดิ์สิทธิ์ของนาง และปิดตายเขตนครฝั่งตะวันตกด้วยอำนาจที่ยึดมา จากนั้นจึงสั่งอพยพผู้คนทั้งหมดออกจากบริเวณ

หวังเป่าเล่อปิดตายพื้นที่รอบๆ สุสานใต้ดินแห่งใหม่และจำกัดพื้นที่ให้เหล่าอสูรอยู่เพียงในนั้น จากนั้นประกายเย็นยะเยือกก็สะท้อนวาบในดวงตา ชายหนุ่มสั่งยิง   ปืนใหญ่ทันที!

นอกจากเขตนครฝั่งตะวันตกแล้ว เขตนครบริเวณอื่นๆ ล้วนสร้างขึ้นตาม       พิมพ์เขียวของปราการนิรันดร์ทั้งสิ้น ทำให้ได้รับการคุ้มกันจากวงแหวนปราณค้ำจุน พลังของวงแหวนปราณนั้นพวยพุ่งขึ้นไปยังสรวงสวรรค์ ปืนใหญ่เป่าเล่อและ          ปืนใหญ่สวรรค์จำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นในบัดดล ทุกกระบอกเล็งไปยังเป้าหมายเดียวคือสุสานใต้ดินแห่งใหม่ และระดมยิงออกไปอย่างพร้อมเพรียง

พลังทำลายล้างจากอีกสามเขตรวมกันรุนแรงราวกับจะทำลายทุกสิ่งให้พังพินาศ ห่ากระสุนปืนใหญ่ร่วงหลนใส่ฝูงอสูรไม่ขาดสาย เสียงยิงปืนใหญ่คำรามก้องไปทั่ว     วงแหวนปราณก็แปรสภาพเป็นเส้นด้ายเฉือนบรรดาอสูรจนร่างแหลกเป็นกองเลือด เสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดของอสูรดังระงม

เขตแดนฝั่งตะวันตกราวครึ่งหนึ่งพังลงไปเพราะการโจมตีครั้งนี้ ตึกรามพังทลายก่อนจะสลายกลายเป็นฝุ่นผง ทว่าหวังเป่าเล่อไม่ได้ใส่ใจแม้สักนิด

ชายหนุ่มรู้ดีว่าจุดมุ่งหมายหลักคือการควบคุมสถานการณ์ให้ได้เร็วที่สุด           ไม่มีคนงานหลงเหลืออยู่ในบริเวณนี้แล้ว เหลืออยู่เพียงสิ่งก่อสร้างเท่านั้น จริงอยู่ว่าการก่อสร้างนั้นกินทรัพยากรสำคัญไปมาก แต่ในเมื่อหลี่อี้เป็นผู้กระทำความผิด     นางและผู้หนุนหลัง คือสำนักศึกษาเต๋ากวางขาว ย่อมต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสร้างเขตนครขึ้นมาใหม่!

เกิดการระเบิดอย่างต่อเนื่องเพราะปืนใหญ่ยังคงระดมยิงไม่หยุดยั้ง พื้นดินสั่นสะเทือน จินตั้วหมิงและกงเต๋าซึ่งยืนอยู่ข้างกายหวังเป่าเล่อต่างตกตะลึง สายตาของพวกเขาจับจ้องมายังหวังเป่าเล่อพร้อมเพรียงกัน รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของหวังเป่าเล่ออยู่เสมอตอนนี้เลือนหายไปแล้ว และถูกแทนที่ด้วยสีหน้าเย็นชาไร้อารมณ์ แสงเย็นเยียบสะท้อนอยู่ในดวงตาของเขา

ชายผู้นี้ช่างร้ายกาจนัก! กงเต๋าและจินตั้วหมิงต่างก็สรุปลักษณะนิสัยที่แท้จริงของหวังเป่าเล่อได้พร้อมๆ กัน พวกเขาอาจเคยคิดเช่นนี้มาก่อนในอดีต แต่ปกติแล้วพฤติกรรมของหวังเป่าเล่อตรงกันข้ามความกับความร้ายกาจโดยสิ้นเชิง จึงทำให้ลืม  ได้ง่ายๆว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นเช่นไร

ตอนนั้นหวังเป่าเล่อตัดสินใจอย่างฉับพลันว่าจะละทิ้งเขตนครฝั่งตะวันตกไปครึ่งหนึ่ง จริงอยู่ว่าคนงานต่างถูกอพยพไปหมดแล้ว แต่กระนั้น การตัดสินใจที่      ใหญ่หลวงเช่นนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่จะทำกันได้ง่ายๆ

ปืนใหญ่ยิงกระหน่ำไปอีกชุดหนึ่ง ส่งกองทัพอสูรให้ต้องล่าถอย หวังเป่าเล่อสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะนำผู้ฝึกตนกลุ่มใหญ่มุ่งหน้าเข้าไปในเขตนครฝั่งตะวันตกที่ที่   เหล่าอสูรถูกกักตัวเอาไว้ พวกเขาสังหารอสูรทุกตนที่พบพาน ก่อนจะเข้าไปถึงบริเวณสุสานใต้ดินใหม่ในไม่ช้า

หวังเป่าเล่อจ้องมองไปยังสุสานใต้ดินลึกลับ อากาศเย็นเยียบแผ่กระจายออกมาจากด้านใน ชายหนุ่มใช้ผนึกฝ่ามือจำนวนมากในทันทีและใช้อำนาจของตนผ่านทะลุวงแหวนปราณเพื่อเข้าไปผนึกสุสานใต้ดินใหม่

เส้นด้ายจากวงแหวนปราณปรากฏขึ้น พุ่งเข้ามาจากทุกทิศทาง ก่อนจะสอดประสานกันเพื่อปิดผนึกสุสานเอาไว้ วินาทีนั้นเอง มีเสียงคำรามที่เปี่ยมไปด้วยความเกรี้ยวกราดและเกลียดชังดังออกมาจากด้านในสุสานใต้ดิน อสูรขั้นกำเนิดแก่นใน   เจ็ดถึงแปดตนพุ่งออกมาและพยายามหยุดการผนึก

“ทุกคน!” หวังเป่าเล่อหรี่ตาลง เขาคำรามตอบโต้ในทันที ขณะที่เสียงของเขายังก้องกังวานอยู่ในอากาศ ผู้ฝึกตนขั้นกำเนิดแก่นในจากหลากหลายขั้วการเมืองก็พุ่งตัวมาจากด้านหลังชายหนุ่มและเข้าปะทะกับอสูรในสุสานใต้ดินทันที

เสียการปะทะกันดังก้องถึงสวรรค์ แสดงเจิดจ้าจากอาคมส่องสว่างไปทั่วฟ้ามองเห็นได้ชัดเจนแต่ไกล ขณะที่คนอื่นๆ กำลังต่อสู้กับเหล่าอสูร หวังเป่าเล่อก็ตั้ง     วงแหวนปราณและผนึกสุสานใต้ดินต่อ

กงเต๋าและจินตั้วหมิงเข้าใจทันทีว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้านี้สำคัญเพียงใด   การป้องกันในครั้งนี้เป็นเรื่องของความปลอดภัยในเขตนครใหม่ หากพวกเขา          ไม่สามารถอุดรอยรั่วในระบบป้องกันนี้ได้ หลี่อี้จะไม่ใช่คนเดียวที่ต้องรับผิดชอบ      พวกเขาทั้งคู่จะต้องโดนลูกหลงไปด้วยเป็นแน่

นอกจากนั้นพวกเขายังตัดสินใจกันอย่างพร้อมเพรียงว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ไม่มีใครรายงานไปยังทเจ้านคร กระทั่งหลินเทียนหาวยังทำการป้องกันไม่ให้ข่าวรั่วไหลออกไป

แน่นอนว่าเมื่อมีประจักษ์พยานมากมายถึงเพียงนี้ คงเป็นไปไม่ได้ที่จะปิดเรื่องนี้จากเจ้านครได้ แต่ หากพวกเขาสามารถจัดการมันได้ก่อนที่ฝ่ายบริหารจะเริ่มถามหาคนรับผิดชอบ คนเดียวที่จะต้องรับโทษก็คือหลี่อี้

ทุกคนเข้าใจตรงกัน ทั้งยังรู้ดีว่าเวลาเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง นี่คือเหตุผลว่าไม่ว่าจะเป็น  ผู้ฝึกตนจากขั้วการเมืองใด ทุกคนต่างไม่มีใครออมมือและใช้พลังทั้งหมดที่มีในการปราบอสูรให้อยู่หมัดโดยเร็ว พวกเขาต่อสู้เพื่อซื้อเวลาให้หวังเป่าเล่อผนึกสุสานใต้ดิน

ขณะที่ทุกคนรวมพลังกันและใกล้จะผลักกองทัพอสูรให้ล่าถอยไปได้ เสียงคำรามน่าสะพรึงกลัวก็ดังสนั่นออกมาจากสุสานใต้ดิน

เสียงคำรามราวฟ้าร้องนั้นมาพร้อมเสียงที่เหมือนน้ำแข็งกำลังแผ่ปกคลุมไปทั่วสุสานใต้ดิน ราวกับว่ามือยักษ์กำลังเอื้อมออกมาจากส่วนที่ลึกที่สุด และที่ใดที่มันผ่านก็กลายเป็นน้ำแข็งไปเสียสิ้น

อสูรที่กำลังต่อสู้เพื่อหาทางออกได้รับผลกระทบและกลายเป็นน้ำแข็งไปสิ้น      มือยักษ์พุ่งทะยานไปข้างหน้า รัศมีที่แข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกจากมัน        ผู้ฝึกตนทุกคนที่รายล้อมอยู่รวมถึงพวกที่อยู่ในขั้นกำเนิดแก่นในต่างก็ตกตะลึง

พวกเขาตกที่นั่งลำบาก ผนึกของหวังเป่าเล่อยังไม่สมบูรณ์ ชายหนุ่มเริ่มหายใจหอบ เขารู้ดีว่าหากไม่สามารถควบคุมบรรดาอสูรได้ พวกเขาจะไม่เหลือทางเลือกอื่นนอกจากต้องแจ้งเรื่องไปยังเจ้านคร

หวังเป่าเล่อไม่ต้องการทำเช่นนั้นหากไม่จำเป็นจริงๆ ประกายตาเยือกเย็นฉายวับขึ้นในดวงตา ก่อนจะท่องประโยคแรกของเคล็ดวิชาที่จำจนขึ้นใจออกมา!

“ผู้ตื่นรู้…”

ถ้อยคำเหล่านั้นสะท้อนก้องอยู่ในใจของเขา สัมผัสของสิ่งมีชีวิตที่คุ้นเคยปรากฏขึ้น   ในท้องนภาอันห่างไกล คราวนี้ค่อนข้างต่างจากครั้งก่อนๆ หวังเป่าเล่อรู้สึกได้      อย่างชัดเจน…สายตาจากจักรวาลอันห่างไกลนั้นเปิดขึ้นและจ้องมองมาในทันที

สวรรค์…ข้าปลุกมันหรือนี่ หวังเป่าเล่อตัวสั่น ชายหนุ่มไม่มีเวลาจะใคร่ครวญ ขณะที่ตัวตนอันทรงพลังเดินทางผ่านจักรวาลมุ่งหน้าลงมา จู่ๆ มือยักษ์ที่พุ่งออกมาอย่างไม่เกรงกลัวก็สั่นไหวอย่างรุนแรง ดูราวกับว่าเกรงกลัวเสียจนไม่กล้าเคลื่อนที่ต่อ มือนั้นหดกลับไปราวกับหนูที่มองเห็นแมวกระนั้น!

ทุกคนต่างก็ตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก ความรู้สึกเต็มตื้นอันอธิบายไม่ถูกเอ่อล้นขึ้นในหัวใจ พวกเขาก็รู้สึกถึงตัวตนอัน      ทรงพลังนั้นเช่นกัน ต่างก็จ้องมองไปทางหวังเป่าเล่อด้วยสีหน้าสงสัย

ทว่าทุกคนยังอยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานของการพยายามผนึกสุสานใต้ดิน   ไม่มีใครมีเวลาคิดเรื่องนี้ต่อ พวกเขาฉวยโอกาสที่ตัวตนอันแข็งแกร่งปรากฏขึ้นและยกระดับการต่อสู้กับกองทัพอสูรขึ้นอีกขั้น หวังเป่าเล่อเองก็ฉวยโอกาสนี้ปิดผนึกสุสานใต้ดินแห่งใหม่จนเสร็จสิ้น!

ในที่สุดเส้นด้ายจากวงแหวนปราณก็สานเข้าด้วยกันเป็นตาข่ายปกคลุมสุสานใต้ดินเอาไว้  อสูรถูกกักขังอยู่ภายใน พวกมันพยายามโจมตีผนึกแต่ก็ไม่เป็นผล

หวังเป่าเล่อถึงกับปล่อยลมหายใจออกมาอย่างโล่งใจ ชายหนุ่มรีบส่งผู้ฝึกตนไปสังหารอสูรที่หลุดรอดออกมาได้ และสั่งหลินเทียนหาวให้นำกำลังผู้ฝึกตนจากอีก   สามเขตมาช่วยตรวจตราเขตตะวันตก เริ่มจากรอบนอกเข้ามายังใจกลาง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอสูรเหลือรอดอยู่อีก

พวกเขาใช้เวลาไปทั้งสิ้นสี่ชั่วโมงตั้งแต่เริ่มล่าอสูรจนกระทั่งตรวจตราว่าไม่มีอสูรหลงเหลืออยู่ในเขตนครฝั่งตะวันตก เมื่อทุกอย่างสิ้นสุดก็พอดีกับที่คำด่าท้อ         อย่างเกรี้ยวกราดของเจ้านครมาถึง

เจ้านครได้รับแจ้งว่าอันตรายได้ผ่านพ้นไปแล้ว นางจึงมุ่งมั่นกับการหาต้นเหตุให้พบ หวังเป่าเล่อไม่พูดสักคำ แต่เหลือบมองไปทางกงเต๋าและจินตั้วหมิง

กงเต๋าเห็นกับตาว่าหวังเป่าเล่อไล่กองทัพอสูรแถมยังแก้สถานการณ์ได้ เขานิ่งเงียบ  อยู่ชั่วขณะหนึ่งก่อนจะนึกไปถึงตอนที่หวังเป่าเล่อช่วยชีวิตเขาก่อนหน้านี้ ความรู้สึกและความคิดที่ชายหนุ่มมีต่อหวังเป่าเล่อนั้นค่อนข้างซับซ้อน แต่เขาก็ต้องยอมรับว่าตัวเองรู้สึกเคารพหวังเป่าเล่ออยู่ประมาณหนึ่ง

ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึกก่อนจะรายงานทุกอย่างจากมุมมองของตนให้เจ้านครฟังอย่างหมดเปลือก หลี่อี้แก้ไขแผนผังนครโดยพลการอย่างไร และมันส่งผลให้เกิดเหตุอสูรหลั่งไหลอย่างไร สถานการณ์คลี่คลายได้อย่างไร เขาเล่าทุกอย่างที่รู้อย่างละเอียด

จินตั้วหมิงส่ายศีรษะก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนใจ เขาไม่ได้กล่าวสิ่งใดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่การที่ชายหนุ่มไม่พูดก็สื่อถึงความจริงที่เกิดขึ้นได้ดีทีเดียว หลินเทียนหาว ผู้ซึ่ง    ยืนห่างออกมาทางหนึ่ง ยื่นหลักฐานที่เขารวบรวมมาให้เจ้านคร รวมถึงแผ่นหยกที่มีรายละเอียดการพบปะกันก่อนหน้า ชิ้นเดียวกับที่หวังเป่าเล่อสั่งให้เขาบันทึกเอาไว้ ข้อเท็จจริงถูกตีแผ่ต่อหน้าเจ้านครอย่างชัดแจ้ง

เจ้านครเงียบงันอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นนางจึงออกคำสั่งให้ถอดยศหลี่อี้ออกจากการเป็นรองนายกเทศมนตรีทันที หญิงสาวถูกส่งตัวออกจากดาวอังคารและขึ้นบัญชีดำไม่ได้รับตำแหน่งบนดาวอังคารอีกต่อไป!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!