บทที่ 382 จับตัวนางเอาไว้
สุสานใต้ดินปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วจนหลี่อี้ไม่ทันตั้งตัว ตอนที่ประตูทางเข้า สุสานใต้ดินปรากฏขึ้นนั้นนางกำลังทำสมาธิอยู่ เกิดเสียงกัมปนาทสนั่นเขย่าโลกา ดังก้องไปถึงสรวงสวรรค์ จัตุรัสสาธารณะที่ใจกลางเขตนครฝั่งตะวันตกทรุดตัวลง เกิดเป็นแอ่งขนาดใหญ่ขึ้นมากลางเมือง!
อากาศเย็นเยียบน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมาจากแอ่งนั้น ส่งความรู้สึกเย็นยะเยือกแพร่กระจายไปทั่วบริเวณ คลื่นอากาศเย็นมาพร้อมอสูรฝูงใหญ่!
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีสุสานใต้ดินแห่งใหม่ซึ่งเชื่อมต่อกับสุสานอาวุธเทพใต้ดินปรากฏขึ้น ถ้ำโลหิตที่หลินเทียนหาวเข้าไปผจญอันตรายมานั้นก็มีสถานการณ์คล้ายคลึงกัน จากการวิเคราะห์ของเจ้านคร นางคาดเดาว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นอีกและได้เตรียมการป้องกันขั้นต้นไว้บ้างแล้ว เขตนครใหม่แห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในวิธีการป้องกันของนาง
หวังเป่าเล่อไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับการปรากฏของสุสานใต้ดินแห่งใหม่มากนัก ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติในวงแหวนปราณของเขตนครใหม่ หากว่าวงแหวนปราณนั้นถูกสร้างตามแผนของเขาอย่างไม่มีที่ติ และหากทุกฟันเฟืองในเขตนครใหม่แห่งนี้สามารถทำงานสอดประสานกันได้เป็นอย่างดี คงเป็นการยากที่จะมีสุสานใต้ดินแห่งใหม่ปรากฏออกมา และแม้จะมีก็คงไม่ใช่ภายในเขตนคร
แต่เป็นที่แน่ชัดแล้วว่านครโลกาศักดิ์สิทธิ์ที่หลี่อี้คิดว่าสมบูรณ์แบบไม่อาจ ผนวกเข้ากับวงแหวนปราณค้ำจุนได้ ก่อให้เกิดปัญหาขึ้นมากมาย อาจเป็นการยากที่จะบอกได้ในเวลาปกติว่าความไม่ชอบมาพากลนั้นอยู่ที่ตำแหน่งใด ทว่าในช่วงเวลา คับขันเช่นนี้ความผิดปกติก็จะเด่นชัดขึ้นมา
สุสานใต้ดินแห่งใหม่ไม่มีทางไปปรากฏขึ้นในเขตนครอีกสามฝั่ง ช่องโหว่ใน เขตนครฝั่งตะวันตกเป็นโอกาสอันดีให้มันปรากฏขึ้นมา แรงระเบิดจากการปรากฏของสุสานใต้ดินสั่นไหวทั้งแผ่นดินและสรวงสวรรค์ ตอนนั้นเอง ลูกไม้ตื้นๆ ของหลี่อี้ ก็ถูกเปิดโปง และแผ่ออกมาให้สาธารณะชนได้เห็นอย่างพร้อมเพรียงกัน
เสียงระเบิดดังกึกก้องพาให้ทุกคนในเขตนครใหม่ตื่นตกใจ หลี่อี้ถึงกับหน้าถอดสี ความคิดแรกที่ปรากฏขึ้นในใจนางไม่ใช่การหาทางต่อสู้และขับไล่ฝูงอสูร หากแต่เป็นความยุ่งยากที่นางต้องเผชิญเมื่อเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป!
ความคิดเรื่องการต่อสู้ป้องกันตามมาทีหลัง หลี่อี้วิ่งออกไปอย่างรวดเร็วและ รวบรวมคนจากสี่ยอดสำนักศึกษาเต๋าเพื่อไปต่อสู้กับฝูงอสูร คนของนางส่วนมาก มาจากสำนักศึกษาเต๋ากวางขาวและสาขาของสำนัก มีบ้างที่มาจากสำนักศึกษา เต๋าธารสวรรค์ ส่วนคนจากสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์มีเพียงหยิบมือเท่านั้น มีผู้ฝึกตนจากสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องการมาอยู่ที่นี่ด้วยเพราะหวังเป่าเล่อรับตำแหน่งอยู่ ทว่าสำนักศึกษาเต๋ากวางขาวก็ขัดขวางเอาไว้ เพื่อไม่ให้อิทธิพลของหวังเป่าเล่อแพร่ไปไกลกว่าปัจจุบัน
หลี่อี้พยายามอย่งหนักที่จะหยุดยั้งการบุกรุกของฝูงอสูร ความยุ่งเหยิงของสถานการณ์ทำให้เขตแดนฝั่งตะวันตกสั่นไหวอย่างรุนแรง เขตนครฝั่งอื่นยังสงบดี เมื่อเทียบกับเขตนครฝั่งตะวันตกที่ขณะนี้กำลังเผชิญความเสียหายอย่างหนัก
โชคยังดีที่เหตุอสูรหลั่งไหลเพิ่งจะเริ่มต้น หากว่าพวกเขาสามารถผนึกทางเข้าสุสานใต้ดินได้ทันท่วงทีก็จะควบคุมสถานการณ์ได้ง่ายขึ้นมาก แต่หากรอช้า อสูรจะกระจายออกไปในเขตนครฝั่งอื่นๆ และทั้งเขตนครจะต้องเผชิญหายนะ อย่างแน่นอน
ทันทีที่หวังเป่าเล่อทราบข่าว ใบหน้าของเขาก็เคร่งเครียดขึ้นในทันที รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่ม เขาพุ่งตัวออกไปและออกคำสั่งเสียงดัง
“ปิดตายเขตนครฝั่งตะวันตกเสีย เปิดพลังวงแหวนปราณสูงสุด ผู้ฝึกตนที่อยู่ในขั้นรากฐานตั้งมั่นและสูงกว่านั้นตามข้ามา เราจะไปผนึกสุสานใต้ดินแห่งใหม่กัน!”
วงแหวนปราณในเขตนครใหม่ถูกเปิดใช้งานทันทีที่หวังเป่าเล่อออกคำสั่ง อีกทั้งยังมีผู้ฝึกตนจำนวนมากมาตั้งแถวรอรับคำสั่ง เขตนครฝั่งตะวันตกถูกปิดตาย ดูเหมือนว่าหวังเป่าเล่อเตรียมใจละทิ้งเขตนครฝั่งตะวันตกหากจำเป็น
ทั้งกงเต๋าและจินตั้วหมิงที่มีสีหน้าเคร่งเครียดไม่ต่างกันติดตามหวังเป่าเล่อเข้าไปในเขตนครฝั่งตะวันตก หลิวเทียนหาวได้รับคำสั่งให้อยู่ดูแลภายนอก คนที่เหลือ ก็รออยู่เช่นกันตามคำสั่งของหวังเป่าเล่อ
ผู้ฝึกตนนับหมื่นตามหวังเป่าเล่อเข้าไปในเขตนครฝั่งตะวันตก ในหมู่พวกเขา มีผู้ฝึกตนขั้นกำเนิดแก่นในด้วยราวหกถึงเจ็ดคน พวกเขาไปถึงสุสานใต้ดินแห่งใหม่ด้วยความรวดเร็ว หลี่อี้และพวกกำลังต่อสู้กับอสูรอย่างดุเดือด คนของนางส่วนมากบาดเจ็บจนต้องล่าถอย
อสูรจำนวนมากยังคงหลั่งไหลออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง
หวังเป่าเล่อโกรธเสียจนแทบจะพ่นไฟเมื่อเห็นทุกอย่างด้วยตาตนเอง ชายหนุ่มคาดการณ์ไว้แล้วว่าอาจจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น แม้กระนั้นครั้งนี้หลี่อี้ก็ทำเกินไปจริงๆ นางยังคงลอบทำตามใจตนลับหลังหวังเป่าเล่อ แม้ว่าชายหนุ่มจะปรามไว้แล้ว การกระทำที่ไม่ยั้งคิดของหญิงสาวทำให้ทุกคนต้องตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากอยู่ในขณะนี้
หวังเป่าเล่อไม่รอช้า ทันทีที่ทุกคนไปถึงเขตสู้รบ ชายหนุ่มก็มุ่งหน้าไปหาหลี่อี้ทันที หญิงสาวอยู่ในวงล้อมของผู้ฝึกตนที่ช่วยกันปกป้องนางไว้ ความเกลียดชังปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ซีดเซียวของหลี่อี้เมื่อนางเห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามา
หลี่อี้ไม่แน่ใจนักว่าความเกลียดชังที่นางมีต่อหวังเป่าเล่อนั้นมาจากที่ใด แต่นางจะรู้สึกเช่นนี้เมื่อใดก็ตามที่อีกฝ่ายปรากฏตัว
หวังเป่าเล่อไม่ใส่ใจสีหน้าของหญิงสาวก่อนจะพูดว่า “สี่ยอดสำนักศึกษาเต๋า จงฟังคำสั่งของข้า ให้ล่าถอยไปไกลสามสิบกิโลเมตร ปิดตายบริเวณโดยรอบและชะลอเหตุอสูรหลั่งไหล ศิษย์พี่ผู้ที่อยู่ในขั้นกำเนิดแก่นในทุกท่านโปรดตามข้ามาที่สุสานใต้ดินแห่งใหม่ และคุ้มกันข้าไว้ขณะที่ข้าผนึกทางเข้า!”
“หลี่อี้ คืนอำนาจการปกครองขตแดนใหม่ที่เจ้าลอบดัดแปลงลับหลังข้ามาเดี๋ยวนี้!” หวังเป่าเล่อพูดอย่างเด็ดขาด น้ำเสียงของเขาไม่เปิดช่องให้ต่อรอง
ผู้ฝึกตนจากสำนักศึกษาเต๋ากวางขาวพากันรีรอพลางจ้องมองมาทางหลี่อี้ ฝ่ายหลี่อี้มองดูหวังเป่าเล่อยึดทั้งคนและอำนาจสั่งการของนางไปหมด หากนาง ยอมอ่อนข้อ เขาก็จะริบเอาทุกสิ่งที่นางมีไป หลี่อี้ต้อต้านความคิดนี้ตามสัญชาตญาณ นางยังคงยอมรับความจริงไม่ได้และคิดไปว่าเพราะโครงสร้างนครของนาง ยังไม่สมบูรณ์ หากมันเสร็จสมบูรณ์เมื่อใด เหตุการณ์เช่นนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้น!
“หวังเป่าเล่อ เจ้าพยายามจะทำสิ่งใดกัน เขตนครฝั่งตะวันตกนี้เป็นของข้า ข้าหลี่อี้ จะรับผิดชอบเอง ถอยไปเสีย!” หลี่อี้น้ำเสียงสั่นเครือ นางต่อต้านเขา อย่างรุนแรง เพราะรู้ดีว่าหากนางควบคุมสถานการณ์ได้ ผลที่ตามมาก็คงจะไม่ เลวร้ายนัก กลับกันหากหวังเป่าเล่อเป็นคนแก้ปัญหาครั้งนี้ได้ อนาคตของนางใน นครอาณานิคมดาวอังคารก็ถือเป็นอันสิ้นสุด
“เจ้าน่ะหรือจะรับผิดชอบ เจ้าคนอกใหญ่ไร้สมอง เจ้าจะรับผิดชอบอย่างไรกัน โดยการเอาชีวิตของศิษย์สี่ยอดสำนักศึกษาเต๋าไปโยนทิ้งอย่างนั้นหรือ” ความโกรธเกรี้ยวที่หวังเป่าเล่อเก็บเอาไว้เป็นเวลานานระเบิดขึ้น ชายหนุ่มไม่รอช้า ก้าวเข้าประชิดตัวหลี่อี้ทันที หวังเป่าเล่อยกมือขวาขึ้นกวาดหนึ่งครั้ง พลังปราณระดับรากฐานตั้งมั่นชั้นปลายของเขาปะทุออกมา หลี่อี้ไม่อาจต้านทานไหว โดยเฉพาะ เมื่อสภาพจิตใจของนางกำลังไม่มั่นคงเพราะปั่นป่วนไปด้วยอารมณ์ นางลอยละลิ่วไปไกลเพราะแรงตบของหวังเป่าเล่อ
หลี่อี้หล่นลงมากระทบพื้นเสียงสนั่น โลหิตกระเซ็นออกมาจากปาก ผู้ฝึกตนขั้นกำเนิดแก่นในจากสำนักศึกษาเต๋ากวางขาวรอบกายนางสามารถหยุดหวังเป่าเล่อได้ แต่เมื่อได้เห็นสิ่งที่หลี่อี้ทำลงไป รวมถึงความตั้งใจที่จะกอบกู้สถานการณ์ของ หวังเป่าเล่อ พวกเขาก็คิดถึงผลที่จะตามมาหากไปขวางทางหวังเป่าเล่อ รวมถึงผลกระทบต่อภาพรวมส่วนใหญ่
อย่างไรเสีย… สิ่งที่พวกเขาต้องใส่ใจที่สุดก็คือผลประโยชน์ของสำนักศึกษา เต๋ากวางขาว และเห็นได้ชัดว่าสิ่งที่หลี่อี้ทำและผลที่จะตามมานั้นไม่เป็นผลดีต่อสำนักเลยสักนิด
และนี่คือเหตุผลที่พวกเขาลังเล จนทำให้หลี่อี้ถูกหวังเป่าเล่อซัดกระเด็นไป นางไม่มีกระทั่งโอกาสจะได้กรีดร้องด้วยโทสะ เพราะเสียงคำสั่งของหวังเป่าเล่อดังขึ้นเสียก่อน
“จับตัวหลี่อี้ไว้!” สายตาของหวังเป่าเล่อจับจ้องไปยังผู้ฝึกตนจากสี่ยอดสำนักศึกษาเต๋าที่ยืนรายล้อมนางอยู่ โดยเฉพาะผู้ฝึกตนจากสำนักศึกษาเต๋ากวางขาว
หลี่อี้ไม่มีกระทั่งเวลาจะปาดโลหิตออกจากปาก ผมของนางหลุดลุ่ย ความบ้าคลั่งฉายชัดอยู่ในแววตา นางตะโกนเสียงลั่น
“หวังเป่าเล่อ เจ้ากล้าลงมือกับข้าหรือ! ศิษย์พี่โจว ศิษย์พี่อู๋ ช่วยข้าจัดการมันที ข้าหลี่อี้จะรับผิดชอบทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้เอง!”
“บ้าบอสิ้นดี! ข้า หวังเป่าเล่อ ก็มาจากสี่ยอดสำนักศึกษาเต๋าเช่นกัน ข้าเองก็เคารพสำนักศึกษาเต๋ากวางขาวอยู่ไม่น้อย หลี่อี้ เจ้าสร้างความวุ่นวายโกลาหลไว้ตั้งมากมาย แล้วคิดว่าสี่ยอดสำนักศึกษาเต๋าจะยอมย่อยยับไปกับเจ้าด้วยเช่นนั้นหรือ!”
ผู้ฝึกตนจากสำนักศึกษาเต๋ากวางขาวถึงกับเงียบงัน ความแตกต่างระหว่างคน ทั้งสองนั้นชัดเจนเกินไป คนหนึ่งสงบนิ่ง ส่วนอีกคนบ้าคลั่ง ยิ่งไปกว่านั้น ครั้งนี้ หวังเป่าเล่อพูดถูก หลี่อี้ทำพลาดอย่างเห็นได้ชัด
เหตุการณ์นี้จะก่อให้เกิดความโกลาหลขึ้นในสหพันธรัฐอย่างแน่นอน ชีวิตของ หลี่อี้ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว…ให้ต้องรับผิดชอบ
หากสำนักศึกษาเต๋ากวางขาวยังยืนยันจะเข้าข้างหลี่อี้ พวกเขาย่อมต้องได้รับ การติฉินนินทาอย่างแน่นอน ตอนนี้พวกเขาเหลือเพียงทางเลือกเดียว ทุกคนล้วนเข้าใจดีว่า…หลี่อี้นั้นจบสิ้นแล้ว หวังเป่าเล่อกลายมาเป็นตัวแทนหนึ่งเดียวจาก สี่ยอดสำนักศึกษาเต๋าที่คุมอำนาจในเขตนครใหม่
แม้ว่าสำนักศึกษาเต๋ากวางขาวจะไม่เต็มใจ แต่ก็ไม่มีทางเลือก…จำต้องสนับสนุนหวังเป่าเล่อ หากยังต้องการมีอิทธิพลอยู่ในเขตนครใหม่แห่งนี้
หวังเป่าเล่อรู้เงื่อนไขทั้งหมดนี้ดี ทันทีที่เขาพูดจบและหันไปส่งสายตาเยือกเย็นให้กลุ่มผู้ฝึกตน ผู้ฝึกตนขั้นกำเนิดแก่นในหนึ่งในสองคนจากสำนักศึกษาเต๋ากวางขาว ก็เอ่ยรับทันที
“จับกุมหลี่อี้เดี๋ยวนี้!”
สีหน้าของหลี่อี้ฉายความตกตะลึง ผู้ฝึกตนจากสำนักศึกษาเต๋ากวางขาวก้าวออกมาข้างหน้าและพาตัวหลี่อี้ที่ขณะนี้หน้าซีดเผือดไร้เรี่ยวแรงออกไป จากนั้นตัวแทนจากสี่ยอดสำนักศึกษาเต๋าทุกคนก็โค้งคำนับหวังเป่าเล่อ
สิ่งนี้เป็นสัญญาณแน่ชัดถึงความภักดีของพวกเขาที่แปรเปลี่ยนไป กระนั้น หวังเป่าเล่อก็ไม่มีเวลาจะโล่งใจ ชายหนุ่มรีบออกคำสั่งและพาทุกคนไปต่อต้าน เหตุอสูรหลั่งไหลทันที เขาปรับวงแหวนปราณของเขตนครใหม่ให้ปกคลุม ทุกบริเวณภายใน ขณะกำลังจะเริ่มผนึกสุสานใต้ดินแห่งใหม่!
