Skip to content

องครักษ์เสื้อแพร 474

ตอนที่ 474 ปิดร้านเรื่องง่าย จากนั้นย่อมยุ่งยาก

“ใต้เท้าหวัง เมื่อก่อนล่วงเกินไปมาก เป็นเพราะข้าน้อยตาไร้แวว แต่ร้านหย่งเซิ่งปิดไม่ได้นะขอรับ!”

น้ำเสียงสั่นเครือพร้อมทั้งขอร้องอย่างมาก หวังทงนั่งอยู่ในโถงกลางของที่ทำการองครักษ์เสื้อแพร มองเบื้องหน้าด้วยสายตาเย็นชาอยู่ด้านหลังโต๊ะ พ่อบ้านใหญ่ชิวจิ้นไฉแห่งร้านหย่งเซิ่งนำบรรดาหลงจู๊มาโขกศีรษะขอร่ำไห้ขอร้อง

“ซุนต้าไห่ เมื่อวานเจ้าพนักงานที่เราไปตรวจค้นที่ร้านหย่งเซิ่ง มีสินค้าปลอมเป็นเรื่องจริงหรือไม่?”

“เรียนใต้เท้า เป็นเรื่องจริงขอรับ ห่อผงฟูในร้านมีดินทรายขาวผสม หนังสัตว์ก็มีร่องรอยแมลงไม่น้อย”

“อาวุธต้องห้ามที่เมื่อวานตรวจพบเป็นเรื่องจริงหรือไม่?”

“เป็นเรื่องจริงขอรับ ธนูยาวและหอกยาวนับได้อย่างละหลายสิบ หลักฐานความผิดนำกลับมาที่ทำการแล้วขอรับ”

หวังทงถาม ซุนต้าไห่ตอบทันควัน ก่อนหันไปด้านหน้ากล่าวว่า

“แอบซ่อนสินค้าปลอม ขายสินค้าปลอม แอบซ่อนอาวุธ แต่ละเรื่องเป็นความจริง ปิดร้านพวกเจ้าหรือว่ายังมีข้อสงสัยอันใดอีก?”

“ใต้เท้าหวัง ร้านข้าน้อยทำการค้ามาหลายปี ย่อมไม่ทำเรื่องเลวร้ายนี้เป็นแน่ ย่อมต้องเป็นคนใส่ร้ายเรา ร้านข้าน้อยถูกใส่ร้ายขอรับ ถูกใส่ร้าย……ใต้เท้าหวัง ร้านหย่งเซิ่งเมื่อก่อนไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ล่วงเกินใต้เท้าไปมากมาย ขอท่านอย่าได้……”

“พอได้แล้ว!”

หวังทงหยิบก้อนไม้บนโต๊ะตบโต๊ะอย่างแรง ยามนี้จึงได้เห็นประโยชน์ของเจ้าก้อนไม้นี่ หากเป็นฝ่ามือตบโต๊ะ แม้ว่าจะมีเสียงดังเช่นกันแต่มือก็ย่อมเจ็บ

“พูดแต่ว่าเมื่อก่อนล่วงเกินข้ามากมาย หรือว่าเรื่องนี้เป็นข้าใส่ร้ายพวกเจ้ากัน ขายสินค้าปลอม แอบซ่อนอาวุธสงคราม สองเรื่องนี้ก็เพียงพอให้ข้าจับพวกเจ้าเข้าคุกได้แล้ว ตอนนี้ข้าสามารถไปฟ้องให้ตัดหัวพวกเจ้าได้ทันที ไหนเลยจะปล่อยให้พวกเจ้ามาคร่ำครวญกันที่นี่ได้”

หวังทงแสดงอำนาจ คนร้านหย่งเซิ่งพากันเงียบกริบทันที หวังทงกล่าวต่อน้ำเสียงเยียบเย็นว่า

“ที่ยอมให้พวกเจ้ามาที่นี่ได้ ก็เพราะเกียรติแห่งหย่งเซิ่งป๋อ ไม่ไว้หน้าพวกเศษเสี้ยวเช่นพวกเจ้าก็ต้องไว้หน้าหย่งเซิ่งป๋อ พอได้แล้ว อย่างไรก็เห็นแก่หย่งเซิ่งป๋อ พวกเจ้านั้น ข้าเองไม่เอาความ แต่ก็ไม่อาจให้อยู่เทียนจินต่อได้ รีบไสหัวออกจากเขตปกครองเหนือนี้ไปให้เร็ว!”

ได้ยินเช่นนี้ แม้ว่าจะไม่ยินยอม แต่พวกชิวจิ้นไฉก็ยังโขกศีรษะขอบคุณ หวังทงกล่าวต่อทันทีว่า

“ร้านหย่งเซิ่งไม่ต้องมาเปิดที่เทียนจินแล้ว ไม่ว่ากิจการพวกเจ้าที่ริมแม่น้ำทะเลหรือที่หน้าร้านที่นั่นก็ให้รีบขายทอดต่อไปให้เร็วที่สุด!”

ตอนนี้หย่งเซิ่งป๋อนอกจากเก็บเงินได้จากที่นาแล้ว ร้านหย่งเซิ่งที่เทียนจินก็ทำกำไรให้ถึงหกส่วนของรายรับ การค้ากับบนทุ่งหญ้า ส่วนใหญ่เป็นร้านหย่งเซิ่งส่งสินค้าไป นอกจากนี้สินค้าที่ขายให้ ส่วนใหญ่ก็เป็นร้านหย่งเซิ่งจัดหาแหล่งสินค้าให้

ปิดร้านเช่นนี้ ก็เท่ากับตัดแขนข้างหนึ่งของหย่งเซิ่งป๋อทิ้งเลยทีเดียว พวกชิวจิ้นไฉพากันตาค้างเติ่ง ก่อนจะถูกคนมาขับไล่ให้ออกไป หากปิดร้านจริง ก็ย่อมเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ชิวจิ้นไฉโขกศีรษะขอร้อง ก็ได้ยินหวังทงกล่าวขึ้นทันทีว่า

“ไล่พวกเจ้าออกไป ให้พวกเจ้าขายทอดร้าน นับว่าเห็นแก่หน้าของหย่งเซิ่งป๋อแล้ว หากไม่รู้จักดี ก็จะจับพวกเจ้าเข้าคุกให้หมด จากนั้นค่อยจัดการสินค้าในร้านพวกเจ้าก็ไม่สาย”

กล่าวจบ หวังทงก็ไม่สนใจต่อ เดินเข้าห้องด้านในไปทันที คนร้านหย่งเซิ่งคิดจะกล่าวอันใด ก็ไม่กล้าเอ่ยต่อ ได้ฟังความที่หวังทงกล่าวมา หากว่ายังตอแยไม่เลิก เกรงว่าคงจะจับเข้าคุก อย่างไรก็มิใช่ร้านตน ไยต้องดึงดังเช่นนี้ให้ลำบากตนเอง รอนายท่านใหญ่มาออกหน้าก็แล้วกัน!

************

ที่ทำการองครักษ์เสื้อแพรอยู่ในเมือง หวังทงปกติทำงานอยู่ที่จวนริมแม่น้ำทะเล แต่มาที่นี่เพื่อรับมือกับคนร้านหย่งเซิ่ง หยุดพักในห้องโถงครู่หนึ่งเพื่อดูว่ามีเอกสารสำคัญต้องอนุมัติหรือไม่ เจ้าหน้าที่ที่นี่เข้าไปสอบถามว่า

“ใต้เท้าหวัง นอกที่ทำการมีพ่อค้า 30 กว่าคนขอเข้าพบ!”

มีเรื่องให้ทำจริงด้วย พอเดินเข้าไปในห้องโถง เจ้าพนักงานก็รีบเข้ามารายงาน หวังทงรู้สึกตกใจ เอ่ยถามว่า

“เรื่องอันใดกัน?”

ในเมืองไม่มีพ่อค้าใหญ่ กลางวันปกติจะยุ่งกันอยู่ที่ริมคลองส่งน้ำและแม่น้ำทะเล มีเพียงตกค่ำจึงจะเข้าเมืองมาหาความสำราญ ตอนนี้มากันมากมายเช่นนี้ หรือว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น

ได้ยินหวังทงถาม เจ้าพนักงานผู้นั้นก็ลังเล ก่อนจะยิ้มแห้งๆ ตอบว่า

“คนข้างนอกรู้มาว่ากิจการและหน้าร้านของร้านหย่งเซิ่งจะขายทอด ดังนั้นจึงรีบมาสอบถามข่าวกัน?”

“ทำไมพวกเขารู้กันเร็วเพียงนี้!!?”

หวังทงถามขึ้นทันที จากนั้นก็ขมวดคิ้วเหลือบมองไปยังเจ้าพนักงานเบื้องหน้า เจ้าพนักงานผู้นั้นยิ้มแห้งๆ ไม่กล้าอยู่ต่อ รีบถอยหลังกลับออกไป

มองตามเจ้าพนักงานผู้นั้นลับตาไป หวังทงก็ส่ายหน้า กล่าวกับซุนต้าไห่ว่า

“คนในพื้นที่ของหังต้าเฉียวพวกนี้ ก็พอใช้งานได้แล้ว แต่จริงๆ ก็ยังไม่รู้จักธรรมเนียมอยู่เหมือนกัน”

พวกเดิมในพื้นที่ที่เคยสังกัดกองพันองครักษ์เสื้อแพร ตอนนี้ก็กลับเข้าสังกัดหมดแล้ว อย่างไรก็กำลังสร้างกำลังในกองพันให้ได้จำนวน และก็มีงานให้พวกเขาได้ทำ

องครักษ์เสื้อแพรในเมืองนอกเมืองตอนนี้มีงานไม่น้อยให้ทำ อย่างไรก็ต้องจะหาคนมาเฝ้าระวัง มาปัดกวาด เฝ้ายามหน้าประตู อย่างไรก็พอมีเบี้ยหวัดพอให้ได้ ใช้ชีวิตได้อย่างสบาย พวกเขาก็ย่อมอยากมาทำ

แต่ทว่า ก็มีคิดจะหาทางรวย เช่นหนึ่งในคนพวกนี้ที่แอบส่งข่าวเล็ดลอดออกไป พวกเขาอย่างไรก็ทำงานอยู่ในหน่วยงาน สามารถรู้เรื่องที่คนนอกไม่อาจรู้ บางครั้งข่าวอาจทำให้คนนอกร่ำรวยได้กำไรก็เป็นได้ พวกเขาก็สามารถนำข่าวไปแลกเงินเล็กๆ น้อยๆ

เช่นว่า หวังทงกับตระกูลลี่เปิดร้านค้าหนังกันที่เทียนจินก็เป็นข่าวที่พวกเขาปล่อยให้เล็ดลอดออกไป ปรากฎมีคนจงใจเทขายสินค้าหนัง พอร้านหนังเปิดกิจการมา ราคาสินค้าเครื่องหนังในตลาดก็ลดฮวบลงหนึ่งส่วนทันที ยังมีการเปิดกิจการผงฟู มีคนแอบทำเรือให้ว่างไว้ล่วงหน้าเพื่อรอการเปิดกิจการค้าผงฟู ขนใส่เรือกลับไปซานตงหรือเหอหนานขาย จะได้ฉวยโอกาสนี้หากำไรสักหน่อย

ดังนั้นข่าวทางนี้จึงนับว่ามีราคา พ่อค้าไม่น้อยต่างส่งคนงานมาเฝ้ารอข่าวกัน เจ้าพนักงานหลายคนได้ข่าวมาก็หาทางบอกคนสนิทกันเพื่อแลกสุราและเงินทอง

เมื่อวานสอบได้ว่าเป็นสินค้าปลอมและครอบครองอาวุธ วันนี้ชิวจิ้นไฉก็มาขอร้องถึงที่ คาดว่าในเวลานี้นี่เองที่ข่าวกระจายออกไป

ได้ยินหวังทงบ่น ซุนต้าไห่ก็ยิ้มกล่าวว่า

“ใต้เท้าครั้งก่อนยังบอกว่าใช้ประโยชน์ที่ปากไม่สนิท ถึงตอนนั้นคิดจะกระจายข่าวก็จักได้ใช้งานไม่ใช่หรือ?”

เพราะอารมณ์ดี ซุนต้าไห่จึงล้อหวังทงเล่น หวังทงส่ายหน้ากล่าวว่า

“พวกนี้ใช้ไม่ได้ หากลูกน้องเขายังใช้งานให้ดี ข่าวที่กลับมาจากหน่วยรักษาความปลอดภัยและจากทางคลองส่งน้ำกับแม่น้ำทะเลก็ล้วนรายงานว่าลูกน้องคนเหล่านี้ทำงานได้ดี รู้เรื่องรู้ราวกว่าพวกลูกหลานชาวนาทั่วไป เจ้าต้องจับตาดูเรื่องพวกนี้ให้ดี……ไม่รู้ว่าข่าวนี้ขายได้เท่าไร กิจการและหน้าร้านของร้านหย่งเซิ่งตอนนี้ได้ราคาดีมาก”

ร้านหย่งเซิ่งเป็นร้านค้าเก่าแก่เทียนจิน ร้านและโกดังในเมืองและริมคลองส่งน้ำก็เป็นทำเลดีที่สุด ได้พื้นที่ไปกว้างขวาง ตอนริมแม่ทะเลก่อตั้ง แม้ร้านหย่งเซิ่งจะมีความแค้นกับหวังทง แต่พวกเขาเดิมก็ทำการค้าอยู่ที่ริมแม่น้ำทะเล จึงรู้ความสำคัญดี ดังนั้นจึงเป็นคนแรกสุดที่ลงเงินจองหน้าร้านที่นี่ ก็ย่อมได้ทำเลที่ดีที่สุด

ในเมือง ริมแม่น้ำทะเล ริมคลองส่งน้ำ พวกเขาล้วนได้ทำเลดี หน้าร้านดี ไม่ต้องกล่าวถึงว่าในโกดังมีสินค้าจำนวนมากอยู่อีก ในเมื่อจะถูกปิด หากต้องขายทอดกิจการก็ย่อมต้องขายต่ำกว่าทุน เรื่องนี้มีกำไรมหาศาลตั้งเท่าไร คนที่ได้ยินข่าวก็เหมือนแมวเห็นปลาย่าง มากันราวกับฝูงผึ้งรุมตอม

“กำไรไหนเลยจะมาได้ง่ายเพียงนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมเนียมเดิม ให้พวกเราจัดการให้เช่าต่อ ให้ราคาสูงย่อมได้ไป!”

ซุนต้าไห่รีบคำนับรับคำสั่ง

ชิวจิ้นไฉกับคนร้านหย่งเซิ่งสำหรับหวังทงแล้ว ไม่ทำให้รู้สึกถึงภัยคุกคามอันใด พวกเขาก็แค่ก้อนแป้งนุ่มนิ่มเท่านั้น หวังทงจะนวดอย่างไรก็ย่อมได้ ความยุ่งยากแท้จริง ต้องรอให้เจ้านายใหญ่เบื้องหลังชิวจิ้นไฉออกโรงต่างหาก

************

“……กระหม่อมขอบพระทัยพระเมตตา ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน!!”

หวังทงโขกศีรษะรับราชโองการ จางซื่อเฉียงด้านหลังรีบเข้าไปส่งห่อผ้าสีแดงให้ ขันทีประกาศราชโองการชั่งน้ำหนักดูแล้วก็ยิ้มกว้างทันที กล่าวว่า

“ฝ่าบาททรงเมตตาใต้เท้าหวังมาก ในวังมีเรื่องมาเทียนจินไม่น้อย พวกเราก็อยากมา ใต้เท้าหวังช่างใจกว้าง!!”

หลังจากหวังทงถวายฎีกา ในวังก็มีปฏิกิริยามาเช่นนี้ ฮ่องเต้มีราชโองการสอบถามปลอบใจ และยังให้สำนักบูรพาและสำนักองครักษ์เสื้อแพรทิ้งคนไว้ช่วยทำคดีที่เทียนจินต่อนานอีกหน่อย

ที่ว่าให้อยู่ต่อนานอีกหน่อยก็คือ กำลังคนที่ส่งมาก่อนหน้าถอนกำลังกลับแล้ว ที่เหลืออยู่ต้องรับหน้าเรื่องนี้ต่อ หวังทงรับราชโองการแล้ว ก็ย่อมมีไมตรีตอบอย่างพอเพียง ในใจรู้สึกโล่ง คนฉลาดไม่น้อยจริงๆ ความนัยที่เข้าส่งไป คิดว่าทำงนั้นเดาได้แล้ว

จางเฉิงก็มีสารส่วนตัวมาเช่นกัน มีประโยคหนึ่งที่ทำให้หวังทงใส่ใจเป็นพิเศษว่า “ปฏิบัติงานขอให้ระวังความปลอดภัยไว้ก่อน โอรสสวรรค์เชื่อใจเจ้า”

ราชโองการยังพอทำเนา หากจดหมายนี้ทำให้ใจหวังทงนิ่งสงบลงไม่น้อย

*************

ก็ไม่อาจกล่าวได้ว่าบังเอิญจริง ราชโองการมาถึงตอนกลางวัน ตอนบ่ายเมืองหลวงก็มีหนังสือสั่งการมา เป็นหนังสือลงตราประทับผู้บัญชาการหลิวโสวโหย่วแห่งสำนักองครักษ์เสื้อแพร ส่งม้าเร็วนำมาถึงที่

“นายกองพันองครักษ์เสื้อแพรซานตงต่งช่วงสี่ทำคดีใหญ่ โจรร้ายเหิมเกริม กำลังไม่พอ ขอให้นายกองพันองครักษ์เสื้อแพรเทียนจินหวังทงนำกำลังไปช่วย อนุญาตให้นายกองพันหวังปฏิบัติการได้อย่างสะดวก ขอให้จับโจรดำเนินคดี คืนความสงบให้พื้นที่”

หลิวโสวโหย่วกับอิ๋วชีย่อมเรียกกันเป็นพี่น้องในที่ส่วนตัว เรื่องนี้เกรงว่าไม่ผ่านความเห็นจากท่านจางก็จัดการมา ให้คนนอกมณฑลไปช่วยย่อมเป็นการทำให้เรื่องใหญ่ ย่อมไปถึงหูท่านจาง และหวังทงยังเป็นบุคคลที่หลิวโสวโหย่วไม่อาจใช้งานได้ตามอำเภอใจ

ในเมื่อต่งช่วงสี่ไปขอให้อีกฝ่ายยอมช่วย ก็แค่ดำเนินขั้นตอนเอกสารทางการ หวังทงรับปากแล้ว ก็ย่อมไม่กล่าวอันใดกับผู้ใด สองฝ่ายทางสะดวก ก็แค่ประทับตราเท่านั้น

ต่งช่วงสี่โล่งใจ เรื่องต่อมาก็คือเอาแต่เร่งให้หวังทงเดินทางทั้งวัน

*************

ร้านหย่งเซิ่งถูกปิด คนค่อยๆ ทยอยกลับ แต่ข่าวก็ย่อมไปถึงก่อน ม้าเร็วไปซานซี คุณชายรองอยู่เมืองหลวง ก็ต้องส่งข่าวไปด้วยเช่นกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!