ตอนที่ 475 แผนการกุศลใหญ่ เขาอยู่เมืองหลวง
เดือนเจ็ด ณ เมืองหลวง เป็นเวลาที่หอฉินก่วนคึกคักที่สุดในรอบปี
อากาศร้อนอบอ้าว หอฉินก่วนมีลมพัดเย็น นางแอ่นน้อยทั้งหลายต่างก็สวมเสื้อผ้าบางเบา ความสำราญช่างมากมี พวกบัณฑิตใหญ่ในเมือง หรือคุณชายตระกูลต่างๆ หากมีฐานะพอจะมาที่นี่ได้ ก็ล้วนมารวมตัวกันที่นี่
อวี๋ซวงสือ คุณชายรองแห่งหย่งเซิ่งป๋อเป็นผู้ชื่นชอบความสำราญก็ย่อมไม่อาจพลาดโอกาส ทุกคืนก็จะมาหาความสำราญที่นี่ ใช้จ่ายมือเติบ และยังเป็นชนชั้นสูง หอฉินก่วนก็ย่อมต้อนรับอย่างดีที่สุด
อวี๋ซวงสือตอนอยู่เฝินโจว แม้เป็นพื้นที่ของตระกูลตนครอบครอง หากมีบิดา มีพี่ชาย ทำการอันใดก็ต้องสงบเสงี่ยม พอออกจากซานซีมาเมืองหลวง ทุกอย่างก็เปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ
เงินทองไม่ขาดมือ ขุนนางเมืองหลวงก็เกรงอกเกรงใจเขา ไทเฮาทรงรักและเมตตาอ๋องลู่มาก คนในตระกูลพ่อตาอ๋องลู่มา จะมีผู้ใดกล้ามีเรื่องด้วย
กล่าวได้อีกอย่างก็คือ เมืองหลวงเป็นเมืองเอกแผ่นดินหมิง รุ่งเรืองที่สุด ไม่ขาดความสำราญอันใด ทำให้อวี๋ซวงสือรู้สึกสุขสำราญอย่างที่สุด
ค่ำคืนก็มักจะมีหญิงงามรู้ใจคอยเคียงกาย เที่ยวหาความสำราญทีก็ทั้งคืน หากไม่ใช่ต้องออกมาสร้างสัมพันธ์ในเมืองหลวงบ้าง จัดการงานส่วนตัวบ้าง เกรงว่าคนทั้งคนก็หมกตัวอยู่แต่ในนั้นแล้ว
วันที่ 10 เดือนเจ็ด อวี๋ซวงสือก็มาที่หอฉินก่วนอีก ครั้งนี้อารมณ์ไม่ดีนัก แม้ว่าจะเรียกหญิงคนสนิทมารับใช้ แต่คืนนี้ร่ำสุราเป็นหลัก
ตอนมาหอฉินก่วนแรกๆ ก็มักมีคนติดตามมา คนติดตามก็เหมือนไม่ใช่บ่าวรับใช้ส่วนตัวของตน แม้ว่าท่าทีกับอวี๋ซวงสือจะนอบน้อมอยู่ แต่ก็มักจะเตือนนั่นเตือนนี่ ทำเอาอวี๋ซวงสือรำคาญอย่างมาก คนเช่นนี้ก็ค่อยๆ ไม่ปรากฎตัวติดตามอวี๋ซวงสืออีก ยามนี้มาที่นี่ก็ล้วนเป็นบ่าวส่วนตัวของอวี๋ซวงสือติดตามมาเอง
หญิงที่อวี๋ซวงสือเรียกตัวมารับใช้ก็ล้วนรู้ดีว่า คุณชายที่มาจากซานซีผู้นี้ใช้เงินราวกับสายน้ำ และยังชอบคุยโวโอ้อวด ไม่ว่าจะเรื่องตระกูลเขานั้นได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากไทเฮาและฮ่องเต้ ที่ซานซียิ่งใหญ่เกรียงไกรเพียงใด
วันที่ 10 เดือนเจ็ดวันนี้ ตอนดื่มสุรากลับไม่คุยโวถึงตระกูลตน หากเอาแต่ดื่มไปด่าทอไป สาปแช่งใครสักคนว่าไม่ตายดี สาปแช่งใครสักคนว่าวันหน้าต้องถูกกวาดล้างริบทรัพย์ล้างตระกูล แหลกสลายเป็นผุยผง
คุณชายที่ปกติมักจะคุยโวถึงเงินทองมหาศาลของตน หญิงสาวหอฉินก่วนฟังกันมามาก แต่ไม่เคยเอามาใส่ใจ คหบดีร่ำรวยใต้หล้ามีมากมาย เมืองหลวงยิ่งมาก สนใจอันใดกับคนสองคน
แต่การที่ชี้มือชี้ไม้โหวกแหวกกัดฟันด่าทอ ก็มีคนตั้งใจฟังเป็นพิเศษ เบื้องบนสั่งการให้สืบข่าวพวกนี้มา โดยเฉพาะหากมีคำว่า ‘เทียนจิน’ ‘หวังทง’ สองคำนี้ ก็ต้องตั้งใจเป็นพิเศษ
ข่าวในคืนนั้นจากหอฉินก่วนมายังสำนักรักษาความสงบ ทว่าสำนักรักษาความสงบกลับไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่อันใด เมืองหลวงแต่ละแห่งล้วนมีผู้คนโกรธแค้นหวังทงไม่รู้ตั้งเท่าไร ไม่ใช่แค่คนผู้นี้ผู้เดียว
ข่าวนี้ก็แค่จดบันทึกไว้ ใส่เข้าซองหนัง ส่งม้าเร็วไปเทียนจิน ก็ไม่มีอันใดให้ทำต่อ
************
แม้ว่านอกจากหย่งเซิ่งป๋อและบุตรชายคนโตที่สามารถถวายฎีกาได้ หากเรื่องพวกนี้ก็เห็นสายสัมพันธ์กันอยู่ ข่าวร้านหย่งเซิ่งถูกปิด เลี้ยวไปลดมาก็มาถึงพระกรรณไทเฮาได้
พอไทเฮาฉือเซิ่งทรงทราบเรื่อง ก็ทรงครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยพระพักตร์ขึ้นตรัสว่า
“แผ่นดินหมิงอย่างไรธรรมเนียมก็ต้องคงอยู่ บิดาข้าไม่อาจจัดการเรื่องที่ราชสำนักมอบหมายไปให้ดีได้ ท่านจางถวายคำร้องมาก ข้ายังต้องลงโทษให้บิดาไปยืนบนหิมะครึ่งชั่วยาม ตระกูลอวี๋ร่ำรวยเพียงนี้ กลับทำเรื่องพวกนี้ หวังทงจัดการไปตามระเบียบ ก็ทำได้ดีไม่มีที่ติ”
ผู้ฝากวาจามาทางไทเฮา เดิมคิดว่าอย่างไรฮ่องเต้ว่านลี่ก็ต้องเข้าข้างหวังทง แต่พอได้ยินไทเฮาตรัสเช่นนี้ ผู้ที่ได้ยินต่างก็รู้ทิศทางลม คนที่ฝากวาจามาก็ย่อมรู้เองว่าสิ้นหวังไปโดยปริยาย
แต่ที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ พอคนออกไปหมดแล้ว ไทเฮายังตรัสอีกว่า
“ลำบากเจ้าเด็กน้อยหวังทงแล้ว……”
*************
ตั้งแต่ผู้บัญชาการสำนักองครักษ์เสื้อแพรหลิวโสวโหย่วส่งหนังสือทางการมา ต่งช่วงสี่ก็มาเร่งหวังทงให้ออกเดินทางทุกวัน มาจนวันที่ 16 เดือนเจ็ด หวังทงก็ยังไม่เคลื่อนไหว
พี่น้องตระกูลอู๋กล้าปล่อยข่าวว่าเทศกาลฤดูใบไม้ร่วงจะกวาดล้างตระกูลต่งทั้งตระกูล อีกไม่ถึงเดือนก็จะถึงเวลาแล้ว จะให้ต่งช่วงสี่ไม่ร้อนใจได้อย่างไร
แต่วันนั้นที่คุกเข่าให้หวังทงไป จวนนายกองพันที่อายุน้อยว่าต่งช่วงสี่ผู้นี้ก็เข้าไปง่ายอยู่สักหน่อย ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เข้าไปไม่ได้ หากพอเข้าไปก็ไม่พบหวังทง
“ที่แท้เป็นใต้เท้าต่ง รีบเชิญเข้ามา นั่งดื่มน้ำชาก่อน”
“น้ำชาไม่ต้องแล้ว ใต้เท้าเจ้าอยู่ที่ใด?”
“ใต้เท้าเรากำลังติดหารือภารกิจในห้องหนังสือ……”
“ข้าจะไปหาเอง!”
พูดไม่ทันขาดคำ ต่งช่วงสี่ก็เดินเข้าไปด้านใน ที่หวังทงไม่มีหญิงสาวรับใช้ข้างกาย ก็ไม่มีสิ่งใดกลัวผู้อื่นเห็น
ทว่ายังเดินไม่ทันถึงสองก้าวก็ถูกทหารด้านหน้าขวางไว้ ทหารผู้นี้ร่างกายกำยำ ต่งช่วงสี่เองก็ไม่กล้าบุกเข้าไป หากแค่ผลัก อีกฝ่ายไม่ขยับแม้แต่น้อย สายตาเย็นชาไม่แปรเปลี่ยน ไม่รู้จะทำเช่นไร ต่งช่วงสี่จึงได้แต่ตะเบ็งเสียงดังลั่นไปว่า
“ใต้เท้าหวัง ใต้เท้าหวัง ต่งช่วงสี่มีเรื่องขอพบ……ใต้เท้าท่านรับปากข้าแล้ว หนังสือคำสั่งจากผู้บัญชาการหลิวก็มาถึงแล้ว หากยังไม่ไปอีก เกรงว่าคงเกิดภัยใหญ่แล้ว”
**************
“โรงช่างมีคนงานมาเรียนรู้งานอายุน้อยไม่น้อย ยังมีช่างอายุน้อยอีกหลายคน เพื่อให้สะดวกและประหยัด ก็รวมตัวกันอยู่ที่เพิงที่พักตรงสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ที่นั่นทั้งสกปรกและไร้ระเบียบ หากเกิดเหตุอันใด ทำให้งานล่าช้าจะทำเช่นไร?”
หวังทงกล่าวขึ้น เหรินย่วนนั่งอยู่ข้างๆ เฉียวต้ายืนอยู่ข้างๆ สองคนตั้งใจฟัง หวังทงยกมือขึ้นกล่าวว่า
“งั้นก็เอาพื้นที่ที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำใกล้โรงช่างตรงนั้น กั้นพื้นที่ส่วนหนึ่ง สร้างเรือนแบบร้านค้าริมแม่น้ำทะเล ให้พวกเขาได้อยู่กัน หนึ่ง พวกเขาจะได้มีสมาธิทำงาน สอง ให้ราษฎรริมสามเหลี่ยมปากแม่น้ำได้เห็น ว่าทำงานให้ข้า ล้วนได้ดีอย่างไร……”
กำลังกล่าวอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงตะโกนดังของต่งช่วงสี่ลอยมา หวังทงยิ้มกล่าวต่อว่า
“นายกองเหริน ข้าขอตัวสักครู่ ท่านลองไปขอให้ใต้เท้าเกาแห่งศาลชิงจวินไปเป็นเพื่อนสำรวจพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำสักหน่อย มีราษฎรอยู่กันมาก ข้าจัดการทั้งหมดเองไม่ได้ แต่การจะขุดบ่อ สร้างเส้นทางน้ำไหลมาให้ก็พอได้ แรงงานจัดหาได้ ทางนั้นมีแรงงานมากมาย ต้องทำให้ได้ มิเช่นนั้นคนมารวมตัวกันเช่นนี้ก็จะทั้งสกปรกและไร้ระเบียบ คงได้เกิดโรคระบำดเป็นแน่ จัดการวางแผนไว้ก่อนเป็นดี จำไว้ว่าจะต้องกำหนดเวลาตรวจงาน”
“แผนงานนี้ของใต้เท้าเป็นแผนการกุศลใหญ่ ข้าน้อยจะตั้งใจทำเต็มที่ ขอใต้เท้าโปรดวางใจ”
ตรงพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำกับตัวเมืองเทียนจิน มีคนหนาแน่นไม่รู้เท่าไร ล้วนเป็นราษฎรที่มาจากเขตปกครองเหนือมารวมตัวกัน ขุดบ่อหาน้ำ ให้พวกเขาได้มีแหล่งน้ำสะอาด ขุดทางระบำยน้ำ ให้ในพื้นที่ได้ปล่อยน้ำสกปรกออกไป พวกแมลงร้ายก็จะต้องมีกำหนดเวลาเข้าตรวจ
งานพวกนี้ดูแล้วก็เหมือนเป็นงานพื้นฐาน แต่หากไม่ทำ ก็ย่อมจะสร้างความเสียหายได้มาก อาจทำให้พื้นที่เกิดโรคระบำดใหญ่ ตอนนี้เทียนจินมีคนหนาแน่น หากวันใดเกิดเรื่องขึ้น ก็ย่อมไม่อาจวาดภาพความเสียหายได้
หวังทงยิ้มเอ่ยว่า
“ข้าได้รับผลกำไรใหญ่ที่เทียนจิน หาเงินก้อนจินฮวาเข้าวังได้ปีจะหลายล้านตำลึงเติมเต็มคลังหลวง ได้จากประชามามากมายเพียงนี้ก็ควรจะทำอะไรให้ประชาบ้างจึงจะถูกต้อง พวกเจ้าออกไปได้แล้ว!”
เหรินย่วนเป็นบัณฑิต บัณฑิตก็ย่อมซาบซึ้งกับเรื่องคุณธรรม คำกล่าวหวังทงทำให้เหรินย่วนซาบซึ้งใจ หากที่หวังทงคิดลึกลงไปอีกชั้นนั้นเขากลับคิดไม่ถึง แรงงานเหล่านี้ยอมจากบ้านเกิดมาทำงาน แรงงานที่ไร้ที่ทำกินกับเงินทุนเป็นทรัพยากรแรงงานแหล่งใหญ่ที่สุด
มีทรัพยากรแรงงานพวกนี้แล้ว การสร้างเมืองเทียนจินย่อมสามารถดำเนินต่อไปได้ ทุกแห่งต้องการแรงงานก็จะได้มีแรงงานมาเติมเต็มไม่ขาด
“ใต้เท้า ไช่กงกงเพิ่งจะมาถึง มีเรื่องปรึกษา นายกองพันต่งก็มีเรื่องด่วน”
สองคนเพิ่งไป ทหารด้านนอกก็รายงานดังเข้ามา หวังทงโบกมือยิ้มกล่าวว่า
“เรื่องหนักเบาแยกแยะได้ นายกองพันต่งร้อนใจอันใด ให้ไช่กงกงเข้ามาก่อน ให้นายกองพันต่งดื่มน้ำชาไปก่อน ใช่ว่าวันนี้จะไม่พบเขาสักหน่อย”
ไช่หนานหอบเอกสารเข้ามาในห้อง พอปิดปะรตูก็หยิบเอกสารบนสุดออกมากล่าวว่า
“ใต้เท้า สำนักรักษาความสงบที่เมืองหลวงส่งข่าวมา ในนั้นมีรายงานจากหอฉินก่วนวันที่ 10 เดือนเจ็ดว่าได้ยินคุณชายรองของหยิ่งเซิ่งป๋อชี้มือชี้ไม้โหวกเหวกเมาสุราด่าทอผู้คน เอ่ยถึงใต้เท้าหวังด้วย”
หวังทงรับเอกสารมาอ่าน อ่านอย่างละเอียดรอบหนึ่งก็กล่าวว่า
“ดีไม่ดีคนพวกนี้ก็เป็นคนผู้นี้ส่งมา แต่เขาเสียการควบคุมเช่นนี้น่าจะเป็นเพราะร้านถูกปิด ข่าวมือสังหารล้มเหลวนั้นควรจะรู้นานแล้ว”
กล่าวได้สองประโยค หวังทงก็ส่งเอกสารต่อให้ไช่หนาน ส่ายหน้ากล่าวว่า
“นี่ไม่ได้ประโยชน์อันใดแล้ว……”
กล่าวไม่ทันจบก็หยุด หวังทงคว้าเอกสารมาอ่านต่อ ยิ้มกล่าวว่า
“เขาอยู่เมืองหลวง”
*************
รู้อยู่ว่าหวังทงอยู่ในห้องหนังสือ แต่ถูกรั้งตัวไว้ไม่ให้เข้าพบ ต่งชวงสี่ย่อมร้อนใจอย่างที่สุดจริงๆ แล้ว พอได้อนุญาตให้เข้าไปในห้อง เขาก็เหมือนกับจะวิ่งอย่างบ้าคลั่งเข้าไป
“ใต้เท้าหวัง ท่านรับปากข้าแล้ว อย่าได้คืนคำ ลูกเมียข้า บิดามารดาอีกอยู่ที่จี่หนาน กำลังตกอยู่ในอันตราย……”
“ย่อมไม่คืนคำ ข้าอีกสองวันจะส่งคนเดินทางไป!”
หวังทงยิ้มรับปาก ไช่หนานข้างๆ ก็ยิ้มพยักหน้ากล่าวว่า
“ทหารทุกหน่วยเตรียมพร้อมอยู่ อีกสองวันก็จะออกเดินทางไป นายกองพันต่งโปรดอย่าได้ร้อนใจไป”
เดิมคิดว่าจะถูกปัดให้เลื่อนไปอีก คิดไม่ถึงว่ามาวันนี้จะรับปากง่ายดายเพียงนี้ ต่งช่วงสี่กลับอึ้งแทนกล่าวอันใดไม่ออก เป็นนานกว่าจะถามขึ้นอย่างลังเลว่า
“ใต้เท้าหวัง อีกสองวันเดินทางจริงหรือ!?”
“เดิมข้าเตรียมว่าอีกเจ็ดวันค่อยไป แต่เรื่องที่สืบมาก็ได้ความมากระจ่างแล้ว และยังมีเรื่องด่วนที่ต้องจัดการอีก ดังนั้นก็ไปเร็วหน่อยแล้วกัน”
“ใต้เท้าหวังจะต้องนำคนไปมากๆ ตระกูลอู๋นั่นเป็นกองโจรใหญ่ อย่าได้ชะล่าใจ……”
ได้ยินเช่นนี้ ต่งช่วงสี่รีบเปลี่ยนน้ำเสียง ในเมื่ออีกฝ่ายรับคำช่วยเหลือ ก็ย่อมต้องมั่นใจ กำชับติดๆ กัน หวังทงมองตาเขากล่าวว่า
“เรื่องการทหารจะชะล่าใจได้อย่างไร สิงโตออกล่ากระต่าย กำลังใหญ่จัดการเรื่องเล็กอย่างไรก็ไร้กังวลได้!”
