บทที่ 28 เซ่าเยี่ยซื่อ
“ท่านประมุข หลังจากเซ่าเยี่ยซือโดนจัดการจนสิ้นท่าก็ถูกส่งกลับมาขอรับ” ทหารยามนายหนึ่งรายงานให้ชิวหลีฟัง
“เกิดอะไรขึ้น” ชิวหลีในตอนนี้เพียงแค่ถามออกมาเสียงเรียบ ไม่ได้วางงานในมือลง ชิวเฉินออกไปหาเรื่องไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งเกิด ครั้งนี้ถูกจัดการจนสิ้นท่าก็ทำให้เขาสบายใจพอดี
“ได้ยินเยี่ยหลีสองคนที่ไปกับเขาบอกว่า… ว่า…” ทหารยามกระอึกกระอักไม่กล้าพูดต่อ
“ยังมีอะไรที่พูดไม่ได้อีกหรือ?”
ทหารยามทรุดคุกเข่าลงไป
“เซ่าเยี่ยซือแอบเข้าไปในเขาหลานวั่งตอนที่ประมุขตระกูลหลานทำพิธีสืบทอด แล้วถูก… ถูกคุณชายชิวเย่ว์จัดการเอาขอรับ” ทหารยามนายนั้นเพิ่งพูดจบก็รู้สึกว่ามีพลังคลุ้มคลั่งกระแสหนึ่งพัดโหมเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขาถูกซัดออกไปในทันใด
“หึ คุณชายชิวเย่ว์อย่างนั้นหรือ ให้เขาเข้ามา”
“ขอรับ” ทหารยามล้มลุกคลุกคลานวิ่งออกไป ออกให้ห่างจากบริเวณที่มีปัญหาโดยเร็ว
นอกประตูเยี่ยหลีสองคนพาชิวเฉินเข้ามาในห้อง
“เข้าพบท่านประมุข” ทั้งสองคนกล้าๆ กลัวๆ ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
“เรื่องไปมาอย่างไร ทำไมถึงไปถึงตระกูลหลานได้” ชิวหลีหันหลังให้พวกเขา ถามออกมาเสียงเย็น ผ่านไปครู่หนึ่งเยี่ยหลีกระอึกกระอักไม่พูดออกมา ชิวหลีหันหน้ากลับไปเห็นชิวเฉินที่ยังอยู่ในสภาพสลบไหลจึงตบเข้าทีหน้าเขาอย่างแรงทีหนึ่ง ทำให้เขาได้สติขึ้นมา
“อ๋า ท่านประมุข ท่านประมุขจะต้องคืนความยุติธรรมให้ข้านะขอรับ” ชิวเฉินที่เพิ่งตื่นเห็นชิวหลีอยู่ตรงหน้าก็คิดจะพุ่งเข้าไปใกล้ แต่ร่างกายที่ไร้ประโยชน์นั้นกลับไม่เชื่อฟัง
“พูดให้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น? เจ้ารู้ตำแหน่งที่ชัดเจนของตระกูลหลานได้อย่างไร พันปีมานี้ไม่เคยมีคนนอกได้เข้าไปเหยียบตระกูลหลานแม้แต่ก้าวเดียว แม้แต่ตำแหน่งก็ยังไม่รู้ แล้วพวกเจ้ารู้ได้อย่างไร”
“วันนั้นมีชายชุดดำนำจดหมายฉบับหนึ่งมาส่งผ่านหน้าต่างห้องข้า ข้าไล่ตามออกไปแต่ก็ไม่ทัน ในจดหมายนั้นเขียนบริเวณที่เปราะบางที่สุดของม่านพลังบนเขาหลานวั่ง อีกทั้งยังบอกว่าวันนี้มีการสืบทอดตำแหน่งประมุข การป้องกันไม่ได้แน่นหนานัก” ชิวเฉินเห็นว่าครั้งนี้ชิวหลีไม่ได้มีท่าทีเหมือนแต่ก่อนที่เขาไปหาเรื่องหาราวมา จึงได้ยอมรับออกไปอย่างง่ายดาย
“ใจข้าคิดว่าหากข้าสามารถฆ่าคนหรือว่าทำให้ภายในตระกูลหลานวุ่นวายได้ตอนที่ประมุขตระกูลหลานสืบทอดตำแหน่งก็คงถือว่าเป็นผลงานชิ้นใหญ่ชิ้นหนึ่ง ถึงเวลานั้นท่านประมุขจะต้องตกรางวัลให้ข้าเป็นแน่ หลายปีมานี้ข้ายังไม่เคยทำอะไรเพื่อท่านประมุข ก็เลยคิดจะทำอะไรบางอย่างเป็นการขจัดความกังวลให้แก่ท่านขอรับ”
“เพราะงั้นเจ้าเลยบุกไปที่เขาหลานวั่งด้วยตัวเอง แล้วยังถูกจับได้ ใช้ชีวิตตามสบายได้ในส่วนในตระกูลหลานความสามารถของคนนี้ไม่เลวเลยทีเดียว ทำไมไม่มาบอกข้าตั้งแต่แรก? เจ้าคิดว่าคนที่เอ้อระเหยลอยชายมานานหลายปีเช่นเจ้าพัฒนาฝีมือไปแล้วอย่างนั้นหรือ? ในตอนนั้นถ้าไม่ใช่เพราะว่าพ่อของเจ้าใช้ชีวิตมาแลกกับตำแหน่งเซ่าเยี่ยซือ แค่ความสามารถเพียงเท่านั้นของเจ้าแม้แต่เยี่ยหลีก็ยังเป็นไม่ได้ ไร้ประโยชน์ หลายปีมานี้ผลงานของพ่อเจ้าถูกเจ้าใช้ไปจนแทบไม่เหลือ ข้าเก็บเจ้าไว้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร” ชิวหลีบีบเข้าที่คอชิวเฉินแน่น
“ท่านประมุข ท่านฆ่าข้าไม่ได้นะขอรับ หลายปีมานี้ข้าไม่มีผลงานแต่ก็ลงแรงนะขอรับ” ชิวเฉินเบิกตาโพลงด้วยความหวาดกลัวมองชิวหลีที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม เขาคิดไม่ถึงว่าชิวหลีจะไร้ความเมตตาเพียงนี้
“ผลงานหรือ? หึ หึ เจ้ารู้หรือไม่ว่าการกระทำสิ้นคิดบุ่มบ่ามของเจ้าทำลายแผนการของข้าไปมากเท่าไร รอจนข้าได้แผ่นดินนี้มาครอบครอง ข้าชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ พวกเจ้าจะเป็นจะตายสำหรับข้าแล้วไม่มีประโยชน์อะไรทั้งนั้น”
ชิวเฉินยังคงดิ้นรน ตราบจนลมหายใจเฮือกสุดท้าย
“ชิวเย่ว์หนอชิวเย่ว์ เจ้าไม่อยู่ในตระกูลให้ดี กล้าออกมาปลุกปั่นเรื่องราว เช่นนั้นก็อย่ามาโทษว่าข้าจะจัดการเจ้าให้ตายอีกครั้งหนึ่ง มุกหลิววั่ง แผ่นดินล้วนเป็นของข้า”



