บทที่ 60 ความจริงอย่างนั้นหรือ
“คุณหนูเจ้าคะ นี่เป็นจดหมายที่แม่ทัพมอบให้ท่าน” ผิงเอ๋อร์ส่งจดหมายให้อวิ๋นหรู
อวิ๋นหรูเปิดจดหมายออกมาอ่านอย่างกระวีกระวาดร้อนใจ
“ท่านเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ ด้านซีเชวียเกิดเหตุวิกฤติ ทหารพลังตระกูลเยี่ยจำนวนมากมาถึงชายขอบซีเชวีย เปิดศึกหมุนเวียนกับตระกูลหลาน ตระกูลหลานต่อสู้ด้วยความยากลำบาก ไม่พ้นสามวันจะต้องแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย”
สามวัน…
หลานเฟิงเป็นหัวหน้าทัพทำไมเขาถึงไม่ไป? ต่อให้เขาไม่อยู่หลานอีก็น่าจะอยู่ แต่แม่ทัพหลิวไม่มีทางแจ้งข่าวทหารลวง แท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่? หลานเยี่ยจะปล่อยให้ตระกูลหลานถูกโจมตีจนพ่ายแพ้ได้อย่างไร นี่จะต้องมีปัญหาแฝงอยู่เป็นแน่
“คุณหนู เมื่อครู่นี้มีนกพิราบส่งสารตัวหนึ่งบินเข้ามา มีจดหมายฉบับหนึ่งถูกผูกติดอยู่เจ้าค่ะ”
“รีบเอามาให้ข้า”
‘หรูเอ๋อร์ เกิดเหตุวิกฤติที่ซีเชวีย ตระกูลหลานต้านทานไว้ไม่ไหว นำกองหนุนมาช่วยด้วยเร็ว
หลานเยี่ย’
“ผิงเอ๋อร์ รีบไปเตรียมตัวเร็วเข้า พวกเราไปเรือนอี้หรง”
หลังจากอวิ๋นหรูอ่านจดหมายก็เกิดความร้อนรนขึ้นมาในทันใด เครื่องหมายการเคลื่อนทัพอยู่ที่ท่านพ่อ จะต้องรีบไปเอาโดยเร็ว แต่ไม่รู้ว่าท่านพ่อจะยอมหรือไม่
เมื่อมาถึงเรือนอี้หรงอย่างรีบร้อยแต่ต้องพบว่าอวิ๋นหรงนั่งตัวตรงสง่างามอยู่หน้าโต๊ะตัวเล็ก รอการมาถึงของอวิ๋นหรู
“เจ้ากลับไปเถิด” อวิ๋นอี้พูดออกมาตรงๆ
“ท่านพ่อ!” อวิ๋นหรูตื่นตะลึงเป็นอย่างมาก
“ตระกูลหลานช่วยพวกเรามากมายขนาดนั้น ตอนนี้ซีเชวียเกิดวิกฤติพวกเราไม่ควรไปช่วยเขาหน่อยหรือเจ้าคะ?”
“การศึกครั้งที่แล้วพวกเราเสียหายอย่างไรบ้าง?” อวิ๋นอี้ถามคำนี้ออกมาเหมือนไม่ค่อยใส่ใจเท่าไรนัก
“ครึ่งหนึ่งเจ้าค่ะ” อวิ๋นหรูก้มหน้าตอบ
“แล้วพวกเรามีความสามารถไปช่วยตระกูลหลานหรือ?”
“หากตระกูลหลานถูกตระกูลเยี่ยครอบครอง เช่นนั้นก็ห่างจากวันที่เขาเทียนปี้จะดับสลายไม่ไกลแล้ว”
“ข้าไม่อาจปล่อยให้เจ้าเอาทั้งเขาเทียนปี้ไปล้อเล่นได้”
“ข้าไม่ได้ล้อเล่น ข้าจริงจังอย่างมาก ตระกูลเยี่ยเพิ่งจะพ่ายแพ้จากเขาเทียนปี้ไป ไม่น่าจะกลับมาโดยเร็วนี้”
“เจ้าเข้าใจสถานการณ์หรือไม่? ทำไมตระกูลเยี่ยถึงได้มีความสามารถเปลี่ยนไปทำศึกที่ซีเชวียได้เร็วขนาดนี่ทั้งๆ ที่เพิ่งแพ้จากเขาเทียนปี้ไป?”
อวิ๋นหรูกัดริมฝีปากแน่นไม่พูดจา มือกำจดหมายขอความช่วยเหลือของหลานเยี่ยแน่น
อวิ๋นอี้พอมองสิ่งที่แอบแฝงอยู่ออก มือขยับแย่งของที่อยู่ในมืออวิ๋นหรูมา อ่านไปครู่หนึ่งอวิ๋นอี้ก็ฉีกกระดาษออกเป็นผุยผงด้วยความโกรธ
“เจ้าไปเถิด หากหลานเยี่ยมีเรื่องเพียงเท่านี้จะไม่ช่วยก็ไม่เป็นไร เจ้าเองก็ไม่จำเป็นต้องแต่งงานเจ้าไป” จู่ๆ อวิ๋นอี้ก็พูดประโยคทิ้งท้าย ทำให้อวิ๋นหรูหนาวเหน็บใจโดยสิ้นสุด
อวิ๋นอี้รู้เรื่องที่นางชอบหลานเยี่ย หลายปีมานี้ไม่เคยออกหน้าแทนนางเพราะไม่อยากให้นางเดินเส้นทางเดียวกับอวิ๋นหรง นางเป็นเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งเขาเทียนปี้ นางควรจะได้ใช้ชีวิตเพลิดเพลินไปกับเกียรติยศศักดิ์ศรีไปตลอดชีวิต
อวิ๋นหรูเห็นว่าการร้องขอไร้ผล จึงหมุนตัวเดินออกไปด้วยความโมโห กลับไปยังจวนของตนเอง อวิ๋นหรูนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งร้องไห้ออกมาเสียงดัง ใช่ว่านางจะไม่รู้สถานการณ์ของเขาเทียนปี้แต่นางไม่อาจทำตัวมีเมตตาต่อคนทั้งโลก สิ่งที่นางต้องการมีเพียงเขา
ชุดแดงสิบลี้ เคารพรักเมตตา ใช้ชีวิตร่วมกัน รักใคร่ปรองดอง นี่คือสิ่งที่นางต้องการ
ผิงเอ๋อร์เห็นอวิ๋นหรูร้องไห้ไม่หยุดจึงเดินมาปลอบนาง
“คุณหนู ท่านอย่าเสียใจไปเลยเจ้าค่ะ”
“ข้าจะไม่เสียใจได้อย่างนั้นหรือ? สามวัน มีเวลาเพียงสามวัน จากเขาเทียนปี้ไปถึงซีเชวียใช้เวลาเพียงสองวัน หากวันนี้ข้ายังเอาตราออกมาไม่ได้เขาก็น่าจะรับมือไม่ไหว” อวิ๋นหรูร้องไห้ไปพลางพูดไปพลาง
“คุณหนู เอาเช่นนี้ไม่เจ้าคะ”
ผิงเอ๋อร์กระซิบกระซาบข้างหูอวิ๋นหรู อวิ๋นหรูตาแดงก่ำฟังเขาพูด
“ทำแบบนี้ได้จริงหรือ? หากเกิดอะไรขึ้นท่านพ่อจะโทษข้าหรือไม่”
“คุณหนูมีประมุขตระกูลหลานอยู่เขาไม่มีทางปล่อยให้เขาเทียนปี้เป็นอะไรไปเป็นแน่เจ้าค่ะ”
“ใช่แล้ว เขาไม่มีทางปล่อยให้ข้าเป็นอะไร” อวิ๋นหรูพูดออกมาเหมือนตัดสินใจได้แล้ว



