บทที่ 90 พิธีศพ
ตอนที่อวิ๋นหรูกลับไปถึง แม่ทัพอวิ๋นก็รอนางอยู่ที่เรือนอี้หรงแล้ว
“ท่านเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ ช่วงเวลาที่ท่านไม่อยู่ท่านหัวหน้าแม่ทัพกองทหารตระกูลหลานหลานเฟิงมาหาท่าน”
“หลานเฟิงหรือ? เขามาทำไม เขาไม่ควรจะนำทหารอยู่ที่ซีเชวียหรือ?”
“เหมือนจะมาหาท่านประมุขหลานขอรับ ดูท่าทางร้อนใจอย่างมาก”
“หาท่านพี่ หรือเขาเองก็ไม่รู้ว่าท่านพี่ไปไหน ท่านพี่ไม่ได้กลับตระกูลหลาน หลานเม่ยเองก็ไม่รู้ว่าท่านพี่ไปที่ไหน คงไม่ได้เกิดเรื่องอะไรกับท่านพี่กระมัง พวกเราต้องส่งคนไปหาเขาหรือไม่”
อวิ๋นหรูแลดูร้อนใจขึ้นมา
“ท่านเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ สิ่งที่เร่งรีบที่สุดตอนนี้คือพิธีศพของประมุขวังและความปลอดภัยของประชาชนเขาเทียนปี้ อีกทั้งเขาเทียนปี้เองก็ไม่มีคนเหลือมากพอที่จะออกไปตามหาคน ข้าเชื่อว่าทางตระกูลหลานจะต้องตามหาท่านประมุขหลานเป็นแน่ ท่านเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ไม่ต้องเข้าไปยุ่งหรอกขอรับ”
อวิ๋นหรูคิดถึงบทสนทนาระหว่างนางและอวิ๋นอี้ตอนที่ยังมีชีวิต และคิดถึงเนื้อหาในจดหมายฉบับนั้น ใช่แล้ว ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ตนเองจะเอาแต่ใจได้แล้ว
“การเตรียมพร้อมช่วงแรกของพิธีศพเป็นอย่างไรบ้าง” เห็นอวิ๋นหรูไม่ได้พูดอะไรอีก แม่ทัพอวิ๋นถึงได้วางใจลง
“การเตรียมพร้อมช่วงแรกเสร็จหมดแล้วขอรับ หลังจากนี้ต้องให้ท่านเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ท่านออกหน้าจัดพิธีเองแล้ว”
พูดจบทั้งสองคนก็เดินมาถึงโถงบรรพชนเขาเทียนปี้ ประตูใหญ่ของโถงบรรพชนเปิดออกกว้าง หน้าประตูมีทหารยืนอยู่สองแถว ตรงกลางเหลือเป็นทางเดินเอาไว้เส้นหนึ่ง ด้านข้างเต็มไปด้วยประชาชนที่มายืนรอส่งด้วยความเป็นระเบียบ
ตั้งแต่ที่อวิ๋นอี้รับช่วงดูแลเขาเทียนปี้ ใช้ศีลธรรมในการจัดการ เขาเทียนปี้ภายใต้การดูแลของเขายิ่งอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ชีวิตของประชาชนก็ยิ่งมีความสุขและแข็งแรงมากขึ้น ประชาชนเขาเทียนปี้เองก็ซาบซึ้งในบุญคุณของอวิ๋นอี้ สำหรับการจากไปของประมุขวังที่ฉลาดหลักแหลมเช่นนี้พวกเขารู้สึกเสียใจอย่างมาก
อวิ๋นหรูเดินอยู่ข้างหน้า สี่คนด้านหลังแบกโลงศพของอวิ๋นอี้เดินตามมา อวิ๋นหรูสวมใส่ชุดสีขาวปลอด ในเวลานี้กลับไม่มีน้ำตาหยดลงมาแม้แต่หยดเดียว เพราะร้องไห้จนน้ำตาแห้งไปแล้วอย่างนั้นหรือ?
โลงศพเข้าไปในโถงบรรพชน อวิ๋นหรูนำดอกบัวขาววางไว้บนมุมซ้ายของโลงศพอวิ๋นอี้ หลังจากกราบสามครั้งแล้วก็ลุกขึ้น จากนั้นอวิ๋นหรูขับกระแสพลังบังคับโลงศพอวิ๋นอี้ไว้กลางอากาศ เปลวเพลิงแสนแสบตาสะเทือนเลื่อนลั่น
มีผู้คนมากมายร้องไห้ออกมาเพราะทนไม่ไหว สุดท้ายเถ้ากระดูกที่เหลือก็ถูกใส่ไว้ในกล่องไม้ที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษ จากนั้นก็ใส่ไว้ในตำแหน่งที่กำหนดเอาไว้
“อวิ๋นอี้ประมุขวังรุ่นที่สองร้อยเก้าสิบเอ็ดแห่งเขาเทียนปี้ ทั้งชีวิตทำเพื่อเขาเทียนปี้ ไม่เคยมีข้อผิดพลาดมาก่อน และในวันนี้ได้จากไป จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นหลัง” คนที่ดำเนินพิธีนั้นพูดออกมา
“ท่านพ่อ ท่านไปดี” อวิ๋นหรูตะโกนออกมาเสียดัง คนด้านหลังก็ตะโกนตามนาง
“ประมุขวัง ท่านไปดี” ทันใดนั้นเสียงร้องไห้ก็ระงมไปทั่วทุกทิศ เสียงดังสนั่นฟ้า หากคิดจะวิพากษ์วิจารณ์ชีวิตของผู้นำคนหนึ่ง คิดว่าน้ำตาของประชาชนราษฎรที่ร่ำไห้ในพิธีศพคงจะมีกำลังในการพูดที่สุดกระมัง
อวิ๋นหรูเดินออกไปหน้าประตูโถงบรรพชน มองดูประชาชนด้านนอก
“แม้ประมุขวังจะจากไปแล้ว เขาเทียนปี้จะถูกเผา แต่ยังมีพวกเจ้า ข้าเชื่อว่า มีพวกเจ้าอยู่เขาเทียนปี้จะต้องมีวันที่สร้างกลับขึ้นมาใหม่ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป คนชรา หญิงที่แต่งงานและเด็กๆ ให้ตามข้าไปที่ตระกูลหลานเป็นการชั่วคราว บุรุษที่เหลือคนที่ยินยอมอยู่ต่อก็ให้สร้างเขาเทียนปี้ด้วยกัน คนที่ไม่ยินยอมอยู่ต่อก็ให้ตามข้าไปตระกูลหลาน”
“พวกเรายินยอมอยู่ต่อไปก่อสร้างเขาเทียนปี้” เสียงตะโกนดังรอบด้าน มุ่งมั่นอย่างมาก
รอจนทุกอย่างสิ้นสุดลงแล้ว อวิ๋นหรูนั่งอยู่ในโถงบรรพชนไม่รู้คิดอะไรอยู่
“ท่านเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ ไฟอมตะของประมุขวังจะให้เอาลงมาหรือไม่?”
แม่ทัพอวิ๋นเดินมาถาม
สายตาของอวิ๋นหรูมองไปยังกำแพงของโถงบรรพชน
“ไม่จำเป็น รอจนวันที่เขาเทียนปี้สร้างขึ้นมาใหม่ค่อยเอาลงมา ข้าอยากให้ท่านพ่อได้เห็นเขาเทียนปี้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ”
