บทที่ 95 ตามหา
คนของหล่านเย่ว์ตามหาหลานเยี่ยทุกพื้นที่ด้านนอก หลานเม่ยออกจากเขาเทียนปี้ไม่ได้ หลานเฟิงเองก็ไม่รู้ว่าไปไหน ดังนั้นหลานอีจึงไปที่ชายแดนซีเชวียแทนหลานเฟิง
แม้จะคิดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่หลานอีก็ไม่ยังตายใจ สั่งให้คนตามหาทั่วตระกูลหลานอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้รับผลลัพธ์อะไรกลับมา
สามวันผ่านไปแล้วแต่ยังคงไม่มีข่าวสารใดๆ ถูกส่งมา หลานเม่ยอดรู้สึกร้อนใจไม่ได้
วันนี้หลานเม่ยไปที่ตีนเขา เขาหลานวั่งอีกครั้ง เห็นประชาชนเขาเทียนใช้ชีวิตเหมือนปกติ ไม่ได้แสดงท่าทีโศกเศร้าเสียใจอะไรออกมา
เด็กน้อยกำลังหยอกเล่นกันอยู่นอกบ้าน หญิงที่แต่งงานแล้วก็จับกลุ่มนั่งทำงานฝีมืออยู่หน้าประตู ทำเสื้อผ้าให้กับสามีที่ก่อสร้างทำงานอยู่ที่เขาเทียนปี้ เย็บแผ่นรองเท้า
ลูกเจี๊ยบที่เอามาเมื่อหลายวันก่อนตอนนี้วิ่งไปทั่วสวน ผืนดินก็ถูกจัดการอย่างเรียบร้อยไปแล้วครั้งหนึ่งเพื่อโปรยเมล็ดพันธุ์ลงไป
อวิ๋นหรูกลับไปยังเขาเทียนปี้ หลายวันมานี้ยังไม่ได้กลับมา อาจเป็นเพราะทางด้านเขาเทียนปี้ยุ่งเกินไปกระมัง
เห็นหลานเม่ยมาพวกนางก็วางงานในมือลง เดินมาต้อนรับเขา
“นายท่านมาแล้ว รีบเข้ามาดื่มน้ำก่อนเถิด”
“ไม่ต้องยุ่งยาก พวกเจ้าทำตัวตามสบายเถิด ข้าแค่มาดูเท่านั้น อีกครู่ก็จะไปแล้ว” หลานเม่ยเหมือนไม่ถนัดในการรับมือกับหญิงแต่งงานที่กระตือรือร้นกลุ่มนี้
“นายท่าน ท่านเองก็อย่าสงวนท่าทีเกินไป ตอนนี้ที่พวกเรามีที่ให้พักก็เป็นเพราะใบบุญของท่าน ท่านมานั่งเถิดมาพูดคุยกับพวกเรา พวกเราเองก็จะได้ใกล้ชิดสนิทสนมกับท่าน” หลานเม่ยไม่อาจขัดความจริงใจของพวกนางได้ จึงเข้าไปนั่งอยู่ครู่หนึ่ง
“นายท่าน ปีนี้ท่านอายุเท่าไรแล้ว”
หญิงแต่งงานแล้วคนหนึ่งรินชาไปพลางเอ่ยปากถามไปพลาง
“ยี่สิบหกปีแล้ว”
“อายุก็ไม่น้อยแล้ว แต่งงานหรือยังเล่า?”
“ยังเลย” คิดไม่ถึงว่าหญิงแต่งงานแล้วเหล่านี้จะพูดจาตรงเช่นนี้ หลานเม่ยหน้าแดงอย่างควบคุมไม่ได้
“เช่นนั้นท่านว่าท่านเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราเป็นเช่นไร?” หญิงแต่งงานแล้วคนหนึ่งผลักเอาเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ของตนเองออกมาเสนออย่างตรงไปตรงมา
“ก็ดี” ใบหน้าของหลานเม่ยแดงก่ำเหมือนลูกพลับสุก แทบจะมีเลือดหยดไหลออกมา
“เช่นนั้นก็ดี เช่นนี้ก็ง่ายขึ้น นายท่านเองก็ต้องสู้ๆ เสนอตัวสักหน่อยถึงจะจีบเอามาไว้ในมือได้ไม่ใช่หรือ”
“ข้าๆๆ ไม่ ไม่ ไม่ ข้า…”
“ไอยา นายท่านอย่าอายไป เป็นเช่นนี้จะจีบท่านเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราได้อย่างไร? ท่านเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ของพวกข้ามีคนไล่จีบตั้งมากมาย”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” หญิงแต่งงานทั้งกลุ่มหัวเราะขึ้นมา ทำให้หลานเม่ยเขินอายมากกว่าเดิม
“มีเรื่องอะไรน่ายิ่งดีถึงเพียงนี้ พูดมาให้ข้ามีความสุขด้วยซิ” จู่ๆ อวิ๋นหรูก็เดินเข้ามาจากด้านนอก บังเอิญเห็นหลานเม่ยที่มีสีหน้าเขินอายและหญิงแต่งงานที่ยิ้มหยอกเย้าล้อมรอบเขาอยู่
“ท่านเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์กลับมาแล้ว ข้าจะบอกให้ท่านฟัง…”
“ข้าขอตัว” หลานเม่ยหนีจากไป ด้านหลังนั้นมีเสียงหัวเราะดังตามมา
∗∗∗
ในเวลาเดียวกัน ภายในหล่านเย่ว์
อวี่มั่วนั่งอยู่ด้านบน มองดูกลุ่มคนที่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ด้านล่าง
“ทำไมถึงไม่พูด? สามวันแล้ว ไม่มีข่าวแม้แต่นิดเลยหรือ? ข่าวสารของหล่านเย่ว์ใช้ไม่ได้เช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไร?”
“นายท่าน พวกเราเองก็ร้อนใจ แต่สามวันมานี้ คนที่อยู่ใต้อาณัติได้ตามหาทั่วทุกที่แล้ว ไม่มีข่าวเลยแม้แต่น้อยจริงๆ ขอรับ”
“หาครบแล้ว หาครบแล้วคือที่ไหนกัน? เมืองหลวง จิ่วหลิวหรือตระกูลเยี่ย?”
“ในเมืองหลวงไม่มีข่าวเลยแม้แต่น้อยจริงๆ นายท่านเองก็รู้ภายในตระกูลเยี่ยคนของเราไม่อาจเข้าไปได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตามหาคนเลยขอรับ”
“ดังนั้นเลยหาไม่พบหรือ?”
อวี่มั่วนวดหว่างคิ้ว ไม่มีข่าวเลยทุกที่ ตระกูลหลานก็ไม่มี ในเมืองหลวงก็ไม่มี เขาเทียนปี้ก็ไม่มี เช่นนั้นก็เหลือเพียงตระกูลเยี่ยแล้ว ตระกูลเยี่ย คราวนี้เป็นใครกัน?
หลานเยี่ยอ่าหลานเยี่ย เจ้าช่างมีความพิเศษหาเคราะห์ใส่ตัวเสียจริง
∗∗∗
ภายในตระกูลเยี่ยชิวลั่วหมุนตัวเข้าไปในห้องชิวอวี้
“นายน้อย ไม่ทราบว่าจะจัดการกับมู่หลีอย่างไรขอรับ?”
ชิวอวี้เงยหน้าขึ้นมา มองชิวลั่วอยู่ครู่หนึ่ง ยิ้มแย้มขึ้นมา
“เรื่องของเจ้า เจ้าตัดสินใจเองก็ได้แล้ว ข้าจะเข้าไปยุ่งกับเจ้า”



