ตอนที่ 717 อสูรตะวันไบแซนไทน์ผู้แสนปวดใจ
ที่ตีนเขาเล่หยวน หนึ่งคนกับหนึ่งอสูรขั้นเซียนพุ่งปราดลงจอดกับพื้น
“ผู้อาวุโสมั่ว!”
ชายผู้นั้นลงจากหลังอสูร และประสานมือคารวะพร้อมกับยิ้มให้
“ประธานมั่ว” ผู้อาวุโสมั่วรีบตอบรับคำทักทาย
ผู้ที่เพิ่งมาถึงไม่ใช่ใครอื่น นอกจากประธานสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิหงหย่วน, มั่วเกาหย่วน!
แม้จะไม่ใช่หนึ่งในสมาชิกของ 10 สุดยอดปรมาจารย์ แต่ความสามารถและตำแหน่งของเขาก็จัดว่าทัดเทียมกับสิบคนนั้น
“อสูรเซียนหลังหยา!” ผู้อาวุโสมั่วหันไปประสานมือทักทายอสูรขั้นเซียนที่อยู่ข้างๆ
นั่นคืออสูรวิเศษของมั่วเกาหย่วน, อสูรเซียนหลังหยา ซึ่งเป็นอสูรระดับเซียนขั้น 1!
เพราะมันเป็นอสูรระดับเซียน จึงจำเป็นต้องทักทายกันอย่างมีพิธีรีตองสักหน่อย
“คารวะผู้อาวุโสมั่ว!” อสูรเซียนหลังหยาตอบด้วยภาษามนุษย์
หลังเสร็จสิ้นการทักทายอย่างเป็นพิธี ผู้อาวุโสมั่วก็หันไปถามมั่วเกาหย่วนด้วยความสงสัย “ไม่ทราบว่าประธานมั่วกับอสูรเซียนหลังหยามาถึงนี่เพราะเหตุใด?”
ทั้งสภาปรมาจารย์และสถาบันปรมาจารย์หงหย่วนมีฐานะเท่าเทียมกัน ภายใต้สังกัดของสำนักงานใหญ่แห่งจักรวรรดิอันทรงเกียรติ ดังนั้นประธานสภาปรมาจารย์จึงไม่มีเหตุที่จะต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจธุระของสถาบันปรมาจารย์
“ผมได้ยินว่ามีนักเรียนใหม่ผู้ปราดเปรื่องมากมายเข้าร่วมการทดสอบครั้งนี้ จึงอยากแวะมาชมสักหน่อย…” มั่วเกาหย่วนหัวเราะหึๆ
ในเมื่อครั้งนี้เป็นการสอบเข้า ปรมาจารย์จางก็ย่อมจะอยู่ที่นี่ด้วย มั่วเกาหย่วนตั้งใจจะมาพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับจางเซวียน เพื่อใช้โอกาสนี้กรุยทางเข้าหาปรมาจารย์หยาง
เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายแค่มาสังเกตการณ์ ผู้อาวุโสมั่วลูบเคราขณะแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก “ปีนี้ก็มีนักเรียนเก่งๆอยู่หลายคน แต่ก็บอกได้ยากว่าพวกเขาจะผ่านการทดสอบหรือเปล่า!”
“อ้าว? มีอะไรที่ลึกซึ้งกว่าการทดสอบหรือ?” มั่วเกาหย่วนถามอย่างสงสัย
วัตถุประสงค์ของการทดสอบก็เพื่อคัดเลือกนักเรียนผู้ปราดเปรื่องออกจากนักเรียนที่มีสติปัญญาระดับพื้นๆ ถ้าไม่ใช่อย่างนั้น แล้วจะจัดการทดสอบขึ้นเพื่ออะไร?
“ก็การทดสอบในปีนี้คือการล่าอสูรวิเศษขั้น 4 สูงสุดไม่ใช่หรือ? สำหรับนักเรียนเก่งๆพวกนั้น คงสอบผ่านได้ไม่ยากหรอก!”
การสอบเข้าสถาบันปรมาจารย์ถือเป็นเรื่องใหญ่ของจักรวรรดิหงหย่วน ในฐานะประธานสภาปรมาจารย์ เขาจะไม่รู้เรื่องได้อย่างไร?
แม้การที่ปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวสักคนจะสู้กับอสูรวิเศษขั้น 4 สูงสุดซึ่งๆหน้าจะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ก็ไม่ยากเกินไปสำหรับพวกเขา หากเตรียมตัวไว้พร้อม
“เกณฑ์การวัดผลสอบของสถาบันปรมาจารย์ไม่ได้อยู่ที่ว่ากำปั้นของใครทรงพลังที่สุด ถ้าเป็นแค่การล่าอสูรล่ะก็ คุณไม่คิดว่าการทดสอบครั้งนี้จะง่ายไปหน่อยหรือ?” ผู้อาวุโสมั่วหัวเราะหึๆ “ผมจึงเตรียมเซอร์ไพรส์ไว้ให้พวกเขานิดหน่อย!”
“เรอะ?” ประธานมั่วชะงัก เขาสบตากับอสูรเซียนหลังหยา
ก่อนหน้านี้ ตอนที่ทั้งคู่รู้หลักเกณฑ์ของการทดสอบ ก็ยังรู้สึกว่ามันออกจะแปลกๆอยู่สักหน่อย แต่เมื่อได้ฟังคำพูดของผู้อาวุโสมั่ว ก็พลันเข้าใจทันทีว่ายังมีบางอย่างซ่อนอยู่
“ดูเผินๆ การทดสอบครั้งนี้คือการแข่งกันล่าอสูร ใครที่ได้พวงเครื่องในมามากที่สุดก็เป็นผู้ชนะ แต่ผมได้ออกแบบการทดสอบให้เป็นการวัดความสามารถในการปรับตัว และปฏิกิริยาของผู้เข้าทดสอบเมื่อตกอยู่ในอันตรายด้วย!” ผู้อาวุโสมั่วพูดยิ้มๆ เขาไม่มีความจำเป็นจะต้องปกปิดเรื่องนี้ จากมั่วเกาหย่วน “อันที่จริง บรรดาอสูรวิเศษบนเขาได้รับคำสั่งให้ร่วมกันรับมือกับผู้เข้าทดสอบ พวกมันเตรียมการโดยใช้ทั้งเหยื่อล่อและกับดักเพื่อหลอกล่อปรมาจารย์พวกนั้นให้ตกอยู่ในวงล้อมของพวกมัน!”
“ตกอยู่ในวงล้อม?” มั่วเกาหย่วนเลิกคิ้วอย่างกังวล “แต่ผู้เข้าทดสอบเหล่านั้นคืออนาคตของสภาปรมาจารย์นะ…”
“อย่าห่วงเลย ผมกำชับพวกมันไว้อย่างชัดเจนว่าไม่ให้ทำอันตรายใครถึงชีวิต!” ผู้อาวุโสมั่วรีบยืนยันเมื่อรู้ว่ามั่วเกาหย่วนคิดอะไรอยู่
ปรมาจารย์เหล่านั้นคือเลือดใหม่ของสภาปรมาจารย์ เป็นเสาหลักที่จะค้ำจุนมวลมนุษยชาติต่อไปในอนาคต แม้ตัวเขาจะเป็นถึง 1 ใน 10 สุดยอดปรมาจารย์ ก็ไม่มีวันจะปล่อยให้คนพวกนั้นต้องตกอยู่ในอันตรายด้วยความคิดเพียงชั่ววูบ
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเตรียมการและกำชับจนแน่ใจแล้วว่าอสูรวิเศษพวกนั้นจะทำแค่ล่อลวงให้ผู้เข้าทดสอบมาติดกับและได้รับบาดเจ็บ
ไม่อย่างนั้น ปรมาจารย์ติงกับคนอื่นๆจะมีชีวิตรอดอยู่ได้จนกระทั่งจางเซวียนเข้าไปช่วย โดยไม่มีใครเสียชีวิตได้อย่างไร? พวกนั้นถูกอสูรวิเศษรุมล้อมตั้งหลายร้อยตัว และส่วนใหญ่ก็เป็นอสูรขั้นสะพานจักรวาลด้วย!
แต่ด้วยสถานการณ์ฉุกละหุก จึงไม่มีใครสังเกตเห็นความแปลกประหลาดข้อนี้ แม้แต่จางเซวียนเองก็มองข้ามไป
“ผมเข้าใจแล้ว!”
มั่วเกาหย่วนถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อหมดความกังวลใจเรื่องความปลอดภัยของนักเรียน นัยน์ตาของเขาก็พลันวาววับอย่างตื่นเต้นเมื่อนึกถึงการทดสอบ “เพราะฉะนั้น นี่ก็คือการร่วมมือกันระหว่างอสูรวิเศษเพื่อทำสงครามกับเหล่าปรมาจารย์ ไม่ว่าพวกนั้นจะอ่านเกมออกหรือไม่ ก็ถือเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดีสำหรับพวกเขา เรื่องนี้จะสอนให้พวกเขาไม่ประมาทคู่ต่อสู้และระมัดระวังตัวตลอดเวลา พร้อมๆไปกับการทำงานร่วมกันเป็นทีม และได้เข้าใจถึงความเป็นจริงที่ว่า ความแข็งแกร่งของคนเพียงคนเดียวโดยปราศจากพรรคพวกนั้นไม่มีประโยชน์เลยหากต้องเผชิญหน้ากับหายนะ…สมกับเป็นผู้อาวุโสมั่ว ช่างเป็นผลงานที่น่าทึ่งจริงๆ!”
เมื่อเผชิญกับความล้มเหลว เหล่าผู้เข้าทดสอบจะพลันเข้าใจว่าพละกำลังไม่ใช่สิ่งเดียวของการเป็นปรมาจารย์ ทุกคนเป็นสมาชิกคนหนึ่งของอาชีพที่ทรงเกียรติที่สุดในโลก แต่จะถือเป็นความเข้าใจผิดมหันต์ หากหลงตัวเองไปว่าไม่มีใครเอาชนะพวกเขาได้ พูดในอีกแง่หนึ่ง การทดสอบครั้งนี้เป็นการปรับทัศนคติของผู้เข้าทดสอบให้ถูกทิศทางก่อนจะเข้าศึกษาในสถาบันจริงๆ
ผู้อาวุโสมั่วพยักหน้ารับคำชมเชยอย่างภาคภูมิใจ
“แนวคิดนี้ก็ดีอยู่หรอกนะ แต่การรับมือกับอสูรวิเศษทีละมากๆไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ผมเกรงว่าจะมีแต่นักฝึกอสูรระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุดอย่างผู้อาวุโสมั่วเท่านั้นแหละที่ทำได้!” มั่วเกาหย่วนออกปากอย่างยำเกรง
ในเมื่อมีผู้เข้าทดสอบอยู่บนเขาถึง 30,000 คน จำนวนอสูรวิเศษบนนั้นก็ย่อมไม่ต่ำกว่า 20,000 ตัว การควบคุมให้อสูรดุร้ายเหล่านั้นทำตามคำสั่ง และยังต้องยั้งมือไว้หลังจากต้อนเหยื่อของพวกมันให้จนมุม…ผู้ที่ทำได้ถึงขนาดนั้นจะต้องเก่งกาจขนาดไหนกัน?
ผู้อาวุโสมั่วส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ
“ผมหรือ? ผมคนเดียวจะทำแบบนั้นได้อย่างไร? ผมก็แค่ขอยืมพละกำลังของอสูรขั้นเซียนตัวหนึ่ง!”
ตัวเขาเป็นถึงนักฝึกอสูรระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุดก็จริง แต่การควบคุมและบังคับอสูรวิเศษกว่า 20,000 ตัวให้เชื่อฟังคำสั่งนั้น ก็ยังเกินความสามารถของเขา
“อสูรขั้นเซียน? เซียนอสูรมังกรเพลิงของคุณหรือ?” มั่วเกาหย่วนถาม
ทุกคนรู้ดีว่าผู้อาวุโสมั่วมีอสูรระดับเซียน ขั้น 1-ขั้นกลางอยู่ 1 ตัว คือเซียนอสูรมังกรเพลิง เป็นอสูรทรงพลังระดับเซียนที่พ่นไฟได้
“อสูรมังกรเพลิง? เจ้านั่นทั้งมุทะลุและชอบใช้ความรุนแรง เท่านี้ผมก็ต้องขอบคุณสวรรค์แล้วที่มันไม่สร้างปัญหา จะมอบหมายให้มันทำเรื่องสำคัญแบบนั้นได้อย่างไร? อสูรตัวที่ผมขอความช่วยเหลือสำหรับการทดสอบครั้งนี้คืออสูรตะวันไบแซนไทน์!” ผู้อาวุโสมั่วตอบ
“อสูรตะวันไบแซนไทน์? คุณหมายถึงอสูรของท่านอาจารย์ใหญ่คนก่อน” มั่วเกาหย่วนนึกขึ้นได้
ผู้อาวุโสมั่วพยักหน้า
“ใช่แล้ว หากฝากฝังอะไรกับอสูรตะวันไบแซนไทน์ล่ะก็ หายห่วงได้ ด้วยความเก๋าของมัน ไม่มีอสูรวิเศษตัวไหนกล้าขัดคำสั่งหรอก”
มั่วเกาหย่วนพยักหน้า
“อีกอย่าง อสูรตะวันไบแซนไทน์ก็เชี่ยวชาญภาษาอสูรดึกดำบรรพ์ด้วย การทดสอบครั้งนี้คงไม่มีอะไรผิดพลาดแน่” ผู้อาวุโสมั่วพูดต่อ
เพราะอสูรตะวันไบแซนไทน์เป็นอสูรของอาจารย์ใหญ่คนก่อน มันจึงมีสถานะเทียบเท่ากับเขา และไม่มีใครกล้าขัดคำสั่ง แม้ตอนนี้สถาบันปรมาจารย์จะมี 10 สุดยอดปรมาจารย์เป็นผู้ดูแล แต่มันก็ยังคงมีตำแหน่งอันทรงเกียรติอยู่
ตั้งแต่ท่านอาจารย์ใหญ่คนก่อนหายสาบสูญไประหว่างการปฏิบัติภารกิจครั้งหนึ่ง อสูรตะวันไบแซนไทน์ก็ปลีกตัวออกไปใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจธุระใดๆของสถาบันปรมาจารย์อีก ผู้อาวุโสมั่วต้องยอมจ่ายมหาศาลเพื่อโน้มน้าวใจให้มันยอมช่วยเหลือเขาในภารกิจครั้งนี้ แค่คิดถึงก็ยังปวดใจทุกครั้ง
แต่ถึงอย่างไรก็คุ้มค่า
เพราะเมื่อมีอสูรตะวันไบแซนไทน์ที่เชี่ยวชาญภาษาอสูรดึกดำบรรพ์ให้การช่วยเหลือ ตัวเขาก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเลยว่าจะเกิดปัญหาใดๆขึ้นในการทดสอบ
ถ้าจะพูดกันตามหลักเหตุผล ในเมื่ออสูรระดับเซียนส่วนใหญ่พูดได้ทั้งภาษาอสูรดึกดำบรรพ์และภาษามนุษย์ พวกมันก็สามารถถ่ายทอดความรู้ให้กับบรรดานักฝึกอสูร และสืบทอดมรดกให้ยืนยาวต่อไปได้เป็นอย่างดี แต่ว่า…อวัยวะที่ใช้ในการออกเสียงของอสูรระดับเซียนกับของมนุษย์นั้นแตกต่างกันมาก การถ่ายทอดความรู้ให้กันจึงเป็นเรื่องลำบากอยู่ไม่น้อย
ภาษาอสูรดึกดำบรรพ์เป็นภาษาที่ใช้กันโดยทั่วไปในหมู่อสูร แต่สรีระของมนุษย์ไม่เหมาะกับภาษานั้น ด้วยเหตุนี้ มนุษย์จึงต้องใช้การไหลเวียนพลังปราณแบบพิเศษเพื่อเปล่งเสียงของภาษาอสูรดึกดำบรรพ์ออกมา
ดังนั้น จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่มนุษย์จะเรียนรู้ภาษาดึกดำบรรพ์จากอสูรระดับเซียน
อีกอย่าง เพราะอสูรระดับเซียนพูดภาษามนุษย์ได้ กำแพงที่ขวางกั้นการสื่อสารระหว่างนักฝึกอสูรกับอสูรจึงถูกทลายไป ทำให้ไม่มีความจำเป็นที่นักฝึกอสูรระดับ 6 ดาวขึ้นไปคนไหนจะต้องเรียนรู้ภาษาอสูรดึกดำบรรพ์อีก เพราะต่อให้ต้องสื่อสารกับอสูรทั่วไปหรืออสูรวิเศษตัวไหน พวกเขาก็สามารถใช้อสูรระดับเซียนของตัวเองเป็นล่ามได้
“ถ้ามีอสูรตะวันไบแซนไทน์คอยดูแลการทดสอบล่ะก็ ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยของผู้เข้าทดสอบเลย แต่ผมก็เกรงว่ามันออกจะยากไปสักหน่อยนะ ถ้าไม่มีใครสอบผ่านสักคนล่ะก็ เป็นเรื่องใหญ่แน่” มั่วเกาหย่วนพูด
บางที อาจเป็นเพราะอิทธิพลและการอบรมบ่มเพาะของท่านอาจารย์ใหญ่คนก่อน อสูรตะวันไบแซนไทน์จึงมีนิสัยเข้มงวด หากมันจัดการทดสอบให้ยากเกินไปล่ะก็ อาจบานปลายจนถึงขั้นที่ไม่มีใครผ่านการทดสอบเลยสักคนก็เป็นได้
“ไม่ต้องห่วง ผมหารือเรื่องนี้กับอสูรตะวันไบแซนไทน์แล้ว ผู้เข้าทดสอบจะถูกกักอยู่ในวงล้อมเพียงช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น พวกเขาจะยังคงเหลือเวลาอีก 2-3 ชั่วโมงกว่าจะเสร็จสิ้นการทดสอบ…” ผู้อาวุโสมั่วตอบ จากนั้นก็ชี้นิ้วไปที่ภูเขาซึ่งอยู่ตรงหน้าและยิ้มออกมา “ดูนั่นสิ ดูเหมือนจะมีผู้เข้าทดสอบ 2-3 คนผ่านการทดสอบแล้ว!”
เมื่อมองตามมือของผู้อาวุโสมั่ว มั่วเกาหย่วนก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังลงเขา และเดินตรงมาทางที่พวกเขายืนอยู่
ขณะนั้นเป็นเวลาเที่ยงวัน แต่ในเมื่อเวลาที่นัดหมายกันไว้คือช่วงเย็น ก็แปลว่าพวกเขาผ่านการทดสอบแล้ว และกำลังกลับมารายงาน ณ ฐานที่ประะจำการ
“นะ-นั่น…มันเกิดอะไรขึ้น?”
เมื่อเห็นคนกลุ่มนั้น ผู้อาวุโสมั่วที่กำลังจะเดินเข้าไปตรวจสอบแต้มก็ถึงกับตาค้าง
สิ่งที่ตามคนกลุ่มนั้นมาติดๆคืออสูรวิเศษราวสองสามร้อยตัว พวกมันก้มหน้างุดราวกับไก่ชนที่ตีแพ้
“ดูเหมือน…มีใครสักคนทำให้พวกมันเชื่องแล้ว?”
มั่วเกาหย่วนกลืนน้ำลาย จากนั้นก็อ้าปากค้างและพูดอะไรไม่ออก
นักฝึกอสูรเป็นหนึ่งในอาชีพรองรับของเขา เขาจึงบอกได้ทันทีว่าอสูรวิเศษพวกนั้นถูกใครสักคนกำราบจนเชื่องแล้ว ไม่อย่างนั้น ก็ไม่มีทางเลยที่อสูรดุร้ายจะทำตัวจ๋องและว่าง่ายแบบนี้
ผู้เข้าทดสอบ 200 คน ฝึกอสูรวิเศษ 200-300 ตัว ให้เชื่องได้หรือ?
ก็อสูรตะวันไบแซนไทน์กำชับให้เจ้าพวกนี้ตีวงล้อมผู้เข้าทดสอบและสั่งสอนบทเรียนนี่นา?
แล้ว…มันเกิดอะไรขึ้น?
…..
อีกด้านหนึ่ง
บนยอดเขาเล่หยวน อสูรตะวันไบแซนไทน์กัดฟันกรอดขณะคำรามกร้าว “แกอยากให้ฉันรับแกเป็นอาจารย์เรอะ? ฝันไปเถอะ…”
ในฐานะอสูรของท่านอาจารย์ใหญ่คนก่อนแห่งสถาบันปรมาจารย์หงหย่วน จะให้มันยอมจำนนต่อเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นนี่นะ?
ถึงเป็นอสูรก็มีศักดิ์ศรี!
แม้เจ้านายของมันดูเหมือนจะตายไปแล้ว แต่มันก็ไม่อาจลืมเลือนความเมตตาปรานีที่เขาเคยมีให้ และไม่อาจปล่อยให้ศัตรูลอยนวลไปได้
“ฝันไปเถอะ?”
นึกไม่ถึงว่าอสูรวิเศษที่ยอมจำนนให้เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นจะหัวแข็งแบบนี้ จางเซวียนส่ายหน้า “ซ้อมมันอีก อัดจนมันยอมจำนนนั่นแหละ!”
ด้วยคำสั่งนั้น กองทัพหุ่นปีศาจก็มะรุมมะตุ้มสหบาทากันต่อไป
5 นาทีต่อมา…
อสูรวิเศษที่ทรงพลังที่สุดของสถาบันปรมาจารย์ซึ่งมีสถานภาพเทียบเท่ากับอาจารย์ใหญ่ ก็เริ่มเห็น สัญญาณมรณะกวักมืออยู่ไกลๆ
“ช่างเถอะ แกจะไม่ยอมจำนนก็เรื่องของแก แต่ฉันขอถามอะไรสักหน่อย ถ้าแกไม่ตอบตามตรงล่ะก็ ฉันจะกระชากวิญญาณออกจากร่างของแกซะ แกจะไม่มีวันได้ตายอย่างสงบสุข!”
เห็นอสูรตะวันไบแซนไทน์ยังปากแข็งทั้งที่ร่อแร่เต็มทีแล้ว จางเซวียนส่ายหัว “แกมาที่นี่เพื่อทำร้าย นักเรียนใหม่ของสถาบันปรมาจารย์ตามคำสั่งของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นใช่ไหม? ถ้าแกยอมบอกฉันว่าเจ้าปีศาจพวกนั้นอยู่ที่ไหนล่ะก็ ฉันจะช่วยให้แกตายอย่างทรมานน้อยหน่อย!”
“ตามคำสั่งของ…เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น?”
อสูรตะวันไบแซนไทน์แทบลมจับ มันปรือตาที่บวมเป่งมองหน้าจางเซวียน
‘ตามคำสั่งบ้านแกสิโว้ยยยย!’
‘ฉันมาเพราะคำอ้อนวอนและสินน้ำใจของผู้อาวุโสมั่วต่างหาก เหตุผลเดียวที่ฉันมาที่นี่ก็เพื่อบ่มเพาะเหล่าปรมาจารย์ให้แข็งแกร่งพอที่จะยกระดับมวลมนุษยชาติ…’
‘มีห่าเหวอะไรที่จะต้องเกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นเล่า?’
‘อีกอย่าง แกนั่นแหละตัวดี!’
‘ใช้หัวใจของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นทำร้ายฉัน แถมยังเอากองทัพหุ่นปีศาจมาซ้อมฉันอีก…’
ทำถึงขนาดนั้นแล้ว…
‘ยังมีหน้ามาถามว่าฉันทำตามคำสั่งของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นหรือเปล่า? แกจะหน้าด้านไปไหน?’



