ตอนที่ 783 ท้าทายปรมาจารย์จาง
ในฐานะปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวขั้นสูง เขามีความทรงจำแม่นยำสมจริง เมื่อตอนที่เขาต่อสู้กับอีกฝ่ายนั้น เขาใช้แค่ฝ่ามือลมโชยแบบออมมือเพื่อน็อกอีกฝ่ายให้ร่วงจากเวทีเท่านั้น
แต่มาตอนนี้ ใบหน้าของหมอนั่นกลับยับเยินจนดูไม่ได้ แถมยังมีเลือดซึมออกจากมุมปากอีก บาดเจ็บสาหัสอะไรกันขนาดนั้น?
ถ้าหมอนี่ได้รับบาดเจ็บสาหัสตั้งแต่ตอนที่ดวลกับเขา ป่านนี้คงยืนอยู่ตรงนี้ไม่ได้ ใครสักคนคงส่งเขาไปพบหมอแล้ว!
เป็นไปได้ว่าหมอนี่จัดการอัดตัวเองเพื่อจงใจจะขอรับคำชี้แนะจากปรมาจารย์จาง ไม่น่าเป็นเหตุผลอื่นไปได้!
ขณะที่หยวนกังกำลังหงุดหงิดถึงขีดสุด จางเซวียนก็ถ่ายทอดเทคนิคการต่อสู้ให้กับอีกฝ่าย
ในความเห็นของเขา เป็นไปได้ว่าไป๋เหมี่ยนพ่ายแพ้ให้กับเด็กใหม่คนนั้นเพราะความประมาท เพราะฉะนั้น ในครั้งนี้เขาจะต้องจับตาดูทุกรายละเอียดของเพลงหมัดที่ปรมาจารย์จางถ่ายทอดให้กับเจ้าเด็กใหม่สภาพทุเรศทุรังคนนั้น
แต่ก็เหมือนกับศิลปะเพลงกระบี่เมื่อครู่ก่อนหน้า ต่อให้จ้องอย่างไรก็ไม่เห็นความลึกซึ้งใดๆ ในเทคนิคนั้นเลย
หลังจากเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง หยวนกังก็งงงัน
ศิลปะเพลงหมัดแบบนั้น เขาสามารถสำแดงได้ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ มันเรื่องอะไรปรมาจารย์ถึงคิดว่าเขาจะถูกเพลงหมัดนี้ปราบได้?
แน่นอนว่าต้องมีบางอย่างไม่ธรรมดาเกี่ยวกับปรมาจารย์จางคนนี้ เราจะต้องระมัดระวังตัวให้ดี เอาเป็นว่าควรจัดการคู่ต่อสู้ให้ร่วงทันทีที่เริ่มการประลอง!
เพราะไม่อาจเข้าใจสาระสำคัญที่ซ่อนอยู่ภายในศิลปะเพลงหมัดของปรมาจารย์จาง หยวนกังจึงตัดสินใจจะเผด็จศึกให้รวดเร็วที่สุด
ด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งที่เขามีในเทคนิคการต่อสู้และความสามารถในการควบคุมพละกำลัง ตราบใดที่เขาเริ่มก่อนได้ การจะน็อกเด็กใหม่ให้พ่ายแพ้อย่างรวดเร็วก็ไม่ใช่เรื่องยาก
หลังจากหยวนกังวางแผนรับมือเสร็จสรรพ เจ้าเด็กใหม่หน้าตาฟกช้ำก็ก้าวขึ้นมาบนเวทีประลอง
“ศิษย์พี่!” ชายหนุ่มทักทาย
“ให้ไวเถอะ” หยวนกังพูด
ครืดดดดดดดดด!
เกิดเสียงครืดคราดตามมาเป็นชุด ร่างผอมบางของหยวนกังยืดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แขนขาก็ยาวขึ้นเช่นกัน
เทคนิคการต่อสู้ระดับจิตวิญญาณขั้นสูง สุดยอดวานรกลายร่าง!
เขาใช้เวลาฝึกฝนเทคนิคนี้มากว่า 10 ปี และเข้าใจถึงแก่นแท้ของมัน ทำให้สามารถสำแดงออกมาได้อย่างเต็มพละกำลัง
“ฉันมาแล้ว!”
ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตอบโต้ หยวนกังพุ่งเข้าใส่ทันทีที่การดวลเริ่ม
การเคลื่อนไหวของเขาว่องไวราวกับนกอินทรีที่พุ่งลงมาโฉบเหยื่อ ในชั่วพริบตา ร่างของเขาก็ไปยืนผงาดอยู่ตรงหน้าเด็กใหม่หน้าตาฟกช้ำ เขางอนิ้วมือเป็นกรงเล็บแล้วตวัดเข้าใส่อีกฝ่ายอย่างดุเดือด
หัวใจของศิลปะสุดยอดวานรกลายร่างอยู่ที่ความเร็ว และการโจมตีส่วนใหญ่ก็คือการเตะ ข่วน และคว้าตัวเอาไว้
นี่คือเทคนิคที่ผู้อาวุโสคนหนึ่งของสถาบันได้มาหลังจากไปร่ำเรียนเทคนิคการต่อสู้ของวานร
ประกายคมปลาบราวกริชเปล่งออกจากกรงเล็บของหยวนกังขณะที่พุ่งเข้าใส่ร่างของเด็กใหม่สภาพฟกช้ำคนนั้น
“ไม่เลวเลย!” เมื่อเห็นหยวนกังพุ่งเข้าจัดการคู่ต่อสู้โดยไม่ยั้งมือ อิ้งชิงถอนหายใจอย่างโล่งอก
พวกเขาแพ้ไปนัดหนึ่งแล้ว ขืนพลาดอีกครั้ง ได้แพ้พนันแน่
โชคดีที่หยวนกังไม่ใช่คนประเภทที่ปล่อยให้ความหยิ่งผยองบดบังนัยน์ตา เมื่อรู้แล้วว่ามีบางอย่างไม่ธรรมดาในตัวคู่ต่อสู้ เขาก็ออกตัวด้วยพละกำลังเต็มพิกัดตั้งแต่ต้น
“กรงเล็บของหยวนกังนั้นมีพละกำลังมาก ถ้าผมเป็นคู่ต่อสู้ของเขาล่ะก็ ผมจะถอยก้าวหนึ่ง แล้วรอให้แรงโน้มถ่วงของการโจมตีเบาบางลงก่อน ถึงจะตอบโต้” อิ้งชิงพึมพำอย่างครุ่นคิด
เพราะเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันจากแก๊งเดียวกัน อิ้งชิงจึงมีโอกาสดวลกับหยวนกังอยู่บ่อยๆ เขารู้ดีว่าศิลปะสุดยอดวานรกลายร่างนั้นน่าสะพรึงแค่ไหน ด้วยความเร็วอันน่าทึ่งของมัน แทบไม่มีทางที่จะหลบเลี่ยงในระยะประชิดได้เลย
ด้วยความอยากรู้ว่าคู่ต่อสู้ของหยวนกังจะตอบโต้การโจมตีนี้อย่างไร อิ้งชิงจึงหันไปจับตาดูเวทีประลองอีกครั้ง เพียงเพื่อจะเห็นอีกฝ่ายยืนนิ่งและตอบโต้การโจมตีของหยวนกังด้วยเพลงหมัดธรรมดา
“เอ่อ…” อิ้งชิงถึงกับอึ้ง
หมอนั่นคิดจะแลกหมัดกับหยวนกังหรือ?
แต่กรงเล็บของหยวนกังนั้นว่องไวกว่าหมัดของเขานะ! หากยังยืนอยู่ตรงนั้นล่ะก็ ถูกกรงเล็บเล่นงานแน่!
พลั่ก!
ยังไม่ทันที่อิ้งชิงจะหายสงสัย เขาก็เห็นหมัดของอีกฝ่ายเร่งความเร็วขึ้นทันที ในตอนนั้น ดูเหมือนการโจมตีของทั้งคู่จะถึงตัวอีกฝ่ายในเวลาเดียวกัน
พูดอีกอย่างก็คือ ทั้งคู่โจมตีซึ่งกันและกันอย่างไม่ลดละ
ตึ้ง!
อย่างที่อิ้งชิงคิดไว้ ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างจัง
หยวนกังถอยไป 8 ก้าวด้วยแรงปะทะจากกำปั้นของฝ่ายตรงข้าม ขณะที่ฝ่ายนั้นก็มีรอยข่วนลึกบนแผงอก
“เยี่ยม!”
แม้จะบาดเจ็บตั้งแต่การปะทะครั้งแรก แต่เด็กใหม่หน้าตาฟกช้ำคนนั้นก็ดูจะไม่เสียกำลังใจแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นก็พุ่งเข้าใส่หยวนกังอีกครั้งโดยไม่ลังเล
ไม่ว่าเทคนิคของหยวนกังจะล้ำลึกสักแค่ไหน และตัวเขาต้องต้านทานความบอบช้ำมากมายเท่าไหร่ เป้าหมายเดียวของเขาก็คือปล่อยหมัดเข้าใส่หยวนกังให้ได้เท่านั้น
พลั่ก!
ทั้งคู่ปะทะกันอีกครั้ง แม้ชายหนุ่มจะได้รับบาดเจ็บ แต่หยวนกังก็มีสภาพไม่ดีไปกว่ากันนัก หลังจากเผชิญการปะทะ 2 ครั้งติดๆ กัน ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือด จากนั้นก็รู้สึกขมปร่าในลำคอและกระอักเลือดออกมา
เราเข้าใจแล้วว่าทำไมอิ้งชิงต้องหรี่ตาและกำหมัดแน่น ปรมาจารย์จางเป็นคู่ต่อสู้ที่ไร้เทียมทานจริงๆ
ตอนนี้เขาเข้าใจสไตล์การต่อสู้ของเจ้าเด็กใหม่แล้ว
เพราะถึงอย่างไรก็ไม่มีใครกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญได้เพียงแค่ได้ร่ำเรียนกระบวนท่าเดียว มันต้องการการสั่งสมประสบการณ์และการฝึกฝนขัดเกลานานนับปีไม่ถ้วน เพราะเข้าใจจุดนี้ ปรมาจารย์จางจึงตัดสินใจถ่ายทอดศิลปะเพลงหมัดที่มีอานุภาพโจมตีรุนแรงให้เด็กใหม่คนนั้น
ในเมื่อเราเอาชนะเรื่องทักษะการต่อสู้ไม่ได้ ก็ควรจะเพิกเฉยกับตรงนั้นแล้วหันมาดวลกับคุณดีกว่า! ต่อให้เราต้องได้รับบาดเจ็บสาหัส เราก็จะไม่ปล่อยให้คุณลอยนวลไปได้ง่ายๆ !
คุณปล่อยพลังมาเท่าไหร่ ผมจะปล่อยกลับคืนไปเป็น 2 เท่า! ตราบใดที่ผมยังมีพละกำลังและความเร็วมากพอ สุดท้ายคนที่เพลี่ยงพล้ำจะต้องเป็นคุณ!
ร้ายกาจอะไรอย่างนั้น!
ดูเหมือนปรมาจารย์จางจะไม่ได้เลือกคู่ต่อสู้ให้เขาแบบขอไปที หมอนี่ถึงกับยอมอัดตัวเองเพื่อให้ได้รับโอกาส และการตอบโต้นั้นก็ทำให้อิ้งชิงถึงกับเครียด
พูดกันตามตรง เขาออกจะสงสัยอยู่ว่าทำไมปรมาจารย์จางถึงเลือกเจ้าเด็กใหม่ที่ยอมทำร้ายตัวเอง ด้วยทักษะการหยั่งรู้อันเฉียบแหลมของเขา เขาย่อมรู้ว่าบาดแผลเหล่านั้นมาจากการทำร้ายตัวเองไม่ใช่หรือ?
แต่เมื่อมาถึงตอนนี้ เขารู้แล้วว่ามันเป็นความจงใจ
ถ้าการที่ใครสักคนหนึ่งถึงกับยอมทำให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บเพื่อเรียกร้องโอกาส เขาจะยอมถอยง่ายๆ ได้อย่างไร?
คนที่มีนิสัยแบบนี้แหละถึงจะเหมาะสมที่สุดกับการต่อสู้!
ดูท่าหยวนกังจะต้องแพ้แน่! อิ้งชิงส่ายหน้า
ตอนนี้ทั้งคู่มีระดับวรยุทเท่ากัน แต่ด้วยพละกำลังอันน่าทึ่งในเพลงหมัดของเจ้าเด็กใหม่ ผนวกกับความมุ่งมั่นของเขาที่จะเอาชนะ ไม่ช้าหยวนกังก็คงพ่ายแพ้
ไม่ใช่เพราะหยวนกังเหยาะแหยะหรืออ่อนแอ แต่เพราะการต่อสู้แบบนี้ไม่ใช่จุดแข็งของเขา ศิลปะสุดยอดวานรกลายร่างที่เขาฝึกฝนมานั้นมาจากสัญชาตญาณพื้นฐานของเหล่าวานร ซึ่งรวมถึงลักษณะนิสัยโดยธรรมชาติของพวกมันที่จะหลบเลี่ยงอันตราย
ด้วยเหตุนี้ ปฏิกิริยาตอบสนองโดยสัญชาตญาณที่หยวนกังมีต่ออันตรายจึงเป็นการหลบหนี ไม่ใช่การตอบโต้
แน่นอนว่าหยวนกังก็เข้าใจเจตนาของเด็กใหม่ดี และเขาก็รู้ว่าหากจะเอาชนะให้ได้ ก็จะต้องโจมตีให้ตรงเป้าและอดทนให้ได้จนถึงวินาทีสุดท้าย แต่ความขัดแย้งระหว่างสัญชาตญาณกับการแสดงออกของเขาทำให้การเคลื่อนไหวนั้นเกิดการยึกยักลังเล ทำให้เขาไม่อาจโจมตีได้อย่างตรงเป้า
ตุ้บ พลั่ก ตึ้ง!
ก็เป็นอย่างที่คิดไว้ หลังจากปะทะกันไปได้ 5 ครั้ง หยวนกังก็หมดความอดทน ร่างของเขาซวนเซและทรุดฮวบลงกับพื้น เขาถูกเด็กใหม่ปราบเสียแล้ว
เจ้าหมอวานรนี่ไม่เลวเลย! จางเซวียนพยักหน้า
ศิลปะเพลงหมัดเทียบฟ้านั้นมีพละกำลังมหาศาล แม้จางเซวียนจะถ่ายทอดเพียงบางกระบวนท่าและเป็นฉบับปรับปรุงให้เรียบง่ายให้กับเด็กใหม่คนนั้น ก็ยังถือว่าน่าทึ่งเอาการที่หยวนกังทนได้ถึง 5 หมัดก่อนจะทรุด
“หัวหน้า ผมชนะแล้ว” เด็กใหม่หน้าตาฟกช้ำกระโดดลงจากเวทีประลองอย่างตื่นเต้นและโค้งคำนับอย่างงามให้กับหัวหน้าแก๊งของเขาพร้อมแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความเคารพ
ในครั้งก่อนที่เขาดวลกับหยวนกัง เขารับมือไม่ไหวแม้แต่หมัดเดียว แต่หลังจากได้รับคำชี้แนะจากหัวหน้า ก็กลับกลายเป็นมีพละกำลังเหนือกว่าและโค่นอีกฝ่ายได้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะการอ่านเกมขาดของหัวหน้าหรือความเข้าใจของเขาที่มีต่อเทคนิคการต่อสู้ก็ตาม ทั้งสองอย่างถือว่าสุดยอดเกินกว่าเขาจะจินตนาการ
“ดี คุณทำได้ดี ดื่มนี่เสีย!” จางเซวียนสะบัดข้อมือและนำน้ำเต้าลูกหนึ่งออกมา
“ได้” เจ้าหนุ่มนั่นรับน้ำเต้ามาและกระดกไวน์ที่อยู่ภายในลงไปอึกใหญ่ และสุดท้ายก็หมดเกลี้ยงไม่เหลือสักหยด ครู่ต่อมาเขาก็พลันเกิดความรู้สึกเหมือนเข็มทิ่มแทงทั่วร่าง อาการบาดเจ็บทั้งหมดที่เขาได้รับหายไปอย่างรวดเร็ว
“นี่มันยาสมานแผลขั้นเซียน” ชายหนุ่มนัยน์ตาเบิกโพลงอย่างตกตะลึง
เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บให้เขา หัวหน้าถึงกับเต็มใจมอบยาสมานแผลขั้นเซียนให้เขาถึงหนึ่งน้ำเต้าเต็มๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะทุ่มเทขนาดนี้
ท่านหัวหน้า นับจากวันนี้ไป ผมจะเป็นสมาชิกในแก๊งของคุณตราบชั่วชีวิต!
จะไม่มีอะไรในโลกนี้ที่เปลี่ยนแปลงการตัดสินใจของผมได้!
…..
“ปรมาจารย์จางนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ !” เมื่อได้เห็นเจ้าเด็กใหม่ที่ฟกช้ำไปทั้งตัวหายจากอาการบาดเจ็บในชั่วพริบตา ขณะที่หยวนกังยังคงหมดสภาพอยู่กับพื้น ดูร่อแร่เต็มที อิ้งชิงได้แต่ส่ายหน้าและถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหันไปจ้องมองจางเซวียนด้วยสายตาล้ำลึก
ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการถ่ายทอดเทคนิค การอ่านเกมการต่อสู้ขาด หรือบุคลิกลักษณะเฉพาะตัวของเขาที่มีต่อบรรดาลูกน้อง ก็ล้วนถือว่าควรค่าแก่การเคารพ
อิ้งชิงสูดลมหายใจลึกก่อนจะคว้าหอกไว้มั่นและพูดว่า “พวกเราแพ้ 2 นัดติดกัน ก็ถือว่าแพ้พนันแล้ว แต่ผมก็ไม่อยากจะพ่ายแพ้โดยที่ยังไม่ได้เห็นถึงประสิทธิภาพการต่อสู้ของปรมาจารย์จางกับตา เพราะฉะนั้น ผมหวังว่าปรมาจารย์จางจะยินยอมเป็นคู่ต่อสู้ของผม!”
ในเมื่อฝั่งจางเซวียนชนะไปแล้ว 2 ใน 3 ก็แปลว่าทั้งสามคนแพ้พนันแล้ว แต่หากยังไม่ได้กดดันให้จางเซวียนออกโรงด้วยตัวเอง เขาก็ยังรู้สึกว่าไปได้ไม่ถึงที่สุด ด้วยเหตุนี้เขาจึงตั้งใจท้าทาย อยากเห็นว่าชายหนุ่มที่สามารถทำให้บรรดาเด็กใหม่โค่นเพื่อนของเขาได้ด้วยคำชี้แนะเพียงครู่เดียวนั้นจะทรงพลังแค่ไหน
ต่อให้เขาแพ้ ก็แพ้ไปสิ อย่างน้อยที่สุดก็ไม่มีอะไรต้องเสียแล้ว
“คุณจะท้าทายผม?” จางเซวียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า “ได้สิ”
เจ้าหนุ่มที่มาพร้อมกับหอกนี่ดูจะแข็งแกร่งที่สุดในบรรดา 3 คน คงจะเป็นคู่ต่อสู้ที่เหมาะสมสำหรับการทดสอบพละกำลังและความก้าวหน้าใหม่ๆ ในวรยุทธที่เขาเพิ่งพัฒนาขึ้น
ด้วยเหตุนี้ จางเซวียนจึงกระโดดขึ้นไปบนเวทีประลอง
แม้จะเห็นกันแล้วว่าเขาสามารถชี้แนะผู้อื่นในเชิงการต่อสู้จนได้รับชัยชนะ แต่นั่นก็ไม่เท่ากับการดวลด้วยตัวเอง มีแต่ในการดวลของจริงเท่านั้นที่ทักษะและพละกำลังเต็มพิกัดจะได้ปรากฏ
“ปรมาจารย์จางเป็นนักรบสะพานจักรวาลขั้นสูงสุด ผมก็จะกดข่มวรยุทธให้เท่ากับคุณ” เมื่อเห็นอีกฝ่ายตกลง อิ้งชิงพยักหน้าก่อนจะกดข่มระดับวรยุทธจากการเรียงร้อยสวรรค์ขั้นสูงสุดให้ลดต่ำลงมาอีก 2 ขั้นเต็มๆ
“กดข่มวรยุทธ?” เห็นที่ท่าของอิ้งชิง จางเซวียนส่ายหน้า “คุณจะตายนะถ้าทำอย่างนั้นน่ะ”
เขาได้ฝึกฝนทั้งจิตวิญญาณ กายเนื้อ พลังปราณ ที่ประกอบกับดวงตาหยั่งรู้และหอสมุดเทียบฟ้า ต่อให้หมอนี่สู้กับเขาด้วยพละกำลังของนักรบการเรียงร้อยสวรรค์ขั้นสูงสุดก็ยังสู้ไม่ไหว
แต่ยังคิดจะกดข่มวรยุทธของตัวเองอีก ช่างกล้านัก!
“ปรมาจารย์จางไม่ต้องกังวล แม้คุณจะมีความเข้าใจอย่างล้ำลึกในเชิงเทคนิคการต่อสู้ แต่ผมก็ไม่ได้อ่อนด้อยนักหรอกนะ โดยเฉพาะในเชิงศิลปะเพลงหอก ผมสามารถยืดอกพูดได้เลยว่าในระดับเดียวกัน ไม่มีใครสู้ผมได้!” อิ้งชิงตอบอย่างมั่นใจ
เขาได้เห็นสิ่งที่ปรมาจารย์จางทำ และนั่นก็น่าประทับใจไม่น้อย แต่ก็มั่นใจในความสามารถของตัวเองเช่นกัน
มันคือความเชื่อมั่นที่เขามีในตัวเอง หลังจากการทุ่มเทสูญเสียหยาดเหงื่อ หยดเลือด และน้ำตามานานนับปีไม่ถ้วนกับการฝึกฝนศิลปะเพลงหอก
ขอแค่มีหอกอยู่ในมือ เขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกคน
“ก็ได้” เห็นอีกฝ่ายมั่นอกมั่นใจขนาดนั้น จางเซวียนก็ไม่รู้จะพูดอะไรอีก
เห็นจางเซวียนยืนมือเปล่าอยู่บนเวทีประลองแบบนั้น อิ้งชิงถามอย่างสงสัย “ปรมาจารย์จาง อาวุธของคุณล่ะ?”
“อาวุธของผม? คุณก็ลดระดับวรยุทธให้ผมแล้วไง หากผมใช้อาวุธอีก จะถือเป็นการรังแกคุณนะ?”
จางเซวียนหันไปทางคุณชายโหลวฮวนและพูดว่า “โหลวฮวน ผมจำได้ว่ามีไม้ขนไก่อยู่อันหนึ่งอยู่ใต้เก้าอี้ที่อยู่ตรงนั้น เอามาให้ผมที!”



