Skip to content

Library Of Heaven’s Path 950

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 950 คนเนรคุณ

“เรียกหาคุณ?”

C

เหล่าปรมาจารย์พากันอ้าปากค้างมองดูราชาใบไม้สีทองที่เดินเข้ามาสอบสวน

พวกเขากำลังพูดถึงความขัดแย้งระหว่างอาจารย์ใหญ่คนใหม่ของสถาบันปรมาจารย์หงหย่วนกับลู่เฟิง ใครเรียกหาคุณกันเล่า?

จะหยุดหลงตัวเองสักหน่อยได้ไหม?

ลู่เฟิงกลอกตา

ใครจะไปเรียกหาแก แกหน้าตาน่าเกลียดเสียขนาดนี้?

ขณะที่เขากำลังจะพูด ร่างสูงใหญ่และอัปลักษณ์นั้นก็เดินเข้ามา “ผมกำลังคิดอยู่ว่าจะอธิบายให้คุณฟังอย่างไร แต่ในเมื่อพวกคุณจำผมได้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก”

เจ้าตัวประหลาดนั่นเดินเข้าไปปลดเครื่องพันธนาการให้กับเหล่าปรมาจารย์

“แกทำอะไรน่ะ?” ทุกคนพากันตกตะลึงและหวาดระแวง

อธิบาย?

จดจำได้?

จดจำกับผีอะไร! พวกเราคือปรมาจารย์ผู้ชอบธรรม ไม่เคยเกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น ไม่ต้องมาทำตัวคุ้นเคยกับเรา ใครรู้จักแกกัน?

เห็นเหล่าปรมาจารย์แสดงทีท่าหวาดระแวงทั้งๆที่รู้แล้วว่าเขาคือใคร เผ่าพันธุ์ปีศาจเกาหัวอย่างสับสน

“ผมมาทำอะไร? คุณจะหนีออกไปได้ยังไงล่ะถ้าผมไม่ปลดเปลื้องพันธนาการให้?”

แน่นอนว่าเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นตัวนั้นคือจางเซวียนปลอมตัวมา

ตอนที่เขาได้ยินใครบางคนเรียกชื่อก่อนที่จะเข้ามา ก็อดรู้สึกงุนงงไม่ได้ จึงผลักประตูเข้ามาดู และเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังพูดอยู่คือลู่เฟิง ก็พลันเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

อีกฝ่ายคงจดจำเขาได้แล้ว และกำลังอธิบายเรื่องราวให้คนอื่นๆฟัง

ไม่อย่างนั้นจะมาพูดถึงเขาทำไมในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้?

แม้จะยังสงสัยว่าลู่เฟิงจดจำเขาได้อย่างไร แต่เรื่องนี้ก็เป็นผลดี เพราะเขาไม่มีเวลาอธิบายและไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรด้วย!

“หนีไป? แกหมายความว่าอย่างไร?”

“ถ้าอยากจะฆ่าเราก็ฆ่าเสียเลย! อย่าได้คิดว่าพวกเราจะโง่เง่าพอที่จะตกหลุมพรางของแก!”

“ไปให้พ้น อย่างแกน่ะไม่คู่ควรจะมาแตะต้องพันธนาการของพวกเรา!”

“พวกเราลงมาที่อาณาจักรใต้ดินทั้งๆที่รู้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับความตาย อย่าได้คิดว่าลูกไม้ตื้นๆของแกจะเอาชนะเราได้!”

เห็นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นพยายามปลดปล่อยพวกเขาให้เป็นอิสระ ทั้งกลุ่มคำรามเสียงเย็น

พฤติกรรมแบบนี้บ่งบอกได้อย่างเดียวว่ามีเจตนาแอบแฝง และดูจากใบหน้าที่แสนจะไร้ยางอายของอีกฝ่าย พวกเขาก็แน่ใจว่าหมอนี่ไม่ได้มาดีแน่

พยายามจะซื้อใจพวกเขาด้วยการกระทำแบบนี้ นี่มันดูถูกเกียรติยศของเหล่าปรมาจารย์มากเกินไปหรือเปล่า?

ทั้งกลุ่มมองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อสายตา แถมยังทำราวกับเขาเป็นผู้ร้าย จางเซวียนอธิบายอย่างร้อนรน “ผมก็มาช่วยพวกคุณยังไงล่ะ?”

พวกคุณเพิ่งจะพูดถึงผมไม่ใช่หรือ? ทำไมตอนนี้มาต่อว่ากันล่ะ?

“ช่วยเหลือพวกเรา? เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นอย่างแกจะมีแก่ใจอะไรมาช่วยพวกเรา?”

“พยายามจะเอาชนะใจพวกเราด้วยลูกไม้ตื้นๆแบบนี้ เห็นเราเป็นไอ้งั่งหรือไง?”

เหล่าปรมาจารย์คำราม

“ผม”

นึกไม่ถึงว่าจะถูกเข้าใจผิดแบบนี้ จางเซวียนส่ายหัวอย่างปวดใจก่อนจะหันไปมองหัวหน้าลู่เฟิง “หัวหน้าลู่ ถึงพวกเขาจะไม่เชื่อผม แต่คุณไว้ใจผมใช่ไหม?”

ขณะที่พูด ร่างของเขาก็กระตุก กล้ามเนื้อขยับเกิดเสียงแกรกกรากและกลับสู่สภาพเดิม

“ผมคือจางเซวียน”

“จางเซวียน?”

ลู่เฟิงถึงกับอึ้งก่อนจะตาลุกด้วยความประหลาดใจ ร่างของเขาแข็งทื่อด้วยความสะพรึง ความตกใจของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธขณะคำรามเดือด “แกเป็นอย่างที่ฉันคิดไว้จริงๆ แกเป็นราชาเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น! ฉันจะฆ่าแกซะ!”

ในครั้งนั้น อาจารย์ของจางเซวียนได้ให้คำอธิบายที่มีเหตุผลเกี่ยวกับความประหลาดต่างๆนานาที่อยู่รอบตัวจางเซวียน และนั่นทำให้ลู่เฟิงเสียใจอย่างยิ่งที่เกือบจะตัดอนาคตของปรมาจารย์ผู้ปราดเปรื่อง ด้วยความรู้สึกผิด เขาจึงเลือกลงโทษตัวเองด้วยการมาไถ่บาปที่นี่ตลอดชั่วชีวิต

เขาคิดว่าความตายคงจะช่วยล้างบาปได้ แต่ใครจะไปคิดว่าขณะที่กำลังเฉียดเป็นเฉียดตาย ก็จะได้เห็นราชาเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นปลอมตัวมาเป็นจางเซวียน

พูดง่ายๆก็คือ หมอนี่หลอกลวงหัวหน้าโรงเรียนทุกคนรวมทั้งตัวเขา!

“คุณเข้าใจผิดแล้ว” จางเซวียนนึกไม่ถึงว่าการกลับคืนร่างเดิมจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดหนักขึ้นไปอีก เขารีบอธิบาย “ผมไม่ใช่เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นจริงๆ ผมเป็นปรมาจารย์และมาที่นี่เพื่อมาช่วยพวกคุณโดยเฉพาะ”

พลั่ก!

แต่ยังไม่ทันจะพูดจบ ก็พลันรู้สึกถึงพลังมหาศาลที่พุ่งเข้าใส่ จางเซวียนหันไปและเห็นผู้อาวุโสคนหนึ่งปล่อยลูกเตะโดยหมายตาแผ่นหลังของเขา

จางเซวียนหลบทันและหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความหงุดหงิด “คุณทำอะไรน่ะ?”

เขามาช่วยด้วยความปรารถนาดีแท้ๆ แต่คนพวกนี้กลับพยายามจะโจมตีเขาจากข้างหลัง ทำเกินไปแล้ว

โชคดีที่คนพวกนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและถูกปิดกั้นวรยุทธเอาไว้ ไม่อย่างนั้นจางเซวียนคงต้องเดือดร้อนรับมือการโจมตีของนักรบระดับเซียนขั้น 1-สูงสุด

“ผมได้ยินมานานแล้วว่าเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นปลอมตัวเป็นมนุษย์ได้เหมือนมาก เหมือนจนกระทั่งแม้แต่ปรมาจารย์ก็ยังแยกไม่ออก แต่นึกไม่ถึงเลยว่าจะทำสำเร็จถึงขนาดลักลอบเข้าไปในสถาบันปรมาจารย์และกลายเป็นอาจารย์ใหญ่ได้!” ผู้อาวุโสคนหนึ่งคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว

“ตอนนี้ฉันรู้ความจริงแล้ว ฉันจะลากแกลงนรกไปด้วย ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตก็เถอะ!”

“พวกเราต้องฆ่ามันให้ได้ ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ตาม”

“ในฐานะอาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์ เขาเข้าถึงความลับมากมายของมวลมนุษยชาติแล้ว หากเขารายงานกลับไปทางเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นล่ะก็ มนุษย์จะต้องลำบาก”

…..

เหล่าปรมาจารย์พากันลุกขึ้นยืนล้อมจางเซวียน นัยน์ตาของพวกเขาแดงก่ำอย่างโกรธแค้น และหากสายตาฆ่าคนได้ ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาคงตายไปแล้ว

เพิ่งเมื่อครู่นี้เองที่พวกเขายังสงสัยอยู่ว่าจางเซวียนอาจเป็นราชาเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น และเพียงครู่เดียว เผ่าพันธุ์ปีศาจตัวเบ้อเร่อก็ปลอมตัวมาเป็นชายหนุ่ม

ชัดเจนกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วว่าเรื่องนี้เป็นความจริง!

การที่เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นจะลักลอบเข้าไปในสถาบันปรมาจารย์ได้ก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ถึงกับได้เป็นอาจารย์ใหญ่ด้วย ใครจะไปรู้ว่าความลับของมวลมนุษยชาติรั่วไหลไปถึงเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นแค่ไหนแล้ว? ในฐานะปรมาจารย์ พวกเขาจะไม่มีวันปล่อยให้มันทำอะไรตามอำเภอใจ

ลู่เฟิงเคียดแค้นจนแทบจะระเบิด

เขาเคยคิดว่าจางเซวียนเป็นศิษย์สายตรงของหยางชวนซึ่งเป็นปรมาจารย์ฟ้าประทาน ไม่มีทางจะเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นไปได้ แต่การได้เห็นเผ่าพันธุ์ปีศาจเชื่อฟังคำสั่งของเขา ทั้งยังปลอมตัวมาเป็นมนุษย์ด้วย

ไม่น่าเชื่อว่าพวกเขาซึ่งเป็นถึงปรมาจารย์จะงี่เง่าถึงขนาดโดนเผ่าพันธุ์ปีศาจหลอก ทั้งโกรธและเคียดแค้น เขากำหมัดแน่นและกันกัดฟันกรอดอย่างดุเดือด

ทำไมเขาถึงไม่สามารถเปิดโปงตัวตนของหมอนี่ได้เสียก่อนหน้านี้ บางทีพวกเขาอาจจะไม่ต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากอย่างที่เห็น

“คุณเข้าใจผิดแล้ว ผมเป็นมนุษย์” รู้ดีว่าฝูงชนกำลังเดือดพล่าน พร้อมจะสังหารเขาได้ทุกขณะ จางเซวียนรีบสะบัดข้อมือ แล้วอสูรตะวันไบแซนไทน์ก็ปรากฏตัวตรงหน้า

“คุณคงจะจำเขาได้ใช่ไหม? นี่คืออสูรผู้ชอบธรรมของอาจารย์ใหญ่คนก่อน อสูรตะวันไบแซนไทน์ ไม่มีทางที่เขาจะยอมจำนนให้กับเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น”

แต่ยังไม่ทันที่จางเซวียนจะพูดจบ ลู่เฟิงก็คำราม “ทุกคน อย่าไปฟังมัน! เพราะมันนี่แหละที่ทำให้ผมเชื่อใจจนนำหายนะมาสู่สถาบันปรมาจารย์ แกคงจะฝันกลางวันไปแล้วล่ะถ้าคิดว่าลูกไม้เดิมๆจะใช้ได้ผลกับฉันอีกครั้ง!”

ปรมาจารย์อีก 2 คนลุกขึ้นยืน

“จริงด้วย พวกเราเชื่อคำพูดของมันไม่ได้หรอก ผมเห็นกับตาว่ามันสั่งการเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นอยู่เมื่อครู่นี้!”

“อีกอย่าง เจตนาสังหารที่มันแผ่ออกมาก็เข้มข้นและทรงพลัง อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเป็นราชาเผ่าพันธุ์ปีศาจนั่นแหละ แถมผมยังได้ยินกับหูว่าเจ้าบริวารนั่นเรียกเขาว่าราชาใบไม้สีทอง!”

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหล่าปรมาจารย์ที่มั่นอกมั่นใจในความคิดของตัวเอง หน้าตาของจางเซวียนยิ่งน่าเกลียดขึ้นไปอีก

หากพวกนี้ไม่ถูกปิดกั้นวรยุทธไว้ คงจะสังหารเขาไปเสียแล้ว

นี่มันบ้าบออะไรกัน?

เขาลงทุนมาถึงที่นี่เพื่อช่วยชีวิตพวกนั้น ไอ้การจะสงสัยเจตนาของเขามันก็เรื่องหนึ่ง แต่ถึงกับเข้าใจผิดว่าเขาเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น

หากพวกนี้ไม่เชื่อเขา ก็ไม่มีทางที่เขาจะพากลับออกไปได้อย่างปลอดภัย ต่อให้ปลดพันธนาการแล้วก็ตาม

สถานการณ์ดูจะยากเกินเอื้อม

อีกอย่าง ตอนนี้ก็ไม่ปลอดภัยหากจะเปิดเผยตัวตนในฐานะปรมาจารย์ฟ้าประทาน จางเซวียนแทบจะคลุ้มคลั่ง

ที่นี่มีเผ่าพันธุ์ปีศาจอยู่มากเกินไป และทุกตัวก็สำเร็จวรยุทธระดับเซียน หากเขาพยายามเปิดเผยตัวตนในฐานะปรมาจารย์ฟ้าประทาน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะต้องดึงดูดความสนใจของพวกมันซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น นอกจากจะช่วยเหลือเราปรมาจารย์ไม่ได้แล้วคงจะเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ด้วย

เพราะต้องปกปิดเรื่องนี้ไม่ให้เผ่าพันธุ์ปีศาจรู้ เขาจึงต้องเก็บไว้กับตัวให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หากข่าวรั่วไหลออกไปปัญหาและการลอบสังหารไม่รู้จบจะต้องเกิดขึ้นกับเขา ถ้าเป็นอย่างนั้น ไม่เพียงแต่ตัวเขาเอง แต่ความปลอดภัยของทุกคนที่อยู่รอบตัวเขาก็จะตกเป็นเดิมพันด้วย

แต่หากเขาไม่เปิดเผยตัวตน ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะเรียกความชอบธรรมกลับมา ไม่มีทางที่จะทำให้ปรมาจารย์เหล่านี้เชื่อและยอมกลับออกไปพร้อมเขา

จางเซวียนหันไปพูดกับลู่เฟิงด้วยน้ำเสียงที่เกือบจะเป็นการหว่านล้อม “ลู่เฟิง ผมเป็นปรมาจารย์จริงๆ ผมมาที่นี่เพื่อช่วยคุณ”

“ฉันรู้ว่าแกเป็นปรมาจารย์ และฉันก็รู้ด้วยว่าแกเป็นราชาเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น!” ลู่เฟิงคำราม คิดจะหลอกฉันอีกครั้งหนึ่งหรือ? ฝันไปเถอะ!”

“ผม”

เห็นความเป็นปฏิปักษ์แรงกล้าในแววตาของอีกฝ่าย จางเซวียนแทบจะคลั่ง

ทำไมยิ่งอธิบายก็ยิ่งแย่?

เหล่าปรมาจารย์ต่อต้านเขาแบบนี้ เขาจะทำอย่างไรดี?

…..

ขณะที่จางเซวียนกำลังอับจนปัญญากับการแก้สถานการณ์ ในห้องโถงใหญ่ที่ถงเยว่นั่งอยู่ เงาหนึ่งก็ปรากฏขึ้น เผ่าพันธุ์ปีศาจที่เพิ่งออกไปเมื่อครู่ก่อนรีบกลับเข้ามา

“หัวหน้า ราชาของเรามาถึงแล้ว!”

“ราชา? ราชาไหน?” ถงเยว่งงงันกับข่าวที่ได้รับอย่างปุบปับ

“ก็ฝ่าบาท ราชาใบไม้เขียวไงล่ะ!” เผ่าพันธุ์ปีศาจตัวนั้นรีบตอบ

“ราชาใบไม้เขียว? ฝ่าบาทของเรามาถึงแล้วหรือ?” ถงเยว่ประหลาดใจ

พวกเขาเป็นบริวารของราชาใบไม้เขียว และเหตุผลที่จับปรมาจารย์เหล่านั้นมาก็เพื่อจะให้เป็นบรรณาการสำหรับการทำลายฉนวนเพื่อที่ราชาของพวกเขาจะได้เข้ามาได้ ใครจะไปรู้ว่าราชาของพวกเขามาถึงแล้วโดยที่พวกเขายังไม่ทันได้ทำอะไรเลย?

“ถูกต้อง” เผ่าพันธุ์ปีศาจตัวนั้นพยักหน้า

“รีบไปพาฝ่าบาทมา ผมต้องต้อนรับเขา” ถงเยว่รีบออกเดินโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

ขณะที่ไปถึงประตู ก็เห็นราชาใบไม้เขียวเดินมาพร้อมกับชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง ทั้งคู่กำลังคุยและยิ้มให้กันอย่างสนิทสนม

ถงเยว่ก้าวเข้าไปแล้วรีบทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นเพื่อโค้งคำนับ “ถงเยว่คารวะฝ่าบาท!”

ราชาใบไม้เขียวยิ้มอย่างพอใจ “ทำได้ดี ฐานทัพนี้ใหญ่พอที่จะรับกองกำลังได้เป็นแสน!”

ราชาใบไม้เขียวมีรูปร่างใหญ่ ใบหน้าของเขาซีดเผือดและเรียบเกลี้ยง หัวคิ้วของเขาบ่งบอกถึงความกล้าหาญและความเป็นผู้ทรงพลัง

เจตนาสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของเขานั้นเข้มข้นเสียจนแทบจะจับต้องได้ แค่มองดูก็รู้สึกราวกับถูกความตายต้อนให้จนมุม

“ฝ่าบาท เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับคำชม!” ถงเยว่ถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วรีบขอบคุณราชาใบไม้เขียวก่อนจะหันไปทางชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างๆ

อีกฝ่ายมีรูปร่างเล็กและเตี้ยกว่าราชาของเขาเล็กน้อย แต่ก็มีรังสีของความเยือกเย็นที่ทำให้ผู้ได้พบเห็นถึงกับตัวสั่น

ชายวัยกลางคนผู้นั้นมองไปรอบๆครู่หนึ่งก่อนจะออกความเห็นด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ฐานทัพนี้สร้างได้ดี อยู่ใกล้กับฉนวนด้วย แต่ภูเขาที่อยู่โดยรอบน่ะทำให้ง่ายต่อการที่กองกำลังของฝ่ายตรงข้ามจะซ่อนตัว และนั่นจะทำให้เราอยู่ในตำแหน่งที่เป็นอันตราย!”

“เอ่อ” เขาไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้เขาออกความเห็น จึงหันไปมองราชาใบไม้เขียวอย่างสงสัย

“หยิ่งโซ่วเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ไม่ต้องสงสัยคำพูดของเขาหรอก” ราชาใบไม้เขียวพูด

“ขอรับ” ถงเยว่หันไปทางชายวัยกลางคน เขาประสานมือให้และโค้งคำนับอย่างงาม “ไม่ทราบว่าผมควรเปลี่ยนแปลงอย่างไร?”

“ง่ายมาก คุณก็แค่ย้ายภูเขาเหล่านี้ออกไป พื้นที่รัศมี 100 ลี้รอบแคมป์ควรจะราบเรียบเพื่อที่เราจะได้มองเห็นสภาพแวดล้อมโดยรอบได้ถนัด” ชายวัยกลางคนตอบ

“ย้ายภูเขาเหล่านี้ออกไป?” ถงเยว่อ้าปากค้าง

ภูเขาในอาณาจักรใต้ดินไม่ได้สูงนัก แต่ทอดตัวเป็นแนวยาว ต่อให้ทุกคนลงมือพร้อมๆกันก็ยังเป็นงานโหด ต้องใช้เวลา 1 เดือนหรือ 2 เดือนเป็นอย่างน้อย

“ส่งคนมาจัดการให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด!”

เมื่อเห็นสีหน้าของถงเยว่ ราชาใบไม้เขียวหัวเราะหึๆ “อ้อ ผมลืมแนะนำ น้องหยิ่งมีความเชี่ยวชาญเรื่องนี้ แกควรจะฟังเขาให้ดี เขาเป็นสมาชิกของสิบราชาแห่งฉิงเทียน”

“ราชาใบไม้สีทอง!”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!