Skip to content

Library Of Heaven’s Path 991

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 991 ราชาใบไม้สีม่วงเป็นบ้า

ความจริงใจของเขานั้นดูเหมือนออกมาจากก้นบึ้งหัวใจ กลายเป็นเสน่ห์โดยธรรมชาติที่ทำให้ผู้อื่นไว้วางใจและไม่มีใครคิดสงสัยในตัวเขา

C

“ของนั่นน่ะไม่สำคัญเท่าไหร่หรอก ที่สำคัญกว่าก็คือไอ้หัวขโมย 2 ตัวนั้นขโมยไปจากคฤหาสน์ท่านเจ้าเมือง ถ้าจับตัวมันไม่ได้ล่ะก็ อำนาจและศักดิ์ศรีของเมืองจิ้งหยวนจะเป็นอย่างไร?” องครักษ์ตอบ ดูเหมือนจะได้รับอิทธิพลจาก ‘ความจริงใจ’ ของอีกฝ่ายเข้าไปด้วย

“ก็จริงนะ! คนที่กล้าขโมยของจากคฤหาสน์ท่านเจ้าเมืองสมควรได้รับโทษสูงสุด!” จางเซวียนแสดงความเห็นพ้อง “แต่ผมก็ยังรู้สึกว่าการที่คุณมาค้นอย่างเปิดเผยแบบนี้น่ะมันไม่ได้ผลหรอก ถ้าสองคนนั้นซ่อนตัวอยู่ที่นี่จริงๆ ป่านนี้ก็คงรู้แล้วว่าพวกคุณเข้ามาและคงเผ่นหนีไปเรียบร้อย ทำไมคุณไม่ให้ผู้จัดการหูเปิดใช้งานค่ายกลรอบๆก่อนล่ะ เพื่อที่ศัตรูจะได้หนีไปไหนไม่ได้ ด้วยวิธีนี้ เราก็จะมีเวลามากมายในการค้นหาหัวขโมย 2 คนนั่น!”

“เอ่อ” องครักษ์ไม่กล้าตัดสินใจ จึงหันไปมองราชาใบไม้สีม่วงเพื่อขอความเห็น

“ดี” หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ราชาใบไม้สีม่วงก็พยักหน้ารับ “เจ้าสองคนนั้นมีความรู้ความเข้าใจลึกซึ้งในเรื่องค่ายกล จึงดีที่สุดหากคุณจะเปิดใช้ค่ายกลที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักเมฆหม่น ไม่อย่างนั้น มัน 2 ตัวคงหนีไปได้สบาย”

ไอ้หนุ่มที่ช่วยผู้อาวุโสฉู่นั้นสามารถเปิดปิดค่ายกลในลานบ้านได้อย่างรวดเร็วหลังจากได้สัมผัสกับมัน เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าเขามีความสามารถไม่เบา ดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเรื่องการทำงานของค่ายกล ดังนั้นค่ายกลธรรมดาสามัญคงไม่อาจยับยั้งเขาได้

“เขาเก่งกาจมากเลยหรือ? เข้าใจแล้วล่ะ…โชคดีที่ผมมีแผ่นค่ายกลอันทรงพลังเก็บไว้ ผมจะเปิดใช้งานมันเดี๋ยวนี้แหละ” จางเซวียนยิ้ม

“แผ่นค่ายกล” ราชาใบไม้สีม่วงขมวดคิ้ว

“ใช่ ผมได้มาระหว่างการออกเดินทางท่องโลกเมื่อไม่นานมานี้ มันเป็นค่ายกลเกรด 7 จึงไม่ค่อยมีโอกาสจะได้ใช้มันสักเท่าไหร่ ในเมื่อไอ้หัวขโมยที่คุณพูดถึงนั้นเก่งกาจมาก ผมก็รู้สึกว่าใช้เจ้าสิ่งนี้น่าจะปลอดภัยกว่า” จางเซวียนพยักหน้า

“เกรด 7?” ราชาใบไม้สีม่วงตาโต

ต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับเขา ก็ยังหนีรอดจากแผ่นค่ายกลระดับนั้นได้ยาก ใครจะไปคิดว่าสำนักเมฆหม่นอันต่ำต้อยจะมีของล้ำค่าขนาดนี้? ไม่สงสัยแล้วว่าทำไมพวกเขาถึงมีทรัพย์สมบัติมากมายมานำออกประมูล!

จะมาประมาทคนพวกนี้เพียงเพราะอยู่ในเมืองอันห่างไกลไม่ได้

“ใช่แล้ว” จางเซวียนพยักหน้าขณะสะบัดข้อมือ

ค่ายกลปรากฏขึ้นในฝ่ามือของเขา เขาถ่ายทอดพลังปราณเข้าไป เกิดเสียงดังลั่นขึ้นกลางอากาศ หมอกโรยตัวลงมาครอบคลุมพื้นที่โดยรอบ

“น่าทึ่งจริงๆ!” ราชาใบไม้สีม่วงยอมรับ

มันเป็นค่ายกลหลอกล่อแบบทั่วๆไป แต่แข็งแกร่งกว่ากันมาก ต่อให้เขาปล่อยพละกำลังเต็มพิกัด ก็คงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 10 นาทีถึงจะเป็นอิสระ ถ้าใช้กับนักรบระดับเซียนขั้น 2 หรือขั้น 3 ล่ะก็ ไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะหนีรอดได้เลย

หลังจากจับไอ้สองตัวนั้นได้แล้ว เราก็จะซิวแผ่นค่ายกลนี้มาเป็นของตัวเองด้วย…

ประกายเย็นเยียบวาบขึ้นในดวงตาของราชาใบไม้สีม่วง

ในฐานะเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น เขาจงเกลียดจงชังมนุษย์อย่างล้ำลึก ทันทีที่พบไอ้หัวขโมย 2 ตัวนั่น ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องสร้างภาพต่อหน้าใครอีก เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่เขาจะทำก็คือฉกฉวยเอาแผ่นค่ายกลแผ่นนั้นมา

หากเขาได้แผ่นค่ายกลระดับนี้กลับไปที่คฤหาสน์เจ้าเมือง เจ้าสองตัวนั่นไม่มีทางหนีรอดไปได้แน่

“ค่ายกลนี้ไม่เลวเลย เอาล่ะ ส่งคนของเราออกไปตามหามัน!” ราชาใบไม้สีม่วงโบกมือ

ด้วยอานุภาพของค่ายกล ถ้าสองคนนั้นหลบซ่อนอยู่ที่สำนักเมฆหม่นจริงๆ ก็ไม่มีทางหนีรอดได้เลย แต่ด้วยความหนาของกลุ่มหมอก คนของเขาก็สำรวจพื้นที่ได้ไม่ง่ายนัก จำเป็นจะต้องมีคนนำทาง

“ได้สิ!” จางเซวียนพยักหน้าก่อนสั่งการ “หูอวิ๋นเซิน พาสหายของเราที่มาจากคฤหาสน์ท่านเจ้าเมืองไปดูรอบๆ นำไวน์มาด้วยนะ ผมจะนั่งอยู่ตรงนี้กับผู้อาวุโสใบไม้สีม่วงและรอฟังผล”

“ขอรับ” แม้หูอวิ๋นเซินจะไม่รู้ว่าทำไมผู้อาวุโสซุนฉางถึงทำตามคำสั่งของเจ้าเมือง แต่เขาก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงมีความคิดบางอย่างในใจ จึงพยักหน้าก่อนจะนำทางเหล่าองครักษ์ไป

เมื่อพวกเขาเคลื่อนตัว กลุ่มหมอกก็เคลื่อนนำไปโดยอัตโนมัติ ราวกับมีใครสักคนคอยนำทาง

“จับตัวไอ้หัวขโมย 2 คนนั่นให้ได้โดยเร็วที่สุดก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องเตรียมไวน์หรืออะไรทำนองนั้นมาหรอก!” ราชาใบไม้สีม่วงโบกมืออย่างหมดความอดทน

“ทำอย่างนั้นไม่ได้! คุณคือบุคคลที่แม้แต่ท่านเจ้าเมืองยังเรียกขานว่าผู้อาวุโส เป็นธรรมดาที่เราจะต้องต้อนรับผู้ทรงเกียรติอย่างคุณ…” จางเซวียนยิ้มอย่างมีมารยาท

ในฐานะผู้ควบคุมแผ่นค่ายกล เขาสามารถใช้ความคิดสั่งการเหล่าองครักษ์ให้ไปไหนต่อไหนได้ตามใจ จึงไม่จำเป็นต้องกลัวว่าพวกนั้นจะพบตัวผู้อาวุโสฉู่

ไม่ช้า จูเสี่ยวก็ยกถาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกับแกล้มมาวาง

“ผู้อาวุโส, เชิญ!” จางเซวียนรินไวน์อย่างสุภาพและยื่นให้ราชาใบไม้สีม่วงอย่างเต็มอกเต็มใจ

“อือ”

ตอนแรกราชาใบไม้สีม่วงก็ไม่เต็มใจจะดื่ม แต่เมื่อเห็นนัยน์ตาสดใสและจริงใจของอีกฝ่าย ในที่สุดเขาก็พยักหน้าและรับถ้วยมา

แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังใช้การรับรู้จิตวิญญาณตรวจสอบไวน์ก่อน

ต่อมาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก นัยน์ตาปรากฏความละอายขึ้นมาแวบหนึ่ง

หลังจากตรวจสภาพของไวน์แล้ว เขาก็ได้รู้ว่าไม่มีอะไรผิดปกติในนั้น อีกฝ่ายเสนอไวน์ให้เขาด้วยความจริงใจ แต่เขากลับสงสัยและหวาดระแวง

เขาเงยหน้าขึ้น และเห็นชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงข้ามกระดกไวน์ลงไปก่อนหน้าเขาแล้ว

“คุณไม่ชอบไวน์นี้หรือ? เด็กๆ ไปเอามาอีกขวด” เห็นอีกฝ่ายไม่ยอมดื่ม จางเซวียนถามอย่างกังวลใจ

“ไม่ต้องหรอก!” ราชาใบไม้สีม่วงโบกมือเพื่อยับยั้งอีกฝ่ายไว้ก่อนจะกระดกไวน์ลงคออย่างเต็มใจ

ในความเห็นของเขา มันก็เป็นแค่ไวน์ถ้วยหนึ่ง ดื่มเข้าไปก็ไม่น่ามีอะไรเสียหาย แถมเขายังได้ตรวจสอบแล้วว่าไม่มียาพิษอยู่ในนั้น หรือต่อให้มันมีอะไรผิดปกติ ด้วยระดับวรยุทธของเขา เขาก็สามารถกำจัดมันได้อย่างง่ายดาย

“เยี่ยมเลย!”

เห็นราชาใบไม้สีม่วงดื่มไวน์แล้ว จางเซวียนพยักหน้าอย่างพอใจ “คุณนี่ช่างว่าง่ายดีจริง, ราชาใบไม้สีม่วง ไม่เหมือนกับเจ้าคนนั้น…คนที่ชื่ออะไรนะ? อ้อ ราชาใบไม้น้ำ! ผมต้องพูดจนปากเปียกปากแฉะกว่าเขาจะยอมจิบ ช่างเป็นคนที่รับมือด้วยลำบากจริงๆ”

“ราชาใบไม้น้ำ?” เมื่อได้ยินคำนั้นหลังจากวางถ้วยไวน์ลง ราชาใบไม้สีม่วงหรี่ตาด้วยความตกใจ ใบหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้นมาทันที “คุณเป็นใคร?”

ก่อนหน้านี้ องครักษ์ได้แนะนำตัวเขาว่าเป็นผู้อาวุโสใบไม้สีม่วง ไม่ใช่ราชาใบไม้สีม่วง

และยิ่งกว่านั้น อีกฝ่ายยังพูดถึงราชาใบไม้น้ำด้วย!

สหายของเขาเพิ่งถูกฆ่าไปไม่นาน และเมื่อคิดๆดู ก็เหมือนว่าเจ้าองครักษ์ที่ช่วยชีวิตผู้อาวุโสฉู่ก่อนหน้านี้จะพูดว่าสหายของเขาได้รับการคะยั้นคะยอให้ดื่มไวน์เหมือนกัน…เรื่องนี้มีอะไรเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า?

“นั่งก่อน นั่งลงก่อนเถอะ ยังไม่จำเป็นต้องร้อนรนตอนนี้ อย่างแย่ที่สุดคุณก็แค่ถูกสังหารเหมือนกับราชาใบไม้น้ำ ไม่เห็นต้องตีโพยตีพายกับเรื่องเล็กๆแบบนี้เลย” จางเซวียนโบกมือหน้าตาเฉยขณะรินไวน์ลงในถ้วยทั้ง 2 ใบ

“แก…แกคือคนที่สังหารราชาใบไม้น้ำ? แกคือปรมาจารย์ระดับ 7 ดาวคนนั้น?” เมื่อคิดได้ ราชาใบไม้สีม่วงหรี่ตา รู้สึกว่าเหงื่อท่วมตัวขึ้นมาทันที

ถ้าอีกฝ่ายสังหารราชาไปไม้น้ำได้ ก็แปลว่าต้องสังหารเขาได้เช่นกัน นี่เขาเลินเล่อถึงขนาดปล่อยให้คนที่ทรงพลังขนาดนี้เข้ามาเกี่ยวข้องโดยตัวเขาไม่รู้อะไรเลยได้อย่างไรกัน?

“ปรมาจารย์ระดับ 7 ดาว? คุณยังไม่แจ่มแจ้งอีกหรือ? ผมน่ะคือคนที่ช่วยชีวิตผู้อาวุโสฉู่” จางเซวียนทำหน้าหงุดหงิด จากนั้นก็ปรับเปลี่ยนกล้ามเนื้อและกระดูกกลับไปเป็นรูปลักษณ์ขององครักษ์เช่นเดิม

“กะ-แก…ฉันจะฆ่าแก?”

ทั้งโมโหและคลุ้มคลั่ง ราชาใบไม้สีม่วงคำรามกร้าว เขาลุกพรวดแล้วปล่อยพลังจากฝ่ามือเข้าปะทะจางเซวียน ตั้งใจจะทำให้อีกฝ่ายทรุดให้ได้

ไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกเขาซึ่งเป็นสมาชิกของ 10 สุดยอดราชาแห่งฉิงเทียนจะต้องถูกมนุษย์ปั่นหัวเล่นแบบนี้ ราชาใบไม้สีม่วงโมโหจนร่างแทบจะระเบิด

“แหม คนหนุ่มๆสมัยนี้ก็ช่างควบคุมอารมณ์ไม่เป็นเอาเสียเลย” เห็นอีกฝ่ายโจมตีเขา จางเซวียนส่ายหัวและถอนหายใจเฮือก

พริบตาต่อมา ใบหน้าของราชาใบไม้สีม่วงก็ซีดเผือด เขาตัวสั่นไม่หยุด จางเซวียนไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด แต่อีกฝ่ายก็เข่าอ่อนจนต้องทรุดตัวลงกับพื้นพร้อมกระอักเลือดกองใหญ่ออกมา

ที่อยู่ในถ้วยไวน์นั้นคือพลังปราณเทียบฟ้าของจางเซวียน หลังจากเข้าไปในร่างของราชาใบไม้สีม่วง จางเซวียนก็สามารถเปลี่ยนมันเป็นพิษที่รุนแรงถึงตายได้ในชั่วพริบตา

“แกวางยาฉัน” เมื่อรู้ตัวแล้ว ราชาใบไม้สีม่วงตัวสั่นไม่หยุด แววตาแสดงความหวาดกลัว

“ก็ใช่น่ะสิ ถ้าผมไม่วางยาพิษคุณ คุณคิดว่านักรบระดับเซียนมือใหม่อย่างผมจะทำอะไรคุณได้อย่างนั้นหรือ?”

ขณะที่พูด ก็เติมไวน์ลงในถ้วยทั้ง 2 ใบจนเต็ม

“เซียนมือใหม่? แกเป็น…นักรบระดับเซียนมือใหม่? ฉันไม่เชื่อหรอก!” ราชาใบไม้สีม่วงแทบไม่เชื่อหู

เขาอาจยอมแพ้ได้หากคู่ต่อสู้เป็นปรมาจารย์ระดับ 7 ดาว แต่นี่นักรบระดับเซียนมือใหม่วางยาเขา? เป็นไปได้อย่างไร?

“นี่คุณมองไม่เห็นระดับวรยุทธของผมจริงๆหรือ?” จางเซวียนส่ายหัว

“เซียนมือใหม่…แล้วแกสังหารราชาใบไม้น้ำได้อย่างไร ฉันไม่เชื่อแกหรอก!” ราชาใบไม้สีม่วงส่ายหน้าและคำรามกร้าว

ต่อให้ราชาใบไม้น้ำถูกวางยา ตัวเขาก็ยังเป็นถึงนักรบระดับเซียนขั้น 4 เมื่อพิจารณาจากการที่ราชาใบไม้น้ำยอมลงทุนถึงขั้นใช้ศาสตร์ลับเพื่อดึงจิตวิญญาณต้นกำเนิดออกจากร่างของตัวเอง การสังหารนักรบระดับเซียนมือใหม่ที่อยู่ตรงหน้าเขาก็ไม่น่าเป็นเรื่องยาก หรือต่อให้ไม่เป็นแบบนั้น ราชาใบไม้น้ำก็น่าจะหนีไปและส่งข่าวให้เขารับรู้ได้ แต่ทำไมถึงถูกฆ่าตายโดยไม่มีข่าวหลุดรอดออกมาเลยสักนิด?

“ไม่ต้องร้อนใจไปน่ะ ไม่ใช่ราชาใบไม้น้ำเพียงคนเดียวหรอกนะ ผมยังสังหารราชาใบไม้สีทองและราชาใบไม้เขียวด้วย เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องตีโพยตีพาย อย่าห่วงเลย ผมจะให้คุณไปพักผ่อนกับพวกเขาเร็วๆนี้แหละ!” จางเซวียนยกถ้วยไวน์ขึ้นจิบก่อนจะพูดหน้าตาเฉย

“แก!” ราชาใบไม้สีม่วงแทบยืนไม่อยู่

ราชาใบไม้น้ำถูกสังหารจริงๆ เพราะเขาได้เห็นศพมากับตา แต่สำหรับราชาใบไม้สีทองและราชาใบไม้เขียวที่ต้องมาตายด้วยนั้น…ทำให้ราชาใบไม้สีม่วงแทบเสียสติ

มีใครบ้างใน 10 สุดยอดราชาแห่งฉิงเทียนที่ไม่มีชื่อเสียงโด่งดัง? อย่าว่าแต่จักรวรรดิขั้น 1 เล็กๆอย่างหงหย่วนเลย แม้จักรวรรดิฉิงหย่วนอันทรงเกียรติก็ไม่กล้าสบประมาทพวกเขา

การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ทั้งเมืองอาจยังเกินกำลังของพวกเขาอยู่ แต่เขาก็สามารถสร้างหายนะที่ไม่มีมนุษย์หน้าไหนจะยับยั้งได้

ไม่น่าเชื่อเลยว่าหลังจากที่เผ่าพันธุ์ปีศาจต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อส่งพวกเขาทั้งสี่มา สามคนกลับต้องลงเอยด้วยการเสียชีวิตอย่างที่ทำอะไรไม่ได้เลย…เรื่องนี้เป็นความจริงหรือ?

ราชาใบไม้สีม่วงนัยน์ตาล่อกแล่กด้วยความหวาดกลัว เขารู้ดีว่าในเมื่ออีกฝ่ายระบุชื่อสหายของเขาได้ ก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นเรื่องจริง เขาไม่กล้าอยู่ที่นี่อีกต่อไป ราชาใบไม้สีม่วงหันหลังกลับทันทีเพื่อหลบหนี

ใบไม้สีทอง ใบไม้เขียว และใบไม้น้ำ, 3 ราชานี้ไม่มีใครเลยที่อ่อนด้อยกว่าเขา แต่ทั้งสามก็ลงเอยด้วยการถูกนักรบระดับเซียนมือใหม่สังหาร ราชาใบไม้สีม่วงจึงไม่ได้รู้สึกว่าตัวเขาจะเป็นข้อยกเว้น

ถึงอย่างไรก็หนีไปก่อนแล้วค่อยทบทวนการเดินเกมต่อไปดีกว่า สถานการณ์ตอนนี้ไม่ได้เข้าข้างเขา ส่วนเรื่องยาพิษนั้น ถึงอย่างไรก็คงหาทางจัดการได้…

“คิดหนีหรือ? ผมติดตั้งค่ายกลไว้แล้ว คุณไม่รู้สึกว่ามันจะหยาบคายไปหน่อยหรือไงที่จะหนีไปดื้อๆแบบนี้?” จางเซวียนส่ายหัวแล้วดีดนิ้ว

พริบตาต่อมา ราชาใบไม้สีม่วงซึ่งตั้งต้นจะบินหนีก็รู้สึกเจ็บแปลบไปทั่วร่าง เขาตัวสั่นไม่หยุด ครู่ต่อมาก็ร่วงจากกลางอากาศและตกลงมากระแทกพื้น

“ถ้าฉันหนีไม่ได้ ฉันก็จะลากแกลงนรกไปด้วย!” เมื่อรู้สึกได้ถึงพิษร้ายแรงถึงตายที่กำลังฉีกร่างของเขาเป็นชิ้นๆ ราชาใบไม้สีม่วงรับรู้ว่าความตายใกล้เข้ามาเต็มที รู้ดีว่าวันนี้ถึงอย่างไรก็ไม่มีทางจะหลบหนีออกไปทั้งที่ยังมีชีวิต จึงกัดฟันกรอดอย่างเด็ดเดี่ยวและพุ่งเข้าใส่ชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้า

ในเมื่อเขามีชีวิตกลับไปไม่ได้ ก็ต้องลากใครสักคนลงนรกไปด้วย!

“ทำไมพวกคุณถึงคิดจะฆ่าตัวตายกันเรื่อย?” จางเซวียนส่ายหน้า

เขารับมือกับ 10 สุดยอดราชาแห่งฉิงเทียนมาหลายคนแล้ว ซึ่งทุกคนก็พร้อมใจกันฆ่าตัวตายทั้งหมด…น่าจะทำอะไรที่มันสร้างสรรค์กว่านี้หน่อย!

“พวกแก ไปควักเอายาเม็ดในปากของมันออกมา จากนั้นก็สั่งสอนซะ!”

จางเซวียนสะบัดข้อมือ แล้วหุ่นเผ่าพันธุ์ปีศาจ 8 ตัวก็ปรากฏตรงหน้าก่อนจะพุ่งเข้าจัดการราชาใบไม้สีม่วง

“ยังมีเผ่าพันธุ์ปีศาจอยู่อีกหรือ? ไม่ใช่นี่…พวกแกเป็นหุ่น!” เมื่อเห็นเจ้า 8 ตัวพุ่งเข้าใส่ ราชาใบไม้สีม่วงถึงกับตัวสั่น

ไอ้การมีหุ่นปีศาจอยู่ในครอบครองมากมายขนาดนี้ ควรจะมีแต่ราชาเผ่าพันธุ์ปีศาจเท่านั้นไม่ใช่หรือที่ทำได้?

นี่ฉันหรือแกกันแน่ที่เป็นราชาเผ่าพันธุ์ปีศาจ?

ทำไมถึงรู้สึกเหมือนตัวเองโดดเดี่ยวอยู่คนเดียวในโลก ไม่มีพันธมิตรหรือบริวารเลย… ทำไมชีวิตช่างโหดร้ายแบบนี้…

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!