ตอนที่ 992 ราชาใบไม้สีม่วงยอมจำนน
ราชาใบไม้สีม่วงไม่มีเวลาจะคร่ำครวญนานนัก เมื่อได้ยินคำสั่งของชายวัยกลางคน กองทัพหุ่นก็พุ่งเข้าใส่ทันที
ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ เจอกับหุ่นที่มีวรยุทธระดับเซียนขั้น 3 ราชาใบไม้สีม่วงก็ยังรับมือไหว แต่เพราะเขาถูกวางยาพิษร้ายแรง จึงแทบจะต่อสู้อะไรไม่ได้เลย ครู่เดียวทั้งใบหน้าก็เต็มไปด้วยรอยเท้า หัวบวมฉึ่งขนาดเท่าแตงโมที่แก่จัด เขานอนหายใจรวยรินอยู่กับพื้น ดูเหมือนพร้อมตายได้ทุกขณะ
จางเซวียนเดินเข้ามาพร้อมถ้วยไวน์ในมือ เขาชำเลืองมองราชาใบไม้สีม่วงอย่างวางมาด “มาเป็นคนรับใช้ของฉัน แล้วฉันจะไว้ชีวิตแก”
จากประสบการณ์การต่อสู้กับราชาคนก่อนๆ แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่ราชาเผ่าพันธุ์ปีศาจจะยอมจำนนให้เขา แต่ก็น่าลองดู เพราะหากทำสำเร็จ เขาก็จะมีเผ่าพันธุ์ปีศาจที่มีวรยุทธระดับเซียนขั้น 4 คอยรับใช้ ซึ่งจะกลายเป็นไพ่ไม้ตายชั้นดีหากต้องตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน
และเขาก็จะได้รู้แผนการลับที่เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นสมคบคิดกันด้วย ทำไมพวกมันถึงโผล่มาที่ทวีปแห่งปรมาจารย์กันมากมาย? แล้วทำไมต้องตามหาห้องโถงแห่งยาพิษ?
“แก…ฝันไปเถอะ!” ได้ยินคำนั้น ราชาใบไม้สีม่วงกัดฟันกรอด
ไม่น่าเชื่อว่าจะมีใครคนหนึ่งสั่งการให้ราชาเผ่าพันธุ์ปีศาจผู้ทรงเกียรติอย่างเขาต้องยอมเป็นทาส เรื่องนี้รับไม่ได้!
“เอางั้นรึ!” จางเซวียนหันกลับไปสั่งการ “อัดมันต่อ!”
เขาไม่มีความปรารถนาดีหรือความเห็นใจให้เผ่าพันธุ์ปีศาจแม้แต่น้อย ถ้าหมอนี่ไม่เต็มใจจะยอมจำนนให้ แค่สังหารก็เสร็จเรื่อง
พลั่ก! ตุ้บ! ปึ้ก!
หลังจากถูกประเคนหมัดศอกเข่าอีกหลายรอบ ไม่ช้าหน้าตาของราชาใบไม้สีม่วงก็ซีดเผือด เขาถูกซ้อมอย่างหนักจนเรี่ยวแรงจะพูดก็แทบไม่เหลือ
ครั้งนี้จางเซวียนได้บทเรียนจากครั้งก่อนๆแล้ว เขาสกัดจุดชีพจรของอีกฝ่ายเอาไว้เพื่อให้แน่ใจว่าหมอนี่จะไม่สามารถดึงเอาจิตวิญญาณต้นกำเนิดออกมาได้ และด้วยวิธีนี้ อีกฝ่ายจะไม่มีทางทำอันตรายเขาได้เลย
หลังจากถูกซ้อมอีกครู่หนึ่ง จางเซวียนรู้ว่าอีกนิดเดียวราชาใบไม้สีม่วงก็จะไม่รอดแล้ว เขาจึงยับยั้งกองทัพหุ่นไว้ก่อนและสั่งการ “ไอ้โหด ฉันยกหมอนี่ให้แก แกจะต้องหาคำตอบว่าทำไมเผ่าพันธุ์ปีศาจถึงตามหาห้องโถงแห่งยาพิษ รีดความลับจากเขาให้ได้”
ในเมื่อไอ้โหดดูเหมือนจะมีวิธีรับมือกับราชาเผ่าพันธุ์ปีศาจ จางเซวียนจึงไม่จำเป็นต้องใช้การค้นหาจิตวิญญาณ อีกอย่าง หมอนี่ก็มีพละกำลังสูงกว่าเขามาก การค้นหาจิตวิญญาณอาจทำให้จิตวิญญาณของเขาได้รับบาดเจ็บ
“ไม่ต้องห่วง นายน้อย!” ไอ้โหดรับประกัน
ครู่ต่อมา นิ้วหนึ่งก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศและแตะเข้าที่หว่างคิ้วของราชาใบไม้สีม่วง
“นี่มัน…รังสีของจอมจักรพรรดิเผ่าพันธุ์ปีศาจ?” เห็นความแข็งแกร่งของนิ้วนั้น ราชาใบไม้สีม่วงแขนขาอ่อนแรงไปทันที
นิ้วที่อยู่ตรงหน้าเขามีรังสีที่มีอำนาจพิเศษกับเผ่าพันธุ์ปีศาจ และเจตนาสังหารเข้มข้นที่แผ่ออกมานั้นก็เกือบจะเทียบเท่ากับจักรพรรดิเผ่าพันธุ์ปีศาจเลยทีเดียว
จักรพรรดิเผ่าพันธุ์ปีศาจยอมรับชายคนนี้เป็นเจ้านายหรือ?
“อย่าฆ่าผม! ผม…ผมยอมรับคุณเป็นเจ้านายแล้ว”
ดูเหมือนการได้รู้ว่าจักรพรรดิเผ่าพันธุ์ปีศาจผู้ทรงเกียรติยังยอมรับชายคนนี้เป็นเจ้านายจะเป็นฟางเส้นสุดท้าย เหมือนค้อนที่ทุบทำลายความมุ่งมั่นแต่เดิมของเขา ในตอนนี้ ความคิดที่จะเป็นคนรับใช้ของอีกฝ่ายนั้นดูจะไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่ากับความตาย
เขารู้ดีว่าจะต้องถูกตราหน้าว่าเป็นคนทรยศหากยอมรับมนุษย์เป็นเจ้านาย และคงจะต้องทนทุกข์ทรมานเสียยิ่งกว่าเผชิญหน้ากับความตายหากถูกจับได้ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือก
เพราะหากปฏิเสธ ก็รู้ดีว่าจะต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกันกับราชาใบไม้สีทอง ใบไม้เขียว และใบไม้น้ำ
แต่หากเขายอมจำนน ก็ยังมีโอกาสที่จะมีชีวิตรอด
“แกยอมรับฉันเป็นเจ้านายแล้วหรือ?” จางเซวียนผงะ ไม่คิดว่าจะสำเร็จง่ายๆแบบนี้ จึงออกจะประหลาดใจเมื่อราชาใบไม้สีม่วงยอมแพ้ เขาหัวเราะหึๆ จากนั้นก็พยักหน้าและพูดว่า “มอบจิตวิญญาณของแกมา!”
หากเขาคิดจะควบคุมอีกฝ่ายให้ได้อย่างสมบูรณ์ ก็จะต้องมีจิตวิญญาณของอีกฝ่ายอยู่ในมือ
“ได้” ราชาใบไม้สีม่วงยิ้มเจื่อนๆ ถึงอย่างไร ในฐานะ 1 ใน 10 สุดยอดราชา เขาก็ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย ต้องตัดสินใจในเรื่องยากๆมาไม่รู้เท่าไหร่ ในเมื่อคราวนี้ตัดสินใจแล้ว ก็ไม่ลังเลอยู่นานก่อนจะแบ่งเอาเศษเสี้ยวหนึ่งของจิตวิญญาณต้นกำเนิดแล้วนำมันออกมาจากหว่างคิ้ว เพื่อมอบให้ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า
ส่วนจางเซวียนก็รับเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณต้นกำเนิดไว้แล้วนำมันไปรวมกับจิตวิญญาณของเขา
ทันใดนั้น ทุกความคิดของราชาใบไม้สีม่วงก็ปรากฏอย่างชัดเจน หากอีกฝ่ายคิดจะทรยศ เขาก็สามารถสังหารหมอนั่นได้ในชั่วพริบตา
“ช่างเป็นจิตวิญญาณที่ทรงพลังอะไรอย่างนี้! เขาคงไม่ได้เป็นกูรูยาพิษ แต่เป็นผู้พยากรณ์จิตวิญญาณ?”
ราชาใบไม้สีม่วงอัศจรรย์ใจกับพละกำลังและความแข็งแกร่งในจิตวิญญาณของจางเซวียน
เป็นไปไม่ได้ที่นักรบระดับเซียนมือใหม่จะมีจิตวิญญาณที่ทรงพลังขนาดนี้ เหตุผลเดียวที่พอฟังขึ้นก็คือเขาเป็นผู้พยากรณ์จิตวิญญาณ
ว่าแต่…ผู้พยากรณ์จิตวิญญาณหายสาบสูญไปนานแล้วไม่ใช่หรือ? ทำไมนายท่านคนใหม่ของเขาถึงได้รับมรดกตกทอดและสามารถฝึกฝนวรยุทธเกี่ยวกับจิตวิญญาณได้ถึงขั้นที่น่าสะพรึงขนาดนี้
และอีกอย่าง เขาเป็นกูรูยาพิษนี่นา? ทำไมถึงฝึกฝน 2 อาชีพพร้อมๆกัน?
“นายท่าน ในเมื่อผมยอมจำนนให้คุณแล้ว คุณจะช่วยถอนพิษในตัวผมตอนนี้เลยได้ไหม?” ราชาใบไม้สีม่วงมีเรื่องสงสัยแคลงใจมากมาย แต่รู้ดีว่าไม่ใช่เวลาจะถาม เขายิ้มเจื่อนๆและคุกเข่าลงกับพื้นพร้อมกับคำนับอย่างงาม
เขาได้พิจารณายาพิษที่อยู่ในร่างของตัวเองแล้ว และพบว่าไม่เคยเห็นยาพิษชนิดนี้มาก่อน ไม่มียาถอนพิษชนิดไหนที่เขาครอบครองอยู่ซึ่งดูจะแก้ไขได้
“ไม่ต้องห่วงน่ะ ในเมื่อแกยอมจำนนให้ฉันแล้ว ฉันไม่ทำร้ายแกหรอก” จางเซวียนพยักหน้า
ครู่ต่อมา ราชาใบไม้สีม่วงก็รู้สึกได้ว่าพิษร้ายในร่างกายของเขาเริ่มแผลงฤทธิ์อีกครั้ง เขาหน้าถอดสีด้วยความพรั่นพรึงและตั้งต้นจะวิงวอนขอความเมตตา แต่พริบตาต่อมาก็รู้สึกว่าบาดแผลนั้นเริ่มจะฟื้นตัวจากการเยียวยาของ ‘พิษรุนแรง’ นั้น
“อะ-เอ่อ” ราชาใบไม้สีม่วงถึงกับอึ้ง
พิษร้ายที่เขาจนปัญญาจะแก้ไขกลับกลายเป็นยาฟื้นฟูร่างกายขั้นเซียนในชั่วพริบตา
แวบหนึ่งเป็นยาพิษ อีกแวบหนึ่งเป็นยารักษา นี่นายท่านของเขาเป็นกูรูยาพิษระดับ 7 ดาวหรือเปล่า? ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็จะน่าทึ่งมากทีเดียว!
ใครๆก็รู้ว่าถ้ากูรูยาพิษที่มีความสามารถระดับนี้เข้าสู่สนามรบของเผ่าพันธุ์ปีศาจล่ะก็ สายเลือดฉิงเทียนจะต้องถูกลบหายไปจากโลกใบนี้!
ขณะที่ยังช็อกอยู่ บาดแผลของราชาใบไม้สีม่วงก็ดีขึ้นมาก แม้จะยังไม่หายสนิท แต่อย่างน้อยก็ไม่กระทบกระเทือนการเคลื่อนไหวเบื้องต้นของเขา
ถึงจะไม่หายดีอย่างพรวดพราด แต่เพียงแค่นั้น ราชาใบไม้สีม่วงก็ทั้งเกรงขามและชื่นชมชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า เขาคุกเข่าลงกับพื้นและคำนับอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นการคำนับด้วยความจริงใจ
“นายท่าน!”
“เรียกฉันว่านายน้อย” จางเซวียนโบกมือ “ในเมื่อแกยอมจำนนให้ฉันแล้ว ฉันก็จะบอกตัวตนที่แท้จริงให้ อันที่จริงฉันเป็น…ปรมาจารย์!”
“ปะ-ปะ ปรมาจารย์?” ราชาใบไม้สีม่วงแทบลมจับ
เขาเดาว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นกูรูยาพิษหรือไม่ก็ผู้พยากรณ์จิตวิญญาณ แต่ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังบอกว่าตัวเขาเป็นปรมาจารย์?
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ปรมาจารย์ฝึกฝนวรยุทธเกี่ยวกับจิตวิญญาณและนำพาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องยาพิษ?
ยิ่งไปกว่านั้น ปรมาจารย์จะต้องเป็นผู้ชอบธรรม รักษาศักดิ์ศรีเกียรติยศและคุณธรรมไม่ใช่หรือ?
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่พวกเขากลายเป็นคนชั่วร้ายและหน้าไม่อาย จัดฉากล่อลวงเขาอย่างโหดร้ายแบบนี้?
ถ้าคนแบบนี้เป็นปรมาจารย์ เพื่อนร่วมรุ่นและสภาปรมาจารย์จะยอมรับได้อย่างไร!
ขณะที่คิดแบบนั้น ชายหนุ่มก็พูดต่อหน้าตาเฉย
“ผมเป็นอาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์หงหย่วน”
พลั่ก!
ราชาใบไม้สีม่วงยั้งตัวเองไม่ไหวอีกต่อไป เขากระอักเลือดออกมากองใหญ่
ด้วยการมีอยู่ของทางเชื่อมระหว่างอาณาจักรใต้ดินกับสนามรบของเผ่าพันธุ์ปีศาจที่อยู่ในจักรวรรดิหงหย่วน เขารู้ดีถึงความสำคัญของตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์หงหย่วน เขาคิดว่าอาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์คงจะเป็นบุคคลผู้น่าเคารพ เป็นชายชราผู้เข้มงวด ใครจะไปคิดว่ากลับกลายเป็นชายหนุ่มผู้ชั่วร้ายและหน้าไม่อาย…ยิ่งไปกว่านั้น อีกฝ่ายยังมีทักษะในการใช้ยาพิษและศิลปะเกี่ยวกับจิตวิญญาณด้วย ซึ่งทั้งสองอาชีพไม่เป็นที่ยอมรับของสภาปรมาจารย์
นี่สถาบันปรมาจารย์ตาบอดหรือยุคสมัยเปลี่ยนแปลงรวดเร็วจนเขาตามเทรนด์ล่าสุดไม่ทัน?
“เอาล่ะ ปลอมตัวกลับเป็นมนุษย์” จางเซวียนไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไร เขาสั่งการหลังจากแนะนำตัวเป็นที่เรียบร้อย
เมื่อตอนที่ถูกกองทัพหุ่นซ้อม ราชาใบไม้สีม่วงแปลงร่างกลับไปโดยอัตโนมัติเพราะได้รับบาดเจ็บ
โชคดีที่พวกเขาอยู่ภายในค่ายกลหลอกล่อเกรด 7 จึงไม่มีใครเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าราชาใบไม้สีม่วงเดินออกไปในสภาพนี้ จะต้องเกิดความวุ่นวายใหญ่โตแน่ เพื่อความปลอดภัย จึงควรจะปลอมตัวกลับเป็นมนุษย์ดังเดิม
“ขอรับ!” ราชาใบไม้สีม่วงพยักหน้าก่อนจะยกมือขึ้นทาบอก เกิดแสงสว่างวาบขึ้นทั่วตัว และครู่ต่อมาเขาก็กลับมาอยู่ในสภาพมนุษย์
“แกใช้วิธีนี้ในการปลอมตัวหรือ?” จางเซวียนสงสัยกับท่าทีของอีกฝ่าย
ไม่เหมือนกับตัวเขา เผ่าพันธุ์ปีศาจไม่ได้ใช้การปรับเปลี่ยนกล้ามเนื้อและกระดูกเพื่อปลอมตัว แต่กลับใช้ของล้ำค่าบางอย่าง
“นี่คือกระดุมปลอมตัวซึ่งเราได้รับมาจากการมอบบรรณาการให้เทพเจ้าแห่งจิตวิญญาณของเรา ตราบใดที่ผู้นั้นมีสายเลือดเทียบเท่ากับราชาเผ่าพันธุ์ปีศาจ ก็สามารถใช้งานมันและปลอมตัวเป็นมนุษย์ได้แนบเนียนถึงขนาดที่แม้แต่ปรมาจารย์ก็ดูไม่ออก” ราชาใบไม้สีม่วงตอบ
“เทพเจ้าแห่งจิตวิญญาณ?” เมื่อได้ยินคำที่ไม่คุ้นเคย จางเซวียนขมวดคิ้ว
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินชื่อนี้
“ใช่ เทพเจ้าแห่งจิตวิญญาณคือเทพเจ้าที่เผ่าพันธุ์ของเราสักการะบูชา เป็นเพราะคำแนะนำของเทพเจ้าแห่งจิตวิญญาณที่ทำให้พวกเรามาที่นี่!” ราชาใบไม้สีม่วงตอบ
“แกกำลังจะบอกว่า…ด้วยคำชี้แนะของเทพเจ้าของแก ที่ทำให้พวกแกค้นพบทวีปแห่งปรมาจารย์อย่างนั้นหรือ?”
ตลอดเวลาที่ผ่านมา จางเซวียนคิดว่าเหตุผลที่เผ่าพันธุ์ปีศาจรุกรานทวีปแห่งปรมาจารย์ก็เพราะต้องการทำลายล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ แต่เท่าที่ดูตอนนี้ เรื่องนี้ดูจะล้ำลึกและเกี่ยวข้องกับเทพเจ้าแห่งจิตวิญญาณที่อีกฝ่ายพูดถึงเสียมากกว่า
“ใช่ ผมได้ยินเรื่องนี้จากฮ่องเต้แห่งฉิงเทียน แต่เรื่องราวก็นมนานแล้ว จึงบอกไม่ได้ว่าจริงเท็จอย่างไร แต่อย่างหนึ่งที่เป็นเรื่องจริงก็คือ พวกเราได้รับสิ่งตอบแทนมากมายจากการมอบบรรณาการเป็นจิตวิญญาณและศพของเหล่าปรมาจารย์ให้กับเทพเจ้าแห่งจิตวิญญาณของเรา และกระดุมปลอมตัวนี้ก็ได้มาจากกระบวนการนั้น” ราชาใบไม้สีม่วงอธิบาย
“อือ” จางเซวียนพยักหน้า เขารู้ดีว่าเรื่องนี้ยังไกลตัวนัก จึงยังไม่ใช่เวลาที่จะมาเปิดประเด็น โดยเฉพาะเมื่อแม้แต่ราชาใบไม้สีม่วงก็ยังไม่ค่อยแน่ใจ เขาจึงตัดสินใจทิ้งเรื่องนี้ไปก่อนและสอบถามต่อ “ทำไมพวกแกถึงตามหาห้องโถงแห่งยาพิษ?”
ถ้าเป้าหมายของเผ่าพันธุ์ปีศาจคือการทำลายล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ ก็แค่โจมตีจักรวรรดิหงหย่วนเลยก็ได้ ทำไมต้องวุ่นวายถึงกับส่ง 2 ราชาออกมาตามหาห้องโถงแห่งยาพิษด้วย?
“เรียนนายน้อย พวกเราพบอาณาจักรโบร่ำโบราณซึ่งมีของล้ำค่ามากมายที่จะช่วยให้เราเปิดฉนวนที่อยู่ในทางเชื่อมได้ ถ้าเราได้มันมา เผ่าพันธุ์ของเราจะสามารถเข้าสู่ทวีปแห่งปรมาจารย์และยึดคืนดินแดนที่พวกเราเคยเสียไปได้” ราชาใบไม้สีม่วงอธิบาย
“แต่อาณาจักรโบร่ำโบราณนั้นอันตรายมาก ราชาสองสามคนที่เราเคยส่งไปก่อนหน้านี้ก็ติดอยู่ในกับดักที่นั่น และจนบัดนี้ก็ยังหนีออกมาไม่ได้ จากการสืบสวน พวกเราพบว่ามีโอกาสสูงที่ทางห้องโถงแห่งยาพิษจะมีแผนที่โดยละเอียดของอาณาจักรโบร่ำโบราณ…ดังนั้น ฮ่องเต้แห่งฉิงเทียนจึงส่งพวกเรามา ให้แทรกซึมเข้าไปในห้องโถงแห่งยาพิษเพื่อนำแผนที่ของอาณาจักรโบร่ำโบราณมา”
“แผนที่? อาณาจักรโบร่ำโบราณ?” จางเซวียนขมวดคิ้ว เขาจ้องลึกลงไปในดวงตาของราชาใบไม้สีม่วงและถามว่า “อาณาจักรโบร่ำโบราณที่แกพูดถึงนั่นน่ะคือเมืองหลวงต้นเพลิงหรือเปล่า?”
อาจารย์ใหญ่คนก่อนก็ได้พยายามหาที่ตั้งของห้องโถงแห่งยาพิษก่อนที่จะเข้าไปในอาณาจักรโบร่ำโบราณ เมื่อฟังจากที่ราชาใบไม้สีม่วงพูด เป็นไปได้หรือไม่ว่าอาณาจักรโบร่ำโบราณที่เขาพูดถึงจะเป็นอาณาจักรเดียวกัน?
“ใช่ มันอยู่ในเมืองหลวงต้นเพลิง” ราชาใบไม้สีม่วงพยักหน้า
เขากำลังจะถามว่านายน้อยรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร แต่เมื่อนึกได้ว่าอีกฝ่ายเป็นอาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์ จึงเข้าใจ
ถ้ามวลมนุษย์ไม่มีแหล่งข่าวที่ทำให้ได้ข่าวสำคัญขนาดนี้ เผ่าพันธุ์ปีศาจก็คงเข้ายึดครองทวีปแห่งปรมาจารย์ได้เสียนานแล้ว พวกมันคงไม่ต้องติดกับอยู่ในดินแดนนั้นจนถึงทุกวันนี้
“ผมเข้าใจแล้ว” จางเซวียนพยักหน้า
ถ้ามันเป็นของล้ำค่าที่สามารถทำลายฉนวนในอาณาจักรใต้ดินได้ เรื่องนี้ก็อธิบายได้ว่าทำไมอาจารย์ใหญ่คนก่อนถึงมุ่งหน้าไปที่อาณาจักรโบร่ำโบราณทั้งๆที่รู้ว่าอาจไม่มีโอกาสได้กลับออกมาทั้งยังมีชีวิต
เพราะหากเผ่าพันธุ์ปีศาจได้ของล้ำค่าชิ้นนั้นไป ก็หมายถึงหายนะครั้งใหญ่ต่อมวลมนุษยชาติ



