Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1401

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 1401 ชื่อของเขาคือจางเซวียน

การที่ต้องตกอยู่ในตำแหน่งเดียวกันกับคนกระจอกงอกง่อยที่ยังไม่ได้เป็นแม้แต่นักรบระดับเซียน…หูอี้เหว่ยรู้สึกคับอกคับใจมาก

C

ช่างเถอะ เราจะถามนายท่านให้รู้เรื่องเมื่อกลับไป

หุอี้เหว่ยรู้ดีว่าเขามีแต่จะลดสถานภาพของตัวเองให้ต่ำลงหากโต้เถียงกับคนแบบนี้ อีกอย่าง ก็มีโอกาสที่สิ่งที่อีกฝ่ายพูดจะเป็นเรื่องจริง ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น การกระทำของเขาก็จะทำให้ปรมาจารย์หยางเสื่อมเสียชื่อเสียงในฐานะที่ไม่สามารถอบรมลูกน้องให้อยู่ในระเบียบได้

ดังนั้นเขาจึงปิดปากเงียบ แต่ความไม่พอใจก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายเขาจึงอดรนทนไม่ไหวและคำรามออกมา “นายน้อยฟงสืออี้เป็นผู้ปราดเปรื่องอย่างไม่ธรรมดา ต่อให้จางเซวียนที่คุณพูดถึงจะเป็นศิษย์สายตรงของนายท่านเหมือนกัน แต่ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่านายน้อยฟงสืออี้จะต้องเป็นศิษย์พี่อย่างแน่นอน”

ฟงสืออี้เป็นอัจฉริยะผู้ปราดเปรื่องมาก ถึงขนาดที่แม้แต่สมาชิกหลักของตระกูลนักปราชญ์ชั้นนำยังดิ้นรนกระเสือกกระสนที่จะพัฒนาตัวเองให้ได้เทียบเท่าเขา ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นคนขยันหมั่นเพียรด้วย เขารู้ดีว่าต้องฝึกฝนอย่างหนักเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ ด้วยส่วนผสมของความขยันหมั่นเพียรบวกกับความปราดเปรื่อง จึงทำให้เขาสำเร็จวรยุทธระดับเซียนขั้น 7 พื้นที่ลวงตาตั้งแต่อายุราว 20 ปี

ถึงจางเซวียนคนนั้นจะเป็นลูกศิษย์ของปรมาจารย์หยางเหมือนกัน แต่ก็ไม่มีทางที่เขาจะประสบความสำเร็จไปกว่านี้!

“นายน้อยของเราไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับเพื่อนรุ่นเดียวกัน!” ซุนฉางโบกมืออย่างมั่นใจ

เขาอยู่กับนายน้อยมานาน ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายต้องเดือดเนื้อร้อนใจเพราะความพ่ายแพ้เลยสักครั้ง

ใครก็ตามที่กล้าปะทะกับนายน้อยก็มักจะลงท้ายด้วยการกลายเป็นลูกศิษย์ของเขา หรือไม่ชื่อเสียงของคนเหล่านั้นก็จะแหลกสลายไม่มีชิ้นดี บางคนถึงกับถูกถอดถอนใบอนุญาตปรมาจารย์เลยทีเดียว ต่อให้ฟงสืออี้คนนั้นจะทรงพลังสักแค่ไหน ก็ไม่มีทางเทียบชั้นได้กับนายน้อยของเขา!

ได้ฟังซุนฉางพล่าม หูอี้เหว่ยอดขมวดคิ้วไม่ได้ “นายน้อยของคุณไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับเพื่อนรุ่นเดียวกัน? นั่นก็เพราะเขาไม่เคยพบนายน้อยของเราต่างหาก!”

ในรุ่นที่อายุน้อยกว่า ทายาทของตระกูลนักปราชญ์ที่ปราดเปรื่องที่สุดก็คือจางหยู่ แต่เมื่อเปรียบกับฟงสืออี้ ก็เทียบกันไม่ได้ ต่อให้จางเซวียนคนนั้นจะทรงพลังสักแค่ไหน ก็ไม่มีทางเทียบชั้นกับฟงสืออี้ได้แน่นอน

ซุนฉางคร้านจะเสียเวลาพูดกับชายแก่หัวดื้อ จึงได้แต่คำราม “ไม่มีประโยชน์หรอกที่คุณจะมาเกทับกันตรงนี้ อีกไม่นานก็จะได้รู้คำตอบ…”

ระหว่างนั้น เสียงร้อนรนเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “ผู้อาวุโสเก่อ เกิดหายนะแล้ว!”

จากนั้น ผู้อาวุโสคนหนึ่งก็พรวดพราดเข้ามาในห้อง

เมื่อเห็นผู้ที่พรวดพราดเข้ามาเป็นผู้อาวุโสฝ่ายจัดการของหอสมบูรณ์แบบ ผู้อาวุโสเก่อตั้งคำถามพร้อมกับขมวดคิ้ว “มีอะไร?”

การที่ผู้อาวุโสคนหนึ่งรีบร้อนเข้ามาขนาดนั้นแปลว่าต้องมีเรื่องใหญ่แน่

“มะ-มีคนกลุ่มหนึ่งจากสมาคมนายแพทย์ พวกเขาทั้งกลุ่มพากันมาที่หอสมบูรณ์แบบภายใต้การนำของผู้เยียวยาสวรรค์ไป๋หยู่ ด้วยเหตุผลบางอย่าง พวกเขาฝ่าด่านวรยุทธได้สำเร็จพร้อมๆ กัน! ตอนนี้เรามีผู้อาวุโสมากกว่า 12 คนที่กำลังจะเข้ารับการทดสอบการแบ่งแยกมิติ ด้วยความคับแคบของพื้นที่ การทดสอบสายฟ้าจะต้องหลอมรวมเข้าด้วยกัน และนั่นก็หมายถึงหายนะ!” ผู้อาวุโสรายงานด้วยใบหน้าซีดเผือด

“พวกเขาฝ่าด่านวรยุทธได้พร้อมๆ กัน?”

“คุณบอกว่าการทดสอบสายฟ้าหลอมรวมเข้าด้วยกันหรือ?”

ทุกคนพากันตกใจกับข่าวนั้น แม้แต่ปรมาจารย์จานก็ตาโตด้วยความพรั่นพรึง แทบไม่เชื่อในสิ่งที่เพิ่งได้ยิน

พละกำลังของการทดสอบสายฟ้านั้นแข็งแกร่งอย่างไม่มีอะไรเทียบได้ หากคนสองคนฝ่าด่านวรยุทธได้พร้อมๆ กันในพื้นที่ใกล้เคียงกัน พละกำลังของสายฟ้าที่จะปรากฏนั้นจะไม่ใช่ ‘1 + 1 เป็น 2’ แต่การสะท้อนกลับของสายฟ้าจะเพิ่มพลังของสายฟ้าให้กลายเป็น 4 หรือมากกว่านั้น

ด้วยเหตุผลนี้ นักรบจึงมักหลีกเลี่ยงที่จะฝ่าด่านวรยุทธพร้อมกันกับเพื่อนนักรบคนอื่นๆ โดยเฉพาะเมื่อการฝ่าด่านวรยุทธนั้นจะนำมาซึ่งการทดสอบสายฟ้า หากนักรบ 2 คนฝ่าด่านวรยุทธได้พร้อมๆ กัน พวกเขาก็จะพยายามแยกตัวเองออกจากกันให้ห่างที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อลดโอกาสของการที่การทดสอบสายฟ้าจะหลอมรวมเข้าด้วยกัน

หากการหลอมรวมนั้นเกิดขึ้น โอกาสที่การทดสอบสายฟ้าจะประสบความสำเร็จก็แทบเป็นศูนย์

แต่สมาคมนายแพทย์มีผู้อาวุโสมากกว่า 12 คนที่ฝ่าด่านวรยุทธได้พร้อมๆ กัน และราวกับเท่านั้นยังไม่แย่พอ พวกเขายังมาฝ่าด่านวรยุทธอยู่ในหอสมบูรณ์แบบด้วย

หอสมบูรณ์แบบทำอะไรให้พวกคุณ พวกคุณถึงทำกับเราแบบนี้?

คุณจะพอใจก็ต่อเมื่อได้ทำให้เราพังพินาศใช่ไหม?

“ผมรู้จักผู้อาวุโสฝ่ายจัดการส่วนใหญ่ในสมาคมนายแพทย์ดี ถึงพวกเขาจะเป็นนักรบระดับเซียนขั้น 7 พื้นที่ลวงตาแล้ว แต่ส่วนใหญ่ก็ติดแหงกอยู่กับวรยุทธนี้มานานหลายปีจนกระทั่งโอกาสที่จะฝ่าด่านวรยุทธได้แทบจะเป็นศูนย์ แล้วทำไมจู่ๆ พวกเขาก็ฝ่าด่านวรยุทธได้อย่างฉับพลันอีกครั้ง?” ปรมาจารย์จานขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

เพราะผลกระทบจากยาพิษของหูอี้เหว่ย ทำให้เขาแวะเวียนไปที่สมาคมนายแพทย์บ่อยครั้ง และเหล่าผู้อาวุโสที่นั่นก็ได้ร่วมมือกันเพื่อศึกษาพิษในร่างกายของเขา ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาจึงมีความสนิทสนมกัน

ผู้อาวุโสฝ่ายจัดการส่วนใหญ่นั้นมีความเชี่ยวชาญในสมุนไพรและยาเม็ดสำหรับการผลักดันวรยุทธ ส่งผลให้มีตัวยาหลงเหลืออยู่ในเส้นเลือดและทางเดินพลังปราณของพวกเขามาก ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเวลาผ่านไป พลังชีวิตของพวกเขาก็เริ่มเหือดแห้ง ทำให้แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะฝ่าด่านวรยุทธได้อีกครั้ง

ทำไมพวกเขาถึงฝ่าด่านวรยุทธได้พร้อมๆ กันแบบนี้?

ผู้อาวุโสครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งถึงภาพที่เขาได้เห็นเมื่อครู่ก่อนจะตอบว่า “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ตามที่ได้ยินมา ดูเหมือนผู้เยียวยาสวรรค์ไป๋หยู่จะได้เชิญนักเรียนใหม่คนหนึ่งซึ่งมีทักษะโดดเด่นเป็นพิเศษในเรื่องการรักษาโรคมาเปิดการบรรยายให้พวกเขาฟัง แต่แทนที่จะเปิดการบรรยาย นักเรียนใหม่คนนั้นกลับให้คำชี้แนะเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ ที่มีอยู่ในวรยุทธของพวกเขา และความรู้เหล่านั้นช่วยให้พวกเขาผ่านคอขวดไปได้”

“นักเรียนใหม่?

“ให้คำชี้แนะ?”

“ทำให้นักรบระดับเซียนขั้น 7 กว่า 12 คนผ่านคอขวดได้พร้อมๆ กัน?”

ทุกคนตัวแข็งทื่อเมื่อได้ยินคำนั้น

แม้แต่หูอี้เหว่ยก็งงงันกับสิ่งที่ตัวเองได้ยิน

ต่อให้ปรมาจารย์หยางซึ่งเป็นนายท่านของเขาก็ยังต้องใช้ความยากลำบากในการจะทำให้นักรบระดับเซียนขั้น 7 สูงสุดมากกว่า 12 คนฝ่าด่านวรยุทธได้พร้อมๆ กัน!

“นั่นเป็นข่าวที่ผมได้ยินมาจากคนในสมาคมนายแพทย์อีกทีหนึ่ง จึงยังไม่แน่ใจนักว่าสถานการณ์ที่แท้จริงเป็นอย่างไร แต่การที่พวกเขากว่า 12 คนฝ่าด่านวรยุทธได้พร้อมกันแบบนี้ การทดสอบสายฟ้าจะต้องมีขนาดที่กินพื้นที่กว้างกว่า 5,000 หมู่แน่นอน ต่อให้ค่ายกลในหอสมบูรณ์แบบก็ไม่อาจต้านทานความรุนแรงระดับนั้นได้!” ผู้อาวุโสอุทานอย่างร้อนรน

“ไปดูกันเถอะ!” รู้ดีว่าไม่มีเวลาจะเสียแล้ว ผู้อาวุโสเก่อรีบลุกขึ้นยืนและเดินไปที่หอสมบูรณ์แบบ

ปรมาจารย์จานกับคนอื่นๆ ก็รีบตามไป

ซุนฉางลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตามไปเช่นกัน

สำหรับเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ความคิดแรกที่แวบเข้ามาในใจของเขาก็คือต้องเป็นฝีมือของนายน้อย หวังว่าคงไม่ใช่การกระทำของนายน้อยจริงๆ หรอกนะ?

…..

ไม่ช้าทุกคนก็มาถึงหอสมบูรณ์แบบ เมื่อมองดูหมู่เมฆที่ก่อตัวเป็นพายุดำมืดซึ่งอยู่กลางอากาศ ปิดบังดวงอาทิตย์ไว้จนหมด ทุกคนก็ได้แต่รู้สึกหวาดผวาอยู่ภายใน

เป็นเรื่องจริงที่ว่าหอสมบูรณ์แบบเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับนักรบในการเผชิญหน้ากับการทดสอบสายฟ้า แต่นี่…นี่มันมากเกินไป!

หากสายฟ้าฟาดลงมาจริงๆ ล่ะก็ หอสมบูรณ์แบบจะต้องมอดไหม้เป็นเถ้าถ่านแน่!

ผู้อาวุโสเก่อตัวสั่นขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวเมื่อเห็นการทดสอบสายฟ้าขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า ในตอนนั้น เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกยำเกรงในพละกำลังของธรรมชาติ เขาหันไปถามปรมาจารย์จานอย่างร้อนรน “ปรมาจารย์จาน เราควรทำอย่างไรดี?”

เมื่อครู่นี้เองที่ห้องรับรองอาจารย์เพิ่งพังราบเป็นหน้ากลอง ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับหอชอบธรรมอีก เขาคงต้องหลุดจากตำแหน่งผู้อาวุโสแน่!

“ผมก็ไม่รู้” ปรมาจารย์จานส่ายหน้าอย่างเคร่งขรึม

ถ้าการทดสอบสายฟ้ามีขนาดเล็กกว่านี้ เขาก็คงพอจะทำลายมันได้ด้วยพละกำลังของนักรบระดับเซียนขั้น 9 ขั้นต้น แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขามีขนาดใหญ่ กินพื้นที่กว้างถึง 5,000 หมู่ มันใหญ่ถึงขนาดที่สามารถกวาดเขาให้หลุดไปจากโลกนี้ได้เลย แล้วเขาจะทำลายมันได้อย่างไร!

“ถ้ามันฟาดลงมาจริงๆ เราจะต้องเปิดใช้ค่ายกลอารักขาของปูชนียสถานนักปราชญ์!” ผู้อาวุโสเก่อพูดอย่างเคร่งขรึม

“ค่ายกลอารักขาของปูชนียสถาน? ไม่ได้ผลหรอก” แม้ปรมาจารย์จานจะร้อนใจ แต่ก็ปฏิเสธข้อเสนอของผู้อาวุโสเก่อ “ค่ายกลนั้นใช้ได้ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด เมื่อความอยู่รอดของปูชนียสถานเป็นตัวประกัน ส่วนสิ่งที่ทรงพลังอย่างการทดสอบสายฟ้านั้นยังไม่ถือว่าถึงจุดที่เลวร้ายที่สุด”

ค่ายกลอารักขาของปูชนียสถานนักปราชญ์นั้นถูกสร้างขึ้นโดยบรรพบุรุษหลายต่อหลายรุ่น เว้นเสียแต่ปูชนียสถานจะอยู่ในภาวะที่ใกล้เสื่อมสลายจริงๆ ถึงจะมีการเปิดใช้ ส่วนเมฆดำขนาดใหญ่ที่รวมตัวกันอยู่นี้ยังไม่ถึงขั้นที่จะต้องเปิดใช้ค่ายกลอารักขาของปูชนียสถาน

“แต่ถ้าเราไม่เปิดใช้ หอสมบูรณ์แบบจะต้องพังพินาศแน่!” ผู้อาวุโสเก่ออุทานอย่างตื่นตระหนก

“เอ่อ” ปรมาจารย์จานหน้าดำคร่ำเครียด เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่อาจหาวิธีแก้ไขที่ดีกว่านั้นได้ แต่แล้วความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามา เขารีบหันไปถามผู้อาวุโสที่เข้ามารายงานเหตุการณ์ “ชื่อของนักเรียนใหม่ที่ให้คำชี้แนะสิบสองผู้อาวุโสของสมาคมนายแพทย์ก่อนหน้านี้คืออะไร? และตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?”

เมื่อพิจารณาถึงความเก่งกาจของนักเรียนใหม่ที่สามารถทำให้นักรบระดับเซียนขั้น 7 สูงสุดกว่า 12 คนฝ่าด่านวรยุทธได้พร้อมๆ กันเพราะการสอนของเขา ก็มีโอกาสที่นักเรียนใหม่คนนั้นจะสามารถรับมือกับการทดสอบสายฟ้าขนาดใหญ่นี้ได้

“ผมไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน แต่คิดว่าได้ยินชื่อของเขามาก่อน”

ผู้อาวุโสครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนในที่สุดจะพูดออกมา

“เขาชื่อ…จางเซวียน!”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!