ตอนที่ 1577 ใครบังอาจทำร้ายเขา?
เธองดงามกว่าหลัวฉีฉีที่เขารู้จัก แต่ไม่ว่าจะเป็นบุคลิก สายตา และท่าทาง เขาก็ยังคงเห็นเพียงลูกศิษย์คนหนึ่งที่เปี่ยมด้วยความชื่นชมในตัวเขา, หลัวฉีฉี!
ทั้งคู่พบกันเป็นครั้งแรกที่จักรวรรดิฮ่วนหยู แม้ภายนอกเธอจะดูเย็นชา แต่ก็เป็นคนขยันหมั่นเพียรและเปี่ยมด้วยพลัง ไม่เคยลังเลที่จะลดศักดิ์ศรีของตัวเองเพื่อจะได้พัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้า
ที่เมืองหลวงแห่งจักรวรรดิฉิงหย่วน เธอสารภาพความในใจกับเขา แต่ก็ถูกเขาปฏิเสธ
จางเซวียนไม่คิดว่าเขากับเธอจะได้พบกันอีกแล้วหลังจากแยกจากกัน แต่ใครจะเชื่อว่าการกลับมาเจอกันอีกครั้งจะมาในรูปแบบนี้?
“ฉีฉีเป็นองค์หญิงน้อยได้อย่างไร?” จางเซวียนรู้สึกเหมือนตัวเองถูกฉีกเป็นชิ้นๆ
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาคิดว่าหลัวลั่วชิงคือองค์หญิงน้อยแห่งตระกูลหลัว ดังนั้น เพื่อให้ได้ใช้ชีวิตร่วมกับเธอ เขาทั้งฝึกฝนตัวเองและพัฒนาวรยุทธอย่างหนัก ถึงกับสร้างความปั่นป่วนให้กับตระกูลจาง และพยายามทุกวิธีที่จะเข้าหาหลัวชวนฉิง…
แต่แล้วทุกอย่างก็กลับตาลปัตร ที่แท้องค์หญิงน้อยคือฉีฉี ไม่ใช่หลัวลั่วชิง…เขาไม่อาจทำใจรับความจริงที่เข้ามาอย่างกะทันหันนี้ได้
“ปรมาจารย์หลัว…” หลัวฉีฉีก็รู้จักหลัวลั่วชิง เธอตัวสั่นเล็กน้อย
หลัวฉีฉีรู้ดีว่าจางเซวียนเห็นเธอเป็นเพียงลูกศิษย์คนหนึ่งมาตลอด และความรู้สึกที่เขามีให้เธอก็ไม่เคยเป็นไปในแง่ชู้สาว ดังนั้น เมื่อเธอได้ยินว่าเขามาที่นี่เพื่อขอเธอแต่งงาน จึงประหลาดใจมาก ราวกับความฝันที่กลายเป็นจริงขึ้นมา แต่เธอก็ยังไม่กล้าคาดหวังอะไรมากกว่านั้น คิดว่าบางทีมันอาจเกิดความผิดพลาด จึงได้แต่เร่งเร้าให้พี่ชายของเธอสืบเสาะเรื่องนี้มาให้
แต่ทันทีที่เธอเห็นหลัวลั่วชิง เธอก็เข้าใจทุกอย่าง
หรือว่า…จางเซวียนเข้าใจผิดว่าเธอคือหลัวลั่วชิง?
เป็นไปได้ไหมว่า…แท้ที่จริงแล้วคนที่จางเซวียนรักคือปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิหงหย่วน, ปรมาจารย์หลัว?
ไม่อย่างนั้น คำพูดของเธอที่กล่าวถึงเมืองหลวงแห่งเปลวเพลิงและพระราชวังชิวอู๋จะหมายความว่าอย่างไร?
หลัวฉีฉีรู้สึกเหมือนถูกมีดจ้วงแทงหัวใจ ความเบิกบานทั้งหมดที่เธอได้รับเหือดหายไปราวกับน้ำที่ไหลผ่านมือ เธอรู้สึกอับจน หมดหนทางและสิ้นหวัง ไม่มีอะไรที่เธอจะทำได้นอกจากตัวสั่น และไร้เรี่ยวแรงจะเผชิญกับความจริงอันโหดร้ายที่อยู่ตรงหน้า
การใช้วิชาผู้เก็บงำมิติกดข่มระดับวรยุทธของเธอไว้นั้นมาพร้อมกับข้อบกพร่องมากมาย ความทรงจำส่วนใหญ่ของเธอถูกปิดตายจากกระบวนการสกัดกั้นนั้น ซึ่งมันจะกลับคืนมาก็ต่อเมื่อระดับวรยุทธของเธอพัฒนาขึ้นถึงขั้นที่กำหนดไว้
แต่ถึงอย่างนั้น จางเซวียนก็เป็นคนแรกที่เดินเข้ามาในหัวใจของเธอ ซึ่งความรู้สึกนั้นก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงแม้เธอจะได้ความทรงจำกลับคืนมาแล้ว สิ่งที่เธอรู้สึกต่อเขายังคงแจ่มชัดดังเดิม
หลัวฉีฉีเกิดมาพร้อมกับความปราดเปรื่องเป็นเลิศ ซึ่งคนรอบตัวก็ล้วนแต่คาดหวังตัวเธอไว้สูงส่ง เธอพยายามที่จะไปให้ถึงความคาดหวังของพวกเขา แต่การได้พบจางเซวียนทำให้เธอคิดได้ว่าชีวิตแบบนั้นไม่ใช่ชีวิตจริงๆ ที่เธอต้องการ การได้ใช้เวลากับเขาเหมือนกับการสร้างความฝันอันแสนห่างไกลให้เกิดขึ้นในหัวใจของเธอ
เธอปรารถนาให้มีสักวันที่เธอจะได้แต่งงานกับชายที่เธอรัก พร้อมกับมีคำอวยพรจากคนทั้งโลก
ทุกอย่างดูจะสมบูรณ์แบบ ชายที่เธอรักมาขอเธอแต่งงาน โลกทั้งโลกมอบคำอวยพรให้ แต่แล้วทุกอย่างก็แตกสลาย
ไม่น่าแปลกใจแล้วที่จางเซวียนปฏิเสธความในใจของเธอ เขาเปลี่ยนเรื่องพูดและทำให้เธอจนปัญญาที่จะสานต่อบทสนทนา เพราะเรื่องจริงก็คือเขามีคนที่ชอบอยู่แล้ว และทั้งคู่ก็มีใจให้กันด้วย
ไม่อย่างนั้น คงไม่มีทางที่ปรมาจารย์หลัวจะพรวดพราดเข้ามาในเวลานี้และพูดถ้อยคำเหล่านั้นออกมา
ขณะครุ่นคิด น้ำตาก็ไหลอาบสองแก้มของหลัวฉีฉี
……
“คุณพูดว่าคุณจะรอฉัน คุณพูดว่าไม่ว่าทุกอย่างจะยากลำบากแค่ไหน สุดท้ายเราก็จะได้ใช้ชีวิตร่วมกัน…” หลัวลั่วชิงไม่แยแสสายตาของคนรอบข้าง เธอจ้องหน้าจางเซวียนด้วยสายตาแผดเผาราวกับเปลวเพลิง ดูเหมือนอยากจะจ้องทะลุร่างของชายหนุ่มเข้าไปให้ถึงหัวใจของเขา
ตั้งแต่เกิดมา เธอไม่เคยมอบความรู้สึกของเธอให้ใคร ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองอ่อนแอหรือเปราะบาง เธอทำตัวเย็นชาเหมือนน้ำแข็งกับใครๆ เสมอ และนั่นก็ช่วยปกป้องเธอไว้ จนกระทั่งความเย็นชาในหัวใจของเธอค่อยๆ หลอมละลายอย่างช้าๆ โดยชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า ที่พระราชวังชิวอู๋ เขาสาบานว่าเขาจะอยู่กับเธอ ไม่ว่าจะต้องผ่านความทุกข์ทรมานและเจ็บปวดขนาดไหน คำปฏิญาณของเขาทำให้เธอเกิดความมั่นใจที่จะละทิ้งโชคชะตาเพื่อเผชิญหน้ากับอนาคตอันไม่แน่นอนร่วมกับเขา
แต่ผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน เธอก็พบว่าเขากำลังจะแต่งงานกับหญิงอื่น แล้วความรู้สึกทั้งหมดที่ผ่านมาที่เขามีให้เธอคืออะไร?
“ลั่วชิง เรื่องนี้เป็นการเข้าใจผิด! ผม…” เห็นทีท่าของหลัวลั่วชิง จางเซวียนแทบประสาทกิน “ผมคิดว่าคุณคือองค์หญิงน้อยแห่งตระกูลหลัว…”
“อะไรนะ?” หลัวลั่วชิงงงกับคำตอบที่คาดไม่ถึง
“คุณไม่เคยบอกตัวตนที่แท้จริงของคุณให้ผมรู้เลย แต่คนรอบข้างผมก็บอกผมครั้งแล้วครั้งเล่าว่าคุณคือองค์หญิงน้อยแห่งตระกูลหลัว ผมคิดว่า…ด้วยแซ่ของคุณและพละกำลังที่คุณมี มันก็น่าจะเป็นไปได้…” จางเซวียนรู้สึกราวกับหนังศีรษะจะระเบิด เขาไม่รู้จะอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้เธอเข้าใจได้อย่างไร!
มาหาผิดคน จำไม่ได้แม้กระทั่งแฟนสาวของตัวเอง เรื่องนี้ถือว่าสมควรตาย!
แต่ในครั้งนั้น หลัวลั่วชิงจากไปโดยไม่พูดหรืออธิบายอะไรสักคำ ซึ่งหากใครคนหนึ่งจะคิดถึงผู้หญิงสักคนที่มีพละกำลังสูงส่งทั้งๆ ที่อายุยังน้อย ก็ควรจะเป็นองค์หญิงน้อยแห่งตระกูลหลัว
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยพยายามตรวจสอบเรื่องนี้ แต่ทุกครั้งที่พยายาม ก็จะพบว่าเขาไม่รู้แม้กระทั่งชื่อจริงของหลัวลั่วชิงด้วยซ้ำ! จึงได้แต่คว้าเงื่อนงำเท่าที่ตัวเองมี เพราะไม่อย่างนั้นก็จะอับจนหนทาง
และเหตุการณ์หลังจากนั้นก็ทำให้เขาแน่ใจในข้อสงสัยของตัวเอง ผู้อาวุโสคนหนึ่งของตระกูลหลัว มาตามหาตัวเขาเพื่อเตือนเขาว่าไม่ให้ใกล้ชิดกับองค์หญิงน้อยแห่งตระกูลหลัว และไม่นานหลังจากนั้น องค์หญิงน้อยแห่งตระกูลหลัวก็สารภาพความในใจของเธอกับเขา…
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความบังเอิญอย่างน่าประหลาด เขาไม่ได้พบกับองค์หญิงน้อยแห่งตระกูลหลัวอีกเลยจนกระทั่งวันนี้!
หลัวลั่วชิงสำรวจจางเซวียนอย่างถี่ถ้วน ต้องการดูให้แน่ใจว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอพูดความจริงหรือไม่ หลังจากเวลาผ่านไปครู่ใหญ่ เธอก็ถอนหายใจเฮือกและพูดว่า “ตอนนี้น่ะ ฉันยังบอกตัวตนที่แท้จริงของฉันกับคุณไม่ได้…มากับฉันเถอะ ฉันจะพาคุณไปที่อื่น!”
“ที่อื่นหรือ? ที่ไหน?” เห็นหลัวลั่วชิงให้โอกาสเขาอธิบาย จางเซวียนถอนหายใจอย่างโล่งอก
“เดี๋ยวไปถึงคุณก็จะรู้เอง” หลัวลั่วชิงตอบก่อนจะหันหลังกลับและเตรียมตัวจากไป
“ได้สิ…” จางเซวียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะก้าวออกไป พร้อมจะเดินทางไปกับเธอ
เรื่องราวบานปลายขนาดนี้แล้ว หากเขาไม่รีบตามหลัวลั่วชิงไป ต่อไปทั้งคู่คงไม่มีวันได้พบกันอีก
“รอก่อน!” หลังจากก้าวไปได้เพียง 2 ก้าว ร่างหนึ่งก็ถลันเข้าขวางจางเซวียน – หลัวชวนฉิง ชายหนุ่มตัวสั่นด้วยแรงโทสะ ดูราวกับภูเขาไฟที่พร้อมระเบิดได้ทุกวินาที “จางเซวียน คุณทำอะไรน่ะ? ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร?”
“พี่หลัว ผมต้อง…” จางเซวียนลังเลก่อนจะตอบ แต่ยังพูดไม่ทันจบ หมัดหนึ่งก็ซัดเข้าที่ใบหน้า
พลั่ก!
หลัวชวนฉิงใช้พละกำลังเต็มพิกัด แม้แต่มิติก็บิดเบี้ยวไปเพราะพละกำลังของเขา
“พี่หลัว…” จางเซวียนอุทานขณะถอยไปก้าวหนึ่ง
“อย่ามาเรียกผมว่าพี่ ผมมันไม่คู่ควร!” หลัวชวนฉิงตวาดขณะพุ่งเข้าใส่จางเซวียนอีกครั้ง ดูเหมือนจะไม่ยอมลดละจนกว่าจะได้เล่นงานชายที่อยู่ตรงหน้าให้เละเป็นเนื้อบด
“เรื่องจริงก็คือ…”
ขณะที่หลบหลีกการโจมตี จางเซวียนพยายามจะอธิบายให้หลัวชวนฉิงฟัง แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร
เป็นเพราะเขาคิดว่าหลัวลั่วชิงคือองค์หญิงน้อยแห่งตระกูลหลัว เขาจึงตอบตกลงยินยอมแต่งงาน แขกเหรื่อผู้ทรงเกียรติมากมายมาเป็นพยานในงานเฉลิมฉลองครั้งนี้ แต่แล้วเขาก็กลับหลังหันและพร้อมจะจากไปในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน…เพียงเพราะความเข้าใจผิด
เรื่องนี้เป็นการลบหลู่ศักดิ์ศรีของตระกูลหลัวอย่างร้ายแรง ไม่มีใครยอมรับได้!
“เลิกหดหัวเสียที! ถ้าคุณยังเป็นสุภาพบุรุษล่ะก็ มาเผชิญหน้ากับผมตรงๆ ถ้าคุณยังไม่มีคำอธิบายที่ผมพอใจ หากจะออกไป ก็ข้ามศพของผมไปก่อน!” หลัวชวนฉิงตวาดก้องขณะโจมตีไม่หยุด
ราวกับมีแขน 6 แขนงอกออกมาจากร่างของเขา เขาปล่อยหมัดอันทรงพลังหมัดแล้วหมัดเล่า แม้จะเป็นแค่นักรบระดับเซียนขั้น 8 ขั้นต้น แต่พละกำลังของเขาก็เทียบเท่ากับนักรบระดับเซียนขั้น 8 สูงสุดเลยทีเดียว!
“พี่หลัว, ผม…” จางเซวียนพยายามอธิบายขณะถอยกรูด
“หุบปาก! บอกแล้วไงว่าไม่ให้เรียกผมว่าพี่หลัว!”
เห็นการโจมตีของเขาเข้าไม่ถึงตัวอีกฝ่าย หลัวชวนฉิงกัดฟันด้วยความโกรธเกรี้ยว พริบตาต่อมา พละกำลังของเขาก็พุ่งสูงขึ้นจนถึงระดับน่าทึ่ง
ความสามารถของสายเลือด!
หลัวชวนฉิงเปิดใช้งานสายเลือดของเขาโดยไม่ลังเล!
ไม่ช้า ความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นจนเทียบเท่ากับนักรบระดับเซียนขั้น 9 ขั้นต้น เขาชักดาบออกมาและเล่นงานจางเซวียนอย่างบ้าคลั่ง
ศิลปะเพลงดาบของเขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าหมัดที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ การกวัดแกว่งแต่ละครั้งทำให้เกิดรอยแยกของมิติขึ้นกลางอากาศ
ตระกูลหลัวมีทักษะเรื่องการควบคุมมิติอยู่แล้ว และหลัวชวนฉิงก็เปิดใช้งานความสามารถของสายเลือด ดังนั้นประสิทธิภาพการต่อสู้ของเขาจึงน่าสะพรึง จนต่อให้นักรบระดับเซียนขั้น 9 สูงสุดก็คงรับมือกับเขาได้ยากภายใต้การโจมตีอันโกรธเกรี้ยวแบบนี้
แต่ถึงจางเซวียนจะเป็นแค่นักรบระดับเซียนขั้น 9 ขั้นต้น แต่ประสิทธิภาพการต่อสู้ของเขาก็เทียบเท่ากับนักรบระดับนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ขั้น 1 แล้ว เพียงแค่ใช้การเคลื่อนไหวอันเรียบง่าย เขาก็หลบเลี่ยงเพลงดาบของหลัวชวนฉิงได้อย่างง่ายดาย
“พี่หลัว ผมรู้ว่าคราวนี้ผมทำตัวไม่เหมาะสมกับตระกูลหลัวของคุณ แต่เชื่อเถอะว่าผมมีคำอธิบายที่น่าพอใจให้กับพวกคุณนะ…”
“ไม่ต้องอธิบายอะไรแล้ว! วันนี้ ไม่ใครก็ใครต้องตายกันไปข้างหนึ่ง!”
ฟิ้วววว!
หลัวชวนฉิงเดินหน้าโจมตีจางเซวียนโดยใช้ศิลปะเพลงดาบของเขาต่อไป เพลงดาบนั้นทำลายพื้นที่โดยรอบ ไม่ช้า การโจมตีของเขาก็ก่อเกิดเป็นพายุมิติ
“ถ้าการซ้อมผมจะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น ก็เอาเลย!” เมื่อเห็นว่าหมดหนทางเจรจา จางเซวียนหยุดกึก ตัดสินใจไม่หลบอีกต่อไป
เพราะถึงอย่างไร เรื่องนี้ก็เป็นความผิดของเขา
ฉึกกก!
ดาบของหลัวชวนฉิงจ้วงแทงเข้าที่ไหล่ขวาของจางเซวียน เกิดเป็นรูลึก เลือดทะลักออกมาและไหลลงสู่พื้น
“ตายซะเถอะ!”
หลังจากจ้วงแทงหัวไหล่ของจางเซวียนแล้ว หลัวชวนฉิงก็ตั้งใจจะบิดคมดาบเพื่อฉีกจางเซวียนให้ขาดเป็น 2 ส่วน
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้บิดคมดาบ ก็พลันรู้สึกว่าทั้งตัวแข็งทื่อ ราวกับมีแรงบางอย่างฉุดรั้งเขาไว้ บังคับไม่ให้เขาเคลื่อนไหว
“เขาคือชายที่ฉัน, หลัวลั่วชิง, รัก ฉันอยากเห็นนักว่าในหมู่พวกคุณน่ะ ใครจะบังอาจทำร้ายเขา?”
บึ้มมมม!
คลื่นความสั่นสะเทือนอันทรงพลังระเบิดออกจากร่างของหลัวลั่วชิง หลัวชวนฉิงถูกบีบให้ถอยกรูดและกระเด็นไป พร้อมกันนั้น ดาบในมือของเขาก็ปลิวและหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย



