ตอนที่ 308 : เมื่อนักมายากลเตรียมพร้อม
ไคลน์ก้มหน้าลงมองมือตัวเอง มันไม่พบเทียนไขผิวหนังมนุษย์ แต่ยังคงได้รับกลิ่นหอมหวานรัญจวนลอยโชยสัมผัสปลายจมูก
โดยไม่แยแสร่างแน่นิ่งของยูทรอฟสกี้ซึ่งกำลังนอนจมกองเลือดตัวเอง ไคลน์หยิบกล่องไม้ขีดไฟออกมาจุดหนึ่งก้าน
เมื่อประกายไม้ขีดไฟลุกโชน โลหิตสีแดงฉานรอบตัวบิชอปยูทรอฟสกี้พลันเลือนหาย สภาพแวดล้อมรอบห้องโถงโบสถ์กลับมาสะอาดสะอ้านเรียบร้อยอีกครั้ง
หลังจากลุกยืนอย่างเชื่องช้า ยูทรอฟสกี้ก้มศีรษะมองไคลน์ และกล่าวด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวแผ่วเบา
“ไม่ได้ผลเลยหรือ…เป็นเหตุผลให้กล้ารับงานนี้สินะ แต่วาสนาของแกจบลงแล้ว ว่ากันตามตรง ฉันก็ไม่ได้อยากฆ่าทิ้งสักเท่าไร”
ขณะพล่าม แสงเทียนฝั่งขวาและด้านหน้าเริ่มสั่นไหววูบวาบ บรรยากาศห้องโถงหลักของวิหารฤดูเก็บเกี่ยวสว่างขึ้นกะทันหัน ลักษณะเป็นแสงส้มนวลไม่แยงตา ประหนึ่งแสงแรกของยามเช้าซึ่งคอยต้อนรับทุกชีวิต
หากแถวนี้มีภูตผีเร่ร่อน พวกมันคงถูกจำกัดทิ้งจนหมดสิ้น ส่วนไคลน์ ชายหนุ่มทำเพียงจุดไม้ขีดโดยไม่กล่าวสิ่งใด พร้อมกับสูดลมจนแก้มป่องเตรียมเลียนเสียง
ปัง!
กระสุนล่องหนพุ่งจากปลายนิ้วตรงไปยังหน้าอกบิชอปยูทรอฟสกี้และกระทบกับบางสิ่งจนเกิดเสียงกังวาน เป็นอื่นใดไม่ได้นอกจาก ‘เกราะรุ่งอรุณ’ ของบิชอปร่างยักษ์
ไม่ใช่แค่ส่วนอก แต่ชายคนนี้เสกเกราะสีเงินเต็มอัตราศึกขึ้นจากความว่างเปล่า ห่อหุ้มจนครบทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นถุงมือ เกราะเสื้อ เกราะกางเกง หรือหมวกเหล็ก
กระสุนไคลน์ได้สร้างรอยร้าวรูปทรงคล้ายใยแมงมุมกึ่งกลาง ‘เกราะเงิน’ ของอีกฝ่าย แต่นอกจากจะไม่ถูกทำลาย เกราะเงินยังพยายามฟื้นฟูตัวเองอย่างต่อเนื่อง
ปัง! ปัง!
ไคลน์กระหน่ำเลียนเสียงปืนยิงซ้ำ เกิดเป็นกระสุนอากาศพุ่งใส่หน้าอกศัตรูระลอกใหม่ หมายทำลายแนวป้องกันด้วยการรัวโจมตีจนฟื้นฟูตัวเองไม่ทัน
อย่างไรก็ตาม มุมสายตาชายหนุ่มเหลือบเห็นดาบแสงขนาดมหึมาในมือยูทรอฟสกี้ อีกฝ่ายใช้มันปัดป้องกระสุนล่องหนคล่องแคล่วชำนาญราวกับปราศจากน้ำหนัก เกิดเป็นเสียงโลหะกระทบดังแผ่วเบา
ตึง!
เพียงยูทรอฟสกี้ร่างยักษ์ก้าวขามาข้างหน้า วิหารก็สั่นสะเทือนราวกับจะพังครืนลงมาเสียให้ได้ พร้อมกันนั้น ดาบมหึมาในมือฟันสับลงเป็นเส้นตรงใส่ไคลน์ประหนึ่งต้องการถล่มห้องโถงแห่งนี้ไปพร้อมกัน
ดาบยังไม่ทันกระทบร่าง ลำพังสายลมกระแทกจากท่าโจมตี ก็มาพอจะทำให้ไคลน์เสียหลักล้มเซ
พลังโจมตีอะไรกัน! ขณะผุดความคิดเช่นนั้น ไคลน์งอเข่าเตรียมกระโดดหลบไปด้านข้างตามสัญชาตญาณ
โครม!
ดาบสองมือเล่มยักษ์กระแทกใส่พื้นหินจนแตกกระจัดกระจายออกไปทุกทิศ
เคร้ง! ยูทรอฟสกี้ลากดาบตวัด เปลี่ยนรูปแบบจากการฟันสับเป็นฟันกวาด จนเกิดประกายไฟสีส้มเสียดสี
ท่าดังกล่าวเอาไว้จัดการไอ้พวกชอบกลิ้ง!
ขณะกำลังจะม้วนหน้าลงพื้น นิมิตลางสังหรณ์ผุดในสมองไคลน์กะทันหัน เป็นฉากตัวมันถูกดาบสองมือเล่มยักษ์ฟันขาดสองท่อน ชายหนุ่มตัดสินใจกระแทกฝ่ามือลงไปบนพื้นหิน ส่งตัวเองกระโดดลอยไปในอากาศ
วืด! สายลมจากท่าฟันรุนแรงจนฝุ่นควันคละคลุ้ง ดาบสองมือน่าสะพรึงกลัวฟันกวาดม้านั่งยาวภายในวิหารจนขาดกระเด็น
อย่างไรก็ตาม ไคลน์ไม่แม้มีโอกาสโจมตีตอบโต้ บิชอปยักษ์สานต่อกระบวนท่าโดยไม่พักหายใจ
หนึ่งดาบ สองดาบ สามดาบ…
ห้าดาบ…เจ็ดดาบ…ราวกับสัตว์ประหลาดตนนี้ไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย การโจมตีอันบ้าคลั่งประหนึ่งพายุบุแคมเกิดขึ้นนานหลายสิบวินาที
ทุกท่าดาบล้วนเรียบง่ายและพื้นฐาน มีแค่การฟันสับ ฟันกวาด ฟันเฉียบ ฟันงัด และท่าแทงตรง แต่ทั้งหมดเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพและได้ผลลัพธ์ วิถีคมกริบแม่นยำ รอยต่อของแต่ละท่าถูกกระทำอย่างสมบูรณ์
เหนือสิ่งอื่นใด ระยะฆ่าฟันของดาบสองมือยักษ์ยาวเหยียดเข้าขั้นเอาเปรียบ!
ไคลน์เผ่นหนีด้วยทุกกลเม็ด ทั้งกระโดด กลิ้งม้วนตัว และวิ่งธรรมดา แทบไม่มีโอกาสได้แสดงพลังให้อีกฝ่ายประจักษ์ อากัปกิริยาเป็นไปในลักษณะน่าสมเพช หากไม่เพราะเคยโยนไม้ขีดไฟไปตามมุมห้องโถง มันคงมิอาจ ‘เทเลพอร์ต’ หนีตายไปตามจุดต่างๆ ได้ทัน และลงเอยด้วยการถูกดาบมหึมาคร่าชีวิต
สมกับเป็นอาชีพด้านต่อสู้โดยตรง…ไม่ก่อความผิดพลาด ไม่มีจุดอ่อนด้านกายภาพ…ขณะกำลังหนีตาย จิตใจไคลน์ยังคงสุขุม สายตาสอดส่องมองหาจุดอ่อนคู่ต่อสู้เป็นระยะ รอให้อีกฝ่ายเริ่มเสื่อมบรรยากาศคุกคาม
จนกระทั่ง มันพบจุดอ่อนในเชิงดาบของบิชอปยูทรอฟสกี้
ดาบสองมือมีระยะทำลายกว้างก็จริง แต่จะต่อสู้ในระยะประชิดได้ไม่ดี!
ด้วยความคิดดังกล่าว ไคลน์รอจังหวะให้อีกฝ่ายใช้ท่าฟันสับ จากนั้นก็กลิ้งม้วนตัวเข้าหาในแนวทแยง พุ่งประชิดยูทรอฟสกี้เพื่อชิงความได้เปรียบ เมื่อม้วนตัวเสร็จหนึ่งรอบ มันใช้มือยันพื้นเพื่อส่งตัวเองเข้าไปใต้หว่างขาอัศวินรุ่นอรุณอย่างแม่นยำ
ในฐานะชายกำยำสูง 2.2 เมตร ท่ายืนของยูทรอฟสกี้ย่อมเกิดช่องว่างระหว่างปลายเท้าซ้ายขวา
เมื่อแหงนมองขึ้นไป ภาพตรงหน้าไคลน์คือเกราะกางเกงโลหะสีเงินเงางาม
ชายหนุ่มรีบใช้มือซ้ายล้วงเข้าไปในกระเป๋าและหยิบกระดาษแผ่นยาวออกมา แปรเปลี่ยนให้เป็นไม้ค้ำปลายแหลม และเตรียมแทงสอดขึ้นไประหว่างช่องว่างชุดเกราะเต็มแรง
การโจมตีครั้งนี้จะต้องสร้างความเสียหายรุนแรงอย่างไม่ต้องสงสัย!
แต่ทันใดนั้น นิมิตลางสังหรณ์ผุดขึ้นในสมองอีกครั้ง คราวนี้เป็นดาบสองมือเล่มใหญ่ถูกเสียบลงพื้น ประกอบกับพายุแสงเกรี้ยวกราดปรากฏจากความว่างเปล่า โอบล้อมฉีกกระชากร่างกายตนทุกทิศทาง
กับดักของยูทรอฟสกี้! โดยไม่ลังเล ไคลน์ใช้มือขวาผลักตัวเองให้พุ่งลอดหว่างขาอัศวินรุ่งอรุณไปด้านหลัง
หลังจากเสร็จการเคลื่อนไหวดังกล่าว สองมือของบิชอปยูทรอฟสกี้ได้กำดาบกลับหัว พร้อมกับแทงใส่แผ่นหินเบื้องล่างหว่างขา
เมื่อสิ้นเสียง ‘เปรี้ยะ’ คล้ายกับแสงอาทิตย์แรกของวันพรั่งพรูออกจากคมดาบ ก่อตัวเป็นพายุแสงระยิบระยับ หมุนวนเกรี้ยวกราด แผ่กระจายรอบห้องโถงวิหาร
โดยแทบไม่เกิดเสียง เศษหินของพื้นวิหารถูกพัดกระเด็นกระดอนทุกทิศ พื้นห้องต่ำลงราวสิบเซนติเมตรเห็นจะได้ เกราะเงินช่วงหว่างขาและน่องของยูทรอฟสกี้ได้รับความเสียหายหนัก เผยให้เห็นเนื้อหนังมังสาด้านใน
ความเสียหายดังกล่าว เดิมทีต้องแลกด้วยชีวิตของผู้บุกรุก!
ในวินาทีนี้ ไคลน์ผู้กำลังนอนคว่ำบนพื้นด้านหลังบิชอปยูทรอฟสกี้ พบว่าอีกฝ่ายกำลังเปิดช่องว่างขนาดใหญ่ แก้มชายหนุ่มบวมพองพร้อมกับเลียนเสียง จากนั้นก็บิดตัวกลับหลังเล็งยิงใส่ท้ายทอยยูทรอฟสกี้แม่นยำ
ปัง!
ปัง!
กระสุนลมสองนัดพุ่งใส่ในจุดเดียวกัน
ส่วนท้ายทอยของหมวกเหล็กอัศวินถูกทำลายทันที เผยให้เห็นเส้นผมและต้นคออันปราศจากการปกป้อง
ขณะเตรียมยิงปิดบัญชี ไคลน์เหลือบเห็นบิชอปยูทรอฟสกี้เริ่มหันหลังบิดเอว และกวาดดาบสองมือยักษ์ฟันเข้าใส่
คมดาบแหวกอากาศด้วยความเร็วสุดน่าทึ่ง ไคลน์ประเมินว่าตัวเองไม่น่าจะหลบพ้น
ชายหนุ่มขบกรามแน่น รีบดึงกระดาษออกจากกระเป๋าเสื้อและนำมาถือต่างอาวุธ
เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะกระดาษดังกังวานทั่ววิหารฤดูเก็บเกี่ยวราวกับระฆังสวรรค์
ร่างไคลน์ถูกซัดกระเด็นไม่ต่างจากลูกเทนนิส แผ่นกระดาษระหว่างนิ้วขาดสองท่อนกลายเป็นเพียงเศษกระดาษ
ฉากตรงหน้าของไคลน์ คือภาพการพุ่งปรี่เข้าหาด้วยความเร็วสูงของบิชอปยูทรอฟสกี้ สีหน้าแววตาอัดแน่นด้วยบรรยากาศคุกคามสะกดข่ม สถานการณ์ของไคลน์เข้าขั้นวิกฤติ
อย่างไรก็ตาม ชายหนุ่มไม่สูญเสียความเยือกเย็นแม้เพียงเศษเสี้ยว เพียงบิดข้อมือหันเข้าหาตัวเองเล็กน้อย
เศษกระดาษเริ่มลุกไหม้ เพลิงลามทั่วทุกส่วนของร่างกายอย่างเท่าเทียม
ฟุ่บ! ดาบยักษ์ฟันโดนกลุ่มก้อนเปลวเพลิงจนขาดออกเป็นสองท่อน แน่นอน การโจมตีดังกล่าวไม่ทำให้ไคลน์บาดเจ็บ เพียงก่อประกายไฟบนคมดาบเล็กน้อย
ขณะเดียวกัน เหนือเทียนไขฝั่งขวาบนผนังห้องโถง เปลวเทียนสีเหลืองนวลเริ่มขยายขนาด ก่อตัวเป็นรูปร่างมนุษย์ผู้มีใบหน้าถูกทาด้วยสีน้ำมันสามแถบ
หลังจากปรากฏตัวอีกครั้ง ไคลน์ดึงกระดาษยาวแผ่นใหม่ออกจากกระเป๋าเสื้อ
เพี้ยะ!
เพียงขยับข้อมือแผ่วเบา กระดาษแผ่นยาวแปรเปลี่ยนรูปทรงเป็นปลายแส้ยาวเหยียด ปลายแส้มีเพลิงสีแดงลุกโชนตลอดเวลา
เพี้ยะ! เพี้ยะ! เพี้ยะ!
ไคลน์เล็งโจมตีบิชอปยักษ์จากระยะไกล
ทว่า อาวุธในมือกลับถูกทำลายโดยดาบใหญ่ภายในเวลาอันสั้น เศษกระดาษร่วงหล่นกระจัดกระจายเต็มพื้น
แต่นั่นคือจุดประสงค์ของไคลน์แต่แรก!
พรึบ! พรึบ! พรึบ! ขณะบิชอปกำลังกระโจนเข้าใส่ ไคลน์เสกให้เศษกระดาษบนพื้นลุกโชนเผาไหม้ บางส่วนกลายเป็นกำแพงเพลิงกีดขวางเส้นทาง บางส่วนสร้างความเสียหายให้กับท่อนขาและน่องของยูทรอฟสกี้ซึ่งปราศจากการป้องกัน
ชุดเกราะรุ่งอรุณฟื้นตัวช้าคิดผาด!
หลังจากเปลวเพลิงดับมอด ส่วนน่องและหว่างขาของบิชอปยักษ์ปรากฏรอยไหม้เกรียมและมีของเหลวสีแดงไหลซึม
อย่างไรก็ตาม ความเร็วของมันมิได้ลดลง มีเพียงเสียงครางในลำคอแผ่วเบา แต่ร่างกายยังคงพุ่งผ่านกองเพลิงเข้าประชิดตัวไคลน์อย่างอาจหาญไร้ความเกรงกลัว
ว่องไวจนน่าทึ่ง!
ในวินาทีถัดมา ดาบสองมือของอัศวินรุ่งอรุณเริ่มส่องสว่าง แสงยามเช้าพรั่งพรูในลักษณะหมุนวนเป็นวงกลมอีกครั้ง
การโจมตีครั้งนี้จะทำให้ไคลน์ถึงแก่ความตายอย่างไม่ต้องสงสัย!
ชายหนุ่มรีบจุดไม้ขีดเผาตัวเอง
แต่เปลวไฟลุกโชนได้ช้ากว่าพายุแสง เพลิงสีแดงยังไม่ทันปกคลุมร่างกาย พายุแสงเกรี้ยวกราดก็สำแดงอิทธิฤทธิ์อันน่าเกรงขามของมัน
เพียงพริบตาร่างกายไคลน์ยับเยินยิ่งกว่าผ้าขี้ริ้ว เศษเนื้อกระจัดกระจายทุกทิศทาง แต่สุดท้ายได้แปรเปลี่ยนเป็นเศษกระดาษชิ้นเล็กชิ้นน้อยตามแรงลม
ไคลน์ย่างกรายออกจากกำแพงเพลิงด้านหลังยูทรอฟสกี้อย่างเชื่องช้า
ชายหนุ่มโยนไม้ขีดทั้งกล่องลงบนพื้นใต้หว่างขาบิชอปร่างยักษ์ ราวกับมันเตรียมจุดไม้ขีดทั้งหมดพร้อมกันและสร้างระเบิดกัมปนาทภายในวิหารขนาดเล็กแห่งนี้
ยิ่งไปกว่านั้น ท่อนล่างของยูทรอฟสกี้ยังปราศจากเกราะป้องกันโดยสิ้นเชิง!
ไคลน์ชูมือขวาขึ้นพลางดีดนิ้ว
เมื่อยูทรอฟสกี้ ผู้กำลังยืนหันหลังให้ไคลน์ ก้มศีรษะลงและเห็นกล่องไม้ขีดบนพื้น มันรีบงอเข่ากระโดดดีดตัวให้ลอยสูง หมายลดทอนความเสียหายจากแรงระเบิดมหาศาล ซึ่งใกล้จะลุกโชนออกจากกล่องไม้ขีดไฟด้านล่าง
เป๊าะ!
แต่ในวินาทีสิ้นเสียงดีดนิ้ว กล่องไม้ขีดไฟด้านล่างกลับไม่ลุกไหม้ ตรงกันข้าม เสียงปืนอัดอากาศดังกึ่งก้องกังวาน กระสุนล่องหนพุ่งใส่ท้ายทอยบิชอปยูทรอฟสกี้ซึ่งปราศจากการป้องกัน สิ่งนี้คือแผนลับของไคลน์มาตั้งแต่ต้น
กะโหลกศีรษะถูกทะลวงทันที ของเหลวสีแดงไหลซึมโดยมีคราบขาวขุ่นปะปน บิชอปยูทรอฟสกี้ฝืนหันหลังกลับมาถลึงตาจ้องไคลน์อย่างยากลำบาก ริมฝีปากของมันขยับเปล่งเสียงล่องลอย
“นี่แก…”
กล่องไม้ขีดถูกพายุแสงฉีกทำลาย ก้านไม้ขีดปลิวกระเด็นไปคนละทิศละทาง แต่ไม่มีก้านใดติดไฟเลย
ไคลน์แสยะยิ้มเยือกเย็น
“ฉันไม่เคยพูดสักคำว่า การดีดนิ้วจะทำให้ไม้ขีดไฟลุกไหม้เท่านั้น และไม่เคยพูดว่า การดีดนิ้วไม่สามารถยิงกระสุนอากาศออกมาได้ จงทัศนาให้เต็มตา”
ปัง! ปัง! ปัง!
ไคลน์ดีดนิ้วต่อเนื่อง กระสุนอากาศนัดแล้วนัดเล่าพุ่งใส่ศีรษะยูทรอฟสกี้จนหมวกเหล็กสีเงินถูกทำลายโดยสมบูรณ์
ปัง!
นัดสุดท้ายทะลวงเข้าหน้าผากอันเปลือยเปล่าปราศจากสิ่งกีดขวาง
โครม!
ยูทรอฟสกี้หยุดหายใจ ร่างกายอันใหญ่โตล้มทรุดลงกับพื้นโดยไร้แรงต้าน วิหารขนาดเล็กเกิดการสะเทือนแผ่วเบา
เป๊าะ!
ไคลน์ดีดนิ้วซ้ำ
ไม้ขีดไฟซึ่งกระจัดกระจายบนพื้นเกิดการลุกโชน เปลวเพลิงสีแดงแผดเผาลำตัวมหึมาของยูทรอฟสกี้อย่างเงียบงัน
ไคลน์ไม่รอให้เทียนไขพิสดารส่งจิตของตนออกจากห้วงมิติความฝัน มันอาศัยภาวะ ‘สติแจ่มชัด’ เพ่งสมาธิ และฝืนออกจากห้วงความฝันชั้นลึกสุดในร่างยูทรอฟสกี้ได้ไม่ยากเย็น
ฉากศพอัศวินรุ่งอรุณถูกฌาปนกิจด้านหลังเริ่มเลือนรางลง
………………….



