ตอนที่ 360 : ปัญหาหนักอก
ไคลน์ครุ่นคิดหลายอึดใจ มากด้วยเหตุผลประกอบกับทฤษฎี แต่เช่นเคย ข้อมูลมีน้อยเกินไป จึงไม่สามารถสรุปได้เด็ดขาด ต้องเลือกใช้สมมติฐาน ‘กระแสเวลาของโลกสองฝั่งไหลเร็วไม่เท่ากัน’ ไปก่อนชั่วคราว
โรซายล์มาก่อนเราไม่ถึงหนึ่งปี แต่เวลาของโลกฝั่งนี้กลับห่างกันเกือบ 200 ปี หมายความว่าถ้าเราหาทางกลับสำเร็จภายใน 200 ปี ก็ยังมีโอกาสได้พบหน้าพ่อแม่อยู่ โลกทางนั้นอาจผ่านไปแค่ไม่กี่ปี.
จากสมมติฐานของตน ไคลน์เริ่มมองโลกในแง่ดี สมองเริ่มผ่อนคลาย และมีกำลังในใจการหาทางกลับโลกเก่า
แน่นอน มันทราบว่าสมมติฐานดังกล่าวอาจคลาดเคลื่อนเพราะถูกสร้างขึ้นจากข้อมูลเพียงหนึ่งแหล่ง และในปัจจุบันยังไม่สามารถยืนยันได้
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าโรซายล์ถูกส่งมาทีหลังเรา? นั่นจะหมายถึงอุโมงค์กาลเวลาผันผวน และการกลับไปของเรา ก็ไม่รับประกันว่าจะเป็นยุคสมัยเดียวกับตอนมา.
ไคลน์ราดน้ำเย็นลงบนความหวังตัวเอง
ไดอารีช่วงแรกของโรซายล์เกิดจากการเก็บกดเป็นเวลานาน จึงถูกเขียนเบียดเสียดด้วยเนื้อหามากกว่าปรกติ ไคลน์พลิกไปยังหน้าสุดท้ายและอ่านจนถึงสองย่อหน้าล่างสุดของกระดาษ
“25 กุมภาพันธ์ โลกนี้ช่างน่าเบื่อ ไม่มีหนังสือพิมพ์ นิยายก็น้อยมาก! เราต้องเป็นผู้เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการอ่าน! แต่ก่อนจะทำเช่นนั้นได้ ต้องมีเงินจำนวนหนึ่ง ศึกษาวิธีการสร้างกระดาษ ศึกษาหลักการโรงพิมพ์…ในฐานะนักเดินทางข้ามโลก เราต้องดำรงชีวิตด้วยเงินจากพ่อแม่ใหม่ นานทีปีหนจะได้เห็นเหรียญทองเฟอร์โม่แวววาวสักครั้ง! ชีวิตช่างน่าเศร้าบัดซบ! แต่การล่าสัตว์ก็สนุกไม่เลว 28 กุมภาพันธ์ บางที โลกนี้อาจไม่เหมือนกับโลกเดิมของเราเสียทีเดียว ขณะล่าสัตว์กับครอบครัว เราพลัดหลงเข้าไปในป่าลึก ได้พบกับการต่อสู้อันดุเดือดเหนือจินตนการ! ในการต่อสู้ดังกล่าว ชายคนหนึ่งถูกรุมล้อมทุกด้าน แต่ทันใดนั้น เนตรสี่ดวงพลันปรากฏรอบใบหน้า ทุกดวงสามารถปล่อยลำแสงทำลายล้างสีเขียว! แม่งไม่สมเหตุสมผลสักนิด! หมอนั่นเป็นสัตว์ประหลาดในร่างมนุษย์หรืออย่างไร? นี่เราหลงเข้ามาในโลกแห่งเวทมนตร์? แต่ศัตรูของปีศาจดังกล่าวกลับยิ่งแข็งแกร่งกว่า ชายคนหนึ่งมีพลังอัญเชิญเสาลำแสงสีทองอร่าม ทุกการแผดเผาจะทำให้เกิดเปลวเพลิงสีขาวโพลน…ไม่ผิดแน่ เขาอัญเชิญมันลงมา…โชคดียัง พวกเขามองไม่เห็นเรา หลังจากปราบสัตว์ประหลาดระยำนั่นได้ ชายคนนั้นเดินจากไปพร้อมกับศพ”
“ตัวข้า ฮวงเทา ช่างสมกับเป็นตัวเอกของโลกใบนี้ หลังจากเดินทางข้ามกาลเวลาเพียงไม่กี่วัน ก็ได้พบเรื่องน่าสะพรึงเสียแล้ว! บางที พวกเขาอาจเข้าใจความหมายของอักษรลึกลับบนถาดเงิน…แต่แน่นอน เราจะไม่ถามออกไปเด็ดขาด ปริศนานี้ ต้องไขให้กระจ่างด้วยตัวเองเท่านั้น! และเหตุผลให้ต้องพูดแบบนั้น เพราะเราดันจำลวดลายส้นตีนนั่นไม่ได้แล้ว! ภาพวาดในหัวเลือนรางเหลือเกิน”
ตัวเอก? คุณจักรพรรดิ คิดจะพ่นโรคม.2 ใส่ไดอารีของตัวเองอีกสักกี่หน้า?
ไคลน์อดส่ายหัวไม่ได้
ว่ากันตามตรง ชายหนุ่มสนใจถาดเงินและลวดลายบนนั้นมาก ในเมื่อมันคือต้นเหตุการณ์เดินทางข้ามโลกของโรซายล์ จึงเป็นไปได้ว่าจะมีปริศนาสำคัญซ่อนไว้ ไคลน์เกิดอยากตามหาถาดเงินและสำรวจว่ามีลวดลายเป็นเช่นไร
หากเราถอดรหัสอักขระได้โดยอาศัยความรู้ด้านศาสตร์เร้นลับ การเดินทางกลับโลกเก่าก็จะไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป.
ไคลน์วางไดอารีลง ปลายนิ้วเคาะโต๊ะ สลายกำแพงปิดกั้นรอบตัวแฮงแมน เดอะซัน และเมจิกเชี่ยน
“เชิญแลกเปลี่ยน”
ชายหนุ่มเอนหลังพิงเก้าอี้ เผยรอยยิ้ม
ฟอร์สสูดลมหายใจเข้าปอด
“ดิฉันต้องการซื้อกระเพาะอาหารของผู้กลืนวิญญาณ และเลือดปลามาร์ลินทะเลลึก 20 มิลลิกรัม จ่ายเป็นทองปอนด์”
เราเหลืออีก 430 ปอนด์ ยังซื้อได้หนึ่งชิ้น.
หญิงสาวให้กำลังใจตัวเอง
แต่ถ้าต้องการซื้อมากกว่านั้น สมองของเธอขาวโพลน ปราศจากแนวทางโดยสิ้นเชิง
นี่คือหนึ่งในอุปสรรคสำคัญ อันทำให้ผู้วิเศษไม่สามารถพัฒนาลำดับตัวเองได้…
หากไม่ใช่เพราะเราอยากเป็นนักตุกติกเพื่อลดทอนผลของเสียงเพรียกคืนจันทร์เต็มดวง คงไม่คิดเจียดเงินมหาศาลไปกับวัตถุดิบ ไม่คิดเสียเวลาเข้าร่วมชุมนุมลับ เวลาจะหมดไปกับการเขียนหนังสือ ออมเงิน ดื่มชา และเตร็ดเตร่ไปตามถนนกับซิล หากเธอว่างเว้นจากภารกิจเมื่อใด พวกเราจะท่องเที่ยวไปทั่วทวีปเหนือใต้ ไม่ต้องกังวลอันตรายใด และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข.
ฟอร์สปล่อยความคิดล่องลอย
ขณะกำลังคิดว่าไม่มีใครสนใจ อัลเจอร์หันหน้ามาพูดด้วย
“ผมเคยเห็นเลือดปลามาร์ลินทะเลลึกวางขายในชุมนุมมหาโจรสลัด แต่น่าเสียดาย คุณพลาดมันไปแล้ว น่าจะบอกให้เร็วกว่านี้…ไม่สิ ผมผิดเอง ตอนนั้นคุณยังไม่ได้เข้าร่วมชุมนุมทาโรต์”
แล้วนายจะเล่าให้ฟังทำไม? เพื่ออวดเบ่งว่าตนมีประสบการณ์มากมาย?
ฟอร์สเผยรอยยิ้มตามมารยาท เปล่งเสียงด้วยสีหน้าขึงขัง
“มิสเตอร์แฮงแมน รบกวนช่วยติดตามมันให้ด้วย ดิฉันยินดีจ่ายในราคาระหว่าง 300 ถึง 400 ปอนด์”
อัลเจอร์พ่นลมหายใจ
“ทะเลกว้างใหญ่กว่าผืนดินหลายเท่านัก โจรสลัดสองกลุ่มอาจไม่ได้พบหน้ากันเลยตลอดครึ่งปี หรือแม้แต่เกาะสำหรับปล่อยของโดยเฉพาะ การขายวัตถุดิบวิเศษก็ยังพบได้ยากมาก มีเพียงเมืองใหญ่เช่นเบ็คลันด์ ทรีอาร์ นักบุญมิลอน และกรุงเฟเนพ็อต จึงจะมีวัตถุดิบหลักโอสถกองสุมรวมกันเป็นจำนวนมาก ฟังจากสำเนียง คุณคงเป็นชาวเบ็นลันด์ หรือไม่ก็ผู้พักอาศัยในเบ็คลันด์ไม่ใช่หรือ”
กำลังจะหมายความว่า ให้พึ่งพาตัวเอง?
ฟอร์สเกือบกลอกตาขึ้นไปมองเพดาน
เล่าถึงตรงนี้ เดอร์ริคพูดแทรก
“ผมพอจะมีเบาะแสของกระเพาะอาหารของผู้กลืนวิญญาณ…แต่ผมไม่ต้องการทองปอนด์ของพวกคุณ”
“…” ฟอร์สสวมรอยยิ้มจืดชืด
“แล้วคุณต้องการสิ่งใด”
สูตรโอสถข้ารับใช้สุริยัน…ออเดรย์แอบตอบในใจ
เดอร์ริคขยับปากเปล่งเสียง
“สูตรโอสถข้ารับใช้สุริยัน”
“นั่นคือโอสถลำดับ 7 ใช่ไหม ตามปรกติแล้ว สูตรโอสถลำดับ 7 จะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 750 ปอนด์ และถ้ายิ่งรีบ ราคาอาจพุ่งสูงเกินหนึ่งพันปอนด์ด้วยซ้ำ แต่ในทางกลับกัน กระเพาะอาหารของผู้กลืนวิญญาณและเลือดปลามาร์ลินทะเลลึกต่างมีราคาไม่เกิน 400 ปอนด์ทั้งคู่ คุณเข้าใจความหมายของฉันไหม”
ฟอร์สพยายามอธิบายให้เดอะซันเห็นภาพ ว่าการแลกเปลี่ยนในคราวนี้ไม่เท่าเทียม
โดยไม่ลังเล เดอร์ริคตอบกลับฉะฉาน
“ถ้าอย่างนั้น ผมจะหากระเพาะอาหารของผู้กลืนวิญญาณให้คุณสองถึงสามชิ้น”
มันไม่กล่าวถึงเลือดปลามาร์ลินทะเลลึกเลยสักนิด อย่าว่าแต่ทะเลลึกเลย ลำพังทะเลธรรมดาก็ยังไม่เคยเห็น!
แล้วคุณจะให้ฉันนำกระเพาะอาหารของผู้กลืนวิญญาณอีกสองชิ้นไปทำอะไร? ทอดหรือย่างให้เกรียม? ด้วยความสัตย์จริง มันไม่ได้ขายออกง่ายขนาดนั้น! และเหนือสิ่งอื่นใด เราจะไปหาสูตรโอสถข้ารับใช้สุริยันจากไหน.
ฟอร์สยิ้มแห้ง
“ดิฉันจะพยายามหามาให้”
ว่ากันตามตรง เธอไม่ได้สิ้นหวังเสียทีเดียว ชุมนุมของมิสเตอร์ A มีทั้งสาวกสุริยันสวมหน้ากาก ผู้ถนัดพิธีกรรมชำระล้างปัดเป่า และคนขายแหวนสุริยันลึกลับ หมายความว่า เธอยังมีโอกาสพบเบาะแสของโอสถลำดับ 7 ข้ารับใช้สุริยันอยู่บ้าง
ทว่า ถึงจะมีเบาะแสแล้วยังไง? เราไม่มีเงินมากพอจะซื้อสักหน่อย.
ฟอร์สนั่งครุ่นคิด นำมือลูบหน้าแผ่วเบา สายตามองไปรอบห้อง และซักถามด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความคาดหวัง
“ทุกคน…ช่วยแนะนำวิธีหาเงินหน่อยสิ”
ในวินาทีสิ้นหางเสียง หญิงสาวตระหนักได้ทันทีว่า พระราชวังลึกลับโบราณพลันเงียบเป็นเป่าสาก
ความเงียบเสียงดังเสมอ
หากประเมินจากสีหน้าทุกคน พวกเขาก็คงประสบปัญหาแบบเดียวกัน…ยกเว้นมิสเตอร์ฟูลผู้ยิ่งใหญ่ ท่านคงไม่ต้องใช้เงินกระมัง.
ฟอร์สไม่กล่าวสิ่งใดต่อ
วิธีหาเงิน…ก็ต้องเป็นเจ้าของแปลงเกษตรกรรม เหมืองแร่ โรงงาน รวมถึงการลงทุนในหุ้นและพันธบัตรไม่ใช่หรือ? จริงสิ ยังมีอีกหนึ่งวิธี แจ้งเบาะแสคนร้ายในประกาศจับของอาณาจักร หากขยันสักหน่อย ก็คงทำเงินได้พอสมควร.
ออเดรย์ไม่เคยมีประสบการณ์หาเงินด้วยตัวเองมาก่อน จึงทำเพียงแสดงความเห็นภายในใจอย่างไร้เดียงสา
สนใจร่วมทุนโปรเจกต์จักรยานไหม?
ไคลน์ฝืนใจไม่ควบคุมเดอะเวิร์ลให้ยื่นข้อเสนอกับอีกฝ่าย การทำเช่นนั้นมีความเสี่ยงจะถูกเปิดเผยตัวตนบนโลกจริง
ผ่านไปสักพัก เดอะฟูลยังคงยั่งบนเก้าอี้ด้วยอิริยาบถสง่างาม พลางบงการให้เดอะเวิร์ลเปล่งเสียงแหบพร่า
“ใครก็ได้ ช่วยสอดส่องมองหาต่อมใต้สมองกลายพันธุ์และเลือดของนักล่าพันหน้า ตะกอนพลังของเงามืดหนังมนุษย์ และเส้นผมนากาทะเลลึกให้ผมด้วย”
แม้ไคลน์จะมีเงินเพียง 589 ปอนด์ในปัจจุบัน แต่มันครอบครองทั้งตะกอนพลังมนุษย์หมาป่าและขวดพิษชีวภาพ ไม่เพียงเท่านั้น ชายหนุ่มคิดจะนำอย่างแรกไปสร้างเป็นสมบัติวิเศษ จากนั้นก็ขายหนึ่งในสองออกไปเพื่อทำเงิน
หากแผนการลุล่วง ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องราคาวัตถุดิบโอสถลำดับ 6 อีกต่อไป!
ฉะนั้น ไคลน์จึงแจ้งข่าวกับสมาชิกชุมนุมทาโรต์ล่วงหน้า คนเหล่านี้จะได้มองหาเผื่อไว้
“ได้ครับ” เดอะซัน เดอร์ริค รับปากว่าจะช่วยหา แต่ไม่รับประกันผล
เมื่อเทียบกับผู้กลืนวิญญาณ เงาดำหนังมนุษย์และนักล่าพันหน้าต่างรับมือได้ยากกว่าหลายเท่า
“นักล่าพันหน้า? ดิฉันจำได้ว่าเคยเห็นซากของมัน” จัสติสครุ่นคิด พร้อมกับอธิบายต่อ
“ไว้กลับไปแล้วจะตรวจสอบให้”
ซากดังกล่าวอยู่ในคลังสมบัติดยุคนีแกน
ถ้าเป็นซากจริง ตะกอนพลังคงไม่หลงเหลืออยู่แล้ว…ไคลน์ควบคุมเดอะเวิร์ลพยักหน้ารับพอเป็นพิธี
เมื่อบรรยากาศในห้องเริ่มเงียบงันอีกครั้ง อัลเจอร์เป็นฝ่ายพูดข้อเสนอของตัวเอง
“ช่วยผมจับตามองบุคคลผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของทาสจำนวนมากในดินแดนอาณานิคม ทุกคนคงได้ฟังต้นสายปลายเหตุไปแล้ว มันเรียกตัวเองว่า ‘บาลุน’ ผิวหนังสีทองแดงอมน้ำตาล กลิ่นอายชาวทวีปใต้ชัดเจน ใครบางคนบอกว่า เคยได้ยินมันพูดสำเนียงเบ็คลันด์ ฟันซี่สามถัดจากซ้ายหายไป แต่มีโอกาสสวมของปลอมครอบทับ ส่วนสูงมาตรฐาน รูปร่างมาตรฐาน และใบหน้ามาตรฐาน ไม่มีอะไรโดดเด่น หากพบเบาะแส ขอรับประกันว่าเงินรางวัลสมน้ำสมเนื้อแน่นอน ขั้นต่ำคือ 100 ปอนด์หรือสิ่งของเท่าเทียม”
คำอธิบายแบบนี้ ยังไม่พอจะใช้พลังทำนายค้นหาได้ด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่การเดินเท้าหาบนโลกจริงเลย.
ไคลน์มองไปรอบตัว เปล่งเสียง
“เริ่มการแลกเปลี่ยนอิสระ”
.
เมื่อชุมนุมทาโรต์จบลง เดอร์ริคพบว่าจิตของตนถูกส่งกลับมายังห้องมืดคับแคบ
มันทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นอย่างสบายใจ และเมื่อไม่พบความผิดปรกติรอบตัว เด็กหนุ่มถอนหายใจอย่างผ่อนคลาย
ทันใดนั้น มันนึกขึ้นได้ว่า แฮงแมนแนะนำให้สนทนากับชายในห้องติดกันเข้าไว้ เดอร์ริคจึงเดินไปหยุดยืนข้างผนังโลหะ ใช้ปลายนิ้วเคาะส่งสัญญาณ
กึก.กึก
มันเคาะสองทีตามการนัดแนะ รอให้อีกฝ่ายเคาะตอบกลับ
ทว่า ไม่มีเสียงใดตอบกลับเป็นเวลานาน
หลับแล้ว? หรือว่าถูกหกสภาอาวุโสนำตัวไปสอบสวน?
เดอร์ริคจ้องกำแพงโลหะพลางขมวดคิ้ว
ทันใดนั้น เสียงชราดังแว่วมาจากฟูกบนพื้นด้านหลังเด็กหนุ่ม
“หาฉันอยู่หรือ…”
………………….



