บทที่ 1029 เจ้าออกค่าสินสอด ข้าเข้าห้องหอ
ณ เขตดินแดนเหนือติดไปทางเขตตะวันออก ใต้ธารน้ำแข็ง มืดมิดไปทั่วทั้งบริเวณ
ชั้นน้ำแข็งหนากลายเป็นผืนฟ้าของธารน้ำแข็ง ปกคลุมที่นี่เอาไว้
ความเย็นเยียบเสียดกระดูกของธารน้ำแข็งและความหนาวเหน็บที่แฝงอยู่ เดิมควรทำให้น้ำในแม่น้ำกลายเป็นน้ำแข็งตามไปด้วย แต่น้ำในแม่น้ำที่นี่แปลกประหลาดนัก ทั้งมีไอพลังประหลาดที่แปลงมาจากลมหายใจเทพเจ้า ทั้งมีพลังวิญญาณ
จากกระจายตัวในระดับชั้นที่ต่างกันไป ทำให้จุดเยือกแข็งต่างออกไปเช่นกัน
ยิ่งดำดิ่งลงไปข้างล่าง จุดเยือกแข็งก็ยิ่งเหนือกว่าความรู้ความเข้าใจ
แม้ว่าในร่างของสวี่ชิงและเอ้อร์หนิวจะสัมผัสถึงพลังงานความร้อนใดๆ ไม่ได้แล้ว อาศัยพลังบำเพ็ญของตัวเองประคองพลังชีวิต แต่แม่น้ำก็ยังคงไม่เป็นน้ำแข็ง
และความเหน็บหนาว จากการดำดิ่งลงไปก็ยิ่งรุนแรงขึ้น
ทำให้ในตอนที่มาถึงความลึกระดับประมาณ 30,000 จั้ง เงาร่างของสวี่ชิงพลันหยุดชะงัก
หากดำดิ่งลงไปต่อ ด้วยกายเนื้อของเขาย่อมทนรับไหว แต่วิญญาณสัมผัสได้ถึงแรงกดดันแล้ว
แต่อย่างน้อยก็ยังดำลงไปได้อีก 1 ถึง 2 หมื่นจั้ง
แต่เฟิงหลินเทากับเยวี่ยตงมาถึงขีดจำกัดสูงสุดแล้ว
หากดำลงไปต่อ พวกเขาจะไม่มีความสามารถแสดงวิชาเซียนและมรดกได้
กลับเป็นเอ้อร์หนิว ส่วนที่แปลกประหลาดพิศดารของเขาสำแดงออกมาที่นี่อย่างเต็มที่ เขา…ไม่เป็นไรเลยแม้แต่น้อย!
กระทั่งว่าทำให้สวี่ชิงรู้สึกว่า ในแม่น้ำที่หนาวเหน็บนี้ เอ้อร์หนิวเหมือนว่าจะเป็นตัวของตัวเองมากกว่าอยู่ข้างนอกมาก
สังเกตเห็นสายตาของสวี่ชิง เอ้อร์หนิวสีหน้าได้ใจ “ศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้าเป็นศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้าตลอดกาล”
สวี่ชิงเมื่อได้ยินก็ให้ความร่วมมือด้วยการแสดงสีหน้านับถือเลื่อมใสออกออก ทำเอาเอ้อร์หนิวเห็นแล้วสบายอกสบายใจเป็นอย่างยิ่ง แต่เขาก็รู้เช่นกันว่า เฟิงหลินเทาและเยวี่ยคงไม่เหมาะที่จะลงไปยังจุดที่ลึกกว่านี้
ดังนั้นเอ้อร์หนิวยกมือสะบัด ทันใดนั้นวิญญาณของเฟิงหลินเทาก็ปรากฏขึ้นในธารน้ำแข็ง ทันทีที่ปรากฏตัวขึ้น ร่างวิญญาณของเขาก็สั่นสะท้านทันที มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าเริ่มกลายเป็นน้ำแข็ง
วิกฤตชีวิตเป็นตายอันรุนแรงทำให้จิตใจของเฟิงหลินเทาพุ่งพล่าน ปะทุพลังวิญญาณทั้งหมดอย่างไม่ลังเล พยายามต้านทานความหนาวเหน็บของที่นี่
แต่ก็ได้ผลที่เล็กน้อยมาก
ทำให้เฟิงหลินเทาจำต้องลอยขึ้นไปข้างบน จวบจนเมื่อลอยไปประมาณ 3,000 จั้ง เขาถึงได้พอจะรักษาสมดุลได้ ร่างวิญญาณไม่กลายเป็นรูปสลักน้ำแข็ง
เอ้อร์หนิวขมวดคิ้ว ตวาดไปประโยคหนึ่ง “ไร้ประโยชน์ขนาดนี้เชียว!”
เฟิงหลินเทาในใจเกิดความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจนัก เขาอยากบอกเอ้อร์หนิวว่าตัวเองเป็นร่างวิญญาณ ไม่มีกายเนื้อ ดังนั้นพลังแท้จริงที่สำแดงออกมาย่อมอ่อนแอไปมาก
อีกทั้งทุกอย่างนี้ล้วนไม่ใช่สิ่งที่เขาปรารถนา ไม่ใช่เพราะถูกเอามาล่อเหยื่อถึงได้เป็นเช่นนี้หรอกหรือ…
นอกจากนี้ ตลอดทางพวกเจ้า 2 คนยังลงพันธนาการข้า พลังแท้จริงย่อมถูกจำกัดไปมาก
แต่ว่า ความน้อยเนื้อต่ำใจไม่ได้รับความเป็นธรรมนี้ เขาไม่กล้าพูด ทำได้เพียงฝังเอาไว้ในใจ ใบหน้ายังแสดงความประจบประแจงออกมา
เขากังวลมากๆ ว่าหลังจากที่มอบมรดกออกไปแล้ว คุณค่าของตัวเองก็น้อยลงอย่างไม่มีขอบเขต…หากหาเรื่องทำให้อีกฝ่ายไม่มีความสุขขึ้นมา เกรงว่าถึงตอนนั้นตัวเองคงตายไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่
แม้ตลอดทางมานี้ เขาจะขบคิดอยู่ตลอดว่าจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร แต่จนถึงตอนนี้เขายังคิดวิธีอะไรไม่ออกเลย
ตอนนี้ถูกเอ้อร์หนิวและสวี่ชิงจับจ้อง สายตาที่จับจ้องตาเป็นมันนั่น ทำเอาเฟิงหลินเทาเห็นแล้วใจสั่นไหว ทั้งไม่กล้าไม่ทำตาม ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเด็ดเดี่ยว มองไปทางสวี่ชิง
“สหายสวี่ ต่อจากนี้ข้าจะซื่อสัตย์จริงใจ ไม่ปกปิดแม้แต่น้อย และไม่ทำอะไรที่เป็นภัยกับพวกท่าน พยายามอย่างเต็มที่มอบมรดกออกไป อีกทั้งจะช่วยพวกท่านประทับตราอำนาจให้สำเร็จ”
“ข้าไม่มีคำขอร้องอื่น และไม่วาดหวังว่าพวกท่านจะคืนอิสระให้กับข้า ข้าแค่อยากมีชีวิตต่อไป ต่อให้เป็นทาสก็ไม่เป็นไร ดังนั้นสหายสวี่ชิง…”
“ข้าเชื่อใจท่าน ข้าหวังว่าท่านจะรักษาสัญญากับข้าข้อหนึ่ง!”
เฟิงหลินเทามองสวี่ชิง หลังจากพูดจบ ยังไม่ทันที่สวี่ชิงจะได้พูดอะไร เอ้อร์หนิวที่อยู่ข้างๆ ก็ไม่สบอารมณ์แล้ว
“หมายความว่าอย่างไร ไม่เชื่อใจข้าอย่างนั้นหรือ”
เฟิงหลินเทาใจสั่น กำลังจะอธิบาย เสียงของสวี่ชิงก็ดังมาตัดบทเขา “ข้าจะทุ่มเทสุดกำลังในขอบเขตของความสามารถข้า ส่งเจ้ากลับเผ่ามนุษย์ ส่วนความเป็นความตายของเจ้า ให้จักรพรรดินีเป็นผู้ตัดสินใจ”
คำพูดของสวี่ชิงดังออกมา ในใจของเฟิงหลินเทาในที่สุดก็สงบมั่นคง ถอนหายใจโล่งอกยาว
หากสวี่ชิงรับปาก เขากลับจะใจไม่สงบ แต่หากสวี่ชิงพูดเช่นนี้เห็นได้ชัดว่าแสดงความจริงใจอออกมาแล้ว
ดังนั้น เฟิงหลินเทาดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยว ไม่ลังเลอีกต่อไป และไม่ขอร้องอะไรมากมายกว่านั้นอีก ตอนนี้ 2 มือประสานปางมือแล้วกดไปที่หว่างคิ้ว
ทันใดนั้น ร่างวิญญาณของเขาก็กะพริบแสงระยิบระยับ ในธารน้ำแข็งอันมืดมิดนี้ ประดุจดั่งดวงดาว
ยิ่งมีเส้นไหมเป็นเส้นๆ เนื่องจากความหนาวเหน็บของที่นี่ ลอยออกมาจากร่างวิญญาณเขา ถักทอสอดประสานเป็นเค้าร่าง ก่อเป็นดอกไม้บานดอกหนึ่ง
ทันทีที่ภาพดอกไม้นี้ปรากฏขึ้น ก็มีกลิ่นหอมประหลาดลอยออกมา
จากนั้นก็พลันขยายออกไปข้างนอก…
ความเก่าแก่ดึกดำบรรพ์และทรงพลังลอยขึ้นมาจากดอกไม้ดอกนี้ นั่นเป็น…กลิ่นอายของมหาจักรพรรดิ
กลิ่นอายนี้หากปรากฏข้างนอกจะเป็นภาพมายา
แต่ปรากฏขึ้นในแม่น้ำเย็นยะเยือกแห่งนี้กลับเป็นวัตถุจริง…กลายเป็นวงแหวนที่ประกอบขึ้นจากตราประทับนับไม่ถ้วน ปรากฏรอบๆ เฟิงหลินเทา หมุนวนไม่หยุด กะพริบส่องแสงไม่หยุด
สะท้อนประกายแสงร่วมกับภาพดอกไม้นั่น
สุดท้ายวงแหวนนี้ก็เหมือนการแผ่ขยายออกมาของดอกไม้นั่น ปรากฏเป็นรูปดอกไม้ที่เด่นชัดขึ้นภายนอกร่างวิญญาณของเฟิงหลินเทา!
ตราประทับที่ประกอบขึ้นจากดอกไม้ดอกนี้ ทุกตราล้วนแแผ่ท่วงทำนองเต๋าออกมา อีกทั้งเมื่อดูให้ละเอียดแล้ว จะเห็นว่าตราประทับเหล่านี้ล้วนว่างเปล่า ไม่มีเจตจำนงใดๆ แฝงอยู่ และไม่มีวิชาเวทใดๆ เช่นกัน
บางตราก็เป็นเพียงแค่ท่วงทำนองมหาวิถีที่บริสุทธิ์ที่สุด เป็นพื้นฐานที่สุดเท่านั้น
“นี่ก็คืออำนาจที่แปรเปลี่ยนมาจากมรดกมหาจักรพรรดิแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์พิสดารบันลือ มันว่างเปล่า สามารถประทับพลังวิเศษวิชาเวทที่เหมาะสมลงไป สร้างเป็นอำนาจ!”
“แต่ไม่ใช่วิชาเวททุกวิชาจะสำเร็จไปเสียทั้งหมด อีกทั้งทุกครั้งที่ล้มเหลวล้วนทำให้ตราประทับสลายไปเล็กน้อยตลอดกาลดังนั้นเลือกให้สำเร็จในทีเดียวเป็นดีที่สุด”
เฟิงหลินเทาพูดทันที สีหน้าบิดเบี้ยว เห็นได้ชัดว่าปลดปล่อยมรดกออกมาภายนอก ต่อให้อาศัยสภาพแวดล้อมที่นี่ สำหรับเขาแล้วก็ยังคงลำบากยากเข็ญนัก
“สหายทั้ง 2 ข้ายืนหยัดได้เพียง 1 ก้านธูปเท่านั้น!”
“จะประทับวิชาเวทอะไร พวกท่านจงรีบตัดสินใจ!”
สวี่ชิงและเอ้อร์หนิวมองหน้ากัน
โอกาสนี้ไม่ไปเลือกวิชาเซียนของเยวี่ยตงได้…
“แต่ว่าเยวี่ยตงทางนั้นในเมื่อในเมื่อวางแผนประทับวิชาเซียนเป็นอำนาจ จะต้องมีการเตรียมการอย่างแน่นอน โอกาสที่จะสำเร็จมากที่สุด” สวี่ชิงครุ่นคิด
เอ้อร์หนิวหรี่ตา
“อาชิงน้อย ข้ากำลังคิดถึงปัญหาหนึ่ง นั่นก็คือแผนการของเยวี่ยตงแค่ประทับวิชาเซียนเป็นอำนาจจริงหรือ…จากการประมือกับนางหลายครั้ง ข้ารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เจ้าแผนการนัก”
“ดังนั้น เป็นไปได้หรือไม่ว่านางยังมีแผนการในภายหลัง…ประทับตราเป็นอำนาจ บางทีอาจจะเป็นเพียงแค่ขั้นตอนสำคัญขั้นตอนหนึ่งในแผนการในตอนสุดท้ายก็ได้”
เอ้อร์หนิวพูดจบ สวี่ชิงคล้ายครุ่นคิด
นึกย้อนถึงการร่วมมือกันของเยวี่ยตงเมื่อก่อนหน้านี้กับหลันเหยา หากนางทำเพื่อเฟิงหลินเทาจริงๆ เช่นนั้นความจริงก็ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมการแย่งชิงระหว่างตระกูลหลันและหลี่ว์หลิงจื่อผู้เป็นศิษย์มหาจักรพรรดิอย่างลึกซึ้งเช่นนี้
นางน่าจะมีวิธีอื่น ใช้ประโยชน์ตระกูลหลัน ช่วงชิงมรดกของเฟิงหลินเทา
แต่นางกลับเลือกเส้นทางที่สำหรับตระกูลหลันแล้ว ทันทีที่สำเร็จจะได้ผลประโยชน์มากที่สุด
“นางจะต้องมีเป้าหมายอย่างอื่นแน่นอน!”
สวี่ชิงและเอ้อร์หนิวมองตากัน จากนั้นขณะยกมือ เยวี่ยตงที่เจ้าเงาเข้าควบคุมอยู่ก็ปรากฏขึ้นในแม่น้ำ
ทันทีที่ปรากฏตัวขึ้น ร่างของเยวี่ยตงสั่นสะท้าน ในสายตายังคงอาฆาตแค้น แต่เจ้าเงาควบคุมร่างเอาไว้ ไม่สามารถขัดขืนได้ ทำได้เพียงปล่อยให้เจ้าเงาควบบคุม พูดออกมา
“นายท่าน ผู้หญิงคนนี้ในความจำไม่มีแผนการอย่างอื่นอีก เหมือนว่าวิชาเซียนเปลี่ยนให้เป็นอำนาจ ก็คือแผนการสุดท้ายของนาง”
สวี่ชิงในดวงตาเย็นเยือก มองความอาฆาตแค้นในสายตาของเยวี่ยตง เอ่ยราบเรียบ “ควบคุมผู้หญิงคนนี้ สำแดงวิชาเซียน อำนาจมรดกไม่ประทับวิชาอื่นแล้ว ประทับวิชาเซียนของผู้หญิงคนนี้นี่แหละ!”
เจ้าเงารับคำสั่ง
ภายใต้การควบคุมของมัน เยวี่ยตงยกมือทั้ง 2 ขึ้น วิชาเซียน 6 รากราคะตัณหา สำแดงขึ้นทันที
จากการกะพริบวูบวาบของแสง 7 สี ความอาฆาตแค้นในดวงตาเยวี่ยตงถูกแทนที่ด้วยความร้อนรนอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไร้ประโยชน์ ทำได้เพียงมองกายเนื้อตัวเองสำแดงวิชาเซียนออกมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ตาปริบๆ
ไม่นานนัก แสง 7 สีพร่างพรายก็ปะทุออกมาจากร่างของนาง ก่อเป็นทะเลแสง 7 สีผืนหนึ่ง ปกคลุมดอกไม้ที่ก่อขึ้นนอกร่างเฟิงหลินเทาที่อยู่ข้างๆ ทันที
ตราประทับว่างเปล่าเหล่านั้น ท่ามกลางการอาบย้อมก็ดูดซับแสง 7 สีอย่างรวดเร็ว กลายเป็น 7 สี สุดท้ายในยามที่เจ้าเงาควบคุมเยวี่ยตงยก 2 มือขึ้น แล้วฟันเต็มแรงไปข้างหน้าทันที
ทันใดนั้นการเชื่อมโยงระหว่างเยวี่ยตงกับทะเลแสง 7 สีก็ขาดสะบั้นทันที
แสง 7 สีทั้งหมดต่างทะลักเข้าไปยังดอกไม้มรดกของเฟิงหลินเทา กระจายไปในตราประทับทั้งหมด ทำให้ดอกไม้ที่บานดอกนั้นกลายเป็นดอกไม้ 7 สี
มองดอกไม้ดอกนี้ ในใจเฟิงหลินเทาเกิดความลังเลขึ้น เขามีใจอยากจะครอบครองมันเพียงผู้เดียว แต่เสี้ยวขณะต่อมา เงาร่างของสวี่ชิงมาปรากฏข้างหลังเขา เอ้อร์หนิวมาอยู่ข้างหน้า
ภายใต้การจ้องมองอย่างเย็นชาของสวี่ชิง ท่ามกลางรอยยิ้มที่เหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้มของเอ้อร์หนิว เฟิงหลินเทาจำต้องเก็บความหุนหันพลันแล่นที่เกิดขึ้นมาในใจลงไป เอ่ยอย่างจริงใจ
“สหายทั้ง 2 ใช้วารีศักดิ์สิทธิ์พิสดารบันลือรด ก็สามารถทำให้มันก่อร่างขึ้นมาได้โดยสมบูรณ์”
“วารีศักดิ์สิทธิ์พิสดารบันลือข้าซ่อนเอาไว้ในวิญญาณ ด้วยสภาวะของข้าในตอนนี้ คนนอกไม่สามารถเอาไปได้ จะส่งผลกระทบต่อการก่อตัวของอำนาจ ดังนั้นขอโปรดคลายพันธนาการของข้า ให้ข้านำมันออกมา”
เฟิงหลินเทาพยายามทำให้ตัวเองสีหน้าเต็มไปด้วยความจริงใจ
นี่เป็นไพ่ตายสุดท้ายของเขา
เพียงแต่มีเรื่องหนึ่ง เขาวิเคราะห์ผิดไปตั้งแต่รากฐานแล้ว…
วารีศักดิ์สิทธิ์พิสดารบันลือ สวี่ชิงก็มีเช่นกัน อีกทั้งมีมากกว่าเขามากนัก…
ดังนั้นเสี้ยวขณะต่อมา สวี่ชิงยกมือขวาขึ้น เอาขวดใบหนึ่งออกมา เพียงสะบัด วารีศักดิ์สิทธิ์พิสดารบันลือที่มากกว่าเฟิงหลินเทาหลาย 10 เท่าก็ไหลทะลักออกมาจากในขวด
ทันทีที่กระทบไปยังดอกไม้ 7 สีดอกนั้น เนื่องจากปริมาณเพียงพอ ดังนั้นจึงทำให้ดอกไม้ดอกนี้ก่อร่างอย่างรวดเร็ว จากสภาวะมายาเปลี่ยนมาเป็นวัตถุจริงโดยสมบูรณ์
เสี้ยวขณะต่อมา จากการที่สวี่ชิงยกมือขึ้น เสียงกร๊อบดังสะท้อนก้อง ดอกไม้ 7 สีดอกนี้ พลันหลุดจากเฟิงหลินเทา ลอยมาหาสวี่ชิง
สวี่ชิงคว้ามันเอาไว้ กำไว้กลางฝ่ามือ
ภาพนี้ทำเอาเฟิงหลินเทาเห็นแล้วดวงตาเบิกกว้าง ในใจมีสายฟ้าฟาดผ่า
“เยอะขนาดนี้เชียว…”
เขาเดาได้ถึงเหตุผลทันที รู้ว่าวันนั้นในถ้ำวารีศักดิ์สิทธิ์พิสดารบันลือแห่งนั้น วารีศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้น้อยอย่างที่ตัวเองเห็น แต่สวี่ชิงเอามันไปก่อนแล้ว!
ในใจเขาเกิดคลื่นซัดโหม อารมณ์มากมายมหาศาลผุดขึ้น แต่กลับต้องสะกดมันลงไป สะกดกลั้นความอัดอั้น สะกดความขมขื่น แสดงความประจบประแจงต่อไป ขณะเดียวกันก็วางความหวังไว้ที่ดอกไม้ 7 สีดอกนั้น
ดอกไม้ดอกนี้แผ่พลังมหาศาล ท่วงทำนองมหาวิถีแข็งแกร่งรุนแรง
สำเร็จเป็นอำนาจที่แท้จริง
อีกทั้งยังไร้เจ้าของ ทันทีที่ผสานก็จะแปรเปลี่ยนเป็นรอยวิถี
วาสนาเช่นนี้หากอยู่โลกภายนอก จะต้องสร้างความบ้าคลั่งให้กับผู้บำเพ็ญนับไม่ถ้วนอย่างแน่นอน กระทั่งว่าต่อให้เป็นเทพเจ้าก็ต้องหวั่นไหว
“แต่ว่ามีเพียงแค่ตราเดียว…”
เฟิงหลินเทาภายใต้สีหน้าประจบประแจง ในใจพึมพำ เขาถามตัวเองว่าหากเปลี่ยนเป็นเขา ต่อให้เป็นพี่น้องท้องเดียวกัน เขาก็จะไปแย่งชิงเอามา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเป็นเพียงแค่คนร่วมสำนักเลย
แต่เสี้ยวขณะต่อมา ภาพที่ทำให้ในใจของเขาหล่นวูบก็ปรากฏขึ้น
สวี่ชิงหลังจากที่กำดอกไม้ 7 สีไว้ในมือเล่นก็สะบัดไป โยนให้เอ้อร์หนิว
เอ้อร์หนิวคว้าเอาไว้ ถือไว้ในมือเมียงๆ มองๆ แล้วเงยหน้ามองไปทางเฟิงหลินเทา
สีหน้าประจบประแจงของเฟิงหลินเทายิ่งฉายชัดแจ่มแจ้ง
เอ้อร์หนิวแสยะยิ้ม
“เจ้าหนูเฟิง ข้าจะแสดงมายากลให้เจ้าดู พูดถึงมายากล ก็มาจากความใจกว้างของเจ้าถึงได้มีพื้นฐานของความสำเร็จ”
พูดจบ ท่ามกลางความงุนงงเล็กน้อยของเฟิงหลินเทา เอ้อร์หนิวมองสวี่ชิงผาดหนึ่ง
สำหรับเรื่องนี้ ระหว่างทางเดินทางพวกเขาก็หาวิธีแก้ไขไว้แล้ว
ดังนั้นสวี่ชิงในยามที่ยกมือ เถาวัลย์เทพศักดิ์สิทธิ์ของเขาเส้นนั้นก็พุ่งออกไปหาเอ้อร์หนิวอย่างรวดเร็ว
เอ้อร์หนิวร่างเพียงไหววูบ เถาวัลย์เทพศักดิ์สิทธิ์ของตนเส้นนั้นก็พุ่งออกมาเช่นกัน
เถาวัลย์ 2 เส้นนี้เดิมเป็นหนึ่งเดียวกัน หลังจากเอ้อร์หนิวกัดมันขาดถึงได้กลายเป็น 2 เส้น ตอนนี้จากการที่เข้าใกล้ ต่างเริ่มทำการผสานอีกครั้ง ไม่นานก็กลับเป็นหนึ่งเดียวกันใหม่
จากนั้น ภายใต้จิตใจที่ตื่นตะลึงของเฟิงหลินเทา เอ้อร์หนิวโยนดอกไม้ 7 สีในมือไปทางเถาวัลย์เทพ
เถาวัลย์เทพอ้าปากกว้างแล้วพลันกลืนลงไป
เพียงพริบตา ร่างของมันประกายแสง 7 สีกะพริบระยิบระยับ หลังจากที่ไหลวนไปทั่ว ก็แปรเปลี่ยนเป็นรอยเต๋าแผ่ลามไปทั่วทั้งร่าง จากนั้นก็แยกออกอีกครั้ง แยกย้ายกันกลับคืน
…
หลังจากผสานไปในร่างของสวี่ชิงและเอ้อร์หนิว ทั้ง 2 ต่างร่างสะท้านเฮือก ดวงตาทั้ง 2 หลับลง ร่างมีกลิ่นอายอำนาจพวยพุ่งขึ้น เริ่มทำการผสานหลอมรวม
วิชาเซียน 6 รากราคะตัณหา แบ่งออกเป็น 2 อย่างสมบูรณ์!
ใจของเฟิงหลินเทาหนักอึ้งอย่างไม่สิ้นสุด ความอับจนปัญญาพวยพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง
เยวี่ยตงที่อยู่ข้างๆ ระลอกคลื่นอารมณ์ในดวงตาก็เช่นกัน
ทั้ง 2 คนในเสี้ยวขณะนี้ต่างมีความคิดเห็นพ้องต้องกันเป็นครั้งแรกในชีวิต
แต่ผลลัพธ์ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ สิ่งที่ทำให้ทั้ง 2 คนจิตใจสั่นสะท้านยิ่งกว่าเดิมคือ หลังจากหลาย 10 อึดใจ จากดวงตาทั้ง 2 ข้างของสวี่ชิงและเอ้อร์หนิวต่างลืมขึ้นมา พวกเขาต่างหันไปมองทางเยวี่ยตงด้วยท่าทีที่เหมือนกันทันที
“ที่แท้เป็นอย่างนี้นี่เอง”
“ซ่อนความคิดที่แฝงไว้ด้วยแผนการสุดท้ายไว้ในวิชาเซียน อีกทั้งยังมิดชิดนัก…หากไม่ได้แปลงเป็นอำนาจก็ยากที่จะค้นพบเป็นอย่างยิ่ง”
“มิน่าเจ้าเงาจึงไม่อาจมองเห็นจากในความทรงจำเจ้าได้…”
เยวี่ยตงมีแผนการที่ลึกลงไปอีกจริงๆ นั่นถึงจะเป็นเหตุผลสุดท้ายที่นางเลือกร่วมมือกับตระกูลหลัน
เหตุผลนี้นางลบมันไปจากความทรงจำตัวเองในช่วงเวลาสำคัญ ย้ายไปไว้ในวิชาเซียน ดังนั้นเจ้าเงาก่อนหน้านี้จึงไม่อาจสืบได้
ตอนนี้ หลังจากที่สวี่ชิงและเอ้อร์หนิวผสานอำนาจ ในที่สุดก็กระจ่างแจ้ง
หลอมมรดกเฟิงหลินเทา ประทับตราวิชาเซียนเป็นอำนาจ นี่เป็นเพียงแค่ขั้นที่ 2 จากแผนการทั้งหมดของเยวี่ยตง
ขั้นแรก คือการร่วมมือของนางกับตระกูลหลัน ช่วยล่อลูกศิษย์มหาจักรพรรดิ ขณะเดียวกันก็วางแผนชิงมรดกเฟิงหลินเทา
ขั้นที่ 2 คือหลอมเฟิงหลินเทา ทำให้วิชาเซียน 6 รากราคะตัณหากลายเป็นอำนาจ
ส่วนขั้นที่ 3 ก็คือเป้าหมายในท้ายที่สุดของนาง
ข้อตกลงของนางกับตระกูลหลันคือ หลังจากที่ตระกูลหลันชิงเอาเนตรมารของลูกศิษย์มหาจักรพรรดิไปแล้ว กายเนื้อก็มอบให้นาง นางจะนำไปหลอมเป็นหุ่นเชิดอารมณ์
จากนั้นนางก็จะควบคุมหุ่นเชิดตัวนี้เข้าไปใกล้กับสถานที่ที่มหาจักรพรรดิปิดด่าน วางแผนช่วงชิงมหาจักรพรรดิที่สงสัยว่าแตกดับปิดด่านท่านนั้น!
ตระกูลหลันไม่รู้ว่าซ่อนวิธีการอะไรไว้ แต่กลับมีความมั่นใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งบอกกับเยวี่ยตงว่า มหาจักรพรรดิไม่ใช่คล้ายว่าแตกดับ แต่แตกดับไปแล้วจริงๆ
อีกทั้งสถานที่ที่เขาปิดด่านปิดทึบ ท่วงทำนองเต๋าและพลังบำเพ็ญที่แผ่กระจายออกมายามแตกดับตกตะกอน หากดูดซับจะสามารถทำให้พลังบำเพ็ญเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทำตามแผน จะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน
ถึงตอนนั้นตระกูลหลันจะได้มรดกอื่นๆ และพลังบำเพ็ญของมหาจักรพรรดิ
ส่วนเยวี่ยตงก็จะใช้อำนาจนี้ของตัวเองไปประทับตราบนโครงกระดูกของมหาจักรพรรดิหลอมให้เป็นหุ่นอสุภมหาจักรพรรดิ
แผนนี้เห็นได้ชัดว่ามีรายละเอียดมากมาย และเห็นได้ชัดว่ามีการลอบวางแผนกัน ในเมื่อดูจากภาพใหญ่แล้ว ประโยชน์ของเยวี่ยตงเหมือนจะไม่ได้มากขนาดนั้น
แต่ตระกูลหลันกลับยังเลือกที่จะร่วมมือกับเยวี่ยตง…
แต่เรื่องโดยละเอียด กลับไม่อยู่ในความคิดนี้
ก็ไม่รู้ว่านางใช้วิธีอื่นซ่อนไปแล้ว หรือซ่อนไว้ในอารมณ์ความรู้สึกของคนอื่น หรือว่าอยู่ทางตระกูลหลันทางนั้น
แม้จะเป็นเช่นนี้ แต่เอ้อร์หนิวก็ยังคงหวั่นไหวกับความบ้าคลั่งของแผนการนี้
“เยวี่ยตงคนนี้บ้าคลั่งถึงเพียงนี้ ใจกล้าขนาดนี้…ข้าชอบ!”
เอ้อร์หนิวดวงตาทั้ง 2 เป็นประกายทันที พลันหันไปมองทางสวี่ชิง
“อาชิงน้อย ในเมื่อเยวี่ยตงมีวาสนากับพวกเรา อีกทั้งพวกเรายังทำมาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อจากนี้ พวกเราหากไม่ไปช่วยนางทำให้สำเร็จ จิตสำนึกคงตำหนิอย่างรุนแรงแน่”
“อีกทั้ง ที่ที่มหาจักรพรรดิคนนั้นปิดด่านแฝงไว้ด้วยวาสนา ยกระดับพลังบำเพ็ญ พวกเราฝึกบำเพ็ญตามปกติช้าเกินไป ไปทำเรื่องใหญ่เป็นอย่างไร!”
“แม้อาจจะมีเส้นสนกลใน แต่พวกเราไม่ได้ทำเรื่องใหญ่กันตั้งนานแล้ว”
“ครั้งนี้เจอเข้า หากไม่ไป จิตเต๋าของข้าไม่สงบ”
เอ้อร์หนิวเลียริมฝีปาก ดวงตาบ้าคลั่ง
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)



