บทที่ 439 แล้วค่อยเจอกันบนฟ้า!
……
สตรีสวมชุดยาวเรียบลอยตัวนิ่งๆ อยู่ในอากาศอย่างนั้น เส้นผมดำขลับยาวระดับเอว ชุดยาวสีขาวสะอาดสะอ้าน ท่าทีไขว้มือข้างขวาไว้ด้านหลังซึ่งมือขวาข้างหลังนั้นเอง นิ้วมือเกี่ยววัตถุอะไรบางอย่างซึ่งมีทั้งขาวและดำกลิ้งฉวัดเฉวียนไปมาระหว่างนิ้ว……
……
นางลอยตัวนิ่งเฉย ลมหายใจไม่มีอาการผันผวนเลยสักน้อย……
..
เยี่ยฉวนออกจากงงงันไม่น้อย ด้วยสตรีลึกลับเคยบอกว่าต่อไปให้เขารู้จักดิ้นรนขวนขวายด้วยตนเอง และนางจะไม่ออกมาช่วยอีกแล้ว
ทว่าเวลานี้นางกลับออกมา
เรื่องไม่ใช่ประเด็นหลัก ประเด็นสำคัญคือว่านางคิดจะทำลายล้างโลกมนุษย์อยู่อีกหรือไม่……
เหลียนว่านลี่มีสีหน้าวิตกทุกข์ร้อน ด้วยเป็นเพราะหญิงสาวเคยเห็นฤทธิ์เดชของสตรีลึกลับที่สถานศึกษาฉางมู่มาแล้ว!
สตรีผู้นั้นอาจไม่ใช่มนุษย์ด้วยซ้ำ!
พลังนางแข็งแกร่งกว่าเซียน!
ภายใต้ท่าทีเคร่งเครียด เหลียนว่านลี่รู้สึกให้ความเคารพและนับถือต่อนางด้วย หญิงสาวควรเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองให้เหมือนกับสตรีลึกลับข้างบนนั่น นางสามารถทำลายล้างโลกมนุษย์ได้ด้วยสาเหตุเพราะเรื่องไม่พอใจเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น……
ในขณะเดียวกันโม่อวิ๋นฉีและพวกต่างพากันกระตือรือล้น เพราะทุกคนล้วนได้พบกับสตรีสวมชุดยาวเรียบมาก่อนเช่นกัน จึงเคยเห็นแล้วว่านางสามารถจัดการทุกคนได้ในคราวเดียว!
แน่นอน เป็นใครก็คงไม่สบายใจเท่าไร หากรู้ว่าด้วยพลังปะทะของนางเพียงหนึ่งครั้ง สตรีลึกลับเกือบจะทำลายโลกทั้งโลกแล้ว!
สถานการณ์ข้างบน ชายชราเองก็จับตามองคนที่ปรากฏตัวออกมาด้วยสายตาเคร่งขรึมทันที
ด้วยการแสดงตัวของสตรี เขากลับไม่รู้เลยว่านางมาได้อย่างไร!
ฝีมือไม่ธรรมดา!
ในเวลานั้นเขาได้แต่คำนึงครุ่นคิด และไม่อาจเหยียดหยามนางได้อีก
พลันร่างตนไถลลื่นถอยห่างไปราวเก้าสิบจั้งและเมื่อคนหยุดนิ่งลงกับที่ ในมือปรากฏโซ่เหล็กสีดำและที่ส่วนปลายของโซ่เกี่ยวกับตะขอยักษ์สีดำสนิท
ขณะที่ชายชราจ้องเขม็งสตรีลึกลับด้วยสายตาแรงกล้า พลังชี่สม่ำเสมอคงเส้นคงวาก็พรั่งพรูออกมาจากร่างกาย จากนั้นจึงไหลเลื่อนเข้าสู่โซ่เหล็กที่ถืออยู่ ฉับพลันนั้นพลังบีบคั้นประหลาดหากมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าพุ่งออกจากกายคน ประดุจพายุคลื่นถาโถมหนักหน่วงก็ปาน
ทำให้คนที่อยู่ข้างล่างกระถดถอยหนีต่อเนื่องกันเป็นระนาว!
ยอดฝีมือขั้นควบยุทธ์สะท้านภพนี้ ที่จริงจะว่าไปพลังรุนแรงจนอาจทำลายล้างโลกให้พินาศได้!
สตรีที่อยู่อีกด้าน คนสวมชุดยาวดูจะไม่ใส่ใจกับชายชราตรงหน้าเลย ด้วยสายตาที่ทอดมองเลยไปยังท้องฟ้ามืดมิดมีดวงดาวพร่างพราย……ราวกับนางมองเห็นอะไรบางอย่างจึงนิ่วหน้าลงเล็กน้อย ในเวลาเดียวกันมือข้างขวาซึ่งไพล่หลังไว้ค่อยกำเข้าหากันช้าๆ
ขณะนั้นเองที่คนทางเบื้องหน้า กระแสลมหายใจหนักหน่วงพลันกระชากหลุดออกจากร่างของชายชราทันที และตะขอยักษ์สีดำในมือเกิดสั่นอย่างแรง พลังทำลายล้างโลกดันทะลุพุ่งพรวดออกมาพร้อมกับพื้นผิวโลกสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น!
คนจำนวนมากมายที่อยู่ข้างล่างแตกตื่นตกใจ ถอยหลังกรูดอย่างต่อเนื่องอีกระลอก
ชายชราจ้องเขม็งไปยังสตรีลึกลับสายตาแรงกล้าแฝงความเหี้ยมเกรียม “ผู้ฝึกกระบี่ แสดงกระบี่ของเจ้ามา!”
เซียนกระบี่งั้นหรือ?
โดยปกติแล้วชายชราหาได้นึกหวาดเกรงเซียนกระบี่ไม่ว่าใคร ด้วยที่ตระกูลซือถูมีเซียนกระบี่ประดิษฐานบนหิ้งบูชาอยู่แล้ว บ่อยครั้งที่เขาได้ประมือและเรียนรู้จากเซียนเหล่านั้น ส่วนใหญ่เขาจะเป็นผู้ชนะเสียด้วย
เขาไม่ได้มีขั้นพลังควบยุทธ์สะท้านภพธรรมดา ทว่าอีกครึ่งทางก็จะบรรลุขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง!
เมื่อได้ยินเช่นนั้นสตรีจึงหันมามองชายชราตรงหน้า ชายชราจับโซ่เหล็กไว้มั่นขณะคำรามเค้นเสียงลอดไรฟัน “ยังไม่รีบชักกระบี่อีกหรือไง? ดูถูกข้าสินะ?”
สตรีสวมชุดยาวสีหน้าคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงทอดสายตามองคนเงียบๆ
เห็นอีกฝ่ายนิ่งเฉย ยิ่งทำให้ชายชรานึกโกรธเคือง!
ทำอย่างนี้เท่ากับหยามน้ำหน้าหรือไม่ให้ความสำคัญดีๆ นี่เอง!
ชายชราสีหน้าเหี้ยมเกรียม “แม่นาง เจ้าจะต้องชดใช้ด้วยชีวิตโทษฐานที่ดูถูกข้า!”
ขาดคำนั้นเขาจัดการเหวี่ยงโซ่ฟาดใส่สตรีเบื้องหน้าทันที สายโซ่สั่นอย่างรุนแรงขณะทะยานออกพร้อมกับตะขอเหล็กอันยักษ์พุ่งตรงดุจลูกธนู ทั้งสองสิ่งล้วนประจุด้วยพลังอัดแน่นเต็มเปี่ยม ขณะสายโซ่ทะยานผ่านทำให้ชั้นบรรยากาศพลันแตกกระจาย แม้แต่ห้วงอวกาศยังสะท้านสะเทือนอย่างรุนแรง……
ซึ่งนี่คือพลันแรงผลักดันอีกทั้งยังใช้โดยขั้นพลังที่กล่าวกันว่าทรงพลังจนสามารถสยบฟ้าดิน!
หากสตรีสวมชุดยาวเรียบยังยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ไหวติงแม้แต่น้อย เมื่อพลังที่ชายชราส่งออกพุ่งมาถึงต่อหน้าสตรีพลันวูบหายไปอย่างอัศจรรย์ เมื่อตะขอสีดำใหญ่ยักษ์ทะยานผ่านอากาศตรงมาที่นาง สตรีหรี่ตาลงเล็กน้อย พลันลำแสงกระบี่พุ่งวาบ……
ตะขอสีดำอันใหญ่แตกระเบิดทันที พลันต่อมา……
ฉึก!
แสงกระบี่พุ่งทะลุเข้าตรงบริเวณจุดกึ่งกลางหว่างคิ้ว ชายชราถึงกับสะดุ้งเฮือกทั้งตัว!
กลุ่มคนในลานด้านล่าง ตกอยู่ในอาการสับสนมึนงง
โลหิตแดงฉานเริ่มไหลทะลักออกมาจากหว่างคิ้วเป็นสาย……สายตาของเขายังคงจับจ้องมองแน่วนิ่งอย่างพูดไม่ออก “จะ……เจ้าไม่ใช่เซียนกระบี่……เจ้าเป็นมหาเซียนกระบี่……”
มหาเซียนกระบี่!
แม้นามที่เอ่ยขานอาจใกล้เคียง ทว่าความต่างนั้นมีมากมาย ด้วยมหาเซียนกระบี่มีขั้นพลังเทียบกับคนในขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง!
ความกล้าแกร่งของขั้นพลังระดับนี้กล่าวได้ว่าเป็นที่สุดของโลกชิงฉาง!
หลังจากได้ยินสิ่งที่ชายชราพูด คนทั้งหมดตื่นตะลึงนิ่งงันไปทันที
มหาเซียนกระบี่คืออะไร?
ในโลกชิงฉางผู้ที่ได้ชื่อว่ามหาเซียนกระบี่มีอยู่ไม่ถึงห้าคน ล้วนเป็นที่รู้จักกันดี
บัดนี้หนึ่งในห้าปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าพวกเขาที่นี่แล้ว!
สตรีสวมชุดยาวเรียบเขม้นมอง สีหน้ายังคงราบเรียบไม่ต่างจากเดิม!
ส่วนอีกฟากหนึ่ง ชายชราในชุดดำรวมทั้งควบยุทธ์สะท้านภพคนอื่นๆ ท่าทางตื่นกลัวชัดเจน
ที่ตระกูลซือถูมีหิ้งบูชาเซียนกระบี่ ทว่าไม่มีมหาเซียนกระบี่!
และถึงจะเป็นตระกูลเก่าแก่ที่ร่ำรวยและมีอิทธิพลเพียงใด ตระกูลซือถูก็ไม่กล้าแม้แต่จะคิดดูหมิ่นบุคคลเช่นนี้!
ขณะนั้นเองเยี่ยฉวนค่อยเขยิบเข้าไปทางด้านหลังสตรีลึกลับ ชายหนุ่มทำท่าจะเอ่ยปากพลันคนข้างหน้าสั่นศีรษะเป็นเชิงบอกกล่าวให้ยับยั้ง “สงสัยว่าวันนี้คงเป็นวันสิ้นโลกของเจ้าเสียแล้ว!”
เยี่ยฉวนชะงักงัน ก่อนจะรีบตะกุกตะกักห้ามปราม “ผู้อาวุโส ผู้อาวุโส อย่าเพิ่ง! คนเลวมีมากก็จริงแต่คนที่ดีก็มีนะขอรับ! ข้างนอกยังคนบริสุทธ์อีกนับล้าน! ทะ……ท่านอย่าเพิ่งทำอะไรวู่วามเลยขอรับ!”
เขาเองรู้สึกเสียขวัญไม่น้อย!
ทั้งสหายทั้งพี่น้องทุกคนบนโลก และทั้งสหายกับทั้งพี่น้องต่างก็มีครอบครัวคนที่อยู่ข้างหลัง ถ้าสตรีลึกลับทำลายโลกจนพินาศ……
ทุกคนต้องตายหมด!
ถึงแม้มีบางครั้งบางคนเยี่ยฉวนอยากให้มันตายๆ ไปเสีย เช่นกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหน้าตอนนี้ แต่เยี่ยฉวนก็ไม่สามารถฆ่าคนจนหมดโลก!
สตรีตรงหน้าหันกลับมามอง “วู่วาม? เจ้าคงคิดว่าข้าจะทำลายโลกของเจ้าด้วยพลังหนึ่งปะทะอีกงั้นสิ?”
เยี่ยฉวนฝืนยิ้มแหย “ท่านออกจะใจดี คงไม่ทำอย่างนั้น……”
เสียงคนตรงหน้าตอบเบา “ถ้าข้าจะทำล่ะ? เจ้าจะขัดขวางข้าหรือไง?
ชายหนุ่มส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน รีบอธิบายทันทีว่า “ประการแรกท่านดีกับข้า ข้าจะไม่มีวันอกตัญญูคนที่เคยให้ความช่วยเหลือ อีกอย่างถ้าไม่ได้ท่านข้าคงตายเป็นครั้งที่ร้อยที่พันแล้วขอรับ ข้าจึงไม่มีสิทธิหรืออำนาจอะไรที่จะขัดขวางท่าน ถึงอย่างไร ต่อให้มีพลังพอที่จะขัดขวางข้าก็จะไม่ทำขอรับ”
สตรีลึกลับมองดูอีกฝ่ายนิ่งนาน จนในที่สุดนางจึงมีท่าทางอ่อนลงพลางพยักหน้าน้อยๆ ขณะกล่าวกับเยี่ยฉวนว่า “ผู้ฝึกกระบี่ควรหนักแน่นและมั่นคงอีกทั้งยึดมั่นในศรัทธาและหลักการ แม้ในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าก็ตาม”
เยี่ยฉวนได้ยินนางพูดเช่นนี้ให้รู้สึกเบาใจขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนว่าโลกคงจะไม่ถึงกาลแตกสลายลงมาในขณะนี้เป็นแน่แท้!
เสียงของสตรีลึกลับพูดขึ้นอีกว่า “เจ้าคิดว่าพลังปะทะที่สถานศึกษาฉางมู่คราวนั้น จะถึงกับทำลายโลกได้อย่างนั้นหรือ?”
เยี่ยฉวนนิ่วหน้าถาม “ท่านจะบอกว่ามีเหตุผลอื่นอย่างนั้นหรือขอรับ?”
สตรีลึกลับเบนหน้ามองไปทางท้องฟ้าดำมืดหากพราวพร่างด้วยแสงดารา ชั่วขณะหนึ่งจึงมีเสียงพึมพำเผ่าเบา “ข้าเคยบอกเจ้าว่ามีใครบางคนกำลังแอบมองโลกของเจ้าอยู่
และค่อยๆ ส่งลมหายใจแทรกซึมเข้ามาด้วยวิธีที่แยบยล ซึ่งข้าได้ใช้พลังปะทะทำลายไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ข้าไม่กล้าทำอะไรรุนแรงเกินไป เดี๋ยวทั้งโลกของเจ้าทั้งจักรวาลได้ถูกทลายไปด้วยกันหมดพอดี!”
ผู้ฟังจึงได้แต่ยิ้มแห้ง “……”
คนหยุดพูดขณะหันกลับมาทางเยี่ยฉวน “เหตุที่ข้าปรากฏตัวออกมาครั้งนี้ก็เพราะเจ้านั่นมันอยากพบข้า!”
“และหลังจากนั้นล่ะขอรับ?” เยี่ยฉวนย้อนถามตามสัญชาตญาณ
สตรีตอบอย่างเห็นเป็นเรื่องธรรมดา “หลังข้าจ้องมันนิดเดียว มันก็รีบไสหัวไปเลย!”
เยี่ยฉวน “……”
นางหันกลับไปมองท้องฟ้ามืดมิดเต็มไปด้วยดวงดาวดารดาษ ครู่หนึ่งจึงหันมาพูดกับเยี่ยฉวน “มนุษย์เมื่อมีพละกำลังกล้าแกร่ง ก็มักไม่เหลือความเป็นมนุษย์ ในสายตาของพวกมันมีเพียงเต๋าและชีวิตที่เป็นอมตะ นอกนั้นมันก็แค่มดปลวกไร้ค่า เข้าใจหรือยัง?
ชายหนุ่มพยักหน้ารับคำ “โปรดวางใจ ข้าจะไม่ทำตัวพึ่งพาท่านตลอดไปขอรับ”
สตรีผงกศีรษะ “จงใช้โอกาสนี้ทำให้เป็นที่ยอมรับของหอคอย ไม่ใช่เรื่องง่ายแม้แต่ตัวข้าเองก็ยังไม่กล้าดูถูกกฎแห่งเต๋าทั้งเก้า ถึงอย่างไรเจ้าต้องจำไว้เสมอว่าสิ่งนั้นมีอันตรายอย่างยิ่ง นอกจากนั้น……คนกล้าแกร่งอีกมายมายก็ต่างกำลังตามหาสิ่งนั้นอยู่ เมื่อใดที่พวกเขารู้ว่าหอคอยอยู่กับเจ้า สถานะของข้าในตอนนี้ก็ยากจะให้ความคุ้มครองเจ้าได้ จำไว้!”
เยี่ยฉวนรับคำ “เข้าใจแล้วขอรับ!”
สตรีลึกลับหันไปมองคนกล้าแกร่งขั้นควบยุทธ์สะท้านภพที่มาจากตระกูลซือถูซึ่งอยู่ไม่ไกล พลางชี้ไปทางเจ้าคนนั้น “ฆ่ามันเสีย!”
เยี่ยฉวนกลับมองคนตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ
อีกฝ่ายจึงตอบให้หายข้องใจ “ถ้าเจ้าไม่ฆ่ามัน ข้าจะบังคับหอคอยให้แยกออกมาเสียและฆ่าศัตรูของเจ้าให้หมดทุกคน ปล่อยให้เจ้ารับความดีความชอบในครั้งนี้ ข้าจะนำหอคอยไปเสียและเราจะไม่ได้พบกันอีกเลย แต่ถ้าเจ้าฆ่ามันข้าจะยอมให้เจ้าได้ครอบครองหอคอยต่อไป ทว่าข้าก็จะอยู่ในนั้นด้วย อีกหน่อยเจ้าจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรต่างๆ อีกมากมาย
เยี่ยฉวนพูดเสียงแหบแห้ง “ทำไมจึงเป็นเช่นนี้? ข้างงเหลือเกิน!”
สตรีลึกลับรำพึงเสียงแผ่วเบา “ถ้าเจ้าปรารถนาที่จะเป็นจอมยุทธ์และขึ้นสู่จุดที่สูงที่สุด เจ้าต้องดิ้นรนไขว่คว้าด้วยตัวเอง เส้นทางวิชายุทธ์ที่เจ้าเลือก จะมีแต่เจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้น!”
ชายหนุ่มนิ่งงัน
เขาเข้าใจความหมายของคำพูดนั้นเป็นอย่างดี! ถ้าเลือกทางแรก ปัญหาของเขาจะหมดลงทันที นอกจากนั้นตนเองยังได้บรรลุขึ้นสู่จุดที่สูงที่สุดอีกด้วย!
ทว่าทางที่สอง เขาจะต้องทำด้วยตัวเอง ฝ่าฟันด้วยตัวเองและฝึกฝนอย่างหนักด้วยตัวเอง……
ทางแรกเป็นทางลัด!
ส่วนอีกทางเป็นทางอ้อมไม่มีจุดบรรจบ!
ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปเนิ่นนาน ในที่สุดเขาหันไปทางชายชราควบยุทธ์สะท้านภพที่อยู่ไปไกล “ข้าเลือกทางที่สองขอรับ!”
ทันทีที่สิ้นเสียงของเยี่ยฉวน ลมหายใจแข็งแกร่งน่าประหลาดแผ่ซ่านออกมาภายนอกร่างกาย……
ราชันย์กระบี่
เสียงคนที่อยู่ด้านข้างพูดขึ้นอย่างใจชื้น แผ่วเบาราวกระซิบ “กระบี่เต๋าไม่มีทางลัด……ถ้าเจ้าเลือกทางแรก มิตรภาพระหว่างเราจะจบอยู่เพียงนี้……ในเมื่อเจ้าเลือกทางที่สอง งั้นแล้วค่อยพบกันบนฟ้าก็แล้วกัน!”
คนหยุดพูดทันที สตรีก้มลงมองฝ่ามือข้างขวา ซึ่งบัดนี้ค่อยกลับกลายพร่าเลือนไปทีละน้อยๆ “ร่างอวตารกำลังจะสลายในตอนนี้แล้ว”



