Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 457

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 457 ความทรงจำที่น่าอดสู! (ปลาย)

C

……

กระบี่ทะยานผ่านคราใดทุกที่สั่นหวั่นไหวครั้งแล้วครั้งเล่า พลันต่อมาผนังหอฝึกฝนเริ่มพังทลายลงทีละเล็กละน้อย เศษซากร่วงหล่นร่วงลงไปกองบนพื้นกระทั่งในที่สุดได้พังทลายลงมาทั้งหมด……

……

พลังปะทะร้ายแรงเหนือกว่าพลังสยบฟ้าดินเสียอีก!……

..

ขณะนั้นเยี่ยฉวนเผยฝ่ามือข้างขวาออกไปเบื้องหน้า ต่อมากระบี่บินเล่มหนึ่งโฉบลงมาวางบนฝ่ามืออย่างสงบ

เพียงเวลาไม่นานหอฝึกฝนซึ่งเคยรองรับผู้คนได้นับพันกลายเป็นเศษซากมีแต่ฝุ่นฟุ้งตลบขึ้นบนอากาศ

ทว่าสีหน้าของชายหนุ่มออกจะผิดหวังพลางสั่นศีรษะน้อยๆ เป็นเพราะความรู้สึกบอกกับตนว่าพลังปะทะน่าจะรุนแรงกว่านี้ได้อีก! ถ้าเขาสามารถผนึกพลังเคลื่อนไหวสามประสานได้โดยสมบูรณ์ พลังจะพัฒนาขึ้นอีกเป็นอันมาก!

ที่สำคัญเยี่ยฉวนยังไม่ได้ผสานพลังปณิธานกระบี่มารเข้าไปเลยด้วยซ้ำ!

ฝึกฝน!

ฝึกฝนต่อไป!

ขณะที่เยี่ยฉวนตั้งท่าจะเริ่มฝึกต่อไปนั้น ใครคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นอีกด้านพลันส่งเสียงมาว่า “เจ้าจะถล่มวังหลวงของข้าหรือยังไง?”

ชายหนุ่มหันขวับไปทางที่มาของเสียง จึงพบว่าเป็นทัวป้าเหยียน

เวลานี้นางไม่ได้สวมผ้าคลุมมังกร แต่สวมชุดธรรมดามีสีเหลืองอ่อนสดใสเผยหัวไหล่กลมกลึง ด้วยคอเสื้อรูปตัววีกว้างลึกถึงกลางลำตัวจนสังเกตเห็นร่องอกของนางได้อย่างชัดเจน ถ้าคลายสายคล้องคอออกอีกนิด จะยิ่งเย้ายวนใจมากขึ้น

ชายหนุ่มยอมรับว่าทัวป้าเหยียนเป็นสตรีที่มีรูปโฉมงดงามดั่งภาพวาด ผิวพรรณขาวสะอาดดุจหิมะ โดยเฉพาะนางเป็นสตรีสูงศักดิ์ชนชั้นรางวงศ์ มีฐานะเป็นถึงฮ่องเต้สตรีจึงยิ่งเร้าอารมณ์บุรุษให้ตกเป็นทาสแห่งความปรารถนาได้อย่างง่ายดาย

ทัวป้าเหยียนเดินมาหยุดลงเบื้องหน้าเยี่ยฉวน ใกล้เสียจนกระทั่งชายหนุ่มได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายโชยมาบางเบา ซึ่งมิใช่กลิ่นที่เกิดจากเครื่องหอมเพียงอย่างเดียว หากผสมผสานความหอมจากผิวกายสตรีตรงหน้าด้วย ประกอบกับชุดที่นางสวมใส่ในขณะนี้ทำให้เยี่ยฉวนรู้ว่านางเพิ่งอาบน้ำชำระกายมาเดี๋ยวนี้เอง

ชายหนุ่มรู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ทว่าเขารีบสะกดใจไว้ทันที ในเมื่อเป็นผู้ฝึกพลังปราณ ต้องมีจิตใจที่เข้มแข็งด้วย

หญิงสาวเหลือบมองก่อนจะเอ่ยถาม “ฝีมือเจ้าสินะ?”

เยี่ยฉวนยิ้มแหยพลางมองไปรอบๆ “ขอโทษด้วย พอดีข้าฝึกเพลินไปหน่อยจนลืมว่าเวลานี้อยู่ที่ไหน”

สตรีหันมามองสายตาแสดงความข้องใจขณะถามกลับ “ก่อนหน้าที่เราเจอกันพลังของเจ้าไม่แข็งแกร่งเท่านี้ แต่ดูตอนนี้สิข้าไม่สามารถเอาชนะเจ้าได้แล้ว”

ชายหนุ่มเหยียดยิ้มมุมปาก “วันนั้นข้าเกือบถูกเจ้าฆ่าตายเสียแล้ว”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นดูเหมือนทัวป้าเหยียนจะนึกถึงอะไรบางอย่าง ด้วยจู่ๆ ใบหน้ากลับเปลี่ยนเป็นแดงระเรื่อ ด้วยปัญหาของสภาพร่างกายจึงทำให้นางต้องพกยากระตุ้นกำหนัดใช้ระงับการตื่นตัวของร่างกายนับตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าเหตุการณ์ไม่คาดคิดในวันนั้น……

ชายหนุ่มรับรู้อารมณ์ที่เปลี่ยนไปของหญิงสาว พานให้รำลึกถึงความทรงจำที่น่าอดสูนั้นขึ้นมาด้วย แปลกที่ภายในกายรู้สึกร้อนวูบวาบโดยไม่มีสาเหตุ

พลันบรรยากาศรอบด้านเปลี่ยนแปลกไปอย่างน่าประหลาด

ทัวป้าเหยียนมองคนตรงหน้านิ่งนาน นางเองเริ่มรู้สึกถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของเยี่ยฉวนขึ้นมาบ้างแล้ว จึงลอบถอนหายใจแผ่วผ่าน จากนั้นก็เลื่อนมือไปกระตุกสายรัดบริเวณอกเสื้อ เพียงแค่ปมสายรัดคลายออกผ้าคลุมก็หล่นลงไปกองอยู่บนพื้น เผยให้เห็นเรือนร่างงดงามขาวโพลนต่อหน้าเยี่ยฉวน

ชายหนุ่มนิ่งขึง ก่อนเอ่ยถาม “เจ้าจะทำอะไร?”

สายตาของหญิงสาวยังคงจ้องจับอยู่ที่คนตรงหน้า “เจ้าเคยช่วยแคว้นหนิงไว้ถึงสองครั้ง ข้าไม่มีอะไรจะตอบแทน ถ้าเจ้าพึงใจเรือนร่างนี้ เชิญตามสบาย!”

เพียงแค่ได้ยินคำพูดไม่กี่คำนั้น ทำให้ความตื่นเต้นตื่นตัวในกายเยี่ยฉวนเมื่อครู่เหือดหายไปจนหมดสิ้น ก่อนจะกัดฟันเปล่งวาจาเย้ยหยัน “เรือนร่าง? เจ้าคิดว่าที่ข้ามาช่วยแคว้นหนิงเพราะเรือนร่างของเจ้า……งั้นหรือ?”

ทัวป้าเหยียนไม่ตอบในทันที หากได้แต่มองดูเยี่ยฉวนเฉยอยู่เช่นนั้น

อีกฝ่ายสั่นศีรษะน้อยๆ ขณะกล่าวว่า “ฮ่องเต้ทัวป้า เจ้าดูถูกข้ามากเกินไปแล้ว ก็ดีในสายตาของเจ้า ข้าก็เป็นแต่คนหนึ่งคนเท่านั้น ข้าคงไม่ต้องอธิบายอะไรอีกแล้ว ลาก่อน”

จากนั้นคนพูดฉวยกระบี่ก่อนจะหันหลังกลับออกไปทันที

หญิงสาวชะงักงันพยายามจะทักท้วง ทว่าเยี่ยฉวนออกไปในระยะไกลเสียแล้ว ทัวป้าเหยียนจึงรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่อย่างด่วนก่อนเร่งออกติดตาม แต่ชายหนุ่มได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย

สตรีหยุดยืนนิ่งอยู่กับ ความรู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูกจึงได้แต่ยืนเหม่อลอยอยู่เช่นนั้นนับเป็นเวลาเนิ่นนาน

ฝั่งเยี่ยฉวนหลังจากออกจากวังหลวงแล้ว เขาไม่อาจทนอยู่ในเขตแคว้นหนิงได้ต่อไป จึงออกไปหาสถานที่สงบเงียบเพื่อใช้ฝึกฝน

ครานี้เยี่ยฉวนตัดสินใจแล้วในการที่จะผสานรวมพลังปณิธานกระบี่มาร พลังแรงผลักดันแห่งกระบี่ ทักษะกระบี่และทักษะหนึ่งกระบี่ชี้ชะตาให้ครบถ้วนสมบรูณ์ ในระยะเวลาอันสั้นเขาจะต้องจัดการสิ่งเหล่านี้ให้เป็นผลที่สุด

ภายหลังจากออกมานอกเมือง เยี่ยฉวนเล็งไปยังพื้นที่โดยรอบและจะมุ่งหน้าไปทางเทือกเขาแสนไกลแห่งหนึ่ง ทันใดนั้นชายชราปรากฏตัวออกขวางทางข้างหน้า

คนขั้นพลังควบยุทธ์สะท้านภพ!

สายตาแน่วนิ่งของคนชราจ้องมองยังเยี่ยฉวน “ทั้งคนขั้นผนึกยุทธ์จากตระกูลซือถูนับสิบคน หนึ่งคนขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริง ไหนจะประมุขตระกูลซือถู พวกเขาพากันหายไปไหนหมด?”

เยี่ยฉวนเฉยไม่ตอบ

อีกฝ่ายจึงถามเสียงเครียด “เจ้าฆ่าพวกเขาทั้งหมด งั้นหรือ?”

ชายหนุ่มแสยะยิ้ม “คิดหรือว่าข้าสามารถฆ่าคนพวกนั้นทั้งหมด?”

ชายชราขมวดคิ้ว เสียงถามด้วยความข้องใจ “ฝีมืออาจารย์เซียนกระบี่ของเจ้าฆ่าคนพวกนั้นสินะ?”

เยี่ยฉวนไม่ตอบตรงๆ กลับย้อนถามเสียงเรียบ “เจ้าคิดว่าอาจารย์เซียนกระบี่จะออกมาสังหารคนเอาดื้อๆ อย่างนั้นหรือ?”

ยิ่งได้ฟังสีหน้าของชายชรายิ่งเต็มไปด้วยความงุนงงสงสัย หัวคิ้วขมวดลึกกว่าเดิมขณะถามต่อไป “ถ้าไม่ใช่เจ้า แล้วใครฆ่า?”

ชายหนุ่มส่ายหน้า “ข้าบอกไม่ได้! ถึงบอกเจ้าก็คงไม่เชื่ออยู่ดี!”

สายตาของชายชราจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือกกินเนื้อ “ถ้าเจ้าไม่บอก ตระกูลซือถูของเราก็จะไม่ปล่อยเจ้าไป!”

อีกฝ่ายจึงย้อนถามเสียงเย็น “สรุปไม่ว่าข้าจะบอกหรือไม่ก็ต้องตายอยู่ดี งั้นข้าจะไม่บอกก็แล้วกัน!”

ชายชราหรี่ตามองชายหนุ่มตรงหน้าทันทีที่ได้ยินคำตอบ “ฝีมือของสำนักผู้ตรวจการเขตแดน……งั้นหรือ?”

พลันสีหน้าของเยี่ยฉวนเปลี่ยนไปทันที ขณะพูดว่า “สำนักผู้ตรวจการเขตแดน? ข้าไม่รู้! ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น! ข้าไม่พูดอะไรทั้งนั้น……ข้า……”

ในตอนท้ายเสียงพูดพึมพำตะกุกตะกัก ประกอบกับท่าทางตื่นกลัวลุกลี้ลุกลน

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!