Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 471

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 471 หายนะมาเยือน! (ปลาย)

C

เยี่ยฉวนส่ายหน้าพลางยิ้ม “เจ้าไม่ต้องทำเป็นเสแสร้งหรอก ข้าขอพูดอย่างเปิดอกว่า ข้านี่ล่ะคนที่ถูกคัดสรรอย่างประณีตจากสำนักผู้ตรวจการเขตแดนให้ดำรงตำแหน่งผู้ทรงเกียรติคนต่อไป”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นทั้งสิงห์ผยองและราชันย์ต่างพากันหน้าถอดสี ทว่ามีเพียงสตรีคลุมหน้าที่ยังคงทีท่าสงบนิ่งเหมือนเช่นเคย

ยามนั้นสิงห์ผยองหันไปมองหน้าราชันย์ ในที่สุดฝ่ายแรกเอ่ยกับเยี่ยฉวนว่า “เหตุใดข้าจะต้องเชื่อคำพูดของเจ้า?”

เยี่ยฉวนย้อนถาม “เหตุใดเจ้าจึงไม่เชื่อข้า?”

ราชันย์มองเขม็งเยี่ยฉวน “สำนักผู้ตรวจการเขตแดนแค่ต้องการฝึกฝนให้เจ้างั้นหรือ?”

เยี่ยฉวนพยักหน้า “มิเช่นนั้น เหตุใดพวกเขาจึงออกหมายจับ? ส่วนข้าไม่ได้ซ่อนตัวแต่อย่างใด ที่จริงพวกเขาจะสังหารข้าเสียยังได้ทว่าก็ไม่ทำเช่นนั้น และเพราะเหตุใด? เพราะว่าผู้ทรงเกียรติลู่เป็นอาจารย์ของข้าอย่างไรเล่า!”

อาจารย์!

เมื่อได้ฟังดังนั้น สิงห์ผยองและคนอื่นต่างมีสีหน้าตื่นตกใจ

เป็นอาจารย์งั้นหรือ?

ใครบ้างที่ไม่รู้จักผู้ทรงเกียรติลู่? คนผู้นี้นับว่าเป็นสุดยอดผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งในโลกชิงฉางก็ว่าได้! และกลับกลายเป็นว่าคนผู้นี้คืออาจารย์ของเยี่ยฉวนอย่างนั้นหรือ?

เยี่ยฉวนยังคงพูดต่อไปอีกว่า “เจ้าต้องลองไปสืบประวัติของข้าดูก็ได้ ก่อนหน้านี้ราวอายุสิบเจ็ดสิบแปดข้าก็เป็นคนธรรมดาทั่วไป แต่ภายหลังที่ออกจากเมืองชิงขั้นพลังมีความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว อีกทั้งดูเหมือนจะต้องเสี่ยงภัยอยู่ตลอดเวลา พวกเจ้าคิดไหมว่าเพราะเหตุใด? เพราะว่าผู้ทรงเกียรติลู่และสำนักผู้ตรวจการเขตแดนให้การสนับสนุนข้าอยู่เบื้องหลังอย่างไรล่ะ!”

ทันทีที่พูดจบ เยี่ยฉวนสะบัดมือข้างขวา พลันเบื้องหน้าปรากฏกระบี่ขั้นสวรรค์สองเล่ม พร้อมด้วยศาสตราวุธจิตวิญญาณขั้นแท้จริงอีกนับร้อยชนิดวางกองเต็มไปหมด

ชายหนุ่มกล่าวเสียงเรียบ “เห็นหรือยัง? ถ้าไม่เพราะกลุ่มอำนาจแข็งแกร่งที่ไหนหนุนหลัง ข้าจะมีของล้ำค่ามากมายอยู่ในครอบครองเช่นนี้ได้อย่างไร?”

กล่าวเสร็จจึงจัดการเก็บของทั้งหมดเสีย จากนั้นจึงพูดว่า “เหตุการณ์ที่หุบเขาหว่านชิว ยอดฝีมือขั้นควบยุทธ์สะท้านภพระดับแท้จริงถึงสองคน ขั้นผนึกยุทธ์อีกนับสิบและจอมยุทธ์ยอดฝีมืออีกนับร้อยล้วนหายตัวไป……พวกเจ้ารู้ไหมว่าเป็นฝีมือของใคร? สำนักผู้ตรวจการเขตแดนนั่นเอง ตระกูลซือถูเอย ดินแดนอันธการเอย ต่างพยายามเอาชีวิตของข้าทั้งนั้น ทั้งๆ ที่ข้าอ่อนด้อยกว่าขณะที่พวกนั้นแข็งแกร่งกว่า จะเป็นไปได้อย่างไรที่สำนักผู้ตรวจการเขตแดนข้าจะคอยดูอยู่ห่างๆ? และจากนั้นจึงจัดการถอนรากถอนโคนพวกมันเสีย”

สิงห์ผยองและราชันย์หันไปสบตากัน แววตาของทั้งสองแสดงว่าตระหนกตกใจไม่น้อย ความจริงพวกเขาก็เคยนึกเดาไว้บ้างแล้ว ทว่าเมื่อมาได้ยินจากปากของเยี่ยฉวนยังอดที่จะประหลาดใจไม่ได้ ด้วยความสุดโต่งของสำนักผู้ตรวจการเขตแดนนั่นเอง!

เยี่ยฉวนพูดมาอีก “แผ่นดินชิงเวลานี้เปลี่ยนไปอย่าน่าใจหาย อาจารย์จึงอยากใช้โอกาสนี้ฝึกให้กับข้า และใช้โอกาสนี้ลบกลุ่มอำนาจบางกลุ่มที่คิดชั่ว ยกตัวอย่างคนที่บุกรุกเข้าไปในแผ่นดินชิงซึ่งถูกสังหารอย่างป่าเถื่อน คนพวกนี้มีความโหดเหี้ยม ไล่เชือดผู้คนเป็นผักปลา……พวกเจ้าคิดว่าสำนักผู้ตรวจการเขตแดนของข้าจะนิ่งดูดายได้เชียวหรือ? ไม่มีทาง!”

ว่าแล้วจึงชี้นิ้วจิ้มไปที่หน้าอกของตนเอง “ความจริงพวกเราให้ความสนใจกับเรื่องนี้มาโดยตลอด มิเช่นนั้นพวกเจ้าคิดว่าข้าอยู่ว่างๆ จึงต้องคอยพิทักษ์รักษาแผ่นดินชิงหรือยังไง? เปล่าเลย นี่คือภาระกิจของข้า ถ้าข้าสามารถปกป้องดูแลแผ่นดินชิงได้ หมายความว่าข้าสามารถทำภาระกิจได้สำเร็จครบถ้วน ซึ่งจะได้ชื่อว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมอย่างแท้จริง ต่อไปเมื่ออาจารย์พ้นจากหน้าที่ สำนักผู้ตรวจการเขตแดนจะแต่งตั้งข้าขึ้นดำรงตำแหน่งแทน”

สิงห์ผยองพูดเสียงห้าวต่ำ “ในเมื่อนี่เป็นการฝึกของเจ้า เหตุใดจึงชักชวนให้พวกเรามาร่วมมือด้วย?”

ชายหนุ่มตอบยิ้มๆ “ถึงแม้ว่าจะเป็นการฝึก หากมิได้หมายความว่าข้าจะไม่สามารถหาสมัครพรรคพวกได้ เวลานี้ข้าจึงได้ชักชวนพวกเจ้าให้มาร่วมมือกันปกป้องแผ่นดินชิง แน่ละพวกเจ้าไม่ทำอะไรโดยไม่ได้ค่าตอบแทน ถ้าพวกเราร่วมมือกัน เราจะได้ช่วยกันกำจัดจอมยุทธ์และกองกำลังทั้งหลายออกไปจากแผ่นดินชิง และจะนำมาซึ่งทรัพย์สมบัติมหาศาล! อีกอย่างต่อไปเมื่อกลับไปยังสำนักผู้ตรวจการเขตแดนแล้ว ข้าอาจมีค่าตอบแทนมอบให้ไม่น้อยทีเดียว การมีเส้นสายภายในสำนักผู้ตรวจการเขตแดนสักคน พวกเจ้าก็น่าจะรู้ว่าจะทำให้เกิดผลประโยชน์มหาศาลต่อดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งข้าไม่ได้กล่าวเกินจริงเลยแม้แต่น้อย!”

สิงห์ผยองจ้องหน้าคนพูดแน่วนิ่ง ก่อนจะหันหน้ากลับไปมองราชันย์และสตรีคลุมหน้า ฝ่ายสตรีคลุมหน้ายังไม่พูดอะไร ส่วนราชันย์มีสีหน้าลังเลเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกมาว่า “ขอโทษที แต่ข้าไม่อยากเชื่อที่เจ้าพูดอยู่ดี!”

เยี่ยฉวนเหยียดมุมปากยกยิ้ม “ข้าเข้าใจและไม่จะบังคับให้พวกเจ้าเชื่อ เอาเถอะพวกพี่น้องของข้ากำลังมาแผ่นดินชิงกันแล้ว และอีกไม่นานก็จะมาถึงสถานศึกษาของข้า คนเหล่านี้มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์……ถ้าหากพวกเจ้าพลาดโอกาสครั้งนี้ บอกได้เลยว่าหายนะมาเยือนแน่”

จากนั้นชายหนุ่มหันไปคารวะด้วยการกระแทกกำปั้น “ลาก่อนพบกันใหม่โอกาสหน้า”

ว่าแล้วก็หมุนตัวหันกลับและจากไปอย่างไม่ลังเล

คนที่อยู่ด้านหลัง ทั้งสิงห์ผยองและราชันย์ท่าทางลังเล ลุกลี้ลุกลนกระวนกระวาย ต่างเห็นด้วยว่าครั้งนี้เป็นโอกาสสำหรับพวกเขา ถ้ายอมร่วมมือกับเยี่ยฉวน ไม่เพียงจะร่ำรวยจากทรัพย์สินเงินทอง ทว่าจะได้สานสัมพันธ์กับสำนักผู้ตรวจการเขตแดนด้วย และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือเยี่ยฉวนจะได้รับตำแหน่งเป็นผู้ทรงเกียรติแห่งสำนักผู้ตรวจการเขตแดน คนต่อไปด้วยนี่สิ ทำให้พวกเขา……

ความเป็นยอดฝีมือของเยี่ยฉวนและการแสดงออกถึงพลังที่น่าเกรงขาม ย่อมมีความเป็นไปได้สูงที่ในอนาคตเยี่ยฉวนจะกลายเป็นผู้ทรงเกียรติของสำนักผู้ตรวจการเขตแดน ตามที่กล่าวอ้าง แต่ถึงแม้จะไม่ได้รั้งตำแหน่งผู้ทรงเกียรติ เขาก็น่าจะเป็นบุคคลสำคัญสักตำแหน่ง ถึงตอนนั้นพวกเขาจะได้ประโยชน์อย่างยิ่งใหญ่มหาศาล!

ขณะนั้นเองเยี่ยฉวนซึ่งเดินออกไปไกลโขพลันชะงักฝีเท้าหยุดกึก เขาหันมาชูแผ่นป้ายซึ่งถือไว้ในมือ เบื้องหน้าแผ่นป้ายปรากฏจารึกตัวอักษรคำว่า ‘สำนักผู้ตรวจการเขตแดน’ ส่วนด้านหลังมีตัวอักษรคำว่า ‘ฉวน’

ชายหนุ่มยกแผ่นป้ายในมือขึ้นจากนั้นจึงพูดว่า “นี่พวกเจ้าสามคน ข้าอยากให้พวกเจ้าเก็บเรื่องที่ข้าคือผู้ทรงเกียรติคนต่อไปไว้เป็นความลับ มิเช่นนั้นถ้าสำนักผู้ตรวจการเขตแดนกระทำโหดเหี้ยมอะไรลงไป จะหาว่าข้าไม่เตือนไม่ได้นะจะบอกให้”

พูดจบก็หันหลังกลับทันที

“ช้าก่อน พี่เยี่ย!”

ทันใดนั้นเสียงสิงห์ผยองเรียกดังขึ้นจากด้านหลังของเยี่ยฉวน……

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!