บทที่ 659 ผู้มีพรสวรรค์เป็นเลิศทั้งสี่! (ต้น)
รอบด้านนั้นเงียบงันไป
ผู้คนล้วนจับตามองไปที่เยี่ยฉวน แม้ว่าโดยปกติแล้วจะมีการประลองในสาขาภายในบ้าง พวกเขาก็มักจะยุติการต่อสู้ในเวลาที่ควรหยุด มันหาได้ยากนักที่จะต่อสู้กันถึงขั้นนี้
เบื้องหน้าเยี่ยฉวน เสี่ยวเชียนชะงักงันไป
เขาไม่คาดคิดว่าเยี่ยฉวนจะกล้าทำสิ่งนี้ เขาฝืนทนความเจ็บปวดรวดร้าวที่แขนของเขาและจ้องมองไปที่เยี่ยฉวน ในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยบางสิ่ง กระบี่ของเยี่ยฉวนก็มาถึงแสกหน้าของเขา “เพชรน้ำค้างสีม่วงสองแสนก้อนจะมอบให้ข้าหรือไม่?”
พร้อมกันนั้นเขาก็แทงกระบี่ในมือขวาเบาๆ ไปด้านหน้า กระบี่เข้าไปอีกประมาณครึ่งนิ้วได้ ทำให้บัดนั้นใบหน้าของเสี่ยวเชียนเต็มไปด้วยเลือด
เขาอาจจะตายได้!
เมื่อเห็นภาพนี้ทุกคนล้วนรับรู้ได้ว่าเรื่องนี้ดูจะซับซ้อนเล็กน้อย นี่ไม่ใช่การประมือกันธรรมดาๆ หรือการวิวาททั่วไป
เสี่ยวเชียนดูเดือดดาลขึ้นมานิดๆ “ข้าไม่ให้มันกับเจ้า หากเจ้ากล้าดี ก็สังหารข้า……”
บัดนั้นเยี่ยฉวนพลันแทงกระบี่ไปด้านหน้า เมื่อเสี่ยวเชียนตระหนักถึงสิ่งนี้ สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไป เขาไม่คาดคิดว่าเยี่ยฉวนกล้าพอที่จะสังหารตน ในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ เสี่ยวเชียนพลันหายวับไปจากตรงนั้น ยามที่เขาปรากฏกายอีกครั้ง เขาก็อยู่ห่างออกไปสิบจั้งแล้ว และข้างๆ เขาก็มีชายวัยกลางคนปรากฏกายออกมา
ยามที่ได้เห็นชายวัยกลางคนนั้น เหล่าศิษย์รอบๆ ทั้งหลายต่างตื่นตระหนก จากนั้นพวกเขาก็หันกลับและหนีหายไปในทันที
ชายวัยกลางคนมองไปที่เยี่ยฉวน “เจ้ามาใหม่หรือ?”
เยี่ยฉวนพยักหน้ารับ “ตามที่ท่านว่า!”
ชายวัยกลางคนเยื้องย่างเข้าไปหาเยี่ยฉวนช้าๆ “เจ้านั้นก้าวร้าวนัก!”
เยี่ยฉวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงกล่าวออกมา “ท่านผู้อาวุโส ท่านไม่คิดจะถามถึงเหตุผลจากข้าก่อนหรือ?”
ชายวัยกลางคนจ้องมองเยี่ยฉวนไม่วางตา “ข้าเพียงเห็นว่าเจ้าทำร้ายเขาและต้องการจะสังหารเขา แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว!”
เยี่ยฉวนยิ้มแล้วกล่าว “เช่นนั้นคงไม่เหตุจำเป็นที่จะต้องกล่าวอันใดอีก”
จากนั้นกระบี่ก็ปรากฏออกมาเงียบๆ ระหว่างหว่างคิ้วของเสี่ยวเชียน ทว่าก่อนที่มันจะได้สัมผัสกับกายเนื้อของเสี่ยวเชียน มันก็ถูกจับไว้ด้วยนิ้วมือสองนิ้ว
นิ้วมือทั้งสองนั้นเป็นของชายวัยกลางคนผู้นั้นอย่างแน่นอน!
ขณะจ้องมองไปที่กระบี่เบื้องหน้าเขา หัวของเสี่ยวเชียนพลันว่างเปล่า เยี่ยฉวนบ้าคลั่งไปแล้วหรือ?
ท่าทางของชายวัยกลางคนดูเย็นเยือกลง เขาไม่คาดว่าเยี่ยฉวนกล้าดีพอที่จะจู่โจมต่อหน้าต่อตาเขา
ชายวัยกลางคนมองไปที่เยี่ยฉวน ในเวลาต่อมาเขาส่งแรงผลักเบาๆ ผ่านมือขวาของตน ผ่าตัดอากาศไปทางเยี่ยฉวน ท่วงท่านั้นดูนุ่มนวลยิ่ง ทว่าด้วยแรงผลักเบาๆ นี้ กลับทำให้สุญญากาศเบื้องหน้าเยี่ยฉวนพุ่งเข้าหาอีกฝ่ายราวกับคลื่น
ตรงข้ามกับชายวัยกลางคนนั้น เยี่ยฉวนประหลาดใจเช่นกัน ชายผู้นี้ไม่ใช่ขั้นทลายสุญตาทั่วไป!
เขาไม่กล้าพอจะสบประมาทอีกฝ่าย ชายหนุ่มก้าวไปด้านหน้า ชั่วขณะหนึ่ง พลังแห่งปฐพีอันล้นเหลือก็หลั่งไหลมารวมกันในทั่วทั้งร่างของเขา ในเวลาเดียวกัน กระบี่ก็ควบแน่นอยู่ในมือทั้งสองก่อนที่จะฟาดฟันกระบี่ลงไป!
หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา!
ฟึบ!
ขณะที่ฟาดกระบี่ลงไปนั้น สุญญากาศเบื้องหน้าเยี่ยฉวนพลันสั่นสะท้านจนปริแตก ทว่าเขาไม่อาจลงกระบี่ได้สุดกำลัง เหตุเพราะเบื้องหน้านั้นพลังที่กักเก็บอยู่ในสุญญากาศแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
บัดนี้เยี่ยฉวนคำรามออกมาด้วยความเดือดดาลและผลักดันพลังทั้งหมดเพื่อกดกระบี่ลงไป
ยามเมื่อเสียง ‘ฉ่า’ ดังขึ้น เขาฟาดฟันกระบี่ลงไปอย่างเต็มกำลังและพลังอำนาจเบื้องหน้านั้นพลันถูกทำลายไป
เมื่อเห็นภาพนี้ ชายวัยกลางคนที่อยู่ไม่ห่างหรี่ตาลงน้อยๆ “เซียนกระบี่หรือ!”
ขณะที่ถือกระบี่อยู่ เยี่ยฉวนเดินเข้าหาชายวัยกลางคน ใบหน้าของเขาดูดุดัน ใต้เท้าของเขานั้นพลังแห่งปฐพีอันล้นเหลือหลอมรวมเข้าหากายเขาอย่างไม่หยุดหย่อน
เมื่อเห็นว่าเยี่ยฉวนกำลังจะเริ่มการโจมตีต่อ ชายวัยกลางคนก็หัวเราะเบาๆ “น่าสนใจ!”
หลังจากนั้นเขาก็ยื่นมือขวาออกไปและหันฝ่ามือออก พลังอันแข็งแกร่งก่อตัวขึ้นในฝ่ามือนั้นช้าๆ
เวลานี้เยี่ยฉวนได้ปรากฏตัวต่อหน้าชายวัยกลางคน จากนั้นชายวัยกลางคนก็ส่งแรงผลักออกไปอย่างเร่งรีบ ในฝ่ามือของเขานั้นมีอำนาจอันทรงพลังพุ่งปะทุออกมาราวกับภูเขาไฟระเบิด ด้วยพลังที่ปรากฏขึ้นนี้ทำให้สุญญากาศรอบๆ ตัวเขาและเยี่ยฉวนบิดเบือนไป
ทันทีที่เยี่ยฉวนฟาดกระบี่ลงไป เขาก็ถูกสะบัดออกจนกระเด็นออกไปในทันที เมื่อหยุดลงในระยะทางสิบจั้งห่างออกไปได้ พื้นใต้เท้าพลันปลิดแตกออก ขณะที่เยี่ยฉวนกำลังจะตกลงสู่ผืนดิน
เวลานี้ชายวัยกลางคนกระทืบเท้าขวาเบาๆ ชั่วครู่นั้นพื้นที่โดยรอบเยี่ยฉวนพลันแตกร้าว จากนั้นกระแสอากาศสีดำทมิฬจำนวนมากก็พุ่งเข้าหาเยี่ยฉวนและพยายามกลืนกินเขา
พลังแห่งสสารมืด!
เยี่ยฉวนตื่นตะลึง เขารีบกระตุ้นกฎเต๋าแห่งสุญญากาศ เมื่อมันถูกกระตุ้น สุญญากาศรอบๆ ตัวที่เคยปริแตกไปก็กลับคืนมาเป็นปกติเช่นเดิมในทันที!
ด้วยสิ่งนี้ทำให้ดวงตาของชายวัยกลางคนที่อยู่ไม่ห่างพลันเต็มไปด้วยความประหลาดใจในชั่วพริบตา “เจ้าสามารถฟื้นฟูสุญญากาศ… ด้วยวิถีทางที่ง่ายดายเช่นนี้……”
ระหว่างที่พูดไปตาก็ปราดมองเยี่ยฉวนหัวจรดเท้า “เจ้ามีบางสิ่งบางอย่างที่แข็งแกร่งยิ่ง!”
ไป๋หลิงและเสี่ยวเชียนที่อยู่อีกด้านหนึ่งก็ประหลาดใจเช่นกัน พวกเขาไม่คาดคิดว่าเยี่ยฉวนจะต่อสู้กับชายวัยกลางคนผู้นี้
เหตุเพราะชายวัยกลางคนนั้นเป็นผู้ฝึกสอบวรยุทธ์ของศิษย์แห่งสาขาภายใน
ทั่วทั้งสาขาภายในนั้นเขาเป็นหนึ่งในคนที่ทุกคนยำเกรงเป็นแน่แท้ ทว่าเยี่ยฉวนสามารถประมือกับเขาได้หลายต่อหลายครั้ง และเขาดูท่าทางจะเป็นรองกว่าชายผู้นั้นเพียงเล็กน้อย!
เยี่ยฉวนชี้ไปที่พื้นด้วยกระบี่และอยู่อย่างเงียบงันเช่นนั้น
เขาตระหนักว่าชายวัยกลางคนผู้นี้หาได้โจมตีเขาอย่างเต็มกำลัง และพลังของอีกฝ่ายนั้นยากที่จะหยั่งถึงนัก หากไม่มีกฎเต๋าแห่งสุญญากาศ เขาอาจจะตายไปเพราะการโจมตีที่ชายผู้นั้นปล่อยออกมาก่อนหน้านี้
แข็งแกร่งยิ่งนัก!
เขาไม่สามารถเอาชนะชายตรงหน้าได้ในตอนนี้!
คิดได้เช่นนั้นเยี่ยฉวนก็เก็บกระบี่ไปและหันหนีไปอีกทาง
เมื่อเห็นอีกฝ่ายหนีไป ชายวัยกลางคนก็ชะงักงันทันที เจ้าหนุ่มนั่นหนีไปหรือ?
เขาจ้องมองเยี่ยฉวนผู้ที่หายลับสายตาไป ชายวัยกลางคนส่ายศีรษะ เขาไม่ได้ไล่ตามไป เพียงหันกลับไปและจ้องมองเสี่ยวเชียน เสี่ยวเชียนเร่งรีบทำความเคารพ “เป็นเกียรติที่ได้พบท่าน ท่านอาจารย์หยวน!”
ชายวัยกลางคนเอ่ยเสียงทุ้ม “ชายผู้นี้ไม่ธรรมดา เขามีทักษะสังหารรวบยอดที่แข็งแกร่ง หากเจ้าได้พานพบเขาในภายภาคหน้า พยายามอย่าได้ประมือกับเขาซึ่งๆ หน้า”
พูดจบ คนก็หันกลับและจากไป



