บทที่ 668 กลุ่มขั้นเทพ!
รอบด้านนั้นเงียบงัน
หลายคนนั้นไม่คาดคิดว่าหนานซานจะบรรลุขั้นพลังจุดกำเนิดจริงๆ
เหตุเพราะในสถานศึกษาเต๋าอี้นั้น ผู้ฝึกสอนบางคนอยู่เพียงขั้นพลังจุดกำเนิด! และผู้ฝึกสอนในสาขาภายนอกก็อยู่เพียงขั้นทลายสุญตา!
หนานซานได้เปิดเผยไพ่ตายของตน แล้วเยี่ยฉวนเล่า?
บนแท่นชี้ชะตา เยี่ยฉวนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “เจ้าเปิดเผยไพ่ตายของเจ้าเร็วนัก เจ้าไม่ใคร่จะเสียเวลาเช่นนั้นหรือ?”
หนานซานกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ตามที่เจ้าว่า ข้าไม่อยากเสียเวลา! เยี่ยฉวน หลังจากที่ข้าสังหารเจ้า ข้าจะกลับไปที่โลกชิงฉางเพื่อก่อตั้งสำนักผู้ตรวจการเขตแดน เมื่อถึงเวลานั้น ข้าจะทำลายสำนักชางเจี้ยนของเจ้าให้พินาศ เคราะห์ร้ายเจ้าคงไม่ได้เห็นสิ่งนี้”
หลังจากนั้นคนก็ยกมือขวาขึ้นและกำมือแน่นเป็นหมัด
เปรี๊ยะ!
สุญญากาศบริเวณที่กำหมัดแน่นนั้นแตกละเอียดป่นปี้ไปในทันที!
ท่าทางของหนานซานดูเหี้ยมโหดขึ้น เขาพุ่งตัวไปด้านหน้าและมุ่งไปหาเยี่ยฉวนในทันใด พลันต่อมาก็ส่งหมัดไปทางเยี่ยฉวน!
หลังจากที่เขาปล่อยหมัดออกไป แท่นชี้ชะตาที่อยู่เบื้องใต้เท้านั้นพลันแตกเป็นเสี่ยงๆ ในเวลาเดียวกันนั้นสุญญากาศรอบๆ เยี่ยฉวนนั้นแตกกราวไปในทันที พลังสสารมืดแทรกซึมออกมาจากรอยแตกรอบตัวเยี่ยฉวน จากนั้นมันก็พุ่งเข้าหาและกลืนกินเขา!
พลังของหมัดนี่ช่างน่าพรั่นพรึง!
เบื้องหน้าหนานซาน เยี่ยฉวนกางมือขวาออกและสุญญากาศรอบตัวเขาพลันสั่นเทิ้มน้อยๆ จากนั้นกระบี่สุญญากาศก็กลั่นตัวขึ้นในบัดดล!
ในเวลาเดียวกันนั้น สุญญากาศที่แตกร้าวรอบตัวเยี่ยฉวนก็ฟื้นฟูในทันใด
ด้วยภาพเหตุการณ์นี้ที่เข้าสู่สายตา หัวหน้าผู้อาวุโสและคนอื่นๆ ที่อยู่ไม่ไกลนักพลันเปลี่ยนท่าทีไป!
“นั่นคืออะไรกัน?”
อาจารย์หยวนจับจ้องไปที่เยี่ยฉวน “เหตุใดเขาจึงฟื้นฟูสุญญากาศได้? เป็นไปไม่ได้!”
หัวหน้าผู้อาวุโสก็จ้องมองไปที่เยี่ยฉวน ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ได้ว่าเขาคิดถึงสิ่งใดอยู่
หลังจากที่กระบี่สุญญากาศกลั่นตัว ปณิธานกระบี่ทั้งสองรูปแบบพลันไหลทะลักเข้าสู่กระบี่สุญญากาศ ไม่รอช้าเยี่ยฉวนก็แทงไปด้านหน้า!
หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา!
หลังจากที่เขาเสือกแทงออกไปนั้นเอง……
ตู้ม!
ท่ามกลางการจับจ้องของทุกคน เศษชิ้นส่วนของแท่นชี้ชะตา ใต้เท้าของเยี่ยฉวนและหนานซานนั้นแตกละเอียดกลายเป็นผุยผงไปในฉับพลัน ในเวลาเดียวกันทั้งสองก็ล่าถอยไปไกลเป็นทางยาว
ขณะที่เยี่ยฉวนกำลังร่นถอยไปนั้น กระบี่บินทั้งห้าพลันบินออกมาจากหีบกระบี่ตรงหลังของเขา พวกมันพุ่งไปหาหนานซานอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าฟาด
เมื่อเห็นกระบี่เหล่านั้น รูม่านตาของหนานซานก็หดลงเล็กน้อย พลันฟาดมือทั้งสองไปด้านหลัง อำนาจอันทรงพลังทำให้ร่างของเขาหยุดไปโดยทันที จากนั้นหนานซานก็ประสานมือเข้าด้วยกัน กระทืบเท้าขวาลง และยื่นมือออกไป “ควบคุม!”
หลังจากนั้นโล่กลมสีดำพลันกลั่นตัวเบื้องหน้าคน
เปรี้ยง! เปรี้ยง!…
กระบี่ของเยี่ยฉวนถูกยับยั้งโดยโล่ทรงกลมนั่นโดยทันที ทว่าในเวลาต่อมาอยู่ๆ เยี่ยฉวนก็ปรากฏกายเบื้องหน้าหนานซาน จากนั้นกระบี่ก็ฟาดฟันตรงไปที่อีกฝ่าย
ตู้ม!
โล่ทรงกลมนั้นถูกทำลายไปในพริบตา หนานซานล่าถอยไปอย่างรุนแรง ก่อนที่เขาจะล่าถอยไปมากกว่านี้ กระบี่หลายเล่มพลันส่องแสงในพื้นที่โดยรอบตัวเขา!
เพลงกระบี่อสนีบาต!
เมื่อเห็นภาพนี้ สีหน้าของหนานซานก็เปลี่ยนไปอย่างมาก ณ เวลานั้นเขาไม่ถือดีพอที่จะเก็บซ่อนความแข็งแกร่งของเขาไว้อีกต่อไป เขาตบเข้าที่บั้นเอวตัวเองด้วยสองมือ “ทำลายอาณาเขต!”
ตู้ม!
สุญญากาศโดยรอบไม่กี่จั้งออกไปนั้นแตกสลายในพริบตา รวมถึงกระบี่ของเยี่ยฉวนด้วย!
ไม่ช้าสุญญากาศก็กลับมาเป็นปกติ บัดนั้นหนานซานใบหน้าซีดเผือดไปจนไร้ซึ่งเลือดฝาด
ทว่าเยี่ยฉวนกลับปรากฏกายเบื้องหน้าเขาอีกครั้ง เพียงเท่านั้น ชายชราก็ปรากฏกายบดบังเบื้องหน้าหนานซาน!
หัวหน้าผู้อาวุโส!
เยี่ยฉวนหยุดลงแล้วแย้มยิ้ม “ท่านหมายความว่าอย่างไรท่านหัวหน้าผู้อาวุโส?”
หัวหน้าผู้อาวุโสกล่าวเสียงเบา “เจ้าชนะ”
เยี่ยฉวนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ชายผู้นี้กล่าวว่าจะมีเพียงหนึ่งในพวกเราที่จะอยู่ต่อ!”
หัวหน้าผู้อาวุโสจ้องมองไปที่เยี่ยฉวนแล้วเอ่ย “โปรดเห็นแก่ข้า ไว้ชีวิตเขาได้หรือไม่?”
เยี่ยฉวนครุ่นคิดครู่หนึ่งและกล่าวขึ้นหลังจากนั้น “เขาจะมาชำระแค้นกับข้าในภายหลัง”
หัวหน้าผู้อาวุโสตอบ “เขาจะไม่ทำเช่นนั้น! หากเขากล้าดีพอที่จะหมายหัวเจ้า ข้าจะสังหารเขาเป็นแน่!”
จากนั้นคนก็ทำเพียงจ้องมองเยี่ยฉวนเพื่อรอคำตอบ
คนหนุ่มพลันยิ้มและเอ่ย “ข้าจะเห็นแก่ท่าน ทว่าข้าจำต้องขอแหวนสัมภาระของเขาไป”
หัวหน้าผู้อาวุโสหันไปมองหนานซาน หนานซานเงียบงันไปชั่วขณะ จากนั้นเจ้าตัวก็งอนิ้วและชี้ออกไป แหวนสัมภาระสองวงที่เขาถือครองพลันลอยไปที่เยี่ยฉวน
เยี่ยฉวนขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเขาเห็นสิ่งนี้ ชายผู้นี้ดูจะเข้าใจสถานการณ์ดี! และอีกฝ่ายหาได้ต่อต้านแต่อย่างใด!
โดยที่ไม่ต้องคิดให้มากความ เขาชำเลืองมองแหวนสัมภาระสองวงนั่นที่มีเพชรน้ำค้างสีม่วงสามแสนก้อน นอกจากนี้ยังมีสุดยอดสมบัติขั้นสวรรค์เก้าชิ้นและของจิปาถะอีกมากมาย
เยี่ยฉวนเก็บแหวนสัมภาระเหล่านั้น จ้องมองไปที่หัวหน้าผู้อาวุโส และจากนั้นจึงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “หัวหน้าผู้อาวุโส เช่นนั้นข้าขอลา!”
หัวหน้าผู้อาวุโสลังเลใจ จากนั้นก็เบี่ยงนิ้วและชี้ออกไป แหวนสัมภาระก็ตกลงเบื้องหน้าเยี่ยฉวน
เยี่ยฉวนจ้องมองมัน มันมีกระบี่สองเล่มอยู่ในแหวนสัมภาระนั่น ทั้งสองเล่มนั้นเป็นขั้นสวรรค์ระดับสูง
เยี่ยฉวนชะงักงันไป
หัวหน้าผู้อาวุโสกล่าว “ข้าไม่ใช้กระบี่ กระบี่เหล่านี้คงจะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าบ้าง!”
เยี่ยฉวนรู้ถึงเหตุผลว่าเหตุใดหัวหน้าผู้อาวุโสถึงทำเช่นนี้ นั่นคือเพราะเขาปล่อยหนานซานไป เยี่ยฉวนไม่ได้ปฏิเสธ เก็บกระบี่เหล่านั้นไปและกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ขอบคุณยิ่งนักท่านหัวหน้าผู้อาวุโส!”
พร้อมกันนั้นเขาก็กลับหลังและจากไป
ไม่ไกลนักเสี่ยวเก้อและหลี่เชวียนก็เร่งรุดเข้ามาหา
เยี่ยฉวนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ไปเฉลิมฉลองกันเถิด!”
เสี่ยวเก้อและคนอื่นๆ ต่างหัวเราะ ไม่ช้าพวกเขาก็หายไปลับไปในระยะที่ห่างออกไป
ทว่าท่าทางของไป่หลิงและคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านหลังหนานซานนั้นดูไม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นนัก ไม่ยอมรับอย่างถึงที่สุด!
หัวหน้าผู้อาวุโสหันไปมองหนานซานที่นิ่งเงียบอยู่ด้านหลังเขา “เจ้าจะไม่ยอมจำนนหรือ?”
หนานซานหาได้เอ่ยอันใด
หัวหน้าผู้อาวุโสเอ่ยเสียงเบา “เจ้าได้บรรลุขั้นพลังจุดกำเนิด ทว่าเจ้าไม่แม้แต่จะเข้าใจถึงพลังจุดกำเนิด กระบวนท่าที่มีกำลังทำลายล้างมากที่สุดที่เจ้าสำแดงออกมาเพื่อปกป้องตนเองก่อนหน้านี้คือทำลายอาณาเขต แต่เจ้าไม่คาดคิดว่าพลังของเจ้าถูกบงการให้ใช้ไพ่ตายเพื่อป้องกันตนเอง”
หนานซานกล่าวอย่างแผ่วเบา “ตามที่ท่านว่า ข้าไม่ใคร่จะยอมรับได้นัก!”
หัวหน้าผู้อาวุโสส่ายศีรษะ “เจ้าอาจยอมรับได้หากเจ้าคิดทบทวนเกี่ยวกับเขาด้วยมุมมองอื่น! วิชากระบี่ของเขาไม่ด้อยไปกว่าทำลายอาณาเขต และกระบี่ของเขานั้นพิสดารยิ่งนัก ในกระบวนท่าสุดท้ายที่เขาใช้เพื่อเอาชนะเจ้า เขาผสานกระบี่กับสุญญากาศอย่างค่อยเป็นค่อยไป และจากนั้นก็ใช้พลังแห่งสุญญากาศกระตุ้นกระบี่เหล่านั้น… เป็นการกล่าวได้ว่าเขาสามารถใช้พลังแห่งสุญญากาศได้เหนือกว่าผู้ที่อยู่ในขั้นทลายสุญตา”
หลังจากนั้นเขาก็หันไปมองหนานซาน “นอกจากนี้เขาไม่ได้ใช้ไพ่ตายเลย ใช่หรือไม่?”
ได้ยินเช่นนี้สีหน้าของหนานซานก็แปรเปลี่ยนไปน้อยๆ
เยี่ยฉวนใช้กำลังสุดความสามารถแล้วหรือไม่?
เขาถามตนเอง อาจจะไม่!
หัวหน้าผู้อาวุโสกล่าว “หนานซาน เจ้าไม่ควรไปยุ่มย่ามกับเขาสักสามปี หากเจ้าทำเช่นนี้อีก ข้าจะสังหารเจ้าเสีย ในสามปีต่อจากนี้อาจมีสองสิ่งเกิดขึ้น ไม่ว่าเจ้าจะไม่เข้าไปยุ่มย่ามกับเขาหรือกล้าดีพอจะไปยุ่มย่ามกับเขา ก่อนหน้านั้นเจ้าไม่ควรไปพบเขาโดยไม่ได้รับอนุญาต”
พูดจบก็หันกลับและจากไป
อาจารย์หยวนที่อยู่อีกด้านหนึ่งก็เข้ามาหา เขาทอดถอนใจด้วยเสียงต่ำ “หากเจ้าชำนาญในพลังจุดกำเนิด เจ้าอาจเอาชนะเขาได้ ทว่าก่อนจะเป็นเช่นนั้น เจ้ายังคงไม่สามารถทำได้ แม้แต่ข้ายังจำต้องระแวดระวังในวิชากระบี่ของคนผู้นี้ หากเจ้าไปประมือกับเขาโดยพลการ เจ้าคงสิ้นชีวิตเป็นแน่!”
จากนั้นเขาก็หันหลังกลับออกไป
หลังจากที่เงียบงันไปครู่หนึ่ง หนานซานก็จากไปบ้าง
ภายในเรือน เยี่ยฉวน หลี่เชวียน และเก้อชิ่วนั่งอยู่รอบโต๊ะ
ระหว่างมื้ออาหารนั้น เสี่ยวเก้อทอดถอนหายใจเสียงต่ำ “มันไม่ยุติธรรมเลยที่อยู่ๆ หัวหน้าผู้อาวุโสเข้ามาแทรกแซง!”
เยี่ยฉวนยิ้ม ไม่ได้กล่าวสิ่งใด
เสี่ยวเก้อจ้องมองไปที่เยี่ยฉวน “ศิษย์พี่เยี่ย ท่านไม่โกรธเคืองหรือ?”
เยี่ยฉวนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “เพื่ออะไรรึ?”
เสี่ยวเก้อกล่าวเสียงทุ้ม “มันจะนำมาซึ่งเรื่องวุ่นวายที่ไม่รู้จบสิ้นสู่ท่าน!”
เยี่ยฉวนกล่าวยิ้มๆ “ข้าสามารถเอาชนะเขาได้ครั้งหนึ่ง เช่นนั้นข้าก็เอาชนะเขาได้อีกครั้ง!”
แท้จริงแล้วเขาก็ต้องการจะสังหารหนานซานเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายภาคหน้า กระนั้นชายหนุ่มก็รู้ได้ว่าหากตนทำลงไป เขาคงทำให้หัวหน้าผู้อาวุโสขายหน้าต่อหน้าทุกคน และหากเขาเมินเฉยต่อความรู้สึกของหัวหน้าผู้อาวุโสและสังหารหนานซานอย่างดื้อดึง หัวหน้าผู้อาวุโสคงจะพยายามหยุดยั้งเขาเป็นแน่ ในเวลานั้นสถานการณ์ของเขาคงยิ่งย่ำแย่!
ในทางกลับกันหากเขาปล่อยหนานซานไป เขาคงได้รับผลประโยชน์อีกมากมาย
สำหรับความวุ่นวายในภายภาคหน้านั้น ดังที่เขากล่าวไป หากเขาแข็งแกร่งเพียงพอที่จะสังหารหนานซานได้ครั้งหนึ่ง เขาก็สามารถสังหารหนานซานได้อีกเป็นร้อยครั้งพันครั้ง!
ราวกับคำนึงถึงบางสิ่งได้ เยี่ยฉวนพลันผุดลุกขึ้น “ไปหอคอยเพลิงอินทนิลกัน!”
“หอคอยเพลิงอินทนิลหรือ?” เสี่ยวเก้อและคนอื่นๆ ต่างจ้องมองไปที่เยี่ยฉวน “ท่านจะไปทำอะไรหรือ? ไปเพื่อบ่มเพาะพลังหรือ?”
เยี่ยฉวนยกมุมปากน้อยๆ “ไปยึดอาณาเขตของหนานซาน ต่อแต่นี้ไปอาณาเขตของหนานซานเป็นของพวกเรา”
เมื่อได้ยินเช่นนี้พวกเขาก็ตื่นตะลึง จากนั้นจึงมีท่าทางปลาบปลื้มอย่างเหลือล้น
เหตุเพราะหนานซานได้ครอบครองพื้นที่ดีๆ ในชั้นสาม ทว่าตอนนี้พวกเขาได้อาณาเขตของหนานซานมาแล้ว พวกเขาสามารถบำเพ็ญเพียรได้ดียิ่งขึ้นในภายภาคหน้า
ไม่ช้าไม่นานเยี่ยฉวนก็พากลุ่มตนเองไปที่หอคอยเพลิงอินทนิล หลังจากที่เข้าไป เยี่ยฉวนพลันรับรู้ถึงพลังจิตวิญญาณอันท่วมท้นซึ่งมันช่างร้อนแรงและกล้าแกร่งพอสมควร!
เยี่ยฉวนนำทางเสี่ยวเก้อและคนอื่นๆ เข้าไปในอาณาเขตของหนานซาน บัดนั้นหนานซานไม่ได้ดำรงอยู่ในสถานที่แห่งนี้อีกต่อไป ยามที่ไป๋หลิงและคนอื่นๆ เห็นเยี่ยฉวนและพรรคพวก ใบหน้าของพวกเขาพลันถอดสีไป
เยี่ยฉวนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ทุกท่าน ตอนนี้ที่แห่งนี้เป็นของข้าแล้ว!”
ไป๋หลิงและคนอื่นๆ ท่าทางไม่พอใจ ทว่าไม่มีผู้ใดกล้าดีพอจะต่อต้าน ไม่ช้าไม่นานพวกเขาก็จากไป
ณ เวลานี้เองเสี่ยวเก้อเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “หากข้าสามารถบำเพ็ญเพียรที่นี่ได้ทุกเมื่อเชื่อวัน อย่างมากคงสักสามปี ข้าก็สามารถบรรลุขั้นพลังจุดกำเนิดได้”
มั่นใจยิ่งนัก!
คำพูดของเสี่ยวเก้อเต็มไปด้วยความมั่นใจ
เยี่ยฉวนจ้องมองไปที่ผู้คนรอบๆ ตัว พวกเขาล้วนเป็นอัจฉริยะและคงจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในภายภาคหน้า!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เยี่ยฉวนพลันเกิดความคิดขึ้นมา เขาหันไปหาเสี่ยวเก้อและกล่าว “ศิษย์น้องเสี่ยว มีศิษย์ในสาขาภายในอีกเท่าไรที่เจ้ารู้จักหรือ?”
เสี่ยวเก้อมองไปที่เยี่ยฉวน “ท่านต้องการรวมตัวพวกเขาหรือ?”
เยี่ยฉวนผงกศีรษะ “มันเป็นไปได้หรือไม่?”
เสี่ยวเก้อครุ่นคิดและพยักหน้า “แน่นอน! เหตุเพราะนานๆ ครั้ง สถานศึกษาจะมอบหมายภารกิจให้พวกเรา และในเวลานั้นหากมีผู้คนติดตามเรามากขึ้นก็จะเป็นประโยชน์เป็นอย่างมาก ยิ่งไปกว่านี้ในสาขาภายในน่ะ พวกเราจะไม่ถูกกดขี่หากเรามีผู้ติดตามมากขึ้น!”
เยี่ยฉวนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “พื้นที่นี้สามารถจัดที่ให้ผู้คนมากมายมาอยู่ได้ ช่วยติดต่อพวกเขาให้ข้า ลองดูว่ามีใครเต็มใจที่จะเข้าร่วมกับพวกเราบ้าง! แน่นอนว่าผู้ที่มีศีลธรรมจรรยาที่เลวทรามจะไม่ได้รับการยอมรับ!”
เสี่ยวเก้อกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ย่อมได้!”
ตอบเสร็จก็ดูเหมือนจะนึกถึงบางสิ่งได้จึงถามออกไป “ในเมื่อท่านต้องการจะผนึกกำลังคนเข้าด้วยกัน เช่นนั้นก็แต่งตั้งนามสำหรับกลุ่มของพวกเราเถิด!”
เยี่ยฉวนครุ่นคิดแล้วตอบไป “กลุ่มขั้นเทพ! ใต้หล้านี้พวกเราเป็นเพียงหนึ่งเดียวที่เยี่ยมยอดที่สุด!”
……



