บทที่ 681 ข้าจะไม่พูดซ้ำ!
ยามนี้ชายชราเบิกตากว้างมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าบ่งบอกความไม่อยากจะเชื่อต่อสิ่งที่เห็น และในขณะต่อมาเขาก้าวเท้าขยับเข้าใกล้กระบี่
พลันนั้นเองเยี่ยฉวนก็ฉวยกระบี่เก็บเสีย
พลันบรรยากาศรอบๆ กลับคืนสู่สภาวะปกติที่เงียบสงัด
ชายชราเดินออกไปหยุดอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่ม ขณะเพ่งสายตามองคนตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณาหากมิได้เอ่ยคำ
เยี่ยฉวนอมยิ้ม “ผู้อาวุโส สังเกตจากท่าทาง ท่านคงรู้สึกแปลกใจไม่น้อยทีเดียว!”
อีกฝ่ายมองคนพูดเขม็ง “สิ่งนั้นคืออะไร?”
ชายหนุ่มตอบพลางยิ้มในหน้า “กระบี่ของข้าเอง!”
ชายชรานิ่งเงียบไปเป็นครู่ จากนั้นจึงส่ายหน้าช้าๆ “กระบี่มิใช่อาวุธที่เยี่ยมยอดที่สุด ทว่าเจ้าของกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดเป็นคนชุบชีวิตให้กระบี่ พูดง่ายๆ กระบี่ธรรมดา คนต่างหากที่พิเศษฉะนั้นกระบี่จึงกลายเป็นพิเศษหาสิ่งใดเสมอเหมือนด้วยเช่นเดียวกัน”
เมื่อพูดถึงตอนนี้พลางผู้พูดกวาดสายตามามองและพูดกับเยี่ยฉวนว่า “เจ้าเป็นเพียงเซียนกระบี่ ความสามารถยังไม่มากพอที่จะชุบชีวิตให้กระบี่”
เยี่ยฉวนนิ่งฟังพลางครุ่นคิด ชายชรานี่ไม่ธรรมดาจริง!
ขณะต่อมาชายชราพูดขึ้นว่า “ตกลง! ข้าเป็นฝ่ายแพ้พนัน! ไม่คาดคิดว่าจะมาพบกับสิ่งล้ำค่าที่นี่เช่นนี้ได้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นชายหนุ่มจึงได้ยิ้มออก “ผู้อาวุโส ท่านจะหล่อฝักกระบี่ให้ข้าได้เมื่อไร?”
ชายชรากลับนิ่งเงียบไปเสียไม่ได้ตอบคำถาม
พลันสีหน้าของคนตรงข้ามแปรเปลี่ยนเย็นเยียบ ชายชราจะเล่นไม่ซื่องั้นหรือ?
ดูเหมือนเขาจะรู้ว่าเยี่ยฉวนกำลังคิดอะไร จึงบอกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเจือเยาะเย้ย “สบายใจเถอะ ข้าไม่เบี้ยวหรอกน่า”
นั่นเองชายหนุ่มถึงค่อยยิ้มออกมาได้ “นั่นสิคนอย่างท่านจะเล่นตุกติกได้อย่างไร เอาล่ะ ข้าเชื่อท่าน!”
คนตรงหน้าตัดบทด้วยการบอกเสียงขุ่น “ตามมา!”
จากนั้นเยี่ยฉวนจึงตามชายชรากลับไปยังหอตีเหล็ก
เมื่อก้าวเข้าไปภายในหอตีเหล็ก กลิ่นอับโชยมาเข้าจมูกก่อให้เกิดความรู้สึกอึดอัดทันที!
ชายชราเดินตรงไปยังแค่ไม้ไผ่ที่วางอยู่อีกด้านหนึ่งก่อนจะทิ้งตัวลงนอนเขลงพร้อมหันไปพูดกับคนที่ตามมาว่า “นำกระบี่ของเจ้าออกมา ข้าจะได้หล่อฝักกระบี่ที่เหมาะสมให้กับเจ้า”
เยี่ยฉวนนิ่งคิดนิดหนึ่งจึงนำกระบี่ขั้นศักดิ์สิทธิ์กระบี่อันชาง
ชายชราโบกมือข้างขวาครั้งหนึ่ง พลันกระบี่อันชางทะยานไปอยู่บนฝ่ามือทันที “ขั้นศักดิ์สิทธิ์ปรุงแต่ง!”
“ขั้นศักดิ์สิทธิ์ปรุงแต่ง?”
ชายหนุ่มทวนคำสีหน้างงงัน “ท่านหมายความว่าอย่างไร?”
อีกฝ่ายขยายความด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า “หมายความว่ากระบี่ของเจ้าเป็นแค่ขยะเท่านั้นไงล่ะ เข้าใจไหม?”
เยี่ยฉวนหน้าเหลอก่อนละล่ำละลักถามไปว่า “ผู้อาวุโสท่านบอกว่ากระบี่เล่มนี้เป็นแค่ขยะงั้นหรือ?”
ชายชราแสยะมุมปากพลางพูดทำนองเยาะเย้ย “กระบี่เล่มนี้สร้างจากกรรมวิธีตีโลหะจนขึ้นรูป ทว่าโลหะที่ใช้ก็ใช่ว่าจะเป็นของดีเลิศอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะมีจิตวิญญาณกระบี่อย่างพิเศษแล้วละก็ กระบี่เล่มนี้จะไม่ถือว่าเป็นอาวุธขั้นศักดิ์สิทธิ์เลยด้วยซ้ำ”
จากนั้นคนพูดเหวี่ยงกระบี่กลับคืนมาให้เยี่ยฉวน “เล่มนี้ไม่ได้เรื่อง เอาเล่มอื่นมา!”
ชายหนุ่มยิ้มเนือยๆ “ไม่มีเล่มอื่นหรอกขอรับ!”
พูดออกไปแล้ว เขาทำท่าราวกับจะนึกอะไรได้จึงพูดปนหัวเราะว่า “ผู้อาวุโสขอรับ ท่านช่วยหล่อกระบี่ให้ข้าน่าจะเข้าท่า จะได้หล่อฝักกระบี่เสียพร้อมกันเลย จะต้องเป็นอาวุธที่สมบูรณ์แบบแน่!”
“ฝันไปเถอะ!”
ชายชรามองเยี่ยฉวนพลางว่า “ข้าจะหล่อฝักกระบี่ให้เท่านั้น”
คนฟังจึงอึ้งไปด้วยไม่รู้จะทำอย่างไร “แค่ฝักกระบี่ก็ยังดีขอรับ!”
ว่าแล้วก็ถือกระบี่ในมือยื่นออกไปตรงหน้าอีกฝ่าย “นี่เป็นกระบี่ที่ดีสุดของข้า ดังนั้นทำฝักกระบี่ให้ด้วยขอรับ!”
ชายชราตอบเสียงต่ำห้าว “แน่ใจนะ? เจ้าน่าจะรู้ว่าโอกาสมีเพียงครั้งเดียว ถ้ามีกระบี่ที่ดีกว่านี้เจ้าก็จะได้ฝักกระบี่ที่ดีเช่นกัน”
เยี่ยฉวนตอบพลางยิ้มน้อยๆ “ผู้อาวุโส ข้าเองก็ต้องการเช่นนั้นทว่าไม่มีกระบี่เล่มอื่น! เพราะฉะนั้นท่านก็ทำฝักกระบี่ตอนนี้เลยเถอะขอรับ!”
คนตรงข้ามถามกลับขณะจ้องมองเยี่ยฉวนอย่างคาดคั้น “กระบี่เล่มก่อนหน้าเล่า?”
คนถูกถามเหวี่ยงแขนลงอย่างท้อแท้ “กระบี่เล่มนั้นมีพลังแข็งแกร่งเกินไป ตอนนี้ข้ายังควบคุมมันไม่ได้เลย!”
ชายชรานิ่งงันไปชั่วอึดใจ จากนั้นจึงพูดกลับคนอีกฝ่ายว่า “ถ้าเจ้ายินดี ข้าจะขอยืมกระบี่เล่มนั้นไว้ก่อนและจะทำอีกเล่มเลียนแบบให้เอาไว้ เจ้าจะว่าอย่างไร?”
เยี่ยฉวนได้ฟังคำพูดประโยคนั้นถึงกับตกตะลึง “กระบี่เล่มเลียนแบบ? ท่านหมายความว่าอย่างไรขอรับ?”
อีกฝ่ายตอบเสียงแค่น “มันก็แค่กระบี่ปรุงแต่งซึ่งเจ้าสามารถนำไปใช้ได้เหมือนกัน ว่าไง?”
ชายหนุ่มนิ่งคิด
ชายชราตัดบทง่ายๆ ว่า “ถ้าเจ้ากังวลก็ช่างเถอะ”
เยี่ยฉวนสั่นศีรษะพลางบอกกับคนไปว่า “ไม่ได้กังวลใจอะไรหรอกขอรับ แต่ว่าผู้อาวุโส ข้าควบคุมกระบี่เล่มนั้นยังไม่ได้ ทันทีที่ชักออกมาจะเกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรงน่ะสิ”
คนตรงหน้านิ่งงัน จากนั้นจึงพูดกับเขาว่า “ข้าจะพาไปสถานที่หนึ่ง!”
พูดจบโดยไม่รอช้า พลันลุกขึ้นจากที่เดินนำออกไปด้านนอก
ชายหนุ่มรีบจ้ำตามหลังไปติดๆ
เยี่ยฉวนเดินตามชายชราลงไปถึงยังทางเข้าชั้นใต้ดิน จากนั้นทั้งคู่ได้เดินต่อไปอีกนานร่วมสองชั่วยาม!
เมื่อพวกเขาเดินไปจนพบทางออก พลันสถานที่เปิดโล่งและแจ่มกระจ่างปรากฏแก่สายตาของเยี่ยฉวน สิ่งอันเป็นซากปรักหักพังรกร้างไกลออกไปเบื้องหน้าหลายร้อยจั้ง
จากนั้นชายชราพาเขาออกไปสู่บริเวณที่เต็มไปด้วยสิ่งปรักหักพัง ครู่หนึ่งคนที่นำหน้าหยุดฝีเท้า ซึ่งตรงหน้าเขาเป็นเตาขนาดมหึมา ภายในเต็มไปด้วยหินหลอมละลายเดือดระอุ!
เยี่ยฉวนหันไปทางคนด้านข้างเป็นเชิงถาม “นี่คืออะไรขอรับ?”
ชายชราตอบเสียงแผ่ว “สิ่งนี้คือเตาเหล็กซึ่งเชื่อมกับแกนของโลก อุดมด้วยพลังงานมหาศาลของเส้นแบ่งเขตพลังงานของโลกและพลังของหินหลอมละลาย!”
ทันใดนั้นเสียงสั่งเยี่ยฉวน “ส่งกระบี่มา!”
ชายหนุ่มจึงยกมือข้างขวาโบกออกไปครั้งหนึ่ง ฉับพลันกระบี่ที่อยู่บนยอดหอคอยก็ปรากฏออกเบื้องหน้าเขาอย่างรวดเร็ว เมื่อกระบี่ปรากฏ พลันนั้นเองพื้นที่บริเวณโดยรอบเกิดการไหวยวบทันที!
เมื่อได้ประจักษ์ต่อสิ่งที่บังเกิดเหตุการณ์ สีหน้าชายชราแปรเปลี่ยนด้วยคนออกจะรู้สึกทึ่งอยู่ไม่น้อย “กระบี่เล่มนี้ทรงพลังเหนือกว่าสิ่งใดในโลกนี้… เจ้าของกระบี่จะกล้าแกร่งสักเพียงไหน?”
พลันเหลือบตามายังชายหนุ่มอีกข้าง “ความเป็นมาของเจ้าก็คงไม่ธรรมดาเช่นกันสินะ!”
เยี่ยฉวนบิดมุมปากยกยิ้ม “เปล่าเลย ไม่มีใครอยู่เบื้องหลังข้าทั้งนั้น จริงนะขอรับ!”
เสียงเยาะของชายชราตอบกลับว่า “สบายใจเถอะ ข้าไม่ได้อยากได้ของของเจ้า!”
พูดจบเขาสะบัดมือขวาออกไป จากนั้นช่องอากาศรอบตัวคนบังเกิดพลังประหลาดที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า หากเยี่ยฉวนสามารถสัมผัสได้ว่าอากาศรอบด้านดูเหมือนแข็งแกร่งขึ้นอย่างเฉียบพลัน
ชายชราไม่ได้สนใจคนตรงหน้าอีกต่อไป เขาจึงผลักมือข้างขวาออกไปอีกครั้ง พลันปรากฏสิ่งของต่างๆ มากมายทางด้านขวามือ ด้วยรูปทรงที่ดูพิลึกและแปลกตากระนั้นเพียงเห็นแวบเดียวชายหนุ่มก็รู้ได้ว่าสิ่งเหล่านี้มิใช่ของธรรมดา!
ทันใดนั้นเยี่ยฉวนได้ตระหนักถึงอะไรบางอย่างจึงถามอีกฝ่ายทันทีว่า “ผู้อาวุโส ของพวกนี้หรือที่ท่านจะใช้หล่อกระบี่?”
คนถูกถามชำเลืองสายตามอง “พูดอะไรไร้สาระ! ถ้าข้าบอกให้เจ้าไปหาวัตถุดิบมา จะมีปัญญาไหมเล่า?”
เมื่อได้ยินคำตอบสีหน้าของชายหนุ่มแช่มชื่นขึ้นด้วยความปีติยินดี ในตอนนั้นเขาได้ประจักษ์ว่าที่แท้ชายชราก็เป็นคนใช้ได้ทีเดียว!
อีกฝ่ายเบือนหน้าไปทำท่าว่าไม่ใส่ใจกับเยี่ยฉวนอีก พลันหันไปยังกระบี่ของเยี่ยฉวน ขณะทอดสายตาพิจารณากระบี่เบื้องหน้า แววตาฉายประกายตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด
เยี่ยฉวนยอมรับว่าตนก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย ด้วยการที่เขาไม่สามารถใช้งานกระบี่ที่อยู่บนยอดหอคอยยังความรู้สึกสลดใจแก่ตัวเองเสมอมา! และถ้ามีกระบี่จำลองเล่มนี้ไม่ต้องสงสัยว่าน่าจะเป็นอะไรที่ดีกับตัวเอง ด้วยอาจเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการเชื่อมโยงกันได้!
ชายชราหันขวับมาบอกว่า “เก็บกระบี่ได้แล้ว ข้าจะใช้เมื่อไรเจ้าค่อยนำออกมา!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นชายหนุ่มจึงทำตามคำสั่งและเก็บกระบี่นั้นไปเสีย ขณะที่ชายชราสะบัดข้อมือขวาออกไปเล็กน้อย พลันของล้ำค่ามากมายที่ฝั่งขวามือได้ทยอยลอยลงสู่เตาหลอมเหล็กขนาดใหญ่ทีละชิ้นๆ จนหมด ต่อมาเขาหยิบเอาแผ่นป้ายอะไรสักอย่างออกมาถือไว้และเข้าฌานสมาธิครู่หนึ่ง ไม่นานนักเตาหลอมใบใหญ่เริ่มสั่นสะเทือน
ในเตาหลอมเหล็ก หินหลอมละลายร้อนระอุเริ่มเกิดแรงสั่น หลังจากนั้นพลังลึกลับโดยรอบเริ่มไหลหลากลงไปหลอมรวมภายในเตาเหล็ก
ชายชราหันมาบอกเขาว่า “คอยเฝ้าไว้!”
ว่าแล้วตัวเองก็ดีดตัวขึ้นสูงและพุ่งลงไปยังเตาหลอม
คนที่รออยู่ด้านนอกเตาหลอม เยี่ยฉวนถูฝ่ามือสองข้างเข้าด้วยกันท่าทางตื่นเต้นแทบระงับอาการไม่อยู่ กระบี่ที่ชายชรากำลังจะหล่อขึ้นมาอย่างน้อยต้องขั้นศักดิ์สิทธิ์ล่ะน่า!
นอกจากนั้นก็มีฝักกระบี่ด้วย
ถึงตอนนั้นเขาจะสามารถผสานเพลงกระบี่ทั้งสองรวมเข้าด้วยกัน และเมื่อนั้นความกล้าแกร่งของตนจะเพิ่มพูนหลายเท่าพันทวี!
รอคอย
สิ่งที่สามารถทำได้ในเวลานี้คือการรอคอย!
เหตุการณ์ดำเนินไปเช่นนี้ วันแล้ววันเล่ากระทั่งเข้าสู่วันที่สาม ภายในเตาเหล็กยังเหมือนเดิมไร้ความคืบหน้า
หลายต่อหลายครั้งที่เยี่ยฉวนคิดจะตามไปดู ทว่าท้ายที่สุดแล้วเขาจำต้องหักห้ามใจเอาไว้ ด้วยรู้ดีแก่ใจว่าหากกระบวนการของชายชราถูกขัดจังหวะโดยเฉพาะในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ สิ่งที่ทำมาก่อนหน้าเป็นอันสูญเปล่าทั้งหมด
เฝ้าคอย!
เหตุการณ์คงเป็นไปเช่นเดิมจนกระทั่งในวันที่ห้า เตาหลอมเกิดการสั่นไหวเบาๆ เมื่อเห็นเช่นนั้นชายหนุ่มทะลึ่งพรวดลุกขึ้นยืน!
เสร็จแล้ว?
จากนั้นเขาเริ่มเดินวนดูรอบทันที ที่ไม่ห่างไกลนักมีหนึ่งคนหนุ่มและหนึ่งคนชรากำลังตรงมาที่ที่เขายืนอยู่
เมื่อทั้งคนหนุ่มและคนชรามองมาเห็นเยี่ยฉวนเท่านั้น ทั้งสองคนต่างสีหน้าตกตะลึงไปเล็กน้อย
คนที่อายุน้อยกว่ามองชายหนุ่มพลางนิ่วหน้าก่อนจะถามออกมาว่า “เจ้าเป็นใคร?”
เยี่ยฉวนถามกลับโดยไม่ตอบคำถามนั้น “เจ้าเป็นใคร?”
หัวคิ้วของคนหนุ่มขมวดมุ่นยิ่งกว่าเดิม “ข้ากำลังถามเจ้า!”
ชายหนุ่มจึงจำตอบไปว่า “ข้าเป็นศิษย์สาขาในแห่งสถานศึกษาเต๋าอี้!”
“สถานศึกษาเต๋าอี้?”
คนหนุ่มหันไปยังชายชราที่ยืนข้างเป็นเชิงถาม อีกฝ่ายจึงบอกเบาๆ ว่า “สถานศึกษาแห่งหนึ่งในดินแดนอุดร สมัยที่มู่เต๋าอี้ยังอยู่นั้นมีชื่อเสียงพอตัว บัดนี้… ไม่ต้องพูดถึงให้เสียเวลา!”
คนหนุ่มได้ยินแล้วจึงเบนสายตามายังเยี่ยฉวน “มาทำไม!”
คนถูกถามตอบยิ้มๆ “มีธุระนิดหน่อย”
คนหนุ่มแปลกหน้าเขม้นตามองอีกฝ่าย “งั้นก็ไปได้แล้ว ข้าจะไม่พูดซ้ำหลายหน!”



