Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 690

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 690 ข้ายอมแพ้!

C

เยี่ยฉวนอับจนคำพูด เพราะสิ่งนั้นเชื่อถือไม่ได้เป็นอย่างมาก!

ชายหนุ่มต้องการสอบถามสิ่งอื่นอีก ทว่าผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองเอ่ยแทรกขึ้นก่อนเสียอย่างนั้น “เจ้าจะรู้ว่ามันอันตรายหรือไม่อันตรายก็ตอนที่เข้าไปแล้วนั่นแหละ ทำไมถึงเอาแต่ถามอยู่ได้?”

เยี่ยฉวนยิ้มแหย “ข้าเพียงต้องการที่จะเตรียมพร้อมกับเหตุการณ์ที่ไม่อาจล่วงรู้ได้!”

ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองกล่าว “เจ้าเพียงกลัวความตาย!”

เยี่ยฉวนยิ้มเจื่อนอย่างเปิดเผย “แล้วใครเล่าไม่กลัวความตาย?”

ยามที่พูดเขาจ้องมองไปที่ประตูเบื้องหน้า หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็กล่าวขึ้นมา “ข้าจะเข้าไปพร้อมกับเสี่ยวเก้อและศิษย์พี่หมิงคุน และที่เหลือให้เฝ้ายามประตูด้านนอกเฝ้ารอข่าวจากพวกข้า

ได้ยินเช่นนั้นพวกเขาก็มองกันและกัน บางคนต้องการจะกล่าวบางสิ่ง ทว่าเยี่ยฉวนก็เอ่ยขัด “เช่นนั้นก็พร้อมแล้ว”

จากนั้นเขาก็เดินไปที่ประตูและผลักมันเบาๆ ประตูถูกผลักออกไปอย่างง่ายดาย ภายในนั้นมืดสนิท

เยี่ยฉวนพร้อมด้วยหมิงคุนและเสี่ยวเก้อเดินเข้าไป หลังจากที่พวกเขาเข้าไปไอเย็นก็ออกมาจากพื้นที่เบื้องหน้า

โดยรอบนั้นมืดมิดและเงียบสงบ

เยี่ยฉวนทอดมองไปรอบๆ บัดนี้พวกเขาคงอยู่บนทางเดิน

“พี่เยี่ย” หมิงคุนพลันกล่าว “ที่นี่หาใช่สถานที่ธรรมดา พวกเราจำต้องระแวดระวัง”

เยี่ยฉวนพยักหน้า เขาไม่กล้าดีพอที่จะประมาทสถานที่แปลกประหลาดนี่

“พี่เยี่ยดูนั่น!” บัดนั้นเสี่ยวเก้อพลันชี้ไปที่กำแพงด้านข้างของเขา “ดูนี่สิ!”

เยี่ยฉวนกับหมิงคุนมองไปที่กำแพง บนกำแพงนั้นมีภาพฝาผนังอยู่มากมาย ซึ่งบางส่วนนั้นเป็นภาพสัตว์อสูรและภาพของผู้คนถูกวาดไว้ กระนั้นผู้คนเหล่านั้นกลับตัวสูงและดูแข็งแกร่งผิดจากมนุษย์ทั่วไป

“แล้วเอายังไงล่ะทีนี้?”

บัดนั้นเสียงอันตื่นตระหนกจากหอคอยแห่งเรือนจำก็ดังขึ้น

มันคือเสียงของสตรีปริศนาบนชั้นสี่

เยี่ยฉวนถามอย่างว่องไว “มารเจียน ไม่สิท่านผู้อาวุโสอาเจียน ท่านรู้ว่าสิ่งเหล่านี้คืออะไรใช่ไหมขอรับ?”

“ใช่!” สตรีลึกลับบนชั้นสี่กล่าว

เยี่ยฉวนถาม “มันคือสิ่งใดหรือขอรับ?”

สตรีลึกลับตอบ “ข้าไม่บอกเจ้า!”

เยี่ยฉวน “……”

เยี่ยฉวนหาได้ไถ่ถามอันใดนางต่อ ไม่เช่นนั้นเขาคงได้นำความอับอายขายหน้ามาสู่ตนเอง

เขาพาหมิงคุนและเสี่ยวเก้อเดินหน้าต่อไป

ระหว่างทางนั้นสตรีลึกลับบนชั้นสี่อยู่ๆ ก็พูดขึ้น “สถานที่นี้เป็นที่ที่ดี เจ้าควรจะเพลิดเพลินไปกับมัน”

เยี่ยฉวนกดเสียงต่ำ “ท่านกำลังพยายามทำให้ข้ากลัวหรือ?”

เจียนจื่อไจ้กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “เจ้านั้นช่างกล้าหาญ ใครเล่าจะกล้าดีพอที่จะทำให้เจ้ากลัวได้?”

เยี่ยฉวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวขึ้น “มารเจียน ข้ารู้ว่าท่านอยากออกมา ข้าไม่ได้จะกีดกันท่าน เหตุใดท่านจึงพยายามจะสังหารข้าครั้งแล้วครั้งเล่า? ข้าไม่เข้าใจ”

เจียนจื่อไจ้เอ่ยเสียงต่ำ “เจ้าคิดว่าข้าไม่มีความอาฆาตแค้นหลังจากที่ถูกกักขังอยู่ที่นี่เป็นเวลานานหรือ?”

เยี่ยฉวนรู้สึกขุ่นเคืองอยู่บ้าง “มันหาใช่ข้าที่กักขังท่าน เหตุใดท่านจึงโกรธแค้นข้าเล่า?”

เจียนจื่อไจ้เอ่ย “เจ้าเป็นเจ้าของของหอคอยนี้!”

เยี่ยฉวนกล่าว “ข้าไม่ใช่คนที่กักขังท่านเสียหน่อย! ท่านควรจะแก้แค้นไอ้คนที่มันทำเช่นนี้กับท่านต่างหาก!”

เจียนจื่อไจ้กล่าวเสียงต่ำ “เจ้าเป็นเจ้าของหอคอยนี้!”

เยี่ยฉวนนั้นเดือดดาลเกินกว่าจะเอ่ยอันใดได้ ให้ตายเถิด สตรีผู้นี้ช่างมาดมั่นในการที่จะมอบความลำบากให้แก่ข้า! เขาเมินเฉยสตรีผู้นี้ไปและเดินหน้าไปต่อพร้อมกับเสี่ยวเก้อและหมิงคุน

ยิ่งพวกเขาเข้าไปข้างในมากเท่าไร มันก็ยิ่งหนาวเหน็บมากขึ้นเท่านั้น รอบด้านของผนังภูเขานั้น มีภาพฝาผนังอยู่ทุกรูปแบบ

คนทั้งสามต่างตื่นตัวเป็นอย่างมาก พวกเขาไม่กล้าดีพอที่จะประมาทและไม่ระแวดระวัง

ราวครึ่งชั่วยามผ่านไปพวกเขาก็หยุดเดิน ไม่ไกลจากเบื้องหน้าของพวกเขานั้น มีประตูหินศิลาอยู่ ทั้งสองด้านของประตูหินศิลานี้มีรูปปั้นหินอยู่สองตน ซึ่งมีหออยู่ในมือของพวกมัน

เยี่ยฉวนเดินไปที่ประตูหินศิลาที่มีคำแปลกประหลาดอยู่บนนั้น ซึ่งเขาไม่เคยเห็นมาก่อน

“เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันเขียนว่าอันใด?” เจียนจื่อไจ้พลันถามขึ้น

เยี่ยฉวนกล่าวด้วยเสียงอันแผ่วเบา “หยุดไร้สาระและจงพูดออกมา!”

เจียนจื่อไจ้กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “มันกล่าวว่าผู้บุกรุกจำต้องตาย! เจ้ายังจะเข้าไปอีกหรือ?”

เยี่ยฉวนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ดูท่าแล้วท่านไม่อยากให้ข้าเข้าไป!”

เจียนจื่อไจ้เงียบงันไป

เยี่ยฉวน เอามือขวาของเขาไปบนประตูหินศิลาและดันมันเบาๆ

ประตูถูกดันให้เปิดโดยทันที ยามที่พวกเขาเห็นภาพด้านในสีหน้าของพวกเขาเคร่งเครียดขึ้นมา

ด้านในนั้นมีโลงศพอยู่มากมาย ทั้งหมดนั้นทำด้วยทองและแร่เหล็กที่ไม่รู้แหล่งที่มา มันมีทั้งหมดมากกว่าสามสิบโลง และโลงศพแต่ละอันนั้นมีตะเกียงน้ำมันอยู่ด้านบน

“ที่อยู่ตรงนั้นคือ?”

นอกจากเยี่ยฉวน เสี่ยวเก้อเองก็ขมวดคิ้ว “ทั้งหมดเป็นหลุมศพหรือ?”

ทันใดนั้นหมิงคุนพลันชี้ไปที่สถานที่ที่อยู่ไม่ไกลนัก “ดูนั่น!”

เมื่อได้ยินเสียงของเขา เยี่ยฉวนและเสี่ยวเก้อมองไปที่นั่น เห็นชายผู้หนึ่งกำลังนั่งอยู่ไม่ไกลออกไปจากพวกเขา ชายผู้นี้ท่าทางแตกต่างจากคนทั่วไป ตัวดูสูงใหญ่ อย่างน้อยก็สองเท่าของมนุษย์ นอกจากนี้ใบหูก็ยังใหญ่ แล้วแขนก็ล่ำสันมาก ทั่วทั้งร่างของเขาเต็มไปด้วยรอยสักแปลกประหลาด

หมิงคุณกล่าวด้วยเสียงต่ำ “สิ่งเหล่านั้นคืออะไร?”

เสี่ยวเก้อส่ายศีรษะ “ข้าไม่รู้!”

ตอนนั้นเองประตูศิลาด้านหลังของพวกเขาอยู่ๆ ก็ปิดสนิทไป

ในยามที่พวกเขาเห็นสิ่งนี้ สีหน้าของคนทุกคนล้วนเปลี่ยนไปอย่างมาก

ห่างออกไปนั้น ชายที่อยู่บนเก้าอี้ก็เงยหน้าขึ้นมาและเบิกตากว้าง ดวงตานั้นเป็นสีน้ำตาล เขาจับจ้องมาที่พวกเยี่ยฉวน และกล่าวบางสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถเข้าใจได้แม้แต่กระผีกเดียว

บัดนั้นเจียนจื่อไจ้พลันกล่าว “เขาพูดว่าผู้บุกรุกจำต้องตาย! พวกเจ้ากำลังจะสิ้นชีพ!”

เยี่ยฉวน “……”

ไม่ไกลออกไปนั้น ชายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้อยู่ๆ ก็ลุกขึ้น ในเวลาต่อมาลมปราณอันแข็งแกร่งพุ่งตรงมายังพวกเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว

เป็นลมปราณที่น่าหวั่นเกรงอะไรเช่นนี้!

ใบหน้าของพวกเขาเปลี่ยนสีไปอย่างมาก เยี่ยฉวนพลันหันกลับไปและฟาดฟันกระบี่

ตู้ม!

ประตูศิลาแตกออกในฉับพลัน

“หนี!”

ทั้งหมดลี้หนีไปในทันที ในตอนนั้นเองมือขนาดมหึมาตามพวกเขาทันจากด้านหลังด้วยความเร็วสูง!

เมื่อเห็นเช่นนั้นเยี่ยฉวนอยู่ๆ ก็หยุดอยู่กับที่ เสี่ยวเก้อและหมิงคุนจึงหยุดตามเช่นกัน เยี่ยฉวนพลันกล่าว “พวกเจ้าทั้งคู่ออกไปก่อน”

พูดเช่นนั้นเขาก็หันกลับไป กระบี่ที่อยู่ในปลอกกระบี่ปรากฏขึ้นในมือเขาทันที!

เวลาต่อมาเยี่ยฉวนก็ชักกระบี่ออกมาและฟาดฟันไป

ครืน!

เสียงร่ำร้องของกระบี่ดังสนั่น ในเวลาเดียวกันมือขนาดใหญ่นั่นก็ถูกกำราบด้วยกระบี่ของเยี่ยฉวน แต่ว่าเสี่ยวเก้อและหมิงคุนไม่ได้ออกไปจากที่นี่ พวกเขายังคงอยู่เคียงข้างเยี่ยฉวน เจ้าตัวจึงเอ่ยเสียงต่ำ “เจ้าทั้งสองออกไปก่อน”

เสี่ยวเก้อยิ้มอย่างขมขื่น “หากพวกข้าออกไปพวกข้าคงไม่ใช่มิตรแท้ของท่าน!”

หมิงคุนพยักหน้ารับ “ใช่! พวกเราไม่สามารถเป็นผู้ไร้สำนึกเช่นนั้นได้!”

ยามที่เยี่ยฉวนต้องการจะพูดบางสิ่ง ชายผู้อยู่บนเก้าอี้ก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าแล้วทุบกำปั้นขนาดใหญ่ลงมา!

สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปอย่างมาก พริบตาต่อมาทั้งสามคนก็เริ่มเคลื่อนไหวไปพร้อมกัน……

ตู้ม!

ด้วยแรงระเบิดนั่น พวกเขากลับถูกส่งกระเด็นออกไปในทันทีและท้ายที่สุดก็ชนเข้ากับกำแพงอย่างรุนแรง

บนพื้นดินนั้นเยี่ยฉวนลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ทว่านั่นก็ทำให้เขารู้สึกวิงเวียนศีรษะเป็นอย่างมาก เยี่ยฉวนค่อนข้างสับสนไม่น้อย!

กระนั้นเสี่ยวเก้อและหมิงคุนกลับหมดสติไป!

เป็นผู้ที่แข็งแกร่งอะไรเช่นนี้!

เยี่ยฉวนตระหนักได้ว่าชายลึกลับเบื้องหน้าเขาไม่ใช่คนที่เขาสามารถต่อกรได้ในตอนนี้!

บัดนั้นเองเสียงของเจียนจื่อไจ้ก็ดังขึ้นอีกครั้ง “จงกระตุ้นหอคอยเร็วเข้า เจ้าจะสามารถตอบโต้การโจมตีของเขาได้ด้วยหอคอยนี่!”

กระตุ้นหอคอยแห่งเรือนจำ!

เยี่ยฉวนทำหน้าถมึงทึง……นั่นคือสิ่งที่สตรีนางนี้วางแผนไว้

ตอนนี้ชายคนที่อยู่ไม่ไกลออกไปต้องการที่จะจู่โจมเขาอีกครั้ง สีหน้าของเยี่ยฉวนเปลี่ยนไป ต่อมาเขาก็กางฝ่ามือออกและกระบี่ก็ปรากฏเบื้องหน้าของเขา บัดนั้นยามที่กระบี่ปรากฏกาย แรงพลังผลักดันกระบี่อันรุนแรงก็แพร่กระจายไปทั่วพื้นที่

กระบี่บนยอดหอคอย!

เมื่อเห็นกระบี่เล่มนี้ ชายที่อยู่ไกลออกไปก็หยุดการเคลื่อนไหว เขาจ้องมองกระบี่เบื้องหน้าเยี่ยฉวนด้วยความเคร่งเครียดและมีความหวาดกลัวในแววตาของเขา!

เวลาต่อมาเขาก็หันกลับและหนีไป

เยี่ยฉวนทอดถอนหายใจด้วยความโล่งอก!

บัดนั้นเสียงของเจียนจื่อไจ้ก็ดังขึ้นจากในหอคอย “เจ้าคนโง่เง่า! ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมสำนักของเจ้าถึงได้ถูกทำลายล้าง! ไร้ปัญญา โง่เขลาเสียจริง!”

เยี่ยฉวนเมินเจียนจื่อไจ้ที่อยู่ๆ ก็บ้าคลั่งขึ้นมา เขาเร่งรีบพาเสี่ยวเก้อและหมินคุนออกไปจากที่นี่

ด้านนอก

ยามที่เยี่ยฉวนออกมาพร้อมสหายอีกสอง เขาพบว่าคนในกลุ่มขั้นเทพกำลังจนมุมด้วยมีคนกลุ่มหนึ่งที่มีคนเป็นสิบๆ ล้อมอยู่

เยี่ยฉวนวางเสี่ยวเก้อและหมิงคุนลงกับพื้นและจ้องมองไปที่หลี่เชวียนที่อยู่ไม่ไกล “มีเรื่องอะไรกัน?”

หลี่เชวียนกดเสียงต่ำ “คนพวกนี้มาจากสำนักชางเสี่ยว”

สำนักชางเสี่ยว!

เยี่ยฉวนขมวดคิ้ว โม่หยานเสี่ยว เจ้าสำนักชางเสี่ยว เป็นหนึ่งในยอดฝีมือที่ต้องการจะแย่งชิงหอคอยอยู่ด้านนอกเมืองเต๋าอี้เมื่อครั้งที่แล้ว

หลี่เชวียนกล่าวขึ้นว่า “พวกเขาจะเข้าไปให้ได้”

เยี่ยฉวนยิ้มแล้วเอ่ย “ไม่เป็นไร สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ของพวกเรา ใครใคร่จะเข้าไป ก็เชิญเข้าไป!”

หลี่เชวียนจองมองไปที่เยี่ยฉวน “ย่อมได้ตามทุกสิ่งที่ท่านกล่าว”

ระหว่างที่พูด เขาก็เดินหลบไป

เยี่ยฉวนกล่าว “ถอยกันก่อน!”

แม้เขาจะสงสัยเกี่ยวกับภูเขาลูกนี้ แต่เขาก็รู้ดีว่าด้วยความแข็งแกร่งของตนในตอนนี้ หากเขาเข้าไปอีกที เขาคงสิ้นชีพ

ฉะนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะถอยก่อน!

บัดนั้นศิษย์ของสำนักชางเสี่ยวที่อยู่ไม่ไกลออกไปพลันเดินเข้าไปหาเยี่ยฉวน อีกฝ่ายจ้องมองมาที่ชายหนุ่มหัวจรดเท้าและเอ่ย “ด้านในนั้นมีอะไรอยู่?”

เยี่ยฉวนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ท่าทางของเจ้าดูต่ำทราม ข้าจะไม่บอกเจ้าหรอก!”

ได้ยินเช่นนั้นชายผู้นี้ก็หรี่ตาลงเล็กน้อย ฉับพลันนั้นเอง เขาก็พุ่งเข้าหาเยี่ยฉวน จากนั้นฝ่ามือของเขาก็บังเกิดกระแสน้ำพุ่งเข้าใส่เยี่ยฉวนราวกับน้ำหลาก

เยี่ยฉวนระแวดระวังอยู่นานแล้ว ในยามที่ชายผู้นี้จู่โจมเข้ามา เยี่ยฉวนก็ชักกระบี่ออกมาแล้วฟาดฟันลงไปอย่างรวดเร็ว

ตู้ม!

ภายใต้สายตาของผู้คนทั้งหมด ชายผู้นั้นที่จู่โจมเขากระเด็นกระดอนออกไป ก่อนที่จะหยุดอยู่ในระยะห่างออกไปราวร้อยกว่าจั้ง!

ทุกคนในพื้นที่นั้นต่างตะลึงงัน

เยี่ยฉวนที่ถือกระบี่อยู่ในมือเดินเข้าไปหาชายผู้นั้น ซึ่งอีกฝ่ายนั้นกำลังนอนอยู่บนพื้น ทั่วทั้งร่างของเขารวดร้าว โลหิตไหลรินออกมาจากปากของเขา

เยี่ยฉวนชี้กระบี่ไปที่ชายผู้นั้น “เจ้ากล้าดียังไงมาโจมตีข้า!”

ชายผู้นั้นจ้องเขม็งไปที่เยี่ยฉวน “หากเจ้าอยากฆ่าข้า ก็ฆ่าข้าเสียเลยสิ ฆ่า…”

เวลานั้นเยี่ยฉวนพลันทิ่มกระบี่ลงไป

ฉึบ!

แสกหน้าของชายผู้นั้นถูกเจาะทะลวงด้วยการทิ่มแทงเพียงครั้งเดียว!

เมื่อเห็นภาพนี้ ศิษย์ของสำนักชางเสี่ยวที่อยู่ไม่ไกลต่างเดือดดาลและเร่งรุดเข้าหาเยี่ยฉวน ด้านหลังเยี่ยฉวน หลี่เชวียนและคนอื่นๆ เมื่อเห็นเช่นนี้ก็รุดหน้าเข้าปะทะกับศิษย์ของสำนักชางเสี่ยวทันที

ในชั่วพริบตาการต่อสู้อันยิ่งใหญ่ก็เกิดขึ้นระหว่างสองฝ่าย

เยี่ยฉวนกำลังจะเคลื่อนไหว แต่ในตอนนั้นเองเสียงหนึ่งพลันดังขึ้นในศีรษะ “หากข้าเป็นเจ้า ข้าจะรีบหนีไปให้ไกลๆ ซะ”

มันคือเสียงของผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสอง!

เยี่ยฉวนกำลังจะเอ่ยถามแต่เจียนจื่อไจ้ผู้ที่อยู่ชั้นสี่กลับกล่าวแทรก “หนีไปไกลๆ หรือ? เจ้าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นหรอก ไม่มีเหตุใดจะเกิดขึ้น!”

“ข้าไม่เชื่อเจ้า!”

เยี่ยฉวนว่ากล่าวอย่างเกรี้ยวกราด จากนั้นจึงหันไปหาหลี่เชวียนและคนอื่นๆ ที่อยู่ห่างออกไปไม่มากนัก “หยุดสู้เดี๋ยวนี้ ถอยก่อน!”

หลี่เชวียนชะงักงัน “พี่เยี่ย พวกเราต้องเอาชนะพวกมันให้จงได้!”

เยี่ยฉวนกล่าว “หยุดสู้เสีย จงหนีเร็วเข้า ออกไปจากที่นี่!”

เมื่อเห็นเยี่ยฉวนไม่ได้พูดเล่น หลี่เชวียนก็เริ่มลังเลใจ หลังจากนั้นก็เร่งรีบกวาดมองไปที่คนของกลุ่มขั้นเทพทุกคนที่อยู่รอบด้าน “ถอย! มาเร็ว!”

เมื่อได้ยินคำของหลี่เชวียน ทุกคนต่างตกตะลึง พวกเขาไม่ใช้เวลาคิดให้มากนัก เพียงเร่งรีบและตามหลี่เชวียนออกไป

เมื่อเห็นว่าเยี่ยฉวนและคนอื่นๆ หนีไป ศิษย์แห่งสำนักชางเสี่ยวต่างก็ประหลาดใจไปพร้อมๆ กัน

พวกเขาเกิดขี้ขลาดตาขาวขึ้นมาได้เร็วเช่นนี้เลยหรือ?

เยี่ยฉวนกลับไปที่เรือเหาะจักรวาลดาราพร้อมกับทุกคน เขาเดินเครื่องโดยทันที และในขณะที่กำลังจะจากไปนั้นเอง ประตูศิลาของภูเขาพลันเปิดออก ในเวลาเดียวกันนั้นบุรุษผู้หนึ่งก็ก้าวออกมา!

นั่นคือชายผู้ที่จู่โจมพวกเขาในเส้นทางก่อนหน้านี้!

หลังจากที่ชายผู้นั้นออกมาก็โบกมือขวาวูบ ไม่ไกลออกไปศิษย์แห่งสำนักชางเสี่ยวทั้งหมดก็กลายเป็นเถ้าถ่านไปในทันที!

จากนั้นเขาก็เงยหน้ามองขึ้นมาที่เรือเหาะจักรวาลดารา กล่าวให้ถูกคือจ้องมองมาที่เยี่ยฉวน

ชายคนนั้นมองมาที่เขาจริงๆ!

ฉับพลันนั้นชายร่างใหญ่ก็ยกมือขวาขึ้น เล็งเป้ามาที่เรือเหาะจักรวาลดารา!

เยี่ยฉวนเห็นเช่นนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที เขาก็กระโจนออกมาจากเรือเหาะจักรวาลดาราอย่างทันทีทันใด แล้วชายผู้นั้นก็ลดมือลงตามมาเล็งที่เขา

เยี่ยฉวนยกมือขึ้นทั้งสองข้าง “ข้ายอมแพ้!”

คนที่อยู่ห่างออกไปถึงกับตกตะลึง ไม่ช้าก็ลดมือขวาของตนลง

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!