บทที่ 725 หนึ่งกระบี่ฟันฟาด พลันดวงทิพย์วิเศษพินาศต่อเบื้องหน้าทวารเซียน! (ต้น)
ภายในห้องพัก ตู๋กูเหลียนและสมุนที่อยู่ในบริเวณต่างมีสีหน้าตกอกตกใจ
อย่างไรก็ตามไม่มีใครกล้าขยับออกหน้า
ณ ตอนนี้ หลังจากที่เยี่ยฉวนสวมใส่เกราะเทพแห่งความมืดอาจอวดอ้างเป็นผู้ไร้เทียมทานก็ว่าได้ แม้แต่คนที่ว่าแกร่งกล้ามีขั้นพลังชั้นสูงสุดไม่สามารถรับมือเขาได้
ถึงกระนั้นเท่าที่เห็นทุกคนในที่นี้ไม่มีใครเหนือกว่าขั้นสูงสุดสักคนเดียว
กำลังรอ!
ณ ตอนนี้พวกเขาทำได้เพียงรอให้ยอดฝีมือของตระกูลกู่มาถึงเท่านั้น!
ข้างนอกห้องเยี่ยฉวนหลบมุมนิ่งเงียบ แม้ว่าจะมีใครโฉบผ่านเขาไปในเวลานี้ ก็ไม่อาจสังเกตเห็น
พลังชี่โกลาหล!
เยี่ยฉวนค้นพบว่ายามใดที่พลังของเขากล้าแกร่งขึ้น ได้ส่งผลต่อพลังชี่โกลาหลแข็งแกร่งขึ้นตามด้วย!
เจียนจื่อไจ้ถามออกมาจากหอคอยแห่งเรือนจำ “เหตุใดเจ้าจึงไม่บุกเข้าไปและจัดการพวกมันให้สิ้นซากไปเสีย?”
เยี่ยฉวนตอบโต้กลับไปว่า “ที่นี่มีคนยอดฝีมือขั้นพลังสูงสุดไม่น้อยกว่าหกคน ถ้าข้าเข้าไปตอนนี้ พวกมันคงเตรียมเปิดศึกต่อสู้กันจนกว่าจะมีใครย่อยยับลงไปข้างหนึ่ง เมื่อถึงเวลานั้นข้าจะต้องใช้เกราะเทพแห่งความมืดและต้องพบกับความทุกข์ทรมานจากผลข้างเคียงอีกครั้ง…”
สัญชาตญาณของเขาเตือนตนเองว่าศัตรูของเขาเวลานี้มิได้มีแต่ตระกูลตู๋กูเท่านั้น ด้วยยังมีผู้คนอีกมากที่ต้องการครอบครองหอคอยแห่งเรือนจำ ถ้าผลข้างเคียงทำให้ได้รับความทุกข์ทรมานอีกครั้ง บางทีเขาอาจจะไม่โชคดีเหมือนเช่นที่ผ่านมาก็เป็นได้
เสียงเปรยของฝ่ายสตรีดังมาให้ได้ยิน “เจ้ามันพวกคิดมาก…”
คนพูดชะงักนิดหนึ่งจากนั้นจึงกล่าวต่อไปว่า “อย่างนั้นก็เถอะ เจ้าและตระกูลตู๋กูมีความสัมพันธ์ทางสายเลือด เจ้าจะทำอะไรรุนแรงได้แน่หรือ?”
ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน “แม่นางเจียน ถ้าแม่ข้า น้องข้ารวมทั้งตัวข้าตกอยู่ในกำมือของพวกมัน เจ้าลองคิดดูสิว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเรา?”
อีกฝ่ายตอบแผ่วเบา “พวกเจ้าก็คงย่อยยับไม่มีชิ้นดี”
เยี่ยฉวนเหยียดมุมปากยิ้มเล็กน้อย “เพราะฉะนั้นสมควรแล้วหรือที่จะต้องให้ความเมตตาแก่พวกมัน? พวกมันไม่เคยเห็นข้าเป็นคนในครอบครัว เหตุใดข้าจึงควรเห็นว่าพวกมันเป็นคนในครอบครัวด้วย? ข้าไม่ได้โง่ขนาดนั้น!”
เสียงพูดของเจียนจื่อไจ้บ่งบอกว่านางกำลังยิ้ม “จริงอย่างที่เจ้าว่า เราทำอย่างเดียวกันกับคนที่ให้สิ่งนั้นแก่เรา!”
ชายหนุ่มอมยิ้มขณะพูดว่า “แม่นางเจียน ดูเหมือนเจ้าไม่อยากให้ข้าถูกฆ่านักสินะ?”
ผู้ฟังตวัดเสียงตอบทันควัน “ใครว่า ข้ายังหาโอกาสไม่ได้ต่างหาก!”
อีกฝ่ายยิ้มและไม่กล่าวว่าอะไรอีก จากนั้นจึงหมุนตัวหันกลับและหายวับไปทันที
สืบเสาะ!
ยามนี้ตู๋กูเหลียนและคนของเขาต่างพากันเก็บตัวเงียบไม่กล้าออกไปข้างนอก ทั้งคฤหาสน์ตระกูลตู๋กูไม่มีใครสามารถหยุดยั้งชายหนุ่มผู้นั้นได้ อย่างไรก็ตาม ตระกูลตู๋กูเป็นตระกูลที่มีฐานะมั่งคั่ง จะต้องมีสมบัติล้ำค่ามากมาย
ต่อมาเยี่ยฉวนเริ่มการสืบเสาะหาสถานที่เก็บสมบัติของตระกูลตู๋กู
หลังจากนั้นไม่นานชายหนุ่มก็ต้องตาโตด้วยความตื่นเต้น
ภายในตระกูลตู๋กูเขาค้นไปพบสมบัติล้ำค่าขั้นศักดิ์สิทธิ์สามชิ้น อาวุธทวนด้ามยาวหนึ่งชิ้น ผ้าคลุมผืนใหญ่และกระบี่ซึ่งมีคมแบนกว้างส่องประกายแวววาวอีกหนึ่งชิ้น!
ทุกชิ้นเป็นสมบัติล้ำค่าขั้นศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิ้น!
นอกจากนั้นเขายังได้พบอัญมณีเพลิงอินทนิลนับล้านชิ้น ณ ตอนนี้เมื่อรวมกับที่เยี่ยฉวนมีอยู่เท่ากับเขามีอัญมณีเพลิงอินทนิลทั้งหมดมากกว่าสิบห้าล้านชิ้น!
สามารถอวดอ้างได้เลยว่านี่เป็นกองสมบัติล้ำค่า!
ยังมีสิ่งเล็กสิ่งน้อยที่เก็บสะสมไว้ แม้ว่าแต่ละชิ้นจะไม่ใช่สมบัติมีค่ามากมายนัก หากเมื่อนำมารวมเข้าด้วยกันจะเปลี่ยนเป็นเงินก้อนโตทีเดียว
กองสมบัติ!
เวลานี้เยี่ยฉวนโกยเอาสมบัติล้ำค่ากองมหึมามาแล้วจริงๆ!
หลังจากที่สืบเสาะหาจนทั่วทุกซอกทุกมุมแล้ว ขณะที่เจ้าตัวตั้งท่าจะหันหลังกลับไปนั้น ฉับพลันเหนือหลังคาคฤหาสน์ตระกูลตู๋กูจู่ๆ มีพลังบีบกดที่มองไม่เห็นครอบลงมาถึงสามพลัง!
ด้วยอำนาจแห่งพลังประหลาดที่แผ่กระจาย พลังซึ่งไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเริ่มพุ่งกวาดไปทั่วทุกซอกหลืบในบริเวณคฤหาสน์ตระกูลตู๋กูอย่างรวดเร็ว!
ทันทีที่สัมผัสต่อสิ่งนี้ชายหนุ่มรู้สึกสะดุ้งในใจเล็กน้อยและทำท่าถอยออกไปจากบริเวณ ฉับพลันนั้นพลังดังกล่าวตวัดวาบพุ่งผ่านหน้าเขาไปทันที!
ถึงกระนั้นพลังไม่รับรู้ต่อคนที่อยู่ตรงนั้น!
เมื่อเห็นเช่นนั้นเยี่ยฉวนค่อยผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก
ทันใดนั้นเสียงพูดแสดงความหงุดหงิดของเจียนจื่อไจ้โพล่งขึ้นมาว่า “กลัวทำไมนักหนา? เจ้าใช้พลังชี่โกลาหลซึ่งเทียบเท่าสมบัติล้ำค่าขั้นศักดิ์สิทธิ์ คนพวกนั้นจะหาเจ้าเจอได้อย่างไร?”
ชายหนุ่มพยักหน้า “รู้แล้ว!”
พูดจบคนถอยออกไปอย่างรวดเร็ว
“เปลี่ยนใจไม่ฆ่าตากู่เหลียนและคนอื่นแล้ว งั้นหรือ?”
“การสังหารคนจะช้าหรือเร็วก็ได้ทั้งนั้น ข้าแค่เลือกที่จะทำอย่างช้าๆ”
“เจ้ารู้ตัวดีว่าไม่สามารถรับมือพวกมันทั้งหมด จึงคิดที่จะหนีล่ะสิ!”
“ข้ารับปากว่าสักวันตระกูลตู๋กูจะต้องพังพินาศ!”
“…”
ทันใดนั้นประตูห้องพักเปิดพรวดพร้อมกับมีชายชราสวมผ้าคลุมสีขาวก้าวเข้ามา
เมื่อมองเห็นชายชราสวมผ้าคลุมขาวเท่านั้น ตู๋กูเหลียนขณะกำลังนั่งอยู่ที่นั่งตำแหน่งประมุขถึงกับสีหน้าคลายกังวล เขารีบกระวีกระวาดแสดงคารวะต่อผู้มาเยือน “ที่แท้เป็นผู้อาวุโสกู่ซิวนี่เอง! ข้ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านอุตส่าห์มาช่วยเหลือพวกเราในวันนี้!”
ชายชราผู้ถูกขานนามว่ากู่ซิวมองไปยังคนที่อยู่รอบๆ ก่อนหันมาพูดพลางยิ้มกับคนตรงหน้าว่า “ตระกูลกู่และตระกูลตู๋กูเป็นมิตรกันมานานหลายชั่วอายุคน ตอนนี้ตระกูลตู๋กูประสบปัญหา ตระกูลกู่จะปิดหูปิดตาทำไม่รู้ไม่ชี้ได้อย่างไร? เวลานี้ตระกูลกู่ส่งยอดฝีมือมายังตระกูลตู๋กูสามคน ตราบใดที่มีผู้พิทักษ์เหล่านี้คอยสำรวจตรวจตราเชื่อว่าเยี่ยฉวนจะไม่กล้าโผล่มาที่นี่อีกแน่!”
ตู๋กูเหลียนเอ่ยกับอีกฝ่ายทันที “ผู้อาวุโสกู่ซิว เยี่ยฉวนคนนี้พลังฝีมือไม่ธรรมดา!”
ชายชราบิดมุมปากยิ้ม “ข้ารู้ดี ทว่าลองมันปรากฏตัวขึ้นเมื่อใดมันจะไม่รอดกลับไปอย่างแน่นอน”
คนตรงข้ามค่อยยิ้มออก “เยี่ยมเลย……”
กู่ซิวยิ้มตอบเช่นกัน ทว่าเป็นรอยยิ้มที่ดูน่าเกลียดพิลึก
…
ขณะเดียวกันเยี่ยฉวนย้อนกลับไปที่แดนแห่งไฟชำระ ทันทีที่ย่างเท้าลงไปยังชั้นที่เก้าพลันเงาของสตรีกระโจนเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว
เยี่ยหลิง!
เวลานั้นเด็กหญิงฟื้นขึ้นมาแล้ว
เด็กหญิงโผเข้ากอดเยี่ยฉวนจนแน่นพลางเปล่งเสียงร่ำไห้สะอึกสะอื้น
ไม่ไกลออกไปเท่าใดตู๋กูเสวียนยืนเงียบๆ มองมายังพี่น้องที่กำลังกอดกันกลม…



