บทที่ 793 กระบี่พลังชี่ประหนึ่งเข็มแหลมหลายร้อยหลายพันเล่มที่
ไม่อาจคาดเดา! (ปลาย)
เสียงชายหัวโล้นกล่าวแก่ทุกคนในที่นั้นว่า “นายท่านไป่อยากให้เราทั้งหมดไปที่บึงมรณะ มีเหตุอันเชื่อได้ว่าเจ้าอ้วนถังกับพรรคพวกคงเกิดเรื่องเป็นแน่! ทว่ายังไม่อยากมีเรื่องในเวลานี้ ส่วนเรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับสำนักแมวดำ ถ้าให้เดา……ตอนนี้นายท่านไป่คงเริ่มเรียกคนของเราที่อยู่ข้างนอกกลับมาบ้างแล้ว”
คนพูดหยุดคิดครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อไปว่า “สำนักแมวดำทำอะไรไม่ดีบางอย่างแน่!”
หลังจบประโยคของชายหัวโล้น เยี่ยฉวนสังเกตเห็นสีหน้าท่าทางของคนที่อยู่รอบข้างต่างแปรเปลี่ยนเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
จ้านจุนสนับสนุนว่า “ไปกันเถอะ! หวังว่าเจ้าพวกนั้นจะถ่วงเวลาไว้ได้”
และแล้วคนทั้งหมดจึงออกจากกำแพงใหญ่จางเถี่ยน มุ่งหน้าไปยังบึงมรณะทันที
ระหว่างทาง เยี่ยฉวนเอ่ยถามขึ้นว่า “พวกอ้วนถังไปทำอะไรที่บึงมรณะกันแน่?”
จ้านจุนหันมาตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “อาจจะเข้าไปล่าฆ่าฟันสัตว์อสูร ที่กำแพงใหญ่จางเถี่ยนนี่นอกจากต่อกรกับสำนักแมวดำแล้ว ยังต้องสู้กับเหล่าสัตว์อสูรอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน สัตว์อสูรที่อยู่ในหุบเขามีแต่จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกที อีกทั้งสมรรถนะในการปะทะยังแข็งแกร่งมากด้วย การสู้กับเจ้าสัตว์ร้ายจะช่วยพัฒนาวิชายุทธ์ของเรา เช่นเดียวกับพวกสำนักแมวดำ บางทีพวกเจ้าอ้วนถังกับพรรคพวกเห็นทีจะปะทะกับสำนักแมวดำเข้าให้แล้ว”
‘สำนักแมวดำ!’
เยี่ยฉวนพยักหน้าตาม ชายหนุ่มไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับสำนักแมวดำที่ว่านี้นัก! แม้ตนจะเคยพบนักรบภูติกับชายสวมชุดคลุมยาวสีดำสนิทมาก่อน แต่มโนภาพความแกร่งกล้าของสำนักแมวดำไม่ได้มีอยู่ในหัวเลย!
ในตอนนั้น ชายหัวโล้นหันมามองพร้อมเอ่ยกับเยี่ยฉวนว่า “พี่เยี่ย ถ้าคราวหน้าเจ้าได้พบพานพวกมันอีกล่ะก็ อย่าได้ประมาทเป็นอันขาด!”
ชายหนุ่มยิ้มรับ “ได้เลย!”
จากนั้นไม่มีใครพูดจา พลางเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
ต่อมาไม่นานพวกเขามาถึงบึงน้ำแห่งหนึ่ง บริเวณนั้นมีสัตว์อสูรจำนวนหนึ่งกำลังขยับส่ายตัวไปมา
เจ้าคนหัวโล้นเตือนว่า “อย่ามัวเสียเวลากับสัตว์อสูรพวกนี้เลย!”
จากนั้นกระโจนขึ้นสู่ท้องฟ้าเบื้องบน วูบหายไป……โผล่อีกทีห่างไปหลายจั้งทีเดียว
เยี่ยฉวนกับคนที่เหลือรีบรุดตามไปติดๆ ไม่นาน ทั้งหมดจึงมาถึงบริเวณสุดเขตบึงมรณะ ท้ายบึงมรณะเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี ชายหนุ่มและคนอื่นๆ พบว่าเจ้าอ้วนถังรวมทั้งกลุ่มของเขาอยู่ที่บริเวณกลางทุ่งหญ้า!
มีอยู่ด้วยกันห้าคน ต่างหายใจรวยรินแทบสิ้นลมหายใจโดยเฉพาะเจ้าอ้วนถัง สภาพที่เห็นแขนทั้งสองถูกตัดขาดเสียแล้ว!
ทันใดนั้นเจ้าอ้วนถังลืมตาขึ้นโพลง! เมื่อเห็นพวกเยี่ยฉวนคนตัวโตคำรามอย่างโกรธเคือง “หนีไป!”
ทันทีที่สิ้นคำ แสงสว่างเจิดจ้าพุ่งวาบอย่างรวดเร็วเพียงชั่วพริบตา ศีรษะของเจ้าอ้วนขาดสะบั้น! ในขณะที่ศีรษะของอีกสี่หลุดกระเด็นไปอย่างรวดเร็วในเวลาไล่เลี่ยกัน
โลหิตแดงฉานสาดกระเซ็น!
ภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏต่อหน้าต่อตา พลันใบหน้าของจ้านจุนกับคนอื่นๆ กลับกลายถมึงทึง ไม่รอช้า จ้านจุนพุ่งตัวออกไปทันที ถึงจะเร็วเพียงใดเขากลับถูกพลังต้านไว้จนล่าถอยไปไกลเกือบสามร้อยจั้ง
จู่ๆ เงาดำสองเงาปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าเยี่ยฉวนและคนอื่นๆ
เป็นเทียนซาและตี้ซา……เยี่ยฉวนเคยพบพานมาก่อนนั่นเอง
เทียนซามีร่างกายสูงใหญ่ โครงสร้างแข็งแรงทรงพลัง ส่วนตี้ซามักแต่งกายด้วยชุดดำขณะที่มือสองข้างซ่อนไว้ใต้ชายแขนเสื้อตลอดเวลา
เมื่อเห็นคนที่ปรากฏตัว ชายหัวโล้นถึงกับตกตะลึงนิ่งงัน!
สองคนตรงหน้าจัดว่าเป็นคนที่มีพลังอำนาจแข็งแกร่งสุดยอดระดับพระกาฬ ในกระบวนยอดฝีมือของสำนักแมวดำ!
ทันใดนั้น มีเสียงถามมาจากทางด้านหนึ่ง “เยี่ยฉวนมาด้วยหรือเปล่า?”
‘เยี่ยฉวน?’
ชายหนุ่มขมวดคิ้วน้อยๆ ฝ่ายนั้นกำลังถามหาตน……งั้นหรือ?
ทุกคนหันไปมองยังที่มาของเสียงเป็นตาเดียว ทางขวามือปรากฏบุรุษสวมชุดคลุมยาวสีดำกำลังเดินตรงมาทางนี้อย่างช้าๆ
ชายคนนี้เองที่ถามหาเยี่ยฉวน!
คนหัวโล้นพร้อมกับคนอื่นๆ หันมามองเยี่ยฉวน ขณะที่เจ้าตัวยังคงนิ่ง ชายหนุ่มไม่รู้ว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงถามหา แต่เยี่ยฉวนพอจะเดาออก……บางทีอาจจะเกี่ยวข้องกับสมบัติล้ำค่าที่ตนเก็บไว้ก็เป็นได้!
ชายสวมชุดดำขยับขึ้นมายืนประจันหน้าเยี่ยฉวนกับพรรคพวก “เขาไม่ได้มาด้วย……งั้นหรือ?”
เยี่ยฉวนตอบว่า “ข้านี่ล่ะเยี่ยฉวน!”
สายตาของชายสวมชุดดำกับคนตรงข้ามอีกสองคนเบนตรงมายังคนพูด พลันชายสวมชุดดำสั่นศีรษะช้าๆ “เจ้าคือเยี่ยฉวนสินะ ถ้าวันนั้นรู้ว่าเจ้าคือเยี่ยฉวน ข้าไม่ยอมปล่อยเจ้าไปแน่!”
ชายหนุ่มถามกลับ “เจ้าต้องการอะไร เหตุใดจึงต้องสังหารคนพวกนี้?”
คนสวมชุดดำแสยะมุมปากยิ้มเย้ย “จะเล่นตลกอะไร?”
เยี่ยฉวนขยับมือข้างขวากำแน่น ขณะที่ชายสวมชุดดำพูดยิ้มๆ ต่อไปว่า “จะให้ปล่อยคนพวกนั้นไปงั้นหรือ? กลับกันถ้าเป็นคนของสำนักแมวดำถูกจับได้ มันจะยอมปล่อยคนของเรางั้นหรือ?”
ชายหนุ่มพยักหน้าหงึก “จริงด้วย ข้าถามอะไรโง่ๆ!”
ว่าแล้วเยี่ยฉวนกระชากกระบี่ออกมาพร้อมกับแทงสวนออกไป
‘ออกกระบี่ชี้ชะตา’
เมื่อเห็นว่าเยี่ยฉวนออกปะทะ ชายสวมชุดดำสั่นศีรษะพลางบิดมุมปากยกยิ้ม “เจ้าไม่คู่ควรที่จะสู้กับข้า!”
จากนั้นคนพูดขยับถอยหลังห่างไปราวสามสิบจั้ง ขณะนั้นเทียนซาวูบออกมาปรากฏต่อหน้าเยี่ยฉวน ทันใดนั้น เสือกหมัดพรวดเข้าใส่กระบี่ที่ตวัดฟาดลงไปทันที
ตูม!
หลังจากที่อีกฝ่ายส่งออกพลังปะทะ ผลักดันร่างของเยี่ยฉวนให้ถอยกรูดไปไกลกว่าสามร้อยจั้งในรวดเดียว ขณะที่ร่างทะยานลิ่ว ส่งให้ชั้นอากาศแตกร้าวในทันที
ทันทีที่เยี่ยฉวนชะงักหยุดนิ่งอยู่กับที่ เทียนซาขยับออกปะทะอย่างต่อเนื่อง ทว่าในตอนนั้นเองชายหนุ่มพลันหมุนตัวหันหลังขวับมองด้านหลัง ขณะเดียวกันไม่ไกลนัก แขนข้างขวาของชายสวมชุดคลุมสีดำจู่ๆ ขาดสะบั้นออกจากร่างไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว โลหิตแดงฉานสาดละอองฝอยกระจายทั่วไป!
คนหัวโล้นพร้อมกับคนอื่นๆ ชะงักนิ่งด้วยความตกตะลึง!
ชายสวมชุดคลุมยาวสีดำเหลือบมองแขนที่ขาดหล่นอยู่บนพื้น พลันเผยฝ่ามืออีกข้างออกไปข้างหน้า จากนั้นปรากฏแสงสีเขียวเจิดจ้าสว่างวาบขึ้นฉับพลัน ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่กำลังจับจ้อง จู่ๆ แขนข้างขวางอกกลับคืนมาใหม่อย่างรวดเร็ว!
เจ้าตัวหันไปทางเยี่ยฉวนที่ยืนไม่ไกลนัก เสียงชายสวมชุดคลุมยาวสีดำพูดกับชายหนุ่มว่า “ขอคืนคำที่พูดไปเมื่อกี้ เจ้าเหมาะสมเป็นคู่ต่อสู้ของข้าแล้ว!”
เยี่ยฉวนนิ่งงันไปครู่หนึ่ง จากนั้นชำเลืองมองไปยังชายหัวโล้นกับคนอื่นๆ “ไปเสียไม่ต้องห่วงข้า”
อีกฝ่ายเมื่อได้ยินเข้า ถึงกับหน้าตึงก่อนจะพูดออกมาอย่างโกรธขึ้ง “พี่เยี่ย อย่าพูดไร้สาระ จะทิ้งเจ้าไว้คนเดียวได้อย่างไร? เจ้าจะ……”
ชายหนุ่มรีบสวนคำของอีกฝ่ายทั้งยังพูดไม่ทันจบว่า “พี่ชาย ข้าอยากให้พวกเจ้ารีบไปตามคนมาช่วย! ข้ารับมือพวกมันทีเดียวสามคนไม่ไหว!”
ทุกคนสะอึกอึ้งไปตามๆ กัน…



