บทที่ 876 : สำนักภูตบรรพกาล!
เยี่ยฉวนดูดซับวิญญาณของชายแก่ด้วยกระบี่เจิ้นหุนก่อนจะหันหลังจากไป
ระหว่างทาง ชายหนุ่มมีท่าทีระริกระรี้เล็กน้อย
เมื่อครู่นี้ เขาเพิ่งใช้กระบวนท่าเนรมิตลวงตาด้วยเต๋าแห่งนิรมิต!
เคราะห์ดีนักที่ใช้มัน ไม่เช่นนั้นแล้ว……คงไม่สามารถสังหารชายแก่ด้วยกระบวนท่าปกติได้
ชายหนุ่มรู้ดีอยู่แก่ใจว่าชายผู้นั้นแข็งแกร่งกว่าตนหลายขุมนัก!
สาเหตุที่สังหารอีกฝ่ายได้เพราะล่อให้ตาเฒ่านั่นตายใจแล้วลอบโจมตี อีกทั้งชายแก่ยังผ่อนปรนการเฝ้าระวังลง
หากต่อสู้กับอีกฝ่ายตรงๆ ความเป็นไปได้ที่จะชนะนั้นถือว่าน้อยกว่า สามในสิบส่วนเสียด้วยซ้ำ!
ยามนี้ หากพบศัตรู เขาจะดาหน้าโจมตีไม่มียั้ง หากเอาชนะไม่ได้หลังจากงัดวิชายุทธทั้งหมดออกมาแล้ว……คงต้องหนี!
ชายหนุ่มจะทำเช่นนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า!
ในตอนนี้ เยี่ยฉวนมีเต๋าแห่งนิรมิต เต๋าแห่งสุญญากาศ และกระบี่เจิ้นหุน ชายหนุ่มมั่นใจในการสังหารคนที่เก่งกาจกว่าได้เพียงชั่วพริบตาเท่านั้น อีกทั้งทำลายวิญญาณไปด้วยในเวลาเดียวกัน!
หากเหล่ายอดฝีมือผู้แข็งแกร่งตอบสนองได้รวดเร็ว พวกเขาละทิ้งสังขารไว้และรักษาวิญญาณได้ ทว่าเยี่ยฉวนมีกระบี่เจิ้นหุนไว้ในครอบครอง นั่นเท่ากับว่าไม่มีโอกาสคงวิญญาณตนเอาไว้ ถึงจะทำได้ เยี่ยฉวนย่อมปราบพวกเขาได้ง่ายดายกว่าเดิม!
เนื่องจากทักษะกระบี่และตัวกระบี่จะตรึงวิญญาณให้ติดกับร่าง!
สุนัขอสูรพลันเอ่ยขึ้นมา “สหาย เอาตรงๆ นะ ข้าชื่นชมเจ้านัก!”
เยี่ยฉวนอยากรู้อยากเห็นในคำพูดนั้นขึ้นมา “ทำไมหรือ?”
สุนัขอสูรตอบ “เจ้าเปลี่ยนวิชาของผู้ฝึกกระบี่เป็นกระบวนท่าของมือสังหาร… ช่างแข็งแกร่งนัก!”
เยี่ยฉวนหัวเราะร่อ
ผู้ฝึกกระบี่?
มือสังหาร?
กระบี่มีไว้เพื่อสิ่งใดกัน?
สังหารคน!
มือสังหารฆ่าคน ผู้ฝึกกระบี่ก็ฆ่าคนเช่นกัน ในแก่นแท้แล้วมีอะไรเปลี่ยนไปหรือ?
เอาเป็นว่า ในความเห็นของเขาคือไม่มี!
ไม่นานหลังเยี่ยฉวนกับเจ้าสุนัขอสูรจากไป เงาสีชาดปรากฏขึ้นในบริเวณนั้น
ยามมองไปยังร่างไร้วิญญาณของชายแก่ เงาแดงเงียบไปนานนัก ก่อนจะกระซิบออกมา “ช่างเก่งกล้าอะไรเช่นนี้…”
ว่าแล้วจึงหายวับไป
…
ระหว่างทาง
เยี่ยฉวนโพล่งถามออกมา “พี่ใหญ่ การฟื้นฟูพลังเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
สุนัขอสูรตอบ “ข้าเปลี่ยนร่างได้แล้ว!”
เยี่ยฉวนเอ่ย “เจ้าแข็งแกร่งขึ้นเพียงใด?”
สุนัขอสูรกระซิบ “เดาเอาสิ!”
เยี่ยฉวนเอ่ยยิ้มๆ “แข็งแกร่งขึ้นกว่าก่อนหน้านี้นิดเดียวล่ะสิ!”
สุนัขอสูรแย้ง “เอาเป็นว่าถ้าเผชิญหน้าตรงๆ กับตาแก่เมื่อครู่ยังฆ่ามันได้แล้วกัน!”
เยี่ยฉวน “……”
สุนัขอสูรเงยหน้ามองไปไกล “นี่อีกนานแค่ไหนกัน?”
เยี่ยฉวนกระซิบ “ใกล้ถึงแล้ว!”
สำนักภูตบรรพกาล!
เมื่อตอนชายหนุ่มจากมา เทพราชันบอกไว้แล้วว่าสำนักภูตบรรพกาลอยู่ที่ใด หากแต่บอกเพียงทิศทางเท่านั้น ทว่าไม่ได้บอกพิกัดชัดเจนนัก
อีกอย่าง บัดนี้ยังไม่มีใครทราบถึงสถานการณ์ปัจจุบันของสำนักภูตบรรพกาลเลยสักคน
แต่เขายังอยากไขว่คว้าโอกาส!
ในยามนี้ จุดอ่อนอันยิ่งใหญ่ที่สุดคือพลังกาย!
หากกายหยาบชายหนุ่มแข็งแกร่งขึ้นได้ ความสามารถทั้งหมดย่อมดีขึ้นกว่าตอนนี้มาก!
ในยามนี้ สังขารคือความเสียเปรียบอันใหญ่หลวง!
ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วยาม เยี่ยฉวนกับเจ้าสุนัขอสูรต่างหยุดชะงัก
ตอนนี้พวกเขาอยู่บนผืนทวีปซึ่งมีพลังชี่แห่งจิตวิญญาณอันบางเบาและท้องนภาสีเทาครึ้ม
เยี่ยฉวนมองซ้ายแลขวา “ที่นี่คือที่ที่สำนักภูตบรรพกาลเคยตั้งอยู่หรือ?”
สุนัขอสูรเอ่ยเสียงเบา “ข้าไม่รู้!”
เยี่ยฉวนกล่าว “พี่ใหญ่ เจ้าเป็นเพื่อนร่วมรุ่นพวกเขานี่ จะไม่รู้ได้อย่างไรกัน?”
สุนัขอสูรตอบ “ข้าไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาสักนิด ทว่าคนจากสำนักภูตบรรพกาลมีสังขารอันโดดเด่นจริงๆ”
เยี่ยฉวนกวาดตามองโดยรอบแล้วพูดออกมา “บางทีสำนักภูตบรรพกาลคงเสื่อมถอยลงเช่นกัน”
สุนัขอสูรว่า “ขนาดสำนักเซียนกับสำนักเจ้านรกยังเสื่อมถอยได้ ข้าไม่แปลกใจนัก”
เยี่ยฉวนเอ่ย “พวกเราเดินสำรวจดูสักหน่อยเถิด!”
สุนัขอสูรพยักหน้า แล้วหายตัวไปพร้อมเยี่ยฉวน
สองถ้วยชาถัดมา ทั้งสองเข้ามายังนครโบราณ นครนั้นกว้างนัก หากแต่เต็มไปด้วยกลิ่นผุกร่อนชวนอึดอัด
พวกเขาก้าวเข้าไปในนคร ซึ่งรกร้าง มีเถาวัลย์วัชพืชเกาะอยู่เต็มไปหมด
สุนัขอสูรกล่าว “ไม่มีใครอยู่เลย”
เยี่ยฉวนพยักหน้า พลังจิตตรวจตราของชายหนุ่มกวาดตรวจสอบแล้วไม่พบสัญญาณแห่งชีวิตเลยสักนิด
ผ่านไปไม่นานนัก ยามพวกเขากำลังจะจากไป เยี่ยฉวนพลันหมุนตัวกลับ แล้วหายตัวลับไป
ชายหนุ่มปรากฏตัวอีกครั้งต่อหน้าโถงกว้างซึ่งเต็มไปด้วยวัชพืชปกคลุม มีเพียงยอดเท่านั้นที่สามารถเห็นได้
เยี่ยฉวนสะบัดมือขวาเบาๆ ปรากฏกระบี่บินสองเล่มออกมา ไม่นานเกินรอ เหล่าเถาวัลย์สลายหายไป
หลังจากพวกมันถูกตัดออกจนสิ้น เยี่ยฉวนพบชายวัยกลางคนเปลือยกายท่อนบนในท่านั่งขัดสมาธิ
ยังมีชีวิตอยู่หรือ?
เยี่ยฉวนขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะร่อนลงมาอยู่เบื้องหน้าชายคนนั้น
เส้นผมของเขาประบ่า แขนทั้งสองทับกันวางบนไหล่ เยี่ยฉวนไม่พบลมหายใจบนร่างนั้นเลย
สุนัขอสูรเอ่ยเสียงทุ้ม “เขาตายหรือยังน่ะ?”
เยี่ยฉวนส่ายหัว “ข้าไม่รู้!”
ว่าแล้วมองไปยังชายวัยกลางคนตรงนั้น “ศิษย์พี่?”
ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะตอบสนอง!
เยี่ยฉวนครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย “ยินดีที่ได้พบ……ศิษย์พี่ ข้าเยี่ยฉวนจากแผ่นดินชิงฉาง ได้ยินมาว่าผู้คนจากสำนักภูตบรรพกาลต่างมีร่างกายคงกระพัน……ข้าจึงเดินทางมาเรียนรู้วิชา”
ชายวัยกลางคนยังคงไร้ซึ่งการตอบสนอง!
เยี่ยฉวนนิ่งไป แล้วเอ่ยต่อ “หากต้องการสืบทอดวิชาสำนักภูตบรรพกาลแต่ไม่เลือกข้า สำนักท่านจะถือว่าเสียโอกาสอย่างใหญ่หลวงไป”
สุนัขอสูรรู้สึกเหมือนมุมปากกระตุก เจ้าบ้านี่เริ่มกลับมาทำตัวไร้ยางอายเสียแล้ว!
ทว่าชายวัยกลางคนไม่ตอบสนองเช่นเคย
หลังผ่านความเงียบงันไปสักพัก เยี่ยฉวนจึงเอ่ยขึ้น “ขออภัยที่มารบกวน!”
เอ่ยจบ ชายหนุ่มหันมาทางเจ้าสุนัขอสูร “ไปกันเถิด!”
สุนัขอสูรอึ้ง “ยอมแพ้ทั้งแบบนี้เลยหรือ?”
เยี่ยฉวนตอบ “แล้วข้าทำอย่างไรได้อีก?”
สุนัขอสูร “……”
เยี่ยฉวนยิ้มร่า “ไปกันดีกว่า!”
สุนัขอสูรลังเล ก่อนจะพยักหน้าแล้วจากไปพร้อมเยี่ยฉวน
“มนุษย์!”
ทันใดนั้นเอง เสียงหนึ่งดังแว่วมาจากด้านหลังทั้งสอง
เขาหันหลังกลับไป ตรงหน้าคือวิญญาณที่ล่องลอยอยู่รอบกายหยาบชายวัยกลางคน มันคือวิญญาณของเขานั่นเอง
ชายวัยกลางคนมองยังเยี่ยฉวนก่อนจะดีดนิ้วด้วยมือขวา ทันใดนั้น เยี่ยฉวนกลับรู้สึกราวกับร่างถูกตรึงไว้ ไม่ทันไร หอคอยเรือนจำปรากฏขึ้นบนหว่างคิ้วชายหนุ่ม หอคอยนั่นพลันสั่นสะเทือนรุนแรงก่อนเปล่งแสงสีดำสว่างจ้า
ชายวัยกลางหน้าเปลี่ยนสีแล้วรีบออกหมัด
ตูม!
แสงอนธการแหลกสลาย และหอคอยแห่งเรือนจำกลับเข้าร่างเยี่ยฉวน
เยี่ยฉวนถอยร่นไปกว่าสิบจั้ง สายตามองไปยังชายวัยกลางคน ในยามนี้ วิญญาณของเขายิ่งพร่าเลือนกะพริบไปมาหลายหน
นี่เป็นฝีมือของหอคอยแห่งเรือนจำ!
เมื่อครู่ชายหนุ่มไม่ได้ควบคุมหอคอยแห่งเรือนจำเลยสักนิด มันปล่อยกระบวนท่าด้วยตัวของมันเอง!
กำลังจะตื่นเช่นนั้นหรือ?
เขาว่าแล้วเชียว ว่าย่อมมีวิญญาณแฝงอยู่ในหอคอยแห่งเรือนจำ!
ตอนนั้นเอง ชายวัยกลางคนพลันถามขึ้นมา “เจ้าเป็นใคร”
เยี่ยฉวนมองไปยังอีกฝ่ายซึ่งน่าอดสูยิ่ง
เขาตอบเสียงทุ้ม “ศิษย์พี่ ใจเย็นไว้!”
สิ่งที่เกิดขึ้นคือชายผู้นี้พบหอคอยแห่งเรือนจำ ทว่ากลับถูกหอคอยตอบโต้!
ชายวัยกลางคนเหลือบมองเยี่ยฉวน “หอคอยนั่นไม่ใช่เล่นๆ เลย”
เยี่ยฉวนเอ่ย “ศิษย์พี่ ข้ามาที่นี่เพื่อเรียนรู้ทักษะที่ทำให้สังขารแกร่งขึ้นจากสำนักภูตบรรพกาล!”
ชายคนนั้นเงียบไปเล็กน้อยแล้วเอ่ย “สำนักภูตบรรพกาลไม่ถ่ายทอดวิชาแก่คนนอก”
เยี่ยฉวนพยักหน้า “แบบนี้นี่เอง”
เอ่ยจบหันไปมองสุนัขอสูร “พวกเราไปกันดีกว่า!”
สุนัขอสูรพยักหน้าและกำลังจะไปพร้อมเยี่ยฉวน ชายวัยกลางคนพลันเอ่ยขึ้น “มนุษย์!”
เยี่ยฉวนหยุด เขาหันกลับไปมองชายผู้นั้นซึ่งกำลังจ้องมองมา “เจ้าครอบครองทั้งกระบี่เทพราชันแห่งสำนักเซียน และกระบี่เจิ้นหุนแห่งสำนักเจ้านรก!”
เยี่ยฉวนนิ่งเงียบ
อีกฝ่ายรู้ว่าเขามีสมบัติเหล่านี้ได้อย่างไรกัน?
ราวกับรู้ว่าเยี่ยฉวนคิดอะไร เขาจึงรีบอธิบาย “เป็นวิชาลับโบราณแห่งสำนักภูตบรรพกาลเรา ‘ทักษะชี่ตรวจตรา’ ด้วยทักษะนี้ สามารถมองเห็นคู่ต่อสู้และสังเกตความวิเศษของโลกใบนี้… เอาเป็นว่ามันมีประโยชน์นัก”
เยี่ยฉวนพยักหน้าเล็กน้อย “แบบนี้นี่เอง”
ชายวัยกลางเอ่ย “เจ้าได้รับกระบี่เจิ้นหุนกับกระบี่เทพราชันมา แสดงว่าได้พบกับเทพราชันและเจ้านรกแล้วสินะ”
เยี่ยฉวนพยักหน้า “ใช่แล้ว!”
ชายวัยกลางถาม “เขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่”
เยี่ยฉวนยิ้มแห้ง “ข้าไม่ทราบเช่นกัน!”
ชายหนุ่มไม่ทราบจริงๆ ว่าเจ้านรกกับเทพราชันยังมีชีวิตอยู่หรือไม่…
แต่หากให้เดา……เขาว่าไม่
โดยเฉพาะเทพราชัน หากยังอยู่ อีกฝ่ายย่อมชี้นำดูแลสำนักเซียนแน่นอน
ผ่านความเงียบงันไปสักพัก ชายคนนั้นกระซิบ “เจ้าอยากเรียนรู้ทักษะการเพิ่มสมรรถภาพทางกายของสำนักภูตบรรพกาลจริงหรือ?”
เยี่ยฉวนพยักหน้า “ย่อมใช่!”
ชายวัยกลางคนเอ่ย “ข้ามีเงื่อนไขหนึ่งข้อ!”
เยี่ยฉวนกล่าว “ได้โปรดบอกมา”
ชายวัยกลางคนกระซิบ “การแก้แค้น!”
แก้แค้นหรือ?
เยี่ยฉวนนิ่งอึ้ง
เขากล่าวต่อ “สำนักภูตบรรพกาลถูกโค่นล้มเนื่องมาจากศัตรูต่างดินแดนและคนทรยศ หากเจ้าต้องการสืบทอดสำนักภูตบรรพกาล……ต้องสัญญาว่าจะสังหารมันเพื่อสำนักเราให้จงได้”
เยี่ยฉวนเอ่ยเสียงต่ำ “มันผู้นั้นแข็งแกร่งหรือไม่?”
ชายวัยกลางคนพยักหน้า “นางแกร่งมาก”
เยี่ยฉวนถามต่อ “นางแกร่งมากเพียงใด”
ชายวัยกลางคนตอบ “เจ้าไม่อยากรู้หรอก!”
เยี่ยฉวน “……”
ชายวัยกลางคนเอ่ย “ตัดสินใจเสีย อีกอย่าง……หากตัดสินใจรับการสืบทอดกับสำนักภูตบรรพกาลแล้ว นางจะตามฆ่าเจ้าอยู่ดีต่อให้ไม่อยากฆ่านางก็ตาม!”
“ทำไมหรือ?” เยี่ยฉวนงงไปหมด
ชายวัยกลางคนกระซิบ “เนื่องจากนางอยากทำลายล้างสำนักภูตบรรพกาลให้หายไปจากโลกอย่างไรเล่า!”
เยี่ยฉวนค้างไปก่อนจะเอ่ย “นางเป็นสมาชิกสำนักภูตบรรพกาลเช่นกันหรือ?”
เขาพยักหน้า
เยี่ยฉวนไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย “เหตุใดนางถึงทำเช่นนั้น”
วิญญาณชายวัยกลางคนเงียบไปสักพักก่อนจะตอบออกมา “นางหนีไปแต่งงานกับศัตรูคู่อาฆาตของสำนักภูตบรรพกาลโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากประมุขทราบเรื่องเข้า เขาจึงเชือดคอลูกชายกับลูกสาวนางตรงนั้นเลยน่ะสิ…”
หลังจากเอ่ยจบเขาดูอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย
เยี่ยฉวนเหมือนน้ำท่วมปากหมดซึ่งคำจะพูด
นางผู้นั้นประสบแบบเดียวกับเจียนจื่อไจ้ไม่มีผิด!
ไม่สิ เจียนจื่อไจ้ต่างออกไป หญิงสาวคนนั้นโหดอำมหิตยิ่ง พุ่งถอนรากถอนโคนทุกชีวิตในสำนักเลยทีเดียว แต่หากเขาเป็นนาง……ย่อมจะทำแบบเดียวกัน!
ชายหนุ่มไม่มีทางปล่อยให้ใครมาทำร้ายครอบครัวตัวเองเป็นอันขาด!
เยี่ยฉวนมองไปยังชายวัยกลางคน “ศิษย์พี่ ข้าขอเอ่ยด้วยความเคารพ นั่นเป็นความผิดประมุขของท่าน…”
ชายวัยกลางคนพยักหน้า “ประมุขข้าไม่ควรทำเช่นนั้นก็จริง แต่นางเข่นฆ่าคนในสำนักเราทุกคน…”
เขาเอ่ยพลางมองเยี่ยฉวน “หากอยากสืบทอดวิชาสำนักภูตบรรพกาล เจ้าต้องสัญญาว่าจะฆ่านาง!”
เยี่ยฉวนส่ายหัวหนักแน่น “ขออภัย ข้าไม่ต้องการสืบทอดวิชาของท่านอีกต่อไป”
ชายวัยกลางคนถาม “เพราะเหตุใดหรือ?”
เยี่ยฉวนเอ่ย “เพราะคิดว่าสตรีนางนั้นทำถูกน่ะสิ! หากเป็นข้านะ……จะก่อเรื่องให้โหดร้ายอำมหิตยิ่งกว่าที่นางกระทำลงไปเสียอีก!
ว่าดังนั้น ชายหนุ่มหันหลังจากไป
เมื่อเยี่ยฉวนกับเจ้าสุนัขอสูรกำลังจะก้าวเท้าออกไป พลันเสียงหัวเราะพลันดังขึ้นจากด้านหลัง
เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะนั่น เยี่ยฉวนใจแทบตกไปอยู่ตาตุ่ม
เนื่องจากนั่นเป็นเสียงหัวเราะของหญิงสาว…



