บทที่ 891 : เจ้าจะทำอะไรข้า? (ปลาย)
ครานี้สีหน้าของชายวัยกลางคนพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พร้อมกันนั้น ขยับเคลื่อนที่ห่างไกลกว่าสามสิบจั้งอย่างรวดเร็ว เมื่อคนถอยชะงักหยุดปรากฏที่เหนือศีรษะมีลำแสงกระบี่ตวัดฟาดลงมาอย่างรวดเร็ว
ยามนี้แก้วตาของหลินซือบีบเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะใช้ไม้แบนยาวยกขึ้นต้านพลังกระบี่นั่น!
เปรี้ยง!
ทันทีที่กระบี่เยี่ยฉวนฟาดลงไป ร่างของหลินซือพลันสะเทือนจนถอยกรูดไปอย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกันลำแสงกระบี่สองลำแสงพุ่งตัดอากาศเข้าไปในบริเวณ
เปรี้ยง เปรี้ยง!
ที่ไม่ไกลนักลำแสงกระบี่แหลกกระจายหายไป พร้อมกับร่างของชายวัยกลางคนที่ทะยานถอยหลังไปกว่าร้อยจั้ง!
ขณะที่เยี่ยฉวนทำท่าขยับเพื่อจู่โจมหลินซืออย่างต่อเนื่อง ฝ่ายหลังเงยหน้าขวับมองตรงมาก่อนที่ร่างของหลินซือจะหายวับไป!
ฝ่ายเยี่ยฉวน ขณะที่กำลังเตรียมจะออกปะทะ พลันหัวคิ้วขมวดเข้าหากัน ด้วยเวลานั้นรอบด้านปรากฏร่างเงาของไม้แบนยาวมากมายนับไม่ถ้วน ร่างเงาไม้แบนเหล่านี้เข้าห่อหุ้มร่างของเขาไว้จนแน่นหนา ทว่าเพียงครู่เดียวต้องสลายไปด้วยอิทธิฤทธิ์ของแสงกระบี่!
ทว่าครู่หนึ่งต่อมา ไม้แบนยาวพุ่งมาตรงหน้าอย่างรวดเร็ว!
ชายหนุ่มใช้กระบี่ฟาดออกไป
เปรี้ยง!
ชั่วพริบตาถัดมา ชายหนุ่มถอยร่นไปไกลราวสามจั้ง หลังจากที่ร่อนลงไปหยุดยืนอยู่บนพื้นดิน ส่งให้พื้นที่ใต้ฝ่าเท้าปริแตกแยกออกทันที!
หลินซือต้องการเข้าซ้ำอีกหน ทว่าไม่อาจทำดังนั้นด้วยคลื่นพลังแห่งลำแสงกระบี่ตรึงร่างให้หยุดอยู่ที่เดิมนั่นเอง!
เขาไม่จู่โจมในทันใด ทว่ากวาดสายตามองไปรอบข้างจึงประจักษ์ว่าบัดนี้ทั่วทุกพื้นที่มีแต่ซากปรักหักพังอันเนื่องมาจากการปะทะของคนทั้งสอง!
ช่วงเวลานั้นจึงตระหนักได้ว่าไม่มีประโยชน์อันใดที่จะเปิดการจู่โจมอีกครั้ง
สาเหตุในข้อแรก ไม่มั่นใจเสียแล้วว่าจะสามารถสังหารชายหนุ่มคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า……ข้อที่สอง ตามร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลจากคมกระบี่ ขณะที่เยี่ยฉวนไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน เท่ากับว่าตนเป็นฝ่ายเสียเปรียบ……ข้อที่สาม หากลงมือแต่กลับพ่ายแพ้ ตนเองจะต้องเสียหน้าและสถาบันฝึกยุทธจะเสื่อมเสียชื่อเสียง
อาจารย์ฝึกสอนวิชายุทธแห่งสถาบันฝึกยุทธต้องมาพ่ายให้กับศิษย์สำนักกระบี่……ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไป เกียรติยศศักดิ์ศรีของสถาบันคงย่อยยับไม่มีชิ้นดี!
เขายอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นไม่ได้!!!
ไกลออกไป เยี่ยฉวนสังเกตเห็นแล้วว่าหลินซือชะงักหยุดการจู่โจม ชายหนุ่มจึงหยุดด้วย หลินซือคนนี้ไม่ใช่อ่อนด้อยพลัง ถ้าเยี่ยฉวนอยากสังหารเขา……เห็นทีจะต้องเผยไพ่ตายใบสำคัญเสียแล้ว!
พลันนั้นเอง ใครคนหนึ่งส่งเสียงเรียกชื่อดังมาจากที่ใกล้ไกล ทางด้านหลังเยี่ยฉวนนี่เอง “พี่ชายใช่ไหม?”
เสียงคุ้นเคยนัก!
เยี่ยฉวนหมุนตัวหันขวับไปทางเสียงนั้นทันที เมื่อได้เห็นคนผู้เป็นที่มาของเสียงทำให้ชายหนุ่มถึงกับชะงักงัน!
จ้านจุน!
ฝ่ายนั้นรีบวิ่งเข้าไปหาเยี่ยฉวนทันทีพลางหัวเราะลั่น “เจ้ามาด้วยหรือนี่?”
ชายหนุ่มยิ้มร่า “ข้าเพิ่งมาถึงนี่เอง”
อีกฝ่ายหัวเราะชอบใจ “ดีเลย! เจ้ามาสมัครเข้าสถาบันฝึกยุทธเหมือนกันสินะ?”
เยี่ยฉวนไม่ตอบได้แต่ส่ายหน้า
ขณะที่ขยับตัวทำท่าจะพูดอะไรอีกนั่นเอง พลันจ้านจุนทำท่าฉุกนึกอะไรขึ้นมาได้จึงพูดกับอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ “ข้าได้ยินว่ามีผู้ฝึกกระบี่บุกมาฆ่าคนสถาบันเรา……ไม่ใช่ว่าเจ้าคือผู้ฝึกกระบี่คนนั้น……ใช่ไหม?”
คนถูกถามตอบยิ้มๆ “ข้าเอง!”
ใบหน้าของจ้านจุนกระตุกพลันรอยยิ้มแข็งค้าง ครู่ต่อมาสั่นศีรษะริมฝีปากเผยให้เห็นรอยยิ้มจืดเจื่อน “พี่เยี่ย ถ้างั้นเจ้ามาที่นี่เพื่อต่อสู้ประลองฝีมือหรือ!”
เยี่ยฉวนบอกว่า “ข้ามาหาน้องสาวชื่อเยี่ยหลิง และสหายอีกสองสามคน แต่เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นเสียก่อนจึงต้องเลยตามเลยต่อสู้กับพวกเขาอยู่นี่”
คนตรงข้ามพยักหน้าเล็กน้อยพลางทำท่าอยากจะพูดอะไรต่ออีก แต่ชายหนุ่มตัดบทขึ้นก่อน “เหตุใดเจ้าไม่ถอยไปก่อน? ข้าจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวของข้าเอง”
ตอนนี้จ้านจุนเป็นสมาชิกของสถาบันฝึกยุทธแล้ว ถ้ายังขืนใกล้ชิดสนิทสนมด้วย จะไม่ดีต่อตัวของจ้านจุนเอง
อีกฝ่ายแววตาหมองลงเล็กน้อย “พี่เยี่ยพูดอะไรอย่างนั้น? ในใจข้าไม่มีอะไรจะสำคัญไปกว่ามิตรสหายอีกแล้ว!”
เยี่ยฉวนกล่าวพลางยิ้มอย่างปลอบใจ “ข้ารู้ ทว่าปล่อยให้ข้าจัดการด้วยตัวเองเถอะ!”
จ้านจุนมองด้วยสีหน้าลังเล ก่อนจะหันไปหาหลินซือซึ่งขณะที่ฝ่ายหลังยืนอยู่ไม่ห่างนัก จากนั้นจึงค้อมกายลงคารวะ “อาจารย์หลินซือ น่าจะเกิดจากความเข้าใจผิดอะไรสักอย่างขอรับ!”
หลินซือนิ่วหน้า “เข้าใจผิดอะไร? เขาเป็นคนเข้ามาหาเรื่องเราถึงที่นี่ สังหารศิษย์ตายไปหลายคน เจ้ายังคิดว่าเกิดความเข้าใจผิดงั้นหรือ?”
ฝ่ายตรงข้ามขยับปากทำท่าจะพูด พลันคนเป็นอาจารย์ตัดบทเสียงกร้าว “หลีกไปให้พ้น!”
จ้านจุนรีบพูดเสียงเร็ว “อาจารย์หลินซือ สหายข้าคนนี้เขาไม่สังหารคนโดยไม่มีเหตุผล ต้องมีการเข้าใจผิดสักอย่าง……”
หลินซือหรี่นัยน์ตาลงเล็กน้อย “ข้าบอกให้หลีกไป!”
คนเป็นศิษย์อยากจะพูดอะไรอีก พลันเสียงเยี่ยฉวนพูดขึ้นว่า “ข้าขอจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง!”
ว่าแล้วชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้จ้านจุนแล้วตบบ่าอีกฝ่ายทำนองปลอบใจ “ไม่อยากให้เจ้ามาพัวพันกับเรื่องนี้ มิเช่นนั้นข้าจะรู้สึกผิดไปด้วย!”
จ้านจุนลังเลเล็กน้อยในที่สุดจึงพยักหน้า “พี่เยี่ย เจรจายุติปัญหากันเถอะ พูดคุยกันดีๆ!”
เยี่ยฉวนตอบพลางยิ้มรับ “ก็ได้ ข้าจะเจรจา!”
จากนั้น ชายหนุ่มหันหน้าไปทางหลินซือที่ยืนห่างไปไม่ไกลนัก พลันฝ่ายหลังแสยะปากพูดเย้ยหยัน “เจรจายุติปัญหางั้นหรือ? เรื่องอะไรกัน? อ้อพวกเราจะเจรจากันก็ได้แต่ว่าเจ้าเป็นคนสังหารศิษย์สถาบันฝึกยุทธ ก่อนที่จะเจรจาเพื่อยุติปัญหา……ต้องชดใช้ผลกรรมนี้ด้วยชีวิต!”
เมื่อจ้านจุนได้ยินเช่นนั้น สีหน้าหม่นหมองลงอย่างชัดเจน
เขารู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่อาจจบลงโดยสันติ!
ด้วยตนนั้นรู้จักนิสัยใจคอของเยี่ยฉวนเป็นอย่างดี! ชายหนุ่มเป็นคนที่สามารถโน้มน้าวด้วยเหตุด้วยผลทว่าไม่อาจใช้กำลังข่มขู่!
พอได้ฟังวาจาโต้ตอบจากหลินซือ เยี่ยฉวนสั่นศีรษะเล็กน้อยขณะเหยียดมุมปากยิ้ม “หลินซือ ถ้ามีใครดูหมิ่นคนในครอบครัวบ้าง เจ้าจะทำอย่างไร?”
ฝ่ายถูกถามหรี่นัยน์ตาลงอย่างชั่งใจ “หมายความว่าอย่างไร!”
เยี่ยฉวนแสยะยิ้ม “วันนี้ข้ามาหาน้องสาว ทว่าศิษย์สถาบันฝึกยุทธของเจ้าไม่ยอมให้พบนาง เพราะว่าเป็นศิษย์สำนักกระบี่ ไม่เพียงเท่านั้นยังพูดจาหยาบคายดูถูกน้องข้าอีกด้วย……”
พูดพลางสีหน้าเปลี่ยนเป็นตึงเครียด “ใครที่สั่งสอนให้มันทำอย่างนั้น? สถาบันฝึกยุทธของเจ้างั้นหรือ?”
หลินซือโต้กลับด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “ใช่ แล้วอย่างไร?”
ชายหนุ่มตรงข้ามบิดมุมปากยกยิ้ม “ถ้าเช่นนั้น จะให้ทำอย่างไรหากข้าสังหารมัน? สถาบันฝึกยุทธจะทำอะไรข้าได้บ้างกัน?”



