บทที่ 1184 ดาวอันดับหนึ่ง ‘สวี่ชิง’
ไม่ไกลจริงๆ
เมื่อซิงหวนจื่อถูกฟันในโลกชั้น 5 ตรงทางเข้าวังเซียน หน้าแท่นรับเซียน…
ที่นั่นมีเงาร่างเลือนรางหนึ่ง
ที่นี่คือ 1 ใน 3 เส้นทางเข้าสู่วังเซียน ตอนนั้นสวี่ชิงเคยเห็นจากไกลๆ ว่ามีสะพานแห่งหนึ่งท่ามกลางหมอก
ตอนนี้ปราณหมอกปั่นป่วน เงาร่างนั้นปรากฏตัวแล้วถอยร่นถึงแท่นรับเซียนทันที
เมื่อเหยียบบนหินเขียว เงาร่างพลันซวนเซ กระอักเลือดคำโต
หน้าอกกระเพื่อมไหว หายใจกระชั้นถี่ ท่าทางเหมือนเพิ่งพ้นเคราะห์ร้าย
เป็นซิงหวนจื่อนั่นเอง
ทว่าตอนนี้กลิ่นอายเขาขาดๆ หายๆ ร่างกายอ่อนแอ ถึงขั้นเห็นว่าครึ่งตัวอยู่ระหว่างภาพมายากับความจริง
“สวี่ชิง…”
ซิงหวนจื่อสีหน้าอึมครึม ร่างพลันวาบไหว ห้อตะบึงไปยังทางออกของวังเซียน
ครู่ต่อมาเขาออกจากวังเซียนแล้ว
ยามท่องเหินออกมา เขาเห็นว่านอกแดนเซียนดับสลาย มีคนส่วนหนึ่งนั่งสมาธิอยู่ตรงนั้น
เมื่อกวาดตามองอย่างรีบเร่ง ในนั้นมีหลี่เมิ่งถู่กับโจวเจิ้งลี่ด้วย
ยามเขากวาดสายตามอง ผู้บำเพ็ญซึ่งนั่งสมาธิที่นี่สัมผัสได้เช่นกัน โดยเฉพาะหลี่เมิ่งถู่กับโจวเจิ้งลี่ ทั้งหมดเงยหน้าขึ้น เหลือบมองซิงหวนจื่อ
นัยน์ตาหลี่เมิ่งถู่หดรัด
โจวเจิ้งลี่กำลังครุ่นคิด
ส่วนซิงหวนจื่อไม่หยุดพักที่นี่ ก้าวผ่านห้วงอากาศ ย่างเหยียบขอบฟ้า ห้อตะบึงไปไกล
ตลอดทางเร่งความเร็วถึงขีดสุด
กระทั่งถึงเขตแดนเซียนดับสลาย เขาค่อยหันกลับไปมองวังเซียน
ส่วนร่างกายครึ่งท่อนที่คาบเกี่ยวระหว่างภาพมายากับความจริงของเขา เพียงชั่วอึดใจก็สูญเสียความเป็นภาพมายา กลายเป็นจริงขึ้นมา
นี่คือวิธีเอาตัวรอดของเขา ทั้งเป็นวิชาลับของหอคอยวงแหวน
อาศัยการสังเวย สร้างหอคอยดาราแห่งตน ใช้หอคอยเป็นตัวแทน
เมื่อเป็นเช่นนี้จึงคลี่คลายวิกฤติเป็นตายได้
ส่วนหอคอยวงแหวนของเขา หลายปีนี้สร้างขึ้นมา 7 แห่ง
‘คิดไม่ถึงว่าต้องเสียไป 1 แห่งเพราะที่นี่…’
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์บนโลกชั้น 5 ก่อนหน้านี้ ในใจซิงหวนจื่อพลันหวั่นเกรง เขาต้องยอมรับเรื่องนี้ ความเข้าใจที่มีต่อบัญญัติของอีกฝ่าย…เหนือกว่าตนไม่น้อย
‘ไม่ว่าฆ่าฟันหรือซ่อนตัว บัญญัติเขาเรียกได้ว่าน่ากลัวทั้งสิ้น!’
‘ดังนั้นถ้าคิดกำราบเขา ข้าต้องยกระดับบัญญัติถึงขั้นทำลายกาลอวกาศที่เขาครอบครองทั้งหมดได้ ไม่อย่างนั้น…คิดสังหารเขาย่อมยากยิ่ง’
‘นอกจากว่า…’
นัยน์ตาซิงหวนจื่อฉายแววล้ำลึก
‘ข้ามีวิธีหาร่างจริงที่ซ่อนแฝงของเขา ด้วยหลักการสวรรค์ของข้า!’
‘จุดอ่อนของคนผู้นี้…คือร่างจริงของเขา!’
‘พลังบำเพ็ญของเขาคือระดับเจ้าเหนือหัว ตัวอ่อนเซียนยังอยู่ระหว่างพัฒนา ดังนั้นขอเพียงมีวิธีหาร่างจริงที่เขาซ่อนตรงกาลอวกาศอื่น…’
‘ใช่ว่าไม่มีโอกาสสังหารเขา!’
ซิงหวนจื่อเงียบไป สุดท้ายค่อยส่ายหัว
ทฤษฎีก็คือทฤษฎี
คิดทำให้สำเร็จ…ซิงหวนจื่อรู้ว่าตอนนี้ตนยังทำไม่ได้
เขาจึงสูดหายใจลึก หายลับไปชั่วพริบตา
เขาไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะตามล่าต่อหรือไม่ ตั้งแต่ต้นจนจบความรู้สึกถึงอันตรายในใจยังอยู่
ดังนั้นเขาเลยทราบว่าตนต้องออกจากแดนดาราตะวันตกโดยเร็ว เร่งเดินทางกลับแดนตะวันออก
มีเพียงถึงแดนตะวันออกจึงจะคลี่คลายวิกฤติได้
…
ขณะเดียวกันในโลกชั้น 5 ของวังเซียน สวี่ชิงมองกลิ่นอายเสี้ยวนั้นกลางฝ่ามือ บีบขยำควบรวมเข้ากับกาลอวกาศ จากนั้นค่อยเงยหน้ากวาดสายตามองเหล่ามหาจักรพรรดิเตรียมเซียนทั่วทิศ
ไม่มีคำพูดใด ร่างวาบไหว ก้าวไปข้างหน้า
ร่างเขาพร่าเลือนทันที
แต่ครู่ต่อมาเงาร่างเขาเปลี่ยนจากรางเลือนเป็นชัดเจนขึ้นมา
“ไปชั้น 6 ไม่ได้จริงๆ”
ก้าวเดินนี้ เขาแค่ลองว่าเข้าโลกชั้น 6 ได้หรือไม่
ถึงแม้เขาทราบว่าชั้น 6 ของวังเซียนเป็นสถานที่ซึ่งพลังต่อสู้ระดับเซียนชั้นล่างถึงมุ่งหน้าไปได้ แต่เมื่อมาถึงชั้น 5 แล้ว แน่นอนว่าเขาอยากลองดู
ตอนนี้เมื่อพิสูจน์แล้ว สวี่ชิงก้าวเดินอีกครั้ง ครั้งนี้…เขาไม่ได้ฝืนไปชั้น 6 แต่หวนคืนกลับมา
เงาร่างเลือนหายชั่วพริบตา
เมื่อปรากฏตัวก็อยู่บนแท่นรับเซียนตรงทางเข้าวังเซียนแล้ว
‘วาสนาวังเซียนครั้งนี้ สำหรับข้าถือว่าสิ้นสุดแล้ว’
สวี่ชิงยืนบนแท่นรับเซียน เงยหน้ามองวังเซียน
ในสมองนึกถึงประสบการณ์ครั้งนี้ ทุกภาพฉากพลิกตลบเหมือนธารกาลเวลา ม้วนพัดเม็ดทรายตรงก้นแม่น้ำขึ้นมา เคลื่อนผ่านสายตาเขา
ในความรางเลือนสวี่ชิงเหมือนเห็นเด็กหนุ่มชุดขาวคนหนึ่ง
เขายืนบนฝั่งอดีตของธารกาลเวลา มือถือหนังสือสมรส ข้างกายมีเด็กสาวสวมชุดแต่งงานคนหนึ่ง ทั้ง 2 มองเขา แย้มยิ้มให้ จากนั้นค่อยประสานมือคารวะ
รอยยิ้มแฝงความนึกถึงอดีตยากบรรยาย
อาจเป็นความเยาว์วัย อาจเป็นความยากลำบาก อาจเป็นความดีงาม อาจเป็นความเจ็บปวด
ฟองคลื่นตามสายน้ำไหลก่อเกิดเป็นภาพ
สวี่ชิงหันกลับมามองตัวเองที่ยืนอยู่ตรงปลายธารกาลเวลา
จากนั้นค่อยยิ้มเล็กน้อย คารวะตอบคนอีกฝั่งของธารกาลเวลา
ลมฝนเมื่อวาน ภาพสะท้อนวันนี้
กระแสน้ำเลือนหาย เม็ดทรายที่พัดขึ้นมาเป็นแสงดาวซ่านสลาย
สวี่ชิงหยัดร่างขึ้น ก้าวลงจากแท่นรับเซียน ก้าวเดียว…ถึงทางออกจากวังเซียน
เมื่อยืนเหนือแดนเซียนดับสลาย แสงเหนือแดงชาดที่ห่างกันนานบนฟ้ากระทบตัวเขา ทิวทัศน์ตรงหน้าแดงเรื่อเช่นเคย
ทว่าต่างจากเมื่อก่อน
สำหรับเขาแสงนี้เปลี่ยนเป็นอ่อนโยน
แฝงความรักจากบิดา
สวี่ชิงหลับตาสัมผัสเงียบๆ สักพักเมื่อลืมตาขึ้น เขาเห็นผู้คนนอกวังเซียน
บรรพจารย์ตี้หลิง หลี่เมิ่งถู่ โจวเจิ้งลี่ มีเหล่าผู้บำเพ็ญที่เขาไม่รู้จักด้วย
คนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้กลับมาจากวังเซียน สาเหตุที่คนส่วนใหญ่ยังไม่จากไป ด้วยพวกเขาเลือกรอวังเซียนปิดฉากอยู่ที่นี่ ชั่วพริบตายามกระแสน้ำลด อาศัยสิ่งนี้ฝึกบำเพ็ญและหยั่งรู้
ถึงอย่างไรสำหรับพวกเขาแล้ว การเดินทางนี้อยู่เพียงโลกชั้น 3 แม้ว่าได้รับประโยชน์ แต่กลับไม่มาก
เห็นชัดว่าคนคิดเช่นนี้ ไม่นับรวมหลี่เมิ่งถู่กับโจวเจิ้งลี่
ตอนนี้ฝ่ายแรกมองสวี่ชิง สีหน้าสับสนอยู่บ้าง อ้าปากเหมือนอยากกล่าวอะไร
คล้ายว่าทุกอย่างบนโลกชั้น 4 ส่งผลกับเขามาก เมื่อเขามองสวี่ชิงจึงรู้สึกว่าตนยังเป็นจงฉือ…
ส่วนโจวเจิ้งลี่ที่อยู่ข้างกาย เห็นชัดว่านิ่งสงบกว่าหลี่เมิ่งถู่นัก ไม่พิจารณาปัจจุบันกับประวัติศาสตร์จำลองบนโลกชั้น 4
สำหรับเขาการคว้าโอกาส สืบต่อวาสนา ทำให้วาสนาไม่จบอยู่แค่ภาพสะท้อน ทั้งอยู่ต่อในอนาคตต่างหากที่สำคัญยิ่ง
โดยเฉพาะเมื่อเห็นชัดเจนว่าซิงหวนจื่อบาดเจ็บไม่น้อย รีบร้อนจากไปก่อนหน้านี้ ความคิดนี้พลันหนักแน่นในใจ
ตอนนี้เมื่อสบตาสวี่ชิง โจวเจิ้งลี่จึงรีบก้าวมา
กระทั่งถึงเบื้องหน้าสวี่ชิง ท่าทางเขาเหมือนตอนอยู่บนโลกชั้น 4 ค้อมตัวคารวะอย่างนอบน้อมหาใดเปรียบ
“นายน้อย”
“ยินดีกับนายน้อยที่เลื่อนขั้นพลัง ยกระดับมากขึ้น ทะยานขึ้นเป็นดาวอันดับ 1 แห่งวงแหวนที่ 5 !”
สวี่ชิงมองโจวเจิ้งลี่ “ที่นี่ไม่ใช่ประวัติศาสตร์จำลอง”
โจวเจิ้งลี่ส่ายศีรษะ
“ผู้ที่ข้าคนแซ่โจวเลื่อมใส ไม่ใช่นายน้อยจี๋กวงเช่นกัน”
สวี่ชิงได้ยินดังนี้ สายตายามมองโจวเจิ้งลี่เปี่ยมนัยลึกซึ้ง ตอนนี้บรรพจารย์ตี้หลิงที่อยู่ด้านข้างลอยมาถึงอย่างรวดเร็ว คารวะสวี่ชิงอย่างจริงจัง ก่อนกล่าวอย่างตื่นเต้น “ผู้อาวุโสกลับมาแล้ว ผู้น้อยค่อยคลายความกังวล ก่อนหน้านี้ผู้อาวุโสมีบุญคุณช่วยชีวิต ผู้น้อยเป็นห่วงความปลอดภัยบนโลกชั้น 4 ของผู้อาวุโสตลอด”
“ช่วงนี้กังวลกลัดกลุ้ม ร้อนรนกระสับกระส่าย โทษตัวเองว่าพลังบำเพ็ญไม่เพียงพอ ไม่อาจมุ่งหน้าไปโลกชั้น 4 เพื่อช่วยเป็นแรงหนุน คอยติดตามผู้อาวุโส”
“กระทั่งเมื่อวาน ผู้น้อยพลันตระหนักรู้ ในใจหมดห่วงไม่น้อย”
“สิ่งที่ผู้น้อยตระหนักคือ…ผู้อาวุโสเป็นอัจฉริยะฟ้าประทาน วิสัยทัศน์กว้างไกล คิดอ่านรอบคอบ วางแผนแม่นยำ แม้ว่าโลกชั้น 4 เกิดคลื่นลมแรง แต่ทั้งหมดย่อมอยู่ในความคาดหมายของผู้อาวุโส”
“ผู้น้อยแค่ต้องรออยู่ข้างนอก ด้วยฉากจบปิดท้ายย่อมเป็นมงคล ทุกอย่างสมปรารถนา!”
“สุดท้ายต้องขอบคุณผู้อาวุโสที่ช่วยชีวิตตอนอยู่วังเซียน ยินดีกับผู้อาวุโสที่ประสบความสำเร็จในการมาวังเซียนครั้งนี้ ขอให้เส้นทางดาราในอนาคตของผู้อาวุโสส่องประกายทั่วฟ้าดิน!”
บรรพจารย์ตี้หลิงกล่าวเสียงดัง
ทำให้โจวเจิ้งลี่ที่อยู่ด้านข้างหันมามอง
ทำให้เงาล่างฝ่าเท้าสวี่ชิงสั่นคลอน
ถึงขั้นว่าเวิ้งฟ้าเหมือนเกิดคลื่นสะเทือนเพราะคำพูดของบรรพจารย์ตี้หลิง
เพียงชั่วขณะแสงเหนือแดงชาดส่องประกายยิ่งกว่าเดิม เสียงอัสนีบาตดังมาจากฟากฟ้าเป็นระลอก กึกก้องต่อเนื่อง ถึงขั้นว่าไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงม่านนภาแถบนี้…
เวิ้งฟ้าทั่วแดนตะวันตกส่งเสียงกัมปนาท
แม้แต่ทิศตะวันออก เหนือ ใต้ ก็เช่นกัน
ท้องฟ้าบนวงแหวนที่ 5 เหมือนถูกมือไร้รูปข้างหนึ่งยกขึ้น เผยให้เห็นฟ้าดารากับดวงดาว
ดาวเหล่านั้นเปล่งแสงต่างกัน บ้างเจิดจรัส บ้างมืดสลัว
ทุกดวงสอดคล้องกับผู้บำเพ็ญบนวงแหวนที่ 5 !
นั่นคือ…สิ่งสะท้อนของป้ายอนุมัตินครเซียน!
ภาพนี้ทำให้คนนอกแดนเซียนดับสลายหน้าเปลี่ยนสีทันที ทยอยเงยหน้าขึ้น
ไม่ใช่แค่พวกเขา ตอนนี้ผู้บำเพ็ญส่วนใหญ่ในวงแหวนที่ 5 ก็เช่นกัน
เนื่องจาก…
นัยน์ตาโจวเจิ้งลี่ฉายแววอัศจรรย์ เอ่ยปากกล่าวเสียงต่ำลึก “การทดสอบนครเซียนช่วงที่ 3 หรือก็คือช่วงสุดท้าย เริ่มแล้ว!”
ช่วงนี้คือการเข่นฆ่าและคัดออก!
การมาของมันสื่อถึงการตัดสินสุดท้าย!
จากนั้นเหล่าผู้บำเพ็ญที่มีป้ายอนุมัตินครเซียน แสงจากป้ายบนตัวล้วนเจิดจรัส
สวี่ชิงก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น แสงเรืองรองส่องสะท้อนกับดวงดาว ในฟ้าดินยังมีเสียงกลองพิฆาต
ดังกึกก้องราวอัสนีบาตฟาดผ่า
ผู้บำเพ็ญที่เดิมฝึกตนอยู่นอกแดนเซียนดับสลายต่างหน้าเปลี่ยนสี หยัดร่างขึ้นทันที แยกย้ายห่างออกไป
โจวเจิ้งลี่สูดหายใจลึก คารวะสวี่ชิงอีกครั้ง “นายน้อย สำหรับท่านการเข้านครเซียนเป็นเรื่องแน่นอน ข้ายังต้องพยายาม หลังจากแก่งแย่งผ่านการทดสอบแล้วจะได้ร่วมทางกับนายน้อย…พบกันที่นครเซียน!”
“ต่อจากนี้ผู้ครองป้ายนครเซียนย่อมให้ความสำคัญกับการทดสอบ”
เมื่อกล่าวจบโจวเจิ้งลี่ร่างวาบไหว ห้อตะบึงตรงไปฟ้าดารา
เมื่อเห็นโจวเจิ้งลี่จากไป ผู้คนโดยรอบจากไปพอสมควร หลี่เมิ่งถู่ก้าวมาข้างหน้าช้าๆ
“เอ่อ…เชียนจวินกับปี้อี้ เมื่อกระบี่ 2 เล่มนั้นออกมาแล้วเผ่นเร็วกว่าใคร…แต่ข้าสัมผัสได้ว่ากลิ่นอายบนตัวพวกเขา ไม่ต่างจากตอนอยู่บนโลกชั้น 4 นัก ข้าคาดว่าการสวามิภักดิ์นั้นส่งผลต่อปัจจุบัน”
“บัญญัติบนตัวข้าก็ต่างออกไป”
“ส่วนเสียหลิงจื่อข้าไม่เห็น คิดว่าเขาออกมาคนแรก ดังนั้นเลยเลือกจากไปก่อน”
“ยังมีหย่วนซานซู่ ข้าเห็นนางจากไปอย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าสับสน”
“ข้า…ต่อจากนี้ข้าต้องไปฝึกเช่นกัน เลื่อนอันดับป้ายอนุมัตินครเซียน นายน้อ…เจ้าอยากไปกับข้าหรือไม่”
หลี่เมิ่งถู่พูดตะกุกตะกักอยู่บ้าง
สวี่ชิงได้ยินแล้วยิ้มรับ จากนั้นค่อยส่ายศีรษะ ยกมือขวาขึ้น กลิ่นอายของซิงหวนจื่อกลางฝ่ามือยังเวียนวน
นัยน์ตาหลี่เมิ่งถู่หดรัด
“เจ้าคิดจะ…”
“ตัวซิงหวนจื่อมีสิ่งที่เหมือนข้า ข้าจะไปนำกลับมา” สวี่ชิงกล่าวราบเรียบ ก้าวไปยังขอบฟ้า
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)



