บทที่ 1185 ของกำนัลบนแม่น้ำโลหิตเทพเจ้า
กระแสวิญญาณของดินแดนเซียนดับสูญยังคงมีการเปลี่ยนแปลงแบบน้ำขึ้นน้ำลง ยังไม่หายไปโดยสมบูรณ์
นี่เป็นเพราะการปรากฏขึ้นของวังเซียน โอกาสวาสนาที่นำมาให้ ความจริงแล้วยังไม่ได้สิ้นสุดลงไปโดยสมบูรณ์
ที่จบสิ้นไปก็แค่ชั้นที่ 5 ลงไปเท่านั้น
สำหรับมหาจักรพรรดิเตรียมเซียนเหล่านั้น โลกชั้นที่ 6 ถึงจะเป็นสถานที่ที่พวกเขาปรารถนาและอยากลองก้าวเข้าไป
ดังนั้นในยามที่สวี่ชิงเดินไปยังขอบฟ้า ยืนอยู่บนท้องฟ้า มองดูผืนแผ่นดิน วังเซียนที่เขาเห็นอยู่ในครรลองสายตา ท่ามกลางความรางเลือนก็ยังคงมีเสียงคลื่นดังแว่ว สะท้อนก้องอยู่ในฟ้าดิน
จิตใจของเขาในเสี้ยวขณะนี้เกิดระลอกคลื่นอารมณ์ขึ้น
อำนาจจากวังเซียนทำให้เขามีความรู้ความเข้าใจรางเลือนอย่างหนึ่ง
“ที่โลกชั้นที่ 6 มีคนเข้าไปแล้ว!”
สวี่ชิงดวงตาฉายประกายประหลาด
โลกชั้นที่ 6 คือสถานที่ที่มีเพียงกำลังรบระดับเซียนชั้นล่างเท่านั้นจึงจะย่างก้าวเข้าไปได้
อีกทั้งเพราะระดับขั้นของวังเซียน ดังนั้นต่อให้เป็นเซียนระดับล่างก็เป็นวาสนาเช่นกัน
“หากไม่ใช่เซียนระดับล่างที่ไม่รู้จักเข้าไปในวังเซียนก่อน ก็เป็น…ระดับเตรียมเซียน มีคนทะลวงขั้นแล้ว”
“น่าเสียดาย แม้ข้าจะมีอำนาจของวังเซียน แต่ข้อจำกัดของพลังบำเพ็ญ ความไม่เพียงพอของระดับขั้นธรรมนูญ ทำให้ข้าไม่สามารถเข้าไปยังชั้นที่ 6 ได้”
สวี่ชิงส่ายหน้า ทว่ากลับไม่ร้อนใจ
หลังจากถือครองอำนาจวังเซียน เขาเข้ามาในสุสานเซียนก็ไม่จำเป็นต้องรอเวลาที่กำหนดแล้ว สามารถมาที่นี่ได้ตลอดเวลา และสามารถก้าวเข้าไปได้
“รอเมื่อตัวอ่อนเซียนของข้าสำเร็จ เมื่อวิถีสุดยอดที่ 10 บรรลุแจ้งแล้ว ยังมาได้อีก”
“ไม่รู้ว่าโลกชั้นที่ 6 นั่นจะหน้าตาเป็นอย่างไร…”
ในยามที่ปรากฏตัวขึ้นก็มาอยู่นอกดินแดนเซียนดับสูญแล้ว
ตอนนี้แผนที่ดวงดาวที่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าก่อนหน้านี้ซึ่งตรงกันกับป้ายอนุมัติเมืองเซียนเหล่านั้น ค่อยๆ จางหายไปแล้ว ถูกแสงเรืองรองแห่งขั้วโลกสีแดงฉานปกคลุมอีกครั้ง
แต่การเริ่มต้นของรอบที่ 3 ทำให้ผู้บำเพ็ญที่ถือครองป้ายอนุมัติเมืองเซียนสัมผัสรับรู้ซึ่งกันและกันได้อย่างรวดเร็วกว่าก่อนหน้านี้ไม่น้อย อีกทั้งจิตเทพผสานไปในป้าย แผนที่ดาวที่ซ่อนอำพรางไปจะปรากฏขึ้นในใจ
สะดวกต่อการฆ่าและช่วงชิง!
นี่ก็คือจุดที่โหดเหี้ยมของรอบที่ 3
แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีซ่อนป้ายอนุมัติเมืองเซียนของตัวเอง เพียงแต่คนที่ทำได้มีไม่มากก็เท่านั้น
แต่เห็นได้ชัดว่าซิงหวนจื่อนั้นทำได้
ดังนั้นสวี่ชิงแม้จิตเทพผสานไปในป้ายอนุมัติเมืองเซียน ทว่าบนแผนที่ดาวก็หาดวงดาวที่ตรงกับซิงหวนจื่อไม่เจอ
นี่ก็เป็นสิ่งที่เขาคาดเอาไว้อยู่แล้ว
ซิงหวนจื่อไม่มีทางทำข้อผิดพลาดเช่นนี้
ดังนั้นผลึกแก้วสีม่วงในร่างของสวี่ชิงเพียงขยับ แผ่กลิ่นอาย ปกคลุมป้ายอนุมัตเมืองเซียนของเขา เลือกที่จะซ่อนอำพรางเช่นกัน
เช่นนี้ การไล่ล่าสังหารถึงจะยิ่งราบรื่น
“ส่วนร่องรอย…”
ประกายเย็นเยือกในดวงตาสวี่ชิงฉายวูบ มือขวายกขึ้น
ทันใดนั้นกลิ่นอายของซิงหวนจื่อกลุ่มนั้นที่สวี่ชิงดูดเก็บมาจากกาลอวกาศก็พวยพุ่งบนฝ่ามือของเขา ท่ามกลางการแปรเปลี่ยนอยู่ตลอด ก็ผสานไปในจิตเทพของสวี่ชิง
ไม่นานนักเขาก็สัมผัสรับรู้ทิศทางหนึ่ง ทะยานไป
เวลาไหลไป
ความเร็วของสวี่ชิงว่องไวมาก ทว่าซิงหวนจื่อที่ถูกเขาไล่สังหารก็มีความเร็วที่น่าตื่นตะลึงเช่นกัน
แม้พลังบำเพ็ญของซิงหวนจื่อจะนำหน้าสวี่ชิง แต่เขาถูกสังหารไปแล้วครั้งหนึ่ง ร่างที่สร้างขึ้นใหม่โดยเคล็ดวิชาลับตายแทน สุดท้ายก็ค่อนข้างอ่อนแอ
ด้วยเหตุนี้ ในด้านความเร็วจึงไม่อาจทิ้งช่วงได้มากนัก และยากที่จะหนีจากการจับเป้าหมายจากกลิ่นอายที่สวี่ชิงใช้ได้อย่างแท้จริง
เช่นนี้เอง 3 วันผ่านพ้นไป
ไกลออกไป ทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ได้ปรากฏขึ้นในความรู้สึกของสวี่ชิง ในระหว่างการไล่ล่าอย่างรวดเร็วของเขา
นั่นคือ…ทะเลทรายกาลเวลา
นี่เป็นครั้งที่ 3 ที่สวี่ชิงเห็นทะเลทรายผืนนี้
ครั้งแรกเกิดขึ้นในอดีต ข้างกายคืออวิ๋นเหมินเชียนฝาน
ครั้งที่ 2 คือในประวัติศาสตร์ภาพสะท้อน ข้างกายคือผู้นำเซียนจี๋กวง
ครั้งนี้คือครั้งที่ 3
จ้องมองทะเลทราย สวี่ชิงในใจเกิดระลอกคลื่นอารมณ์ นิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เดินเข้าไปในทะเลทราย
ลมทรายพัดหวีดหวิวอยู่ข้างหน้า คล้ายกำลังเล่าเรื่องเก่าแก่โบราณให้ฟัง
เม็ดทรายปลิวว่อนไปในฟ้าดิน จะลากเปิดม่านให้กับเรื่องนี้
สวี่ชิงที่เดินอยู่ในทะเลทราย สัมผัสรับรู้การเปลี่ยนแปลงของกาลอวกาศในทะเลทราย ฟังเรื่องราวในลมทราย เดินหน้าไปอย่างเงียบๆ
ด้วยระดับขั้นธรรมนูญของเขาในตอนนี้ กาลอวกาศในทะเลทราย เขามองเห็นได้ชัดเจนขึ้นกว่าในอดีต
จวบจนกระทั่งในประวัติศาสตร์ภาพสะท้อน พื้นที่บริเวณนั้นที่ผู้นำเซียนจี๋กวงพาเขาไปได้สะท้อนในครรลองสายตาของสวี่ชิง
ฝีเท้าของสวี่ชิงหยุดลง
กวาดตามองไป…
ที่นี่ ในประวัติศาสตร์ภาพสะท้อน เดิมทีเป็นทะเลดอกไม้ที่มีรูปร่างและสีสันสวยงามต่างๆ นานา
ดอกไม้ในทะเลดอกไม้นั้น ควรจะมีผีเสื้อที่เหมือนกำลังร่ายระบำ นกกระเรียนที่เหมือนกำลังจะสยายปีกบิน ควรจะเป็นดอกไม้ทุกดอกล้วนส่งกลิ่นหอมเฉพาะตัว
พวกมัน…ล้วนแต่เป็นผู้นำเซียนจี๋กวงลงมือปลูกด้วยตัวเองทั้งสิ้น
เพราะภรรยาของเขา…ชอบดอกกล้วยไม้
ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ ผู้นำเซียนจี๋กวงยังบอกบุตรชายของเขาว่า ในอนาคต…ทุกปีจะต้องปลูกดอกไม้ที่นี่ต้นหนึ่ง
จวบจนกระทั่งทรายแห่งกาลเวลาทั้งผืนจะกลายเป็นทะเลดอกไม้แห่งกาลเวลา
ทว่าในตอนนี้…
สวี่ชิงมองไป แห้งเหี่ยวไปทั้งผืน
ทะเลดอกไม้ ได้หายไปจากกาลเวลาไปตั้งนานแล้ว
แต่สวี่ชิงกลับยิ้ม
เพราะสิ่งที่เขามองเห็นไม่ใช่ความเหี่ยวเฉาทั่วไป แต่เป็นดอกไม้เล็กๆ 2 ดอกที่ดูเหมือนเพิ่งถูกปลูกไว้ไม่นานในใจกลางทะเลดอกไม้ที่เหี่ยวเฉานั้น
ดอกกล้วยไม้ทั้ง 2 ดอกนั้นเติบโตในทะเลดอกไม้ที่เหี่ยวเฉา ท่ามกลางสายลมพัดผ่าน ก็ไหวระริกเล็กน้อย ต่างสัมผัสกันเบาๆ และส่งกลิ่นหอมที่เป็นของมันออกมา
ท่ามกลางความเลือนราง เบื้องหน้าสวี่ชิงคล้ายมีเงาร่างของนายน้อยบุตรผู้นำเซียนจี๋กวงและเซียนหลิงหวงปรากฏขึ้น
พวกเขาปลูกดอกไม้ 2 ต้นเอาไว้ที่นี่
และเสียงของบุตรผู้นำเซียนจี๋กวงที่มาจากประวัติศาสตร์ภาพสะท้อน ในเสี้ยวขณะะนี้คล้ายว่าก้องกังวานในหูของสวี่ชิงไปตามสายลม
“ในอนาคต เจ้าต้องจำไว้ว่าต้องมาที่นี่ทุกปี มาปลูกดอกกล้วยไม้ ทำให้ที่นี่มีทะเลดอกไม้ตลอดไป”
เป็นเวลานาน สวี่ชิงก็ดึงสายตาคืน นั่งยองๆ ลง หยิบเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ของที่นี่ในอดีตจากห้วงเวลา แล้วนำไปปลูก
จากนั้นก็โขกศีรษะคำนับครั้งหนึ่ง
เขาเชื่อว่า ทุกปีหลังจากนี้ ดอกไม้ที่นี่จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จนกระทั่งหลายปีให้หลัง ทะเลดอกไม้แห่งกาลเวลาจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง และทรายแห่งกาลเวลานี้ ในที่สุดก็จะกลายเป็นทะเลดอกไม้แห่งกาลอวกาศ
แสงเรืองรองแห่งขั้วโลกสีแดงฉานที่สาดลงมาจากท้องฟ้า ในเสี้ยวขณะนี้ก็อ่อนโยนลง สาดทอลงบนดอกกล้วยไม้
แม้จะไม่ใช่สีทองเหมือนในครานั้น แต่ก็ยังคงเพิ่มความหวานซึ้งเต็มไปด้วยความรักราวห้วงความฝันให้กับที่นี่
และยังทิ้งกลิ่นหอมไว้บนตัวของสวี่ชิงอีกด้วย
ไม่รู้ว่าเป็นคำอวยพรที่กลิ่นหอมนำมาให้หรือไม่ วันที่ 3 หลังจากที่สวี่ชิงไปจากทะเลทราย บนที่รกร้าง เขาก็หาซิงหวนจื่อที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ดินในบริเวณนั้น กำลังรักษาอาการบาดเจ็บอยู่เจอ
ดูเหมือนว่าอาการบาดเจ็บของซิงหวนจื่อไม่อาจทนทานต่อการหลบหนีของเขาอย่างต่อเนื่องแบบนี้ได้อีกต่อไป ดังนั้นจึงจำต้องจำใจกางค่ายกลผนึกมากมาย เขาคิดจะสะกดอาการบาดเจ็บลงไป
แต่น่าเสียดาย การปรากฏตัวขึ้นของสวี่ชิงขัดจังหวะกระบวนการนี้
ดังนั้น การต่อสู้ที่ดังกึกก้องไปทั่วทุกทิศทาง ก็เริ่มขึ้นอีกครั้งบนที่รกร้าง
ซิงหวนจื่อในยามที่แข็งแกร่งเต็มที่ยังเคยถูกสวี่ชิงสังหาร ยิ่งไม่ต้องพูดถึงในตอนนี้ที่อาการบาดเจ็บยังไม่หายดีเลย
ดังนั้นการต่อสู้ศึกนี้ ความดุเดือดรุนแรงในยามเริ่มก็ไม่ได้ยาวนานมากนัก
ซิงหวนจื่อตายครั้งที่ 2
แต่ครั้งนี้หลังจากที่สังหารไปแล้ว คิ้วของสวี่ชิงขมวดแน่น
เขามองไปยังบริเวณเถ้าธุลีที่แปรเปลี่ยนมาจากซิงหวนจื่อ หลังจากนั้นครู่หนึ่งก็พึมพำเสียงต่ำทุ้ม “นี่คือจงใจมารอความตาย…ใช้วิธีนี้ลบการจับเป้าหมายของข้า”
จากความตายของซิงหวนจื่อ กลิ่นอายกลุ่มนั้นที่กลางฝ่ามือของสวี่ชิงก็สลายไป
และในกาลอวกาศก็ไม่มีร่องรอยของซิงหวนจื่อแล้ว
ไม่อาจไล่ตามหาต่อไปได้ และไม่อาจจับเป้าหมายต่อได้เช่นกัน
“สมแล้วที่เป็นดวงดาวอันดับหนึ่ง แม้จะอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ก็ยังคงใช้วิธีแบบนี้ ตัดการไล่ล่าโจมตีของข้า”
สวี่ชิงเงยหน้า มองไปยังที่ไกล
“แต่ว่า…”
“สุดท้ายแล้วเจ้าก็ต้องกลับไปยังทิศตะวันออก”
“และแดนดาราทิศตะวันออก เส้นทางที่จะกลับไปนั้นแม้จะมีมากมาย แต่มีเส้นหนึ่ง…”
“จะมองอย่างไรล้วนเป็นเส้นที่ปลอดภัยที่สุด”
ดวงตาของสวี่ชิงเปล่งประกายเย็นเยือก มองไปทางแม่น้ำโลหิตเทพเจ้า
ความพิเศษของแม่น้ำโลหิตเทพเจ้าอยู่ที่คนพายเรือข้ามฟาก
ขอเพียงก้าวไปบนเรือข้ามฟาก ภายใต้กฎของคนพายเรือข้ามฟากก็จะปลอดภัยอย่างสมบูรณ์
คนที่รับผิดชอบความปลอดภัยคือคนพายเรือข้ามฟาก
แม้จะมีผู้ไล่ล่า ภายใต้การคุ้มครองของกฎนี้ คนพายเรือข้ามฟากก็จะขัดขวางอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ เนื่องจากราคาของเรือข้ามฟาก มีเพียงแค่ครั้งที่ 3 เท่านั้นจึงจะเป็นชั่วชีวิต ดังนั้นครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 สำหรับผู้บำเพ็ญแล้วสามารถแบกรับได้
ขณะเดียวกัน ในช่วงเวลาที่เรือข้ามฟากข้ามแม่น้ำ ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยนั้น ก็เหมาะสำหรับการรักษาอาการบาดเจ็บด้วย
“เรื่องที่ข้าสามารถคิดได้ เขาก็คิดได้เหมือนกันอย่างแน่นอน”
สวี่ชิงเงียบนิ่ง
สุดท้ายเขาก็ยังคงเลือกที่จะมุ่งหน้าไปยังแม่น้ำโลหิตเทพเจ้า
ด้านหนึ่งเป็นเพราะแม่น้ำโลหิตเทพเจ้า เป็นหนึ่งในตัวเลือกของซิงหวนจื่อจริงๆ และตัวเขาในเมื่อสูญเสียร่องรอยของอีกฝ่ายไปแล้ว แทนที่จะค้นหาตามเส้นทางอื่นๆ สู้ไปซุ่มรออยู่ในที่เดียวดีกว่า
หากมาก็ดีที่สุด หากไม่มา…เช่นนั้นก็ค่อยสังหารทีหลัง
อย่างไรก็ต้องได้เจอ
อีกด้านหนึ่ง สวี่ชิงจำได้ว่าเซียนหลิงหวงเคยกล่าวเอาไว้ว่าได้เตรียมของกำนัลชิ้นหนึ่งเอาไว้ให้ตนที่แม่น้ำโลหิตเทพเจ้า
ของกำนัลนี้สวี่ชิงในใจเดาได้แล้ว
แต่เขาไม่แน่ใจ
“หากเป็นของกำนัลชิ้นนั้นที่ข้าเดาไว้จริงๆ…เช่นนั้นหากซิงหวนจื่อเลือกไปแม่น้ำโลหิตก็น่าสนุกแล้ว”
นึกถึงตรงนี้ ในใจสวี่ชิงก็ตัดสินใจเด็ดเดี่ยว ร่างเพียงไหววูบก็เคลื่อนย้ายไป
หลังจากนั้นครึ่งเดือน
เงาร่างของสวี่ชิงมาปรากฏที่ริมฝั่งแม่น้ำโลหิตเทพเจ้า
แม่น้ำโลหิตเทพเจ้ายาวมาก แต่จุดข้ามนั่นกำหนดตายตัว มีเพียงที่เดียวเท่านั้น
และริมฝั่ง ภายใต้การกัดเซาะมาแต่โบราณของแม่น้ำก็แดงก่ำ สะพานไม้ที่สร้างไว้ตรงนั้น ไม้บนนั้นก็เช่นกัน ในการกัดเซาะจากสายน้ำที่ฉายความผุกร่อนออกมา
ลมพัดมา เหมือนเสียงคำรามของภูตผีปีศาจ เขย่าขวัญผู้คน
เหยียบมาบนฝั่งแม่น้ำสีแดงนี้ เดินบนสะพานไม้ที่ผุพัง สวี่ชิงฟังเสียงลม ได้กลิ่นคาวเลือดที่ลมพัดมา มองไปยังแม่น้ำโลหิตที่เหมือนทะเล
ตรงนั้นมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด
เห็นเพียงขณะที่คลื่นสุดลูกหูลูกตาซัดโหม สีของน้ำในแม่น้ำและแสงเรืองรองแห่งขั้วโลกของท้องฟ้า สะท้อนซึ่งกันและกันอยู่ตลอดเวลา
และในท้องฟ้าและผืนน้ำที่เป็นสีแดงฉานสีเดียวกันนี้ บนแม่น้ำโลหิตที่แปลกประหลาดและน่าขนลุก ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวราวกับภูตผีปีศาจร่ำไห้…มีเรือไม้ดำสนิทที่โบราณเก่าแก่ทรุดโทรมลำหนึ่ง กำลัง…ค่อยๆ ลอยมาจากที่ไกลออกไป
น้ำที่ซัดโหมปั่นป่วนเมื่ออยู่ต่อหน้ามันก็เปลี่ยนมาสงบนิ่ง
ลมกระโชกแรง เมื่ออยู่ต่อหน้ามันก็เปลี่ยนมาอ่อนโยน
มันเงียบนิ่งไร้สุ้มเสียง เข้ามาใกล้ประดุจผีร้าย
จนกระทั่ง จอดเทียบข้างสะพาน จอดอยู่เบื้องหน้าสวี่ชิง
นี่คือเรือข้ามฟากลำหนึ่ง
แต่บนเรือ…ไม่มีคนพายเรือข้ามฟาก
มีเพียงเสื้อฟางตัวหนึ่ง หมวกสานใบหนึ่ง และแผ่นหยกแผ่นหนึ่ง
แผ่นหยก ในเสี้ยวพริบตาที่สายตาของสวี่ชิงจับจ้องไปก็แตกออก ในฟ้าดินสะท้อนก้องไปด้วยเสียงของเซียนหลิงหวง
“นี่คือของกำนัลที่ข้ามอบให้เจ้า”
“ไม่มีผลกรรมเวร ไม่มีพันธนาการ เพราะผลกรรมเวรทั้งหมด ข้าได้ตัดขาดแล้ว พันธนาการทั้งหมด ข้าได้นำไปแล้ว แม้แต่ภารกิจของคนพายเรือข้ามฟาก ข้าก็รับแทนแล้ว”
“เรือลำนี้เป็นของเจ้าโดยสมบูรณ์ อีกทั้งยังไม่ต้องทำภารกิจ…พายเรือข้ามฟาก”
“บิดาของข้าเป็นผู้สร้างมันเองกับมือ”
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)



