Skip to content

Outside Of Time 1227

Outside of Time
BC

บทที่ 1227 สวี่ชิงเดือดดาล!

สายลมของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ มีความชื้นที่คุ้นเคยเหมือนภาพจำ

C

นั่นมาจากความกว้างใหญ่ของทะเลโอฬาร ทั้งมาจากไอพลังประหลาดในฟ้าดินนี้

ต่างจากวงแหวนที่ 5 โดยสิ้นเชิง

เมื่อสัมผัสรู้ทุกอย่าง สวี่ชิงเปิดปากคิดกล่าวอะไรบางอย่าง แต่หลังจากขยับริมฝีปากกลับพูดไม่ออก

ในสายตาเขาฟ้าดินรอบตัวพร่าเลือนอยู่บ้าง อาจเพราะไอพลังประหลาดทำให้ห้วงอากาศบิดเบี้ยว ทั้งอาจเพราะเทพแดนต้องประสงค์ส่งผลต่อทุกอย่าง

มีเพียง…หญิงชราสวมชุดคลุมยาวสีดำ ใบหน้าเปี่ยมร่องรอยแห่งลมฝน ในสายตาสวี่ชิงถือว่าชัดเจนเป็นพิเศษ

ริ้วรอยมากมายคล้ายร่องลึกแห่งกาลเวลา สลับกับลมฝน ทั้งเหมือนเจือชะตาชีวิต

ผีเสื้อน้อยเมื่อปีนั้น แน่นอนว่าสวี่ชิงยังจำได้

ในความทรงจำตอนนั้นอีกฝ่ายคือเด็กสาวคนหนึ่ง ทั้งเคยขัดแย้งกับตน จากนั้น…อีกฝ่ายก็พาตนไปวังเซียนคิมหันต์ ได้เจออดีตเจ้าวังเผ่ามนุษย์เป็นครั้งแรก

ทว่าความทรงจำทั้งหมดนี้ เทียบกับสิ่งที่เห็นและสัมผัสได้ตอนนี้แล้ว ทำให้สวี่ชิงรู้สึกเหมือนไม่ใช่ความจริง

“ก่อนตายอาจารย์เคยกล่าวไว้ ผู้ไม่เคยผ่านความเจ็บปวด ไม่มีทางรับรู้ถึงความรู้สึกนั้น นั่นคือความ…ไม่อยากเชื่อ ถึงขั้นต้องการหลอกตัวเอง แสร้งทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

“เนื่องจากหลังความเจ็บปวดสาหัสคือความว่างเปล่า”

หญิงชรายิ้มขมขื่น

“แต่เมื่อข้าเห็นมหาเคราะห์กับตา เห็นความสูญเสียด้วยตาตัวเอง…ข้าถึงเข้าใจสิ่งที่อาจารย์กล่าว ทั้งรู้สึกถึงทุกอย่าง พันปีหลังจากนั้น ไม่เคยก้าวออกไปได้”

“วันนี้ได้เจอเจ้า…หวังว่าอนาคต เจ้าจะก้าวออกไปได้”

หญิงชราขมขื่น หันหลังช้าๆ เดินห่างออกไป เงาหลังเหมือนอ้างว้าง แฝงความโดดเดี่ยวเหลือคณา

สวี่ชิงเงยหน้าขึ้นช้าๆ มองเงาหลังของหญิงชรา เอ่ยกล่าวฉับพลัน “อาจารย์ข้าเล่า…ศิษย์พี่ใหญ่ข้าเล่า…จื่อเสวียนกับหลิงเอ๋อร์ ทั้งมี…มีเหล่าสหายของข้าด้วย เพื่อนร่วมสำนัก รวมถึง…ทุกคน พวกเขาเป็นอย่างไร”

เสียงที่กล่าวออกมา คนที่รู้จักเขาคงแทบฟังไม่ออก เสียงนั้นแหบพร่า คล้ายฝนกรวดทรายนับไม่ถ้วน

คำถามนี้สวี่ชิงไม่กล้าเอ่ย แต่ยังถามออกมา ท่ามกลางเสียงแหบพร่าแฝงความสั่นเครือ

หญิงชราชะงักฝีเท้า หันหลังให้สวี่ชิง เงียบไปสักพัก

สุดท้ายเสียงเหมือนผ่านคลื่นประวัติศาสตร์ ดังก้องจากขลุ่ยเชียงแห่งกาลเวลา

“พันปีก่อน เซียนบรรพกาลมาเยือนโลก ต้องการหาของสิ่งหนึ่ง”

“เขามุ่งหน้าไปเผ่ามนุษย์ก่อน เมื่อเห็นรูปสลักมหาจักรพรรดิครองกระบี่ เขายกมือขึ้น เผ่ามนุษย์ทั้งหมดล้วนดับสิ้น”

“แม้แต่ผู้แข็งแกร่งอย่างจักรพรรดินีหลีเซี่ย เมื่ออยู่ต่อหน้าเซียนบรรพกาล สุดท้ายก็เป็นเพียงคนรุ่นหลัง ถูกลบสติปัญญา กลายเป็นทาสเทวะข้างกาย”

“อาจารย์เจ้าไม่ได้ลงมือ ตัวเขาไม่ได้ใส่ใจเผ่ามนุษย์ เขาแค่สนใจสิ่งที่เห็นรอบตัว”

“เซียนบรรพกาลนั่นไม่เคยมุ่งหน้าไปทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ คล้ายมีกฎกรรมกับอาจารย์เจ้า เจตนาปล่อยไป”

“แต่สุดท้ายอาจารย์เจ้าออกด่าน ยืนหน้าเซียนบรรพกาลนั่น ขวางการเสาะหาของเขา เนื่องจาก…สิ่งที่เซียนบรรพกาลตามหาคือศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้า!”

“อาจารย์เจ้ายอมต่อสู้เพื่อเขา ศิษย์พี่ใหญ่เจ้ากลับมาจากนภาเจิดจรัส สำแดงพลังบำเพ็ญระดับกึ่งเซียนขั้นสูงสุด ทว่าผลลัพธ์กลับไม่เปลี่ยนแปลง”

“ศึกนั้นอาจารย์เจ้าสู้จนตาย ศิษย์พี่ใหญ่เจ้าเสียสติ กลายเป็นเครื่องสังเวยแก่เซียนบรรพกาล”

“จากนั้นสำนักเจ้าถูกกำจัดสิ้น เหล่าศิษย์พี่เจ้าไม่รอดสักคน ทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณจมลงสู่ทะเลโอฬารเพราะเหตุนี้ ปักษาสวรรค์ทักษิณ…กลายเป็นเพียงซาก”

“ถึงตอนนี้เซียนบรรพกาลค่อยจากไป ต่อมานภาเจิดจรัสปั่นป่วน ฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง จักรพรรดิวิญญาณบรรพกาลฉวยโอกาสเด่นผงาด ทั่วแดนต้องประสงค์ตกสู่ความวุ่นวาย”

“จื่อเสวียนที่เจ้าเอ่ยถึง ข้าจำได้อยู่บ้าง นางตกต่ำถึงขั้นใช้ชีวิตร่อนเร่ กลายเป็นอาหารเทพองค์ใหม่”

“ส่วนหลิงเอ๋อร์ที่เจ้ากล่าวถึง ข้าจำได้เช่นกัน นางถูกจักรพรรดิวิญญาณบรรพกาลกลืนกิน ดวงชะตากลับคืนถิ่นเดิม”

“ทุกคนที่เจ้ารู้จัก ช่วงพันปีนี้ส่วนใหญ่ล้วนสิ้นชีพ”

สวี่ชิงก้มหน้า

หญิงชราไม่เอ่ยปากอีก

นี่ก็คือฉากจบของทุกคน

ลมพัดมาจากที่ห่างไกล เสียงดังหวีดหวิวถึงที่นี่

ทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย ทั้งพัดเรือนผมยาวของสวี่ชิงขึ้น แต่กลับพัดพาความเงียบงันในใจเขายามนี้ไปไม่ได้

นี่ก็คือฉากจบของทุกคน

หญิงชราถอนหายใจ ผสานรวมกับสายลม สุดท้ายค่อยกล่าวเสียงเบาประโยคหนึ่ง “หากไม่ใช่เพราะสิ่งที่เจ้าทิ้งไว้ในแดนต้องประสงค์ ข้าคงคิดว่าเจ้าตายอยู่บนโลกภายนอกแล้ว”

เมื่อกล่าวจบ นางส่ายศีรษะเงียบๆ เดินจากไปไกลพร้อมความโดดเดี่ยวและอ้างว้าง

คล้ายว่าถึงแม้อาจารย์นางจากไปแล้ว แต่นางยังต้องรับหน้าที่ในวังเซียนคิมหันต์ ต่อให้…นางไม่รู้ว่าหน้าที่นี้ยังมีความหมายอยู่หรือไม่

แต่นี่คือความปรารถนาสุดท้ายของอาจารย์

เงาร่างนางจากไปช้าๆ กระทั่งหายลับไปในโลกบิดเบี้ยว

เวลาล่วงเลย

สวี่ชิงยืนอยู่ตรงนั้น เขาไม่รู้ว่าตอนนี้ตนตกสู่สภาวะใด เขาทราบเพียงว่าตอนนี้ความคิดตนเหมือนชะงักค้าง ทุกอย่างเหมือนหยุดนิ่งชั่วขณะ

รวมถึงจิตวิญญาณด้วย

มีเพียงเสียงลมพัดผ่านหูที่ยังดังต่อเนื่อง

ได้แค่รับฟัง กระทั่งเสียงหวีดหวิวเหมือนเสียงคร่ำครวญ

จากนั้นความเจ็บปวดเหลือคณาราวกระแสน้ำ ฝังกลบเขาฉับพลัน

ทุกอย่างตรงหน้ากลายเป็นสีเลือด

นั่นคือเลือดแดงสดอาบย้อมนัยน์ตา

เขาอ้าปากคิดกล่าวพึมพำ แต่เลือดกลับล้นออกจากปากอย่างห้ามไม่อยู่

สิ่งที่ทำได้มีเพียงซวนเซถอยร่น

‘ที่แท้เมื่อเจ็บปวดถึงขีดสุดจะว่างเปล่า…’

เขาไม่อาจหลั่งน้ำตา คล้ายสูญสิ้นทุกอย่างไป

ความว่างเปล่าในใจเหมือนหลุมดำ ครอบงำทุกอย่าง

จมดิ่งลงหลุมดำ ไม่มีที่สิ้นสุด

ความรู้สึกนี้สวี่ชิงคิดว่าตนน่าจะคุ้นเคย คล้ายตรงทะเลปั่นป่วนกาลเวลา แต่เขานึกสภาพตอนนั้นไม่ออกอยู่บ้าง

ในใจเขามีเพียงเสียงหญิงชราก่อนจากไป ดังก้องครั้งแล้วครั้งเล่า

คำพูดเหล่านี้เปลี่ยนเป็นประกายไฟ ควบรวมตรงนัยน์ตาเขาช้าๆ

‘ศิษย์พี่ใหญ่เจ้าเสียสติ กลายเป็นเครื่องสังเวยแก่เซียนบรรพกาล’

‘หลิงเอ๋อร์ที่เจ้ากล่าวถึง นางถูกจักรพรรดิวิญญาณบรรพกาลกลืนกิน ดวงชะตากลับคืนถิ่นเดิม’

‘จักรพรรดินีหลีเซี่ย สุดท้ายถูกลบสติปัญญา กลายเป็นทาสเทวะข้างกาย’

‘หากไม่ใช่เพราะสิ่งที่เจ้าทิ้งไว้ในแดนต้องประสงค์…’

ประกายไฟรายรอบ

สวี่ชิงขยับศีรษะเล็กน้อย

‘ศิษย์พี่ใหญ่อาจยังไม่ตาย’

‘หลิงเอ๋อร์อาจรอดไปได้’

‘จักรพรรดินีหลีเซี่ยอาจยังมีหวัง’

‘จื่อเสวียนอาจมีชีวิตอีกภพชาติ…’

‘ข้ายังมีหนทางมากมาย…อีกอย่างทั้งหมดนี้เป็นเพียงคำบอกเล่าจากปากคนอื่น ใช่ว่าเป็นเรื่องจริงทั้งหมด!’

นัยน์ตาสวี่ชิงมีเปลวไฟลุกโชนชั่วพริบตา

‘ทั้งข้ายังมีสิ่งหนึ่งเหลือไว้ที่นี่’

สวี่ชิงพลันเงยหน้าขึ้น สายตาเขาเหมือนแหวกผ่านความไร้สิ้นสุด จิตเทพเขาสืบสัมผัสทั่วทิศ

มองซากปรักหักพัง มองโลกที่คุ้นเคยและแปลกตา มองเทพเจ้าทั่วทุกแห่งหน…ใจเขากำลังเรียกร้อง จิตวิญญาณเขาเกิดคลื่นถาโถม

เนิ่นนานกว่าการตอบรับแผ่วเบาแทบมอดดับจะดังมาจากทะเลโอฬาร

ครู่ต่อมาร่างสวี่ชิงพลันหายไป

ใต้ทะเลโอฬาร ในแอ่งโคลนลึก งูทะเลดุร้ายมากมายกำลังเลื้อยในโคลนตม

คุณสมบัติเทพแผ่ออกมาจากตัวมันอย่างเข้มข้น ถ้ามองอย่างละเอียดจะเห็นว่างูทะเลพวกนี้ แต่ละตัวมีหน้าเหมือนผีชวนขนลุก

ส่วนลึกของโคลนตม ที่นั่นมีโครงกระดูกหนึ่งฝังไว้

โครงกระดูกเหลือเพียงครึ่งท่อน ช่วงเอวลงไปหายไปแล้ว

ท่อนบนที่เหลือเต็มไปด้วยรูพรุน เลือดเนื้อไม่มาก ไม่ว่ามองอย่างไรก็ไม่ต่างจากซากศพ

คล้ายถูกผนึกไว้ที่นี่ ต่อให้เหลือเพียงซากก็ยังสัมผัสคลื่นวิชาเทพได้ ทั้งด้วยอิทธิพลของวิชาเทพ ร่างองค์ท่านเสื่อมสภาพอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ห่างจากร่างปุถุชนไม่ไกลนัก

งูทะเลโดยรอบมาที่นี่เป็นครั้งคราว กลืนกินเลือดเนื้อที่เหลือ

เดิมหากไม่ผิดคาด ทุกอย่างที่นี่จะคงอยู่อีกนาน สุดท้ายโครงกระดูกนี้ย่อมซ่านสลายโดยสมบูรณ์

แต่ตอนนี้ก้นสมุทรนิ่งสงบดำสนิทพลันเกิดคลื่นสะเทือน

คล้ายห้วงมิติแตกละเอียด!

ไอพลังประหลาดก็ดี อานุภาพกดดันก็ช่าง ทั้งหมดถูกลบเลือนหายไปชั่วพริบตา

สิ่งที่ตามมาคือเงาร่างที่มาเยือนกะทันหัน!

เป็นสวี่ชิงนั่นเอง

เขาเยื้องย่างทีละก้าว ทุกแห่งที่เดินผ่าน สรรพสิ่งตรงก้นสมุทรสั่นสะท้าน ต่อให้มีเทพอยู่ก็ยังเลือกเก็บตัวเงียบ

กระทั่งเขาเดินมาถึงโคลนงูทะเล

ชั่วพริบตายามเหลือบมอง งูทะเลทั้งหมดพากันตัวสั่น โคลนพลิกตลบ เผยให้เห็นโครงกระดูกที่ถูกฝังตรงส่วนลึก

เมื่อมองโครงกระดูกนี้ ในใจสวี่ชิงเกิดคลื่นถาโถม

โครงกระดูกนี้คือร่างแยกเทพเจ้าของเขา

แต่วิญญาณที่ฝากไว้กับร่างนี้ ปัจจุบันเหมือนเทียนกลางลม ดับมอดได้ทุกเมื่อ

จากบาดแผลของโครงกระดูก สวี่ชิงมองออกว่าร่างเทพเจ้าของตน ปีนั้นคงได้รับบาดเจ็บสาหัส สิ่งนี้ยังบ่งบอกว่า…ร่างเทพเจ้าเจอมหาเคราะห์เมื่อปีนั้นด้วย

‘ผสานร่างเทพนี้เข้ากายข้า ใช้วิชารวมแหล่งกำเนิด ข้าถึงจะรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับร่างแยกนี้ ทั้งพิสูจน์ทุกอย่างได้!’

ในใจสวี่ชิงเกิดแรงกระตุ้นรุนแรง ร่างวาบไหวเข้าใกล้ซากนั้น ยกมือขวากำลังจะรวมร่างเข้าด้วยกัน

แต่ยามมือเขาเกือบสัมผัส สวี่ชิงพลันชะงัก มองซากเทพเจ้าตรงหน้า ท่าทางเขาพลันเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาด

‘ร่างเทพของข้ามาจากเสี้ยวหน้า…ต่อให้จิตวิญญาณดับมอด แต่เลือดเนื้อแหลกเหลวถึงขั้นนี้ได้อย่างไร ทั้งมีหรือจะถูกวิชาเทพผนึกโดยง่าย!’

นัยน์ตาสวี่ชิงหดรัด เงยหน้ามองข้างบนฉับพลัน สายตาเขาทะลวงผ่านทะเลโอฬาร เหลือบมองม่านนภา

ที่นั่น…ไม่มีเสี้ยวหน้า!

ก่อนหน้านี้เขาถึงขั้นไม่สงสัย

ขณะเดียวกันเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ สงครามก็ดี การเผชิญกับผู้นำเทพก็ช่าง เพียงนึกถึงเรื่องราวระหว่างนั้น แต่กลับไม่มีรายละเอียด แม้แต่แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ก็เลือนราง

ความคิดทั้งหมดเหมือนคันฉ่องมากมาย ชั่วพริบตายามวาบผ่านสมองสวี่ชิง เขาพลันเอ่ยปาก “วังเซียนแสงเหนือ นภานอกพิภพ!”

“สยบ!”

เมื่อเสียงเขาดังขึ้น ฟ้าดินเปลี่ยนสี ทะเลโอฬารดังกัมปนาท แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์สั่นสะเทือน ทั้งโลกสั่นคลอน

เสียงดังกึกก้อง อำนาจล้นฟ้าปรากฏ!

คล้ายมีวังสวรรค์กดกำราบ!

กระทั่งครู่ต่อมา ทุกอย่างตรงหน้าสวี่ชิงเหมือนฟองอากาศถูกบีบ ทั้งหมดแตกละเอียดดังกระหึ่ม!

ทุกอย่างแหลกละเอียด ถูกฟ้าดาราเข้ามาแทน แสงดาวส่องสะท้อน อานุภาพวังเซียนปะทุขึ้นยามนี้

กำจัดภาพมายา เผยให้เห็นความจริง!

โลกแปรเปลี่ยนครั้งใหญ่!

สวี่ชิงเห็นทุกอย่างชัดเจน

ใช่แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์เสียที่ไหน เห็นชัดว่ายังอยู่ตรงนภานอกพิภพ!

โครงกระดูกตรงหน้าเขาไม่ใช่ร่างเทพ ชัดเจนว่าเป็น…เทพแท้ครึ่งคนครึ่งแมงมุมนั่น!

เทพแท้นี้ต้องการให้สวี่ชิงผสานร่างกับมัน!

ดังนั้นจึงเคลื่อนย้ายสื่อกลาง ยืมเปลือกนอกมา!

สวี่ชิงตื่นขึ้นแล้ว!

การตื่นขึ้นของสวี่ชิง สำหรับเทพแท้ซึ่งหวนคืนมา ทำให้เกิดพลังสะท้อนกลับรุนแรง โดยเฉพาะแรงกดดันจากวังเซียน กอปรกับการเสริมพลังของนภานอกพิภพ

ทำให้เทพแท้ร่างบิดเบี้ยว ทั้งตัวหลั่งเลือดสีทองจำนวนมาก ทั้งมีเสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดดังก้องทั่วทิศ “เจ้าตื่นขึ้นมาได้อย่างไร!”

แต่สวี่ชิงซึ่งเผชิญหน้ากับองค์ท่าน ตอนนี้นัยน์ตาเปี่ยมเพลิงโทสะถึงขีดสุด ลุกโชนท่วมทับเวิ้งฟ้า

ทั้งชีวิตเขาเดือดดาลถึงขีดสุดเช่นนี้น้อยนัก!

(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!