บทที่ 1235 สังหารเทพ!
ในเสี้ยวพริบตาต่อมา พลังแห่งปัญญารอบรู้จากเทพเจ้าระดับแท่นเทวะขั้นสูงสุด 2 องค์นั้น ได้ไหลทะลักออกมาพร้อมกับพลังเทพของพวกองค์ท่าน ก่อเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ทรงพลัง มาพร้อมกับพลังกดดันอันแทบจะไร้ขีดจำกัด ราวกับแปลงเป็นแสงที่เป็นวัตถุจริง ปกคลุมร่างของสวี่ชิงไว้!
พลังอำนาจเทพ ปะทุขึ้น!
ปัญญารอบรู้ทุกสิ่ง เริ่มต้น!
สวี่ชิงสั่นสะท้านไปทั่วร่าง เขาสัมผัสได้ว่าร่างกายของเขาตั้งแต่ภายนอกถึงภายใน ในเสี้ยวขณะนี้โปร่งใสไปโดยสมบูรณ์ ไม่ใช่แค่กายเนื้อเท่านั้นที่เป็นเช่นนี้ ตัวอ่อนเซียนก็เป็นเช่นเดียวกัน และยังมีวิญญาณของเขาที่อยู่ภายใต้สายตานี้ก็ไม่อาจซ่อนอำพรางได้เลย
รวมถึงอดีตของเขาด้วยเช่นกัน!
ดังนั้น สงครามปั่นป่วนรอบๆ กายทั้งๆ ที่ยังคงดำเนินต่อไป แต่กลับเหมือนถูกตัดขาด การเคลื่อนไหวการกระทำของทุกคนก็ดูเหมือนจะช้าลง การโคจรของโลกทั้งใบ และวิถีโคจรของท้องฟ้าดารา ในเสี้ยวพริบตานี้ดูเหมือนจะถูกชะลอลง
มีเพียงปัญญารอบรู้ของเทพเจ้าระดับแท่นเทวะขั้นสูงสุดทั้ง 2 องค์เท่านั้น ที่จะลอกทุกอย่างของสวี่ชิงออกเป็นชั้นๆ
ลอกเปลือกของความจริงออก ค้นความคิดในอดีตออกมา
จะมองสวี่ชิงให้ทะลุปรุโปร่ง
ทันทีที่ทำได้สำเร็จ นั่นก็เท่ากับว่าสามารถรู้ทุกสิ่งเกี่ยวกับสวี่ชิงได้ทั้งหมด นี่ก็หมายความว่า…สวี่ชิงจะไม่มีพลังในการต่อกรอีกต่อไป
นี่คือการรอบรู้ของเทพเจ้า
อีกทั้งการปกคลุมที่มาจากระดับเทพเจ้าเช่นนี้ เป็นการสำแดงขึ้นในเวลาเดียวกันของเทพเจ้าระดับแท่นเทวะขั้นสูงสุด 2 องค์ ดังนั้นสวี่ชิงคิดอยากจะดิ้นรนก็ยากเป็นอย่างยิ่ง
ด้วยเหตุนี้ เหล่าองค์ท่านย่อมมองเห็นที่มาของสวี่ชิงได้สำเร็จ!
จากร่างกายและวิญญาณที่โปร่งใสของสวี่ชิง ก็มองเห็นแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์!
ได้เห็นบนแผ่นดินใหญ่ที่สำหรับเหล่าองค์ท่านแล้วไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย มีผู้บำเพ็ญ มีเทพเจ้า ขณะเดียวกัน ในการสืบย้อนต้นกำเนิด ก็ได้เห็นเขตปกครองผนึกสมุทร ได้เห็นกลุ่มตำหนักในอุโมงค์ใต้ดินแห่งหนึ่ง
ที่นั่น เหล่าองค์ท่านสัมผัสได้ถึงตำหนักหงส์ และ…เงาร่างหนึ่งที่นั่งขัดสมาธิอยู่หน้าตำหนักหงส์ ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายที่ราวกับเป็นนิรันดร์
นั่นคือเทพเจ้าองค์หนึ่งที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับสวี่ชิงทุกประการ
“ต้นกำเนิด อยู่ที่นี่อย่างนั้นหรือ”
บนสนามรบ ในท้องฟ้าดารา เทพเจ้าระดับแท่นเทวะขั้นสูงสุดทั้ง 2 องค์ครุ่นคิด ขณะเดียวกัน ความรู้สึกอันตรายอันน่าแปลกประหลาดได้ก็ผุดขึ้นในความรับรู้ของพวกองค์ท่าน
“เทพเจ้าองค์นี้…ไม่ปกติ!”
วิญญาณเทพของเทพระดับแท่นเทวะทั้ง 2 องค์แผ่ระลอกเล็กน้อย แผ่นดินใหญ่ที่ไม่คุ้นเคยแห่งนั้น ระบบดาวที่ไม่คุ้นเคยแห่งนั้น รวมถึงเทพเจ้าองค์นั้น ทำให้ความรู้สึกอันตรายในใจของพวกองค์ท่านรุนแรงขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกองค์ท่านยังเห็นความมืดเบื้องหลังเทพเจ้าองค์นี้ด้วย
ความมืดที่ไร้ขอบเขตสิ้นสุด
ความมืดนี้ ทำให้ความรู้สึกอันตรายของพวกองค์ท่านพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เพราะความมืด สำหรับปัญญารอบรู้นี่คือสิ่งต้องห้าม!
ด้วยสัญชาตญาณ พวกองค์ท่านจึงเลือกที่จะตัดสินใจเลิกสำรวจต่อทันที กำลังจะดึงปัญญารอบรู้กลับคืนมา
แต่ในตอนนี้เอง เทพเจ้าที่นั่งขัดสมาธิอยู่ตรงนั้น ดวงตาทั้ง 2 ขององค์ท่านก็ลืมขึ้นมาอย่างกะทันหัน!
ฉายประกายสีทองออกมา!
ยิ่งมีเสียงเทพเจ้าที่ใช้โชคชะตาส่งเข้ามาในวิญญาณเทพของเทพระดับแท่นเทวะทั้ง 2 องค์นี้
“ในเมื่อต้องการมองต้นกำเนิด เช่นนั้น…ก็จงมองอย่างละเอียด”
……
เทพเจ้ารอบรู้ทุกสิ่ง
แต่การรอบรู้ทุกสิ่งนี้เป็นเพียงแค่การเปรียบเทียบเท่านั้น
ในระดับหนึ่งแล้ว ความจริงนี่ก็เป็นการปกป้องเทพเจ้าที่อยู่ในกฎของระบบดาวชั้นบนอย่างหนึ่ง
ทำให้พวกองค์ท่านจะไม่ถูกตัวตนที่สูงกว่าปนเปื้อน
เพราะตัวตนที่สูงกว่านั้น ไม่อยู่ในขอบเขตปัญญารอบรู้ของพวกองค์ท่าน ไม่อาจมองได้ ไม่อาจสัมผัสได้ และไม่อาจรับรู้ได้
สิ่งที่มองเห็น สิ่งที่สัมผัส สิ่งที่รับรู้ได้ เหมือนกับมนุษย์ที่อยู่ในห้องมืดมิด มืดสนิทไปทั้งหมด
ดังนั้นจึงย่อมไม่มองตัวตนที่สูงกว่าที่ถูกความมืดมิดปกคลุมไม่เห็น
ยกเว้นแต่จะเป็นสิ่งมีชีวิตจากแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์เช่นนั้นที่เดิมทีก็มีชีวิตอยู่ในความมืดมิด เป็นส่วนหนึ่งของความมืดมิด ด้วยเหตุนี้เมื่อเงยหน้ามองเห็นความน่าสะพรึงกลัวบนท้องฟ้าได้
มิฉะนั้น สำหรับเทพเจ้าจากนอกพิภพแล้ว ก็จะมองไม่เห็น สัมผัสรับรู้ไม่ได้ ก็จะไม่มีผลกรรมเวร
ดังนั้น ตามหลักการแล้ว เทพเจ้าระดับแท่นเทวะขั้นสูงสุด 2 องค์นี้ แม้จะสำแดงปัญญารอบรู้ ปกคลุมสวี่ชิง จะมองดูอดีตและต้นกำเนิดของเขา
แต่ในความเป็นจริง…ก็ทำได้แค่เพียงมองเห็นร่างเทพของสวี่ชิงเท่านั้น มองไม่เห็นต้นกำเนิด
เพราะต้นกำเนิด ภายใต้การป้องกันปัญญารอบรู้ของพวกองค์ท่าน มืดสนิทไปทั้งหมด
แต่ว่า…
มีคนหนึ่งจุดความสว่างให้กับค่ำคืน!
ในเสี้ยวขณะนี้ จากคำพูดร่างเทพของสวี่ชิง จากระลอกคลื่นอำนาจเทพชะตาวาสนา ภาพสัญลักษณ์ที่หลังร่างเทพของสวี่ชิงที่นั่งขัดสมาธิอยู่ตรงนั้น ก็พลันฉายประกายแสงวาบขึ้นมา
ภาพสัญลักษณ์นั่นคือเทียนเล่มหนึ่ง!
และเทียนเล่มนี้ ในขณะนี้ก็พลันลุกไหม้!
แสงเทียนในเสี้ยวพริบตานี้ ก็ปะทุออกมาจากร่างเทพของสวี่ชิง ก่อเป็นทะเลแสงแผ่ขยายออกไปทุกทิศทางอย่างรวดเร็ว ส่องสว่างโลก ส่องสว่างค่ำคืน และทำให้ปัญญรอบรู้ของเทพเจ้าระดับแท่นเทวะขั้นสูงสุดทั้ง 2 องค์นี้…
สว่างไสวไปด้วย!
บังคับให้พวกองค์ท่านรอบรู้ทุกสิ่ง!
บังคับให้พวกองค์ท่านสืบสำรวจเกี่ยวกับสวี่ชิงต่อไป!
เหมือนกับคำพูดก่อนหน้านี้ของสวี่ชิง!
ในเมื่อต้องการมองต้นกำเนิด เช่นนั้น…ก็จงมองให้ละเอียด!
ดังนั้น ในใจของเทพเจ้าระดับแท่นเทวะขั้นสูงสุดทั้ง 2 องค์ก็ระเบิดคำรามลั่น วิญญาณเทพราวกับถูกเคราะห์หายนะสูงสุดฟาดผ่าลงมา ท่ามกลางการสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เสี้ยวหน้าที่อยู่สูงส่งสูงสุด…
ปรากฏขึ้นในปัญญารอบรู้ของพวกองค์ท่าน!
ทำให้พวกองค์ท่านถูกข้ามผ่านการป้องกัน และได้ทำสิ่งต้องห้ามที่ร้ายแรง!
รอบรู้ทุกสิ่งถึงตัวตนที่สูงกว่า!
แม้ว่าตัวตนที่สูงกว่านั่นจะหลับตาอยู่ แต่พลังเทพที่แผ่ออกมาจากทั่วร่าง ก็เหนือกว่าผู้นำระดับสูงที่พวกองค์ท่านเคยพบเห็นมาตลอดชีวิตทั้งหมด
เสียงกรีดร้องโหยหวนน่าเวทนาก็ดังขึ้นจากวิญญาณเทพของพวกองค์ท่านอย่างสะท้านสะเทือนท่วมฟ้าในทันที
“นี่…นี่มัน…”
ร่างเทพที่บิดเบี้ยว วิญญาณเทพที่ฉีกขาด ตลอดจนการหลอมละลายจากอำนาจเทพ ทำให้เทพเจ้าระดับแท่นเทวะขั้นสูงสุดทั้ง 2 องค์ในขณะนี้ถูกความหวาดกลัวและความตกใจอันมหาศาลไม่สิ้นสุดปกคลุม
ตกอยู่ในความบ้าคลั่ง
ไม่สนใจทุกอย่างและไม่สนใจค่าตอบแทนด้วยสัญชาตญาณ คิดอยากจะไปจากที่นี่
กระทั่งว่าเริ่มเผาตัวเอง เพื่อจะตัดจิตเจตจำนงที่หลอมรวมอยู่ในที่นี้
เพราะพวกองค์ท่านท่ามกลางความรางเลือนก็รับรู้ได้ว่าไม่อาจหยุดอยู่ที่นี่ได้ จะให้เสี้ยวหน้านั่นลืมตาไม่ได้เด็ดขาด!
และเสี้ยวหน้านั่น ในเสี้ยวขณะนี้ขนตาก็ขยับไหว ราวกับกำลังจะลืมตา!
ดังนั้น เทพเจ้าระดับแท่นเทวะขั้นสูงสุดทั้ง 2 องค์ที่มาจากระบบดาวที่ 4 จึงยิ่งบ้าคลั่งขึ้น จิตเจตจำนงที่ลงมาในที่นี้ แลกด้วยการทำลายอำนาจเทพ แลกด้วยการตัดวิญญาณเทพ กำลังเริ่มแตกสลาย
แต่ในทันทีที่จิตเจตจำนงของพวกองค์ท่านที่เหมือนกับด้ายเส้นหนึ่งกำลังจะขาดสะบั้น…
ร่างเทพของสวี่ชิงที่นั่งขัดสมาธิอยู่ตรงนั้น หน้าผากก็ส่องประกายแสงสีทองอย่างเจิดจ้า มีดสลักสีทองเล่มหนึ่งก็พุ่งออกมาจากข้างในนั้น
มีดสลักเล่มนั้นแฝงไว้ด้วยโชคชะตา!
ทันทีที่พุ่งออกมา ก็พุ่งลงไปยังจิตเจตจำนงที่แตกสลายเร็วที่สุดนั่น แล้วพลันฟาดฟันลงไป!
ทั้งๆ ที่เป็นการฟาดฟัน แต่ในทันทีที่สัมผัส กลับกลายเป็นการเสริมพลัง!
ใช้โชคชะตาเสริมพลังจิตเจตจำนงของอีกฝ่าย จากในอนาคตนับไม่ถ้วนของอีกฝ่าย สลักหน้าแห่งความตายลงไป!
ดังนั้น จิตเจตจำนงที่ถูกสลักลงไป ก็พลันพวยพุ่งขึ้นในทันที ไม่แตกสลายอีกต่อไป แต่กลับเชื่อมต่อกันมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้องค์ท่าน…ไม่อาจจากไปได้!
“เจ้า!!!”
ในพริบตาที่เสียงกรีดร้องโหยหวนน่าเวทนาที่มาพร้อมกับความตื่นตกใจอย่างไม่เคยมีมาก่อนสะท้อนก้องไปทั่วมิติ จิตเจตจำนงของเทพเจ้าระดับแท่นเทวะอีกองค์หนึ่งก็แตกสลาย หายไปอย่างไร้ร่องรอย
มีเพียงจิตเจตจำนงกลุ่มนี้เท่านั้นที่รั้งเอาไว้
สิ่งที่รอคอยองค์ท่านคือ เสี้ยวหน้าที่ลอยสูงอยู่บนท้องฟ้าของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ได้ลืมตาขึ้น
นอกตำหนักหงส์ ร่างเทพของสวี่ชิงก้มหน้าลง กล่าวเบาๆ “ขอเชิญมารับเครื่องเซ่น!”
จิตเจตจำนงที่ถูกรั้งเอาไว้ ในเสียงกรีดร้องโหยหวนที่น่าเวทนาอย่างที่สุด มาพร้อมด้วยความอาฆาต มาพร้อมด้วยความบ้าคลั่ง พยายามจะกระโจนเข้าหาสวี่ชิง
แต่ยังไม่ทันที่จะเข้าใกล้ องค์ท่านก็แปรเปลี่ยนเป็นแสงสีทอง และถูกพลังดูดที่ไม่อาจต้านทานได้ดึงขึ้นสู่ท้องฟ้า เข้าไปในปากของเสี้ยวหน้า
หลังจากนั้น เสี้ยวหน้าก็หลับตาลง
สวี่ชิงเงยหน้าขึ้น
“น่าเสียดาย ด้วยพลังของข้าในตอนนี้ รั้งไว้ได้แค่องค์หนึ่งเท่านั้น”
……
ชายแดนระบบดาวที่ 5
ใจกลางของแนวรบปีกซ้าย พื้นที่บริเวณใกล้แนวหน้า
ในท้องฟ้าดารา เสียงกรีดร้องโหยวหวนน่าสังเวชดังก้องไปทั่วทิศ
เทพเจ้าทั้งหมดในที่นี้ ในเสี้ยวขณะนี้ได้เห็นภาพหนึ่งที่ทำให้วิญญาณเทพของพวกองค์ท่านสั่นสะท้านอย่างรุนแรง!
เทพเจ้าระดับแท่นเทวะขั้นสูงสุดทั้ง 2 องค์นั้น องค์หนึ่งแสงสีทองในร่างหายไปในพริบตา ขณะเดียวกับที่มืดหม่นเป็นอย่างยิ่ง ร่างกายก็สลายไปราวกับถูกลบเลือน
สิ่งที่สลายไป ไม่ใช่แค่กายเทพขององค์ท่านเท่านั้น แต่ยังมีวิญญาณขององค์ท่าน จิตเจตจำนงขององค์ท่าน และ…ความทรงจำของทุกสิ่งที่เคยพบเห็น
ในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ร่องรอยทั้งหมดของการดำรงอยู่ขององค์ท่านในเสี้ยวขณะนี้ ล้วนสลายไปหมด
ผู้บำเพ็ญที่เคยเห็นองค์ท่านในระบบดาวที่ 5 และเทพเจ้าในระบบดาวที่ 4 นับจากนี้ต่างจำไม่ได้อีกต่อไป ราวกับว่าองค์ท่านไม่เคยปรากฏตัวขึ้นมาก่อน
นี่คือการแตกดับที่แท้จริง
ต่อให้ตอนนี้เทพเจ้าเหล่านี้จะเห็นด้วยตาของตัวเอง ต่อให้ผู้โบยบินสู่สวรรค์ที่นี่ต่างเห็นด้วยตาเช่นกัน แต่เพียงชั่วความคิด ทุกสิ่งก็ถูกลืมเลือนไปทั้งหมด
ส่วนเทพเจ้าระดับแท่นเทวะอีกองค์หนึ่ง กลับแสงเทพทั่วร่างปั่นป่วนอย่างรุนแรง ประเดี๋ยวสว่างประเดี๋ยวมืด ดวงตาฉายความทดท้อสิ้นหวัง ร่างถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว กำลังจะแหวกมิติ คิดจะหลบหนีไปจากที่นี่
องค์ท่านจำไม่ได้ว่าตัวเองมีสหาย และจำไม่ได้ว่าการรอบรู้ครั้งนี้เห็นอะไร แต่สัญชาตญาณต่อความเป็นตายเช่นนั้น ทำให้องค์ท่านไม่ลังเลใดๆ ทั้งสิ้น เลือกที่จะหลบหนี
แต่สวี่ชิงจำได้!
สวี่ชิงที่ยืนอยู่นอกรอยแยกของท้องฟ้าดารา ตอนนี้ในดวงตามีแสงเย็นยะเยือกฉายประกายขึ้น
“สังหาร!”
เมื่อคำพูดของเขาดังออกมา ตามแผนที่วางเอาไว้ล่วงหน้า ผู้โบยบินสู่สวรรค์ที่นี่ ต่างมีจิตสังหารสะท้านฟ้าพวยพุ่งขึ้นทันที
ส่วนใหญ่ไม่เสียดายค่าตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น พุ่งสังหารเทพเจ้าเหล่านั้น
ส่วนสาหร่ายทะเล ก็แผ่ยืดร่างออกไปทั่วบริเวณทันที ใบขนาดมหึมากว่า 10 ใบ ก่อตัวเป็นกำแพงเป็นชั้นๆ ปกคลุมพื้นที่นี้ ตัดขาดสนามรบ สกัดกั้นภายในและภายนอก
ภายใน คือเทพเจ้าระดับแท่นเทวะขั้นสูงสุดองค์นั้น
ภายนอก คือเทพเจ้าองค์อื่นๆ!
หน้าที่ของมันคือการร่วมมือกับผู้โบยบินสู่สวรรค์ที่เลือกที่จะอยู่ข้างนอก ฝ่าสังหารเทพเจ้า เพื่อยื้อเวลาไว้!
และภายใน หย่วนซานซู่มีประกายแสงเย็นยะเยือกในดวงตาฉายวาบขึ้นมา ยอดเขานับไม่ถ้วนรอบตัวปะทุน้ำหนักที่ไม่เคยมีมาก่อนออกมา พุ่งเข้ากดทับเทพเจ้าระดับแท่นเทวะขั้นสูงสุดที่ต้องการหลบหนีองค์นั้น ขวางทางหนีขององค์ท่าน
โจวเจิ้งลี่ก็เช่นเดียวกัน ดวงตาแห่งธรรมนูญของเขาตอนนี้เส้นเลือดแผ่กระจายไปทั่ว ก่อขึ้นเป็นพลังสะกดวิญญาณขั้นสูงสุด ใช้สายตาเป็นขอบเขต ตัดเส้นทางของวิญญาณทั้งหมด!
ถัดมาคือซิงหวนจื่อ ตอนนี้โซ่เหล็กแห่งกฎระเบียบนับไม่ถ้วนก็กวาดออกไป ยกกฎแห่งสวรรค์ขึ้นสูง และพุ่งไปหาเทพเจ้าระดับแท่นเทวะขั้นสูงสุดองค์นั้น
ก่อเป็นพลังแห่งการพิพากษา!
และยังมีเสียหลิงจื่อ ตอนนี้ดวงตาแดงก่ำ จิตสังหารพุ่งถึงขีดสุด ถูกกระบี่หักควบคุม ส่งเสียงแห่งความโลภและความบ้าคลั่งออกมา ก่อเป็นแสงสีเลือด พุ่งตรงไปที่เทพเจ้าระดับแท่นเทวะ
ส่วนสวี่ชิง อาศัยร่างของตุ๊กตาจิ้งจอก อำนาจเทพปะทุออกมาอย่างเต็มที่
พิษต้องห้ามกลายเป็นคำสาป
พลังอำนาจแห่งเสียงก่อเกิดความชั่วร้าย
พลังอำนาจแห่งเลือดเดือดพล่าน
……
อำนาจเทพทั้งหมด ร่วมกับทุกคน ระเบิดคำรามลั่นพุ่งซัดไป
ในช่วงวิกฤตอันตราย เทพเจ้าระดับแท่นเทวะขั้นสูงสุดองค์นี้ ภายใต้สัญชาตญาณแห่งความเป็นตาย ก็คิดจะฝืนกระตุ้นวิชาเทพ แต่การหลบหนีจากปัญญารอบรู้ องค์ท่านก็ได้จ่ายค่าตอบแทนที่แพงที่สุดไปแล้ว ตอนนี้อาการบาดเจ็บสาหัสนัก ทำให้หยุดชะงักไป
และจากการชะงักนี้…
จิตสังหารก็ปะทุขึ้น!
มีเสียงกระดิ่งดังมาจากสวี่ชิงทางนั้น ดังไปทั่วทุกสารทิศ
ในเสี้ยวขณะที่ทำลายทุกสิ่ง เหล็กแหลมสีดำเล่มหนึ่งก็พลันปรากฏขึ้น!
ด้วยการทำลายล้างของกระดิ่ง ด้วยพลังตัวอ่อนเซียนของสวี่ชิงในตอนนี้ ด้วยพลังวังเซียนของเขา ผสมผสานกับไพ่ตายจากผู้บำเพ็ญทุกคน ก่อเป็น…พลังสูงสุด!
พุ่งออกไปในทันที!
การโจมตีนี้ สามารถสังหารเทพเจ้าได้!
แหวกความว่างเปล่า แหวกกาลอวกาศ แหวกทุกสิ่ง
พุ่งตรงไปยังข้างหน้าของเทพเจ้าระดับแท่นเทวะขั้นสูงสุด และแทงเข้าไปในระหว่างคิ้ว จมหายเข้าไปทั้งหมด!!
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)



