บทที่ 1063 ฝ่าบาทปลาของท่าน…
ในสายตาของคนนอก แม้พายุเรื่องปลามังกรสวรรค์ครั้งนี้จะพัดกระหน่ำสะท้านฟ้าดินอยู่ในนครจักรพรรดิเซิ่ง เพียงแต่ว่าในใจของคนเหล่านั้นกลับแอบดีใจ
ขณะเดียวกันเสียงประณามป๋ายเสี่ยวฉุนก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ในจุดที่ลึกที่สุดของวังหลวงราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่ง ที่นั่นมีบ่อน้ำอยู่บ่อหนึ่ง ซึ่งรอบด้านมีภูเขาจําลองและต้นไม้นานาพรรณตั้งตระหง่าน ระดับความเข้มข้นของปราณวิญญาณฟ้าดินของที่นี่นับว่าสูงที่สุดในราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่ง
สถานที่แห่งนี้ยังมีตราผนึกไร้รูปลักษณ์แผ่อบอวลรวมไปถึงมีพลังของสมบัติล้ำค่าปกคลุม หากรับสัมผัสอย่างละเอียดจะมองออกด้วยว่าบ่อน้ำนี้ เหมือนจะผสานเป็นหนึ่งเดียวกันกับบ่อสวรรค์และภูเขาใหญ่อันเป็นที่ตั้งของนครจักรพรรดิเซิ่ง ความรู้สึกยิ่งใหญ่ไพศาลเช่นนั้นมากพอจะทําให้จิตวิญญาณคนที่เข้าไปใกล้สะเทือนเลือนลั่นได้
สามารถพูดได้ว่าระดับการป้องกันของที่แห่งนี้ หากเทียบกับตลอดทั้งโลกหย่งเหิงก็เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งไม่เป็นสอง ต่อให้จักรพรรดิแสมาเยือนด้วยตัวเอง ก็ยังสัมผัสได้ถึงขีดจํากัดบางอย่างของที่นี่
นั่นก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกกู่เทียนจวินที่มีตบะเทียนจุนเลย หากไม่ถึงที่สุดจริงๆ พวกเขาเองก็ไม่ต้องการมารบกวนการปิดด่านของจักรพรรดิเซิ่ง เพราะอย่างไรซะ ในฐานะที่เป็นนักพรตเหมือนกันพวกเขาจึงรู้ดีว่าเวลาที่ปิดด่าน เมื่อถึงช่วงเวลาอันเป็นกุญแจสําคัญบางอย่างไม่ว่าจะเป็นของในด้านวิชาอภินิหารหรือด้านตบะ ก็มักจะต้องผนึกอํานาจจิตเอาไว้ แล้วทุ่มเทอยู่กับการปิดด่านทั้งกายและใจ
หากถูกรบกวน แม้จะมีตบะอย่างจักรพรรดิเซิ่งที่ไม่มีทางธาตุไฟเข้าแทรกได้ง่ายๆ แต่เนื่องด้วยคลื่นที่ส่งมากระทบจิตใจก็อาจทําให้การฝึกตนล้มเหลว
ทว่าพวกเขาจะไม่มาก็ไม่ได้…กู่เทียนจวิน เฉินซู และยังมีชายวัยกลางคนที่สวมชุดขุนนางสายบุ๋นอีกคนหนึ่งหันมามองหน้ากัน เทียนจุนสี่ท่านของราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่ง นอกจากท่านหนึ่งที่ต้องไปเฝ้าพิทักษ์ดินแดนเซียนแห่งที่สองแล้ว สามคนที่อยู่ในนครจักรพรรดิเซิ่งต่างก็มาที่นี่กันครบ
“หากเป็นอย่างนี้ต่อไป รอจนจักรพรรดิเซิ่งออกจากด่านเมื่อไหร่ ปลามังกรสวรรค์พวกนั้นของเขา…เกรงว่าคงสูญพันธุ์หมดแน่”
เฉินซูคร่ำครวญเสียงดัง เสียงขบฟันกรอดๆ ของเขา ดังก้องไปทั่ว
“หรือพวกเราควรโยนโทษทัณฑ์อะไรให้กับเจ้าป๋ายเสี่ยวฉุนสมควรตายผู้นี้ กําจัดเขาทิ้งไปก่อนดี..” ชายวัยกลางคนที่สวมชุดขุนนางสายบุ๋น มองเฉินซูที่ร้องโอดครวญเกินจริง ลึกๆ ในใจก็ให้ดูแคลน ดวงตาฉายประกายดํามืด ก่อนที่ตัวเขาเองจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงอันดังไม่ต่างกัน
“ตามความเห็นของข้าผู้แซ่กู่ ไม่จําเป็นต้องมารบกวนองค์จักรพรรดิเซิ่งหรอก แค่ให้ข้าผู้แซ่กู่ไปฟันเจ้าโจรป๋ายผู้นั้นสักดาบก็สิ้นเรื่อง!” กู่เทียนจวินแค่นเสียงเย็น ดวงตามีปราณสังหารเปล่งวาบ เขาไม่ถูกชะตากับป๋ายเสี่ยวฉุนมาตั้งแต่แรกแล้ว ใจอยากจะลงมือ แต่กลับถูกเฉินซูและนักพรตวัยกลางคนเบื้องหน้าผู้นี้คอยห้ามเอาไว้อยู่เนืองๆ
ตามคําบอกของเฉินซูและชายวัยกลางคนสายบุ๋น จะอย่างไรซะราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่งก็ไม่ใช่ราชวงศ์จักรพรรดิแส ทุกอย่างที่นี่ต้องเป็นไปตามกฎระเบียบที่ระบุไว้ ป๋ายเสี่ยวฉุนไม่ได้ทําผิดกฏใดๆ ของราชวงศ์จักรพรรดิเซิ่ง ฐานะของเขาก็พิเศษ ต่อให้พวกเขาสามคนจะเป็นเทียนจุน แต่ก็ไม่สมควรที่จะลงมือจัดการอีกฝ่าย
ที่สําคัญที่สุดก็คือ หากป๋ายเสี่ยวฉุนผู้นี้สังหารได้ง่ายก็ยังพอทําเนา..แต่พวกเขาล้วนรู้เรื่องสมบัติแห่งโลกที่ป๋ายเสี่ยวฉุนครอบครองแล้ว แล้วก็เข้าใจด้วยว่าพวกเขาสามคนที่แม้จะสามารถกําราบป๋ายเสี่ยวฉุนได้ แต่ไม่ว่าคนใดที่หากลงมือขึ้นมาก็คงไม่สามารถยุติการต่อสู้ได้ในเวลาสั้นๆ
เว้นเสียแต่ว่าคนทั้งสามจะลงมือพร้อมกัน ทว่าหากเป็นเช่นนั้น…ผลลัพธ์ที่ตามมาจะใหญ่เกินไป จนเกรงว่าอาจร้ายแรงยิ่งกว่าเรื่องของปลามังกรสวรรค์เสียอีก
คําพูดเหล่านี้กู่เทียนจวินทนฟังมาหลายวันจนเริ่มรําคาญ เขาเข้าใจดีว่าเหตุและผลที่อยู่เบื้องหลังการขัดขวางเขาของสองคนนี้คืออะไร ข้อนี้กู่เทียนจวินรู้ดีอยู่แก่ใจ แล้วก็รู้สึกว่า ป๋ายเสี่ยวฉุนรับมือได้ค่อนข้างยาก
อันที่จริงในใจพวกเขาต่างก็เข้าใจดีว่า หากปลามังกรสวรรค์พวกนั้นเป็นของพวกเขาสามคนแล้ว ป๋ายเสี่ยวฉุนทําเช่นนี้ พวกเขาคงลงมือตั้งนานแล้ว จะยังต้องรีรออะไรอีก แต่จะอย่างไรซะ…ปลามังกรสวรรค์พวกนั้นก็เป็นของจักรพรรดิเซิ่ง
นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่สําคัญที่สุดอีกข้อหนึ่ง…นั่นก็คือที่ป๋ายเสี่ยวฉุนสามารถตกปลาได้ติดต่อกันเกินครึ่งเดือน แม้ปากของเหล่าชนชั้นสูงทั้งราชสํานักจะบริภาษอย่างเจ็บแค้น ภายนอกแสดงออกว่าเดือดเป็นฟืนเป็นไฟ ทว่าในความเป็นจริงแล้ว…กลับไม่เคยมีใครจัดการอย่างจริงจัง
เพราะป๋ายเสี่ยวฉุนไม่ได้กินคนเดียว!
ทุกวันตลอดครึ่งเดือนมานี้ เขาจะต้องเอาปลามังกรสวรรค์ส่งไปให้เหล่าชนชั้นสูงในราชสํานัก รวมไปถึงเฉินซู ชายฝ่ายบุ๋นวัยกลางคน หรือแม้แต่กู่เทียนจุนเอง ก็ยังได้รับปลามังกรสวรรค์ที่ป๋ายเสี่ยวฉุนส่งไปให้จํานวนไม่น้อย
เมื่อเคยรับปลาของป๋ายเสี่ยวฉุนมาแล้ว พวกเขาย่อมต้องการเพิ่มมากขึ้น เพียงแต่ว่าคนพวกนี้ต่างก็เป็นพวกเจ้าเล่ห์มากอุบาย ความโกรธแค้นที่ควรแสดงออกภายนอกเป็นสิ่งที่มิอาจขาดได้ ดังนั้นตอนนี้ที่คนทั้งสามมาที่นี่เพื่อเตือนจักรพรรดิเซิ่ง แท้จริงแล้วก็แค่อยากดึงตัวเองออกห่างจากเรื่องนี้เท่านั้น คนทั้งสามมองหน้ากันไปมา ที่ก่อนหน้านี้จงใจพูดเสียงดังก็เพราะต้องการจะแสดงท่าทีของตัวเองให้จักรพรรดิเซิ่งได้รับรู้ และเมื่อพวกเขาปลุกเสกพลังตบะเพิ่มเข้าไปก็เชื่อว่า คําพูดของตัวเองน่าจะดังไปถึงสถานที่ปิดด่านของจักรพรรดิเซิ่งตอนนี้ จึงไม่พูดอะไรให้มากความอีก
ไม่นานก็มีคลื่นที่แข็งแกร่งขุมหนึ่งระเบิดตูมออกมาจากในบ่อน้ำเสียงดังสะเทือนเลือนลั่น ทําเอาทั้งนครจักรพรรดิเซิ่งสั่นไหว
ป๋ายเสี่ยวฉุนที่กําลังย่างปลากินอยู่ในวิหารเซียนตัวสั่นเทา หันไปมองยังทิศทางของวังหลวงอย่างระมัดระวัง
“เมื่อหลายวันก่อน เจ้าโจรเฒ่าเฉินซูแอบบอกเป็นนัยให้ข้ารู้ว่าจักรพรรดิเซิ่งกําลังปิดด่าน ….ปราณนี้จักรพรรดิเซิ่งออกจากด่านแล้ว!”
ป๋ายเสี่ยวฉุนตื่นตระหนกเล็กน้อย แต่พอคิดว่าครึ่งเดือนมานี้ ตนเอาปลามังกรสวรรค์เกือบสามส่วนแบ่งกระจายไปให้คนอื่นๆ เขาก็พลันรู้สึกสงบใจได้ไม่น้อย
“กฎหมายยากจะลงโทษคนหมู่มาก อีกอย่างข้าจับตัวเทียนจุนมาส่งให้ แค่กินปลาไปไม่กี่ตัว ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่”
ป๋ายเสี่ยวฉุนลูบคลําจมูก กระแอมเบาๆ ด้วยความกระวนกระวายใจ พอมองปลาที่อยู่ตรงหน้าเขาก็กัดกร้วมลงไปคําใหญ่ราวกับว่าการกินปลามังกรสวรรค์ย่าง จะทําให้เขาสงบใจลงได้อีกไม่น้อย
จุดลึกของวังหลวง เมื่อปราณในบ่อน้ำระเบิดออกมา บ่อน้ำก็แยกตัวออกจากกันโดยอัตโนมัติ ก่อนที่เงาร่างของจักรพรรดิเซิ่งซึ่งสวมชุดสีเขียวจะเดินออกมาช้าๆ พวกกู่เทียนจ วินสามคนสูดลมหายใจเข้าลึก รีบหันไปคารวะจักรพรรดิเซิ่งทันที
สีหน้าของจักรพรรดิเซิ่งไม่ค่อยน่ามองสักเท่าไหร่ ก่อนหน้านี้คนทั้งสามพูดเสียงดังขนาดนั้น แถมยังจงใจเพิ่มตบะลงไปในน้ำเสียง เขาจะไม่ได้ยินได้อย่างไร ยามนี้จึงกวาดอํานาจจิตไปทั่วนครจักรพรรดิเซิ่ง แล้วเขาก็เข้าใจเรื่องนี้อย่างแจ่มแจ้ง
แต่ยิ่งเข้าใจ หัวใจของเขาก็ยิ่งสั่นรัว
โดยเฉพาะเมื่อพบว่าปลามังกรสวรรค์ในบ่อสวรรค์ลดหายไปเกือบสองส่วน ต่อให้เขาเป็นถึงจักรพรรดิเซิ่ง ก็ยังอดรู้สึกเหมือนหัวใจถูกทิ่มแทงอย่างแรงไม่ได้ ความรู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจเช่นนั้นพลันรุนแรงอย่างถึงที่สุด
“ปลาของข้า…” จักรพรรดิเซิ่งพยายามควบคุมลมหายใจของตัวเอง ก่อนจะหันไปถลึงตาใส่พวกกู่เทียนจวินสามคนอย่างดุดัน เขาย่อมรู้ไส้รู้พุงของเทียนจุนทั้งสามคนนี้ดี เข้าใจว่า ด้านหนึ่งคนทั้งสามก็รับผลประโยชน์มาจากป๋ายเสี่ยวฉุน ส่วนอีกด้านหนึ่งก็ต้องการวางตัวออกห่างจากเรื่องนี้ เรื่องในวันนี้ถึงได้เกิดขึ้นมา
และพอคิดถึงข้อที่ว่าป๋ายเสี่ยวฉุนดันแจกจ่ายปลามังกรสวรรค์ออกไปให้คนตั้งมากมาย แม้ใช่ว่าตระกูลผู้สูงศักดิ์ทั้งราชสํานักจะได้รับกันทุกคน แต่กระนั้นพวกคนที่กุมอํานาจใหญ่อยู่ในมือ ก็ล้วนไม่มีใครที่ถูกละเลย นี่ทําให้แม้แต่จักรพรรดิเซิ่งก็ยังได้แต่เงียบงัน
หนังหน้าของเขากระตุกรัวอยู่หลายที พลันรู้สึกเหมือนว่าตนมีพละกําลังได้ที่สิ้นสุด แต่กลับเอาไปต่อยลงบนปุยนุ่นอย่างไรอย่างนั้น ด้านหนึ่งก็เพราะตัวตนของป๋ายเสี่ยวฉุนพิเศษอีก ด้านหนึ่งก็เพราะปลามังกรสวรรค์ถูกแบ่งไปให้คนมากเกินไป ไม่ว่าเขาจะเลือกทําอย่างไร ก็ล้วนปวดหัวทั้งสิ้น
ลงโทษป๋ายเสี่ยวฉุน….เรื่องนี้มีโทษไม่ถึงตาย แล้วก็ยากที่จะจับตัวเขาไปขังไว้ อย่างมากที่สุดก็คือลงโทษเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ทว่าตอนนี้ป๋ายเสี่ยวฉุนไม่มีอะไรให้ต้องเสียแล้ว จักรพรรดิเซิ่งเองก็รู้ดีว่า อีกฝ่ายไม่กังวลว่าจะถูกลงโทษแม้แต่น้อย
เพราะอย่างไรซะตัวตนของเขาก็พิเศษ…นี่จึงยิ่งทําให้จักรพรรดิเซิ่งปวดหัวเข้าไปใหญ่ ราวกับว่าทางเลือกที่มารออยู่ตรงหน้าเขามีเพียงแค่ทางเดียว นั่นก็คือเนรเทศอีกฝ่ายออกไปจากเมืองหลวง ทว่าข้อนี้ เขาไม่มีทางยอมอนุญาตเด็ดขาด!
“เจ้าป๋ายเสี่ยวฉุนตัวดี คิดจะบีบให้ข้าไล่เขาออกไปงั้นรึ!”
ครู่หนึ่งจักรพรรดิเซิ่งก็สูดลมหายใจเข้าลึก พลันยกมือขวาขึ้นโบกไปทั่วบ่อสวรรค์ การโบกครั้งนี้ทําให้ไอความเย็นน่าครั่นคร้ามขุมหนึ่งระเบิดตูมตามทันควัน พอคนจํานวนนับไม่ถ้วนจับตามองมายังวังหลวง จับตามองเรื่องนี้ พวกเขาทุกคนก็ค้นพบด้วยความตะลึงพรึงเพริดว่า ไอความเย็นนี้ได้แผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งบ่อสวรรค์
เวลาเพียงแค่ชั่วพริบตา ภายใต้เสียงเปรี้ยะๆ ที่ดังลั่นต่อเนื่อง ก็เห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าบ่อสวรรค์ของนครจักรพรรดิเซิ่งถูกผนึกไว้ด้วยน้ำแข็ง ทุกอย่างนี้กินเวลาแค่สิบกว่าลมหายใจเท่านั้น ไอเย็นของนครจักรพรรดิเซิ่งระเบิดเทียมฟ้า ผิวน้ำทั้งหมดล้วนจับตัวกลายเป็นน้ำแข็ง!
การเกาะตัวเป็นน้ำแข็งนี้ หาใช่ทําให้บ่อสวรรค์กลายมาเป็นน้ำแข็งเย็นเยียบ แต่เหมือนเป็นการปิดผนึกด้วยน้ำแข็งหนาชั้นหนึ่งมากกว่า คล้ายต้องการตัดขาดมันจากทุกสิ่งเห็น เสียแต่ว่ามีตบะถึงระดับที่สามารถทําลายเวทคาถาของจักรพรรดิเซิ่งได้ หาไม่แล้วก็ไม่มีทางทําให้น้ำแข็งปริแตกได้แน่นอน
แล้วก็ย่อมไม่สามารถ…ตกปลาต่อไปได้!
“ข้าปิดตายบ่อน้ำแล้ว ดูสิว่าเจ้าจะยังตกปลาได้ยังไงอีก!” จักรพรรดิเซิ่งที่สีหน้าไม่น่ามอง สะบัดปลายแขนเสื้อหนึ่งครั้ง ไม่ได้สนใจพวกเฉินซูสามคน เพียงเดินเข้าไปในบ่อน้ำ แล้วปิดด่านต่อ
เฉินซูสามคนมองหน้ากันไปมา ต่างคนต่างกระแอมไอแล้วแยกย้ายกันไป
ไม่นานเรื่องที่บ่อสวรรค์ถูกปิดผนึกก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งนครจักรพรรดิเซิ่ง พวกชนชั้นสูงที่ได้รับผลประโยชน์จากป๋ายเสี่ยวฉุนต่างก็พากันปิดปากเงียบ ส่วนคนอื่นๆ ที่แม้จะโวยวาย แต่ก็ไม่สร้างคลื่นลมอะไรนัก
ทางฝ่ายป๋ายเสี่ยวฉุนที่พอสัมผัสได้ว่า บ่อสวรรค์ถูกปิดผนึก เขาก็ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก รู้ดีว่าตนผ่านด่านครั้งนี้ไปได้แล้ว แต่พอมาคิดอีกทีก็ไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่
“ขี้งกเกินไปแล้ว เป็นถึงจักรพรรดิเซิ่ง ในบ่อสวรรค์นั่นมีปลามังกรสวรรค์ตั้งสองหมื่นกว่าตัว ครึ่งเดือนมานี้ข้าเพิ่งตกมาได้สามพันกว่าตัวเท่านั้น ยังเหลือตั้งหนึ่งหมื่นกว่า ข้าเองก็ต้องลงทุนไปเยอะเหมือนกันนะ ใช้ยาหลอนประสาทหมดไปตั้งมาก”
ป๋ายเสี่ยวฉุนรู้สึก เสียดายเล็กน้อย แต่พอนึกถึงว่าครึ่งเดือนมานี้ตนกินปลามังกรสวรรค์แล้วตบะไต่ทะยานพรวดพราด จนตอนนี้ตบะแทบจะเพิ่มขึ้นไม่ได้อีกแล้ว ความรู้สึกเสียดายก็ลดลงไปเยอะมาก
เพียงแต่ว่าตอนที่มองไปยังน้ำแข็งบนบ่อสวรรค์ ป๋ายเสี่ยวฉุนกลับรู้สึกเหมือนตัวเองมองข้ามอะไรไปบางอย่าง…
“แปลกจริง ทําไมถึงได้รู้สึกเหมือนมีอะไรผิดปกตินะ”