Skip to content

A Will Eternal 1120

บทที่ 1120 ใครคือบรรพบุรุษแห่งยาประหลาด

คนจิ๋วพวกนี้ต่างก็ถือกระบองมาคนละไม้คนละมือ บางคนก็สะพายถุงยาไว้ข้างหลัง และยังมีบางคนที่ควบขี่สัตว์ร้ายหน้าตาทึ่มทื่อ ทว่ากลับปราดเปรียวมากเป็นพิเศษ ทั้งยังมีกลุ่มหนึ่งที่แบกเตาหลอมยาขนาดใหญ่ไปด้วย

ซ้ำยังมีคนไม่น้อยที่ในมือถือหินไฟ ซึ่งเวลานี้สายตาของพวกเขาต่างก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เห็นได้ชัดว่าหลังจากที่โลกใบนี้ถูกพวกเขาเล่นงานเสียจนพังพินาศแล้วก็ไม่เคยได้เจอกระถางทดลองยาอย่างป๋ายเสี่ยวฉุนมาเป็นเวลานานมากแล้ว ยิ่งพอคิดว่ากระถางใหญ่ขนาดนี้ต้องสามารถทดลองยามากมายหลายชนิดที่พวกเขาศึกษามาตลอดหลายปีนี้ได้ พวกเขาก็ตื่นเต้นจนอดที่จะร้องโหวกเหวกกันไม่ไหว

สายตาที่พวกเขามองไปยังป๋ายเสี่ยวฉุนดุจสายตาของหมาป่าหิวโซที่มองเห็นสาวงาม ประกายเร่าร้อนในดวงตาคล้ายกลายมาเป็นลูกไฟจริงๆ

แต่ละคนจ้องป๋ายเสี่ยวฉุนเขม็งราวกับจะมองให้ทะลุปรุโปร่งไปทั่วร่างเขาอย่างไรอย่างนั้น ที่ยิ่งเกินจริงเลยก็คือ ระหว่างที่พวกเขาบุกมา แต่ละคนยังเฮโลกันเข้าไปแย่งชิงตัวป๋ายเสี่ยวฉุน ทั้งยังมีคนไม่น้อยที่เริ่มตีกัน

โลกทั้งใบที่แต่เดิมหากไม่นับเสียงเตาหลอมยาระเบิดก็ถือว่าพอจะเงียบสงบอยู่บ้าง พริบตานั้นกลับเปลี่ยนมาเป็นอลหม่านเซ็งแซ่ เสียงเจี๊ยวจ๊าวที่ดังเอ็ดอึงแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งฟ้าดิน ขณะเดียวกันป๋ายเสี่ยวฉุนที่เห็นภาพเหตุการณ์ทุกอย่างนี้บนท้องฟ้าก็ถึงกับอ้าปากค้าง

เขาเหม่อมองคนจิ๋วจำนวนหลือคนณาที่กรูกันออกมาจากเทือกเขาแต่ละเส้นราวกับฝูงหนู มองพวกเขาที่ส่วนใหญ่ล้วนมีผิวสีดำเมื่อม เห็นได้ชัดว่าถูกควันของเตาหลอมยาอาบย้อมร่างมานาน ยิ่งแต่ละประโยคที่พวกเขาตะโกนออกมาจากปากซึ่งพอป๋ายเสี่ยวฉุนได้ยินอย่างชัดเจนก็ถึงกับเบิกตากว้าง

“กระถางทดลองยา?” ป๋ายเสี่ยวฉุนนึกว่าตัวเองฟังผิดไป พอตั้งใจฟังซ้ำจนแน่ใจแล้ว เขาก็โมโหปรี๊ดขึ้นมาทันที

“พวกเจ้าบังอาจพูดว่าจะเอาข้าเป็นกระถางทดลองยาเชียวรึ สมควรตายนัก พวกเจ้าต่างหากที่ต้องมาเป็นกระถางทดลองยาของข้า พวกเจ้าทั้งตระกูลต้องมาเป็นกระถางลองยาของข้า!!!” หากเป็นคนอื่นที่ได้ยินประโยคเหล่านี้คงไม่เกรี้ยวกราดถึงเพียงนี้ ทว่าเดิมทีป๋ายเสี่ยวฉุนก็เป็นปรมาจารย์ด้านการหลอมยาอยู่แล้ว แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังจำไม่ได้ว่าเคยจับสัตว์ร้ายมาทดลองยาแล้วกี่ตัว

ก็เหมือนการที่จู่ๆ วันหนึ่งมีฝูงหมูวิ่งมาแล้วบอกคนฆ่าหมูว่าพวกมันจะฆ่าเขา การหมิ่นเกียรติเช่นนี้ทำเอาป๋ายเสี่ยวฉุนโกรธจนขนตั้งชัน

ขณะที่ป๋ายเสี่ยวฉุนระเบิดความเดือดดาล คนจิ่วของชนเผ่าโอสถดำที่ทะยานมาจากรอบด้านกลับแสยะปากจนเห็นฟันสีเหลืองอ๋อย ทั้งยังหยิบยาจำนวนไม่น้อยออกมาจากร่างของตัวเองแล้วขว้างเข้าใส่ป๋ายเสี่ยวฉุน

“เจ้ากระถาง จงมาทดลองยาพลิกเปลี่ยนหยินหยางที่สืบทอดกันมาเก้ารุ่นของตระกูลข้าเสียดีๆ!”

“อย่ามาแย่งกับข้านะ เจ้ากระถาง มาๆๆ มากินยาของข้า นี่คือยาเรอที่ข้าเพิ่งศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ รับรองว่าข้าวที่เจ้ากินไปตั้งแต่เมื่อปีก่อนจะต้องเรอออกมาหมดแน่!”

“ไสหัวไปๆ คอยดูยาวัฏจักรเก้าภพของข้าบ้างเถอะ นี่คือยาที่ข้าหลอมมาตั้งร้อยปีกว่าจะหลอมสำเร็จเชียวนะ!”

แค่พูดไม่เข้าหูคำเดียวก็โยนยาใส่ทันที

บัดนี้คนตัวเล็กทั้งหมดที่อยู่รอบกายป๋ายเสี่ยวฉุนต่างพากันหยิบยาออกมาแล้วขว้างเขาใส่ป๋ายเสี่ยวฉุน เห็นได้ชัดว่าพวกเขามีพรสวรรค์ แล้วก็มีประสบการณ์ เป็นเหตุให้ยาพวกนี้ยังไม่ทันโดนป๋ายเสี่ยวฉุนก็ระเบิดเองโดยอัตโนมัติ ผงและหมอกยาปริมาณมากซัดหลุนๆ หมายจะเข้าปกคลุมป๋ายเสี่ยวฉุนไว้ภายใน

ป๋ายเสี่ยวฉุนสั่นสะท้านไปทั้งตัว ถอยกรูดไปข้างหลังอย่างรวดเร็ว ทว่าเพิ่งจะถอยหนีกลับมียากำใหญ่ถูกโยนมาจากพวกคนจิ๋วที่เอ็ดตะโรโวยวายอีกครั้ง

เสียงตูมตามดังกึกก้องอยู่ในฟ้าดินอย่างต่อเนื่อง แม้ป๋ายเสี่ยวฉุนจะหลบเลี่ยงได้เร็ว ทว่าคนจิ๋วพวกนั้นมีมากเกินไป และยาของพวกเขาก็มีมากยิ่งกว่า พอพวกมันระเบิดออกอย่างต่อเนื่อง เวลาแค่ไม่กี่อึดใจ บนท้องฟ้าก็มีควันยาเข้มข้นอบอวลจนแทบมองไม่เห็นที่สิ้นสุด ไม่ว่าป๋ายเสี่ยวฉุนจะหลบอย่างไรก็มิอาจกระโจนออกไปได้พ้นรัศมีในเสี้ยววินาที

นั่นก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกคนตัวจิ๋วที่วิ่งช้าซึ่งกว่าจะขยับเข้ามาใกล้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย พอเห็นว่าสหายของตัวเองตีวงขว้างยาใส่ป๋ายเสี่ยวฉุนแล้วก็ให้ร้อนใจขึ้นมาครามครัน

“เจ้ากระถางอดทนไว้นะ ทนไว้จนกว่าจะได้กินยาของข้า”

“บัดซบ ยังมีของข้าด้วย!” พวกคนที่มาถึงทีหลังพากันหยิบยากำเบ้อเร่อออกมาขว้าง ท่ามกลางเสียงดังสนั่นหวั่นไหว หมอกยาที่อยู่บนท้องฟ้ายิ่งแผ่ขยายกว้างใหญ่ไพศาล โดยเฉพาะห้าแสงหกสีในควันยาที่มองดูแล้วสับสนวุ่นวาย ขณะเดียวกันก็ทำให้คนอดอกสั่นขวัญผวาไม่ได้

สภาพของป๋ายเสี่ยวฉุนกระเซอะกระเซิงอย่างถึงที่สุด เพิ่งจะโผล่ออกมาได้ก็ถูกไอหมอกที่ระเบิดจากเม็ดยากลบทับอีกครั้ง…

แต่ทั้งหมดนี้ยังไม่สิ้นสุด

เพราะยังมีคนจิ๋วอีกไม่น้อยที่เดิมทีตั้งใจจะจับเป็นป๋ายเสี่ยวฉุน ทว่าพอเห็นภาพเหตุการณ์ในตอนนี้ก็เริ่มร้อนใจขึ้นมาเหมือนกัน…

“พวกเจ้าทำเกินไปแล้วนะ นานๆ ทีจะมีกระถางทดลองยามา พวกเจ้าทำอย่างนี้เขาอาจตายได้เลยนะ!”

“ไม่ได้การล่ะ ในเมื่อจับเป็นไม่ได้ จะอย่างไรก่อนตายก็ต้องให้เขาดูดยาฟื้นคืนชีพที่ข้าศึกษามาทั้งชีวิตก่อนสักคำหนึ่ง!!”

“เจ้ากระถาง อดทนไว้ก่อนนะ ดูดยาบำรุงทศเภทของข้าสักคำหนึ่งก่อน รับร้องว่าเจ้าจะยืนหยัดได้อีกหนึ่งก้านธูปอย่างราบรื่น!” ดังนั้น…ท่ามกลางเสียงดังอลหม่าน ยาอีกหลากหลายประเภทจึงถูกโยนเข้าไป

เมื่อเห็นว่าท้องฟ้าทั้งผืนเต็มไปด้วยหมอกยาที่น่าตะลึง ในดวงตาพวกคนจิ๋วที่อยู่บนพื้นดินก็ฉายประกายแห่งความเร่าร้อนและคาดหวัง พวกเขาอยากจะรู้ว่าป๋ายเสี่ยวฉุนจะสามารถดูดซับยาที่พวกเขาศึกษามาได้หรือไม่ พอดูดซับไปแล้วจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร และด้วยเรื่องนี้ก็ทำให้พวกเขาหลายๆ คนทะเลาะกันขึ้นมา

“พวกเจ้าก็รู้ว่ากว่าจะได้กระถางลองยามาสักใบเป็นเรื่องยากแค่ไหน ทีนี้เป็นไง จบเห่แล้วไหม!”

“อั๊ยหยา หวังว่าก่อนที่กระถางนี้จะตายไป จะสามารถดูดควันยาของข้าไปได้หลายคำหน่อย…เพราะพวกเจ้าเลยเชียว พวกเจ้าทำให้เผ่าโอสถดำของพวกเราขายขี้หน้า แต่ละคนทำอย่างกับว่าไม่เคยเจอกระถางลองยามาก่อนงั้นแหละ!”

ขณะที่คนจิ๋วพวกนี้กำลังทะเลาะกัน เด็กชายบนท้องฟ้าที่จำแลงมาจากวิญญาณวัตถุก็สำลักลมหายใจไปเหมือนกัน เขาถอยกรูดไปข้างหลังหลายก้าว ต่อให้เขาจะไม่กลัวควันยาพวกนี้ ทว่าพอเห็นหมอกควันที่มากมายปานนั้น เขากลับรู้สึกหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านไปหมดด้วยความตระหนกลน

“ท่านผู้บงการพูดไว้ถูกแล้ว เผ่าโอสถดำนี้คือเผ่าที่น่ากลัวที่สุดจริงๆ หากให้เงื่อนไขที่มากพอแก่พวกเขา พวกเขาคงสร้างความวอดวายให้แก่ทั้งจักรวาลได้เลย!”

“เจ้าคนไร้ยางอายผู้นี้สมควรแล้วที่จะต้องถูกเผ่าโอสถดำจัดการ!” เด็กชายคิดมาถึงตรงนี้สีหน้าก็เปลี่ยนมาเป็นคึกคัก รีบหันไปมองยังหมอกควันทันที อยากเห็นว่าสภาพของป๋ายเสี่ยวฉุนตอนนี้จะเป็นเช่นไร อีกทั้งในสมองเขายังถึงขั้นจินตนาการภาพที่ทำให้เขาสะใจเป็นฉากๆ แล้วด้วย

และขณะที่เด็กชายและคนทั้งหมดของเผ่าโอสถดำต่างก็คาดหวังรอคอยอยู่นั้นเอง ในหมอกควันกว้างใหญ่ไพศาลอันเป็นที่จับจ้องของสายตาผู้คนมากมายกลับมีเสียงกัมปนาทสนั่นฟ้าระเบิดออกมา

ท่ามกลางเสียงที่ดังสนั่นหวั่นไหวนั้นมีลมพายุพัดกระโชกจากในหมอกควันแล้วซัดตะลุยไปสี่ทิศพร้อมๆ กับที่ร่างของป๋ายเสี่ยวฉุนกระโจนออกมาจากด้านใน

เส้นผมของเขายุ่งเหยิง ทั้งผมกระจุกหนึ่งกลางศีรษะยังหายไป ผิวหน้าของเขาบางจุดเป็นสีดำ บางจุดเป็นสีแดง บางจุดเป็นสีชมพู และยังมีบางจุดที่ออกเหลือง ร่างทั้งร่างเหมือนถูกย้อมสีมา มองดูแล้วน่าอนาถอย่างยิ่ง

โดยเฉพาะพอพุ่งออกมาเขายังจามไม่หยุด ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือด้านหลังของเขายังมีเสียงปู๊ดๆ ดังก้องมาพร้อมกับกลิ่นเหม็นโชยคลุ้ง แล้วก็ดวงตาของเขาที่ตอนนี้มีน้ำตาไหลพรากอย่างมิอาจควบคุม พออ้าปากหมายจะคำรามกลับมีไฟพุ่งออกมาแทน…

ซ้ำร้ายยังคันคะเยอไปทั้งตัว โดยเฉพาะในที่ลับ นี่ยิ่งทำให้ป๋ายเสี่ยวฉุนคลุ้มคลั่งเข้าไปใหญ่ ชีวิตนี้เขาไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อนเลย

และที่ยิ่งทำให้เขาใจสลายที่สุดก็คือบนร่างและบนใบหน้าของเขากลับมีตราประทับเด่นหรานับไม่ถ้วน…มีทั้งรูปเต่า รูปนกตัวเล็ก รูปแมว รูปใบไม้ เรียกได้ว่าสารพัดรูปแบบ แม้แต่ตราประทับรูปเตาหลอมยาก็ยังมีอยู่ไม่น้อย และหากมองอย่างละเอียดจะเห็นได้ว่าไม่ซ้ำกันเลยสักลาย

“นั่นมันตราประทับของข้า ฮ่าๆ เจ้ากระถางยานี้รับยาของข้าไป ข้าต้องได้เป็นบรรพบุรุษแห่งยาประหลาดของยุคสมัยนี้แน่นอน!”

“ของข้าก็มีด้วย รูปเต่าน้อยนั่นเป็นของข้าเอง ดีใจจังเลย!”

“สมควรตายนัก ทำไมไม่เห็นมีตราประทับของข้าบ้าง ทำไมกัน!! ทั้งๆ ที่ข้าขว้างไปตั้งร้อยกว่าเม็ดนะ!”

“อย่ามาแข่งกับข้า ข้างต่างหากที่จะเป็นบรรพบุรุษแห่งยาประหลาดของเผ่าโอสถดำ!!”

คนเผ่าโอสถดำหลายคนที่อยู่บนพื้นดินพากันตื่นเต้นดีใจ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเชี่ยวชาญด้านการหลอมยาจนถึงขนาดที่ทำให้คนที่กินยาของตนเข้าไปมีตราประทับอันเป็นเอกลักษณ์ของพวกเขาปรากฏขึ้นมาบนร่างแล้ว ทว่าคนมากกว่านั้นกลับตีอกชกตัว เจ็บใจสุดขีด

ป๋ายเสี่ยวฉุนรู้สึกคันยิบไปทั้งร่าง ทั้งจิตใจยังต้องมาแบกรับความทรมานอย่างมิอาจบรรยาย ซ้ำพอมาได้ยินคำพูดของคนจิ๋วพวกนั้น ดวงตาทั้งคู่ของป๋ายเสี่ยวฉุนก็พลันเปลี่ยนมาเป็นแดงฉาน คลุ้มคลั่งอย่างแท้จริง ไฟโทสะพวยพุ่งทะยานฟ้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ในอดีตล้วนมีแต่เขาที่ใช้ยาไปจัดการกับคนอื่น ทว่าวันนี้กลับต้องกลายมาเป็นเหยื่อที่ถูกคนอื่นใช้ทดลองยาประหลาดมากมาย ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้ป๋ายเสี่ยวฉุนรู้สึกว่าตัวเองจะเป็นบ้าเข้าแล้วจริงๆ

ยิ่งมาได้ยินคำพูดหยอกล้อ เจ็บใจหรือแสดงความดีใจแบบที่ดังเซ็งแซ่จนฟังไม่ได้ศัพท์จากพวกคนจิ๋ว เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามันคือความท้าทายและการหยามเกียรติปรมาจารย์ด้านการหลอมยาของเขาอย่างรุนแรง

“พวกเจ้ารังแกกันมากเกินไปแล้ว!!!”

“บัดซบ พวกเจ้าบีบข้าเองนะ ข้าจะบอกพวกเจ้าไว้เลย หากข้าป๋ายเสี่ยวฉุนโกรธขึ้นมาเมื่อไหร่ แม้แต่ข้าก็ยังกลัวตัวเอง!!”

“ข้าจะทำให้พวกเจ้าได้รู้ว่า ใคร ที่ถึงจะเรียกว่า…บรรพบุรุษแห่งยาประหลาดที่แท้จริง!!!” ป๋ายเสี่ยวฉุนคำรามอย่างเดือดจัด มือก็ตบถุงเก็บของเอายาออกมากำใหญ่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!