บทที่ 1121 เสี่ยวฉุนลงมือ
ป๋ายเสี่ยวฉุนฝืนข่มกลั้นความไม่สบายตัวทุกอย่างเอาไว้ แม้ว่าจะคันคะเยอจนแทบจะทนไม่ไหว โดยเฉพาะบางตำแหน่งยังไม่สามารถเอื้อมลงไปเกาจนเขาต้องหนีบขาทั้งสองข้างไว้ด้วยกันแน่น น้ำตาก็ยังคงไหลลงมาอย่างที่ไม่อาจหยุดยั้ง ทั้งยังจามอยู่เป็นระยะ รวมไปถึงไอร้อนที่คล้ายจะระเบิดออกมาจากในร่าง ทว่าทุกอย่างนี้ล้วนบดบังความบ้าคลั่งในใจของเขาไม่ได้เลย
“รังกันมากเกินไปแล้ว พวกเจ้ารังแกกันมากเกินไปแล้ว!!” ป๋ายเสี่ยวฉุนสั่นเทิ้มไปทั้งตัว รู้สึกเพียงว่าความโกรธของตัวเองประหนึ่งน้ำขึ้นที่โถมสู่หัวสมองของเขาระลอกแล้วระลอกเล่า คอยโจมตี ระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวอย่างไม่หยุดยั้ง
เมื่อคำรามกร้าวออกไป มือขวาของเขาก็ตบลงไปบนถุงเก็บของ เอายากำใหญ่ออกมา เขาต้องการแก้แค้น เขาต้องการทำให้คนจิ๋วพวกนี้รู้ว่า บนเส้นทางของการสร้างยาประหลาดที่คดเคี้ยว เขาป๋ายเสี่ยวฉุนต่างหากที่ถึงจะเป็นผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง!
ผู้แข็งแกร่ง ไม่อาจปล่อยให้ใครมาท้าทาย!
และยากำแรกที่เขาหยิบออกมาก็คือยาวิญญาณประหลาดซึ่งเขาคิดค้นขึ้นมาเพราะต้องประลองเวทกับอาจารย์หลอมวิญญาณชั้นสีดำสองท่านในนครจักรพรรดิขุย ซึ่งในยานี้มีสารที่ทำให้คนท้องเสียทั้งยังทำให้ผายลมกลิ่นเหม็นรุนแรงอีกด้วย
ตอนนั้นหลังจากจบเรื่อง ป๋ายเสี่ยวฉุนก็เคยคิดว่าจะสกัดสารยานั้นออกมา และสุดท้ายจึงหลอมยาที่แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่กล้าทดลองไว้ชุดหนึ่ง เดิมทียานี้ไม่มีชื่อ ทว่าพอถูกป๋ายเสี่ยวฉุนเอาออกมาในวันนี้ เขากลับคิดชื่อให้มันได้ทันที!
“ข้าจะทำให้พวกเจ้าได้รู้ถึงความน่ากลัวที่แท้จริงของข้าป๋ายเสี่ยวฉุน! ยาชำระกายให้กลายเป็นปฏิกูล!!” ป๋ายเสี่ยวฉุนตะโกนดังลั่นพร้อมขว้างยาในกำมือออกไป ยาพวกนี้เพิ่งจะบินออกมา ป๋ายเสี่ยวฉุนก็สะบัดปลายแขนเสื้อหนึ่งที ครั้นยาทั้งหมดจึงระเบิดกระจายกลายเป็นฝุ่นผงจำนวนมากที่ปลิวปรายไปตามลม
อีกทั้งเพื่อให้ยาพวกนี้กระจายไปได้ทั่วถึงยิ่งกว่าเดิม ป๋ายเสี่ยวฉุนยังคอยพุ่งตัวไปตามวงของล้อมของคนจิ๋วเผ่าโอสถดำด้วยความเร็วสูงสุด และทุกครั้งที่เขาหยุดก็จะต้องขว้างยาชำระกายให้กลายเป็นปฏิกูลออกไปกำใหญ่ด้วยเสมอ
เสียงระเบิดปังๆ ดังกึกก้องต่อเนื่อง พวกคนจิ๋วของเผ่าโอสถเผ่าดำที่อยู่รอบด้านพากันอึ้งงัน เพราะในความทรงจำของพวกเขา มันนานมากเหลือเกินแล้วที่ไม่เคยได้เจอใครมาท้าทายพวกเขาด้วยวิถีแห่งการหลอมยาเช่นนี้
ชั่วขณะนั้นหลายคนพากันฮึกเหิมคึกคัก ทั้งยังมีคนไม่น้อยที่ถึงกับแหงนหน้าแผดเสียงหัวเราะ
“ฮ่าๆ คาดไม่ถึงเลยว่าจะเจอกับคนที่เดินบนวิถีเดียวกัน กระถางนี้ไม่เลว ไม่เลวเลยจริงๆ!”
“เจ้ากระถาง ข้าให้กำลังใจเจ้า เอายาของเจ้ามาให้ข้าทดลองหน่อยสิ ดูสิว่ามันจะมหัศจรรย์สักแค่ไหน!”
“อย่ามาแย่งข้านะ นี่คือการประลองด้วยโอสถ นักพรตคนหนึ่งกลับกล้ามาประลองโอสถกับเผ่าโอสถดำของพวกเรา เจ้ากระถาง ข้านับถือความกล้าของเจ้า!”
พวกคนจิ๋วของเผ่าโอสถดำไม่เพียงแต่ไม่หวาดกลัว
แต่ละคนกลับยังฮึกเหิมอย่างถึงที่สุด อีกทั้งยังมีคนไม่น้อยที่เป็นฝ่ายบินเข้าไปใกล้แล้วดูดซับเอาผงยาของป๋ายเสี่ยวฉุนมาด้วยท่าทางราวกับเคลิบเคลิ้ม
ป๋ายเสี่ยวฉุนเห็นอย่างนี้ก็อดอึ้งงันไปไม่ได้ ขณะเดียวกันความเดือดดาลในใจก็ยิ่งรุนแรง เลยถือโอกาสขว้างยาออกไปมากกว่าเดิมโดยไม่สนใจความจริงที่ว่ายาของตัวเองเหลืออีกไม่มากแล้ว และเมื่อเขาบีบยาให้แตกละเอียด ไม่นานสี่ด้านแปดทิศก็เต็มไปด้วยผงของยาชำระกายให้กลายเป็นปฏิกูล
ซึ่งหลังจากคนของเผ่าโอสถดำแย่งชิงกันดูดซับไปแล้ว คนจิ๋วเหล่านี้ที่แรกเริ่มยังเต็มไปด้วยความคาดหวังอันตื่นเต้นก็ต้องพากันมีสีหน้าแปลกประหลาดอย่างห้ามไม่ได้
เวลาเพียงชั่วกะพริบตา เสียงปู๊ดๆ ก็ดังไม่หยุด แต่ละคนเริ่มผายลม ทั้งยังเกิดเสียงร้องอุทานด้วยความตกใจ มีบางคนเอามือกุมหน้าท้องแล้วทรุดลงไปนั่งยองๆ …
“ไม่นึกเลยว่าจะท้องเสียจริงๆ เจ้ากระถาง เจ้ามาขโมยใช้ยาของพวกเราชัดๆ เจ้ามีความสามารถแค่นี้เองหรือ!”
“โล่งเลย ยานี่ไม่เลว แต่เมื่อเทียบกับของพวกเราแล้วยังห่างชั้นกันไกลนัก!”
“แค่นี้เนี่ยนะ แล้วยังมีหน้ามาเรียกตัวเองว่าบรรพบุรุษแห่งยาประหลาดอีก? สำหรับยาประเภทนี้ ข้ามีวิธีการรับมือหนึ่งพันหกร้อยกว่าวิธีเชียวล่ะ” คนเผ่าโอสถดำจำนวนไม่น้อยพากันหยิบยาออกมาแล้วกินลงไปอย่างไม่อนาทรร้อนใจ และยังมีคนบางส่วนที่เห็นได้ชัดว่ามีความสามารถในการอดทนอยู่เหนือกว่าที่ป๋ายเสี่ยวฉุนจินตนาการเอาไว้ ทั้งๆ ที่พวกเขายังผายลมไม่หยุด แต่กลับยังมีท่าทีสงบนิ่งดังเดิม แถมยังทำท่าเหมือนจะดื่มด่ำกับอาการเช่นนี้อย่างมากด้วย
นี่นับเป็นการหยามเกียรติที่รุนแรงเสียยิ่งกว่าคำพูดเย้ยหยันเหล่านั้นเสียอีก
“อย่ารีบร้อน สิ่งที่ข้าผู้แซ่ป๋ายเตรียมมา จะมีแค่ยาชนิดเดียวได้อย่างไร!”
ป๋ายเสี่ยวฉุนแค่นเสียงเย็น ยกมือขวาขึ้นโบกหนึ่งครั้ง คราวนี้เขาหยิบเอายาไร้ชื่อที่คราวนั้นทำให้ศพหลอมของสำนักธาราโลหิตมีขนงอกขึ้นทั้งตัวออกมา
เนื่องจากยาพวกนี้ถูกเก็บอยู่ในถุงเก็บของของป๋ายเสี่ยวฉุนมานานมากแล้ว ดังนั้นจำนวนจึงมากมหาศาล หลังจากที่เขาขว้างมันออกไป เสียงระเบิดปังๆ ของยาก็ดังสนั่นหวั่นไหว แล้วก็มีลมพายุพัดตะลุยไปแปดทิศอีกครั้ง
ทว่าพวกคนจิ๋วเผ่าโอสถดำกลับนิ่งเฉยไม่เห็นเป็นสำคัญ ไม่แม้แต่จะหลบเลี่ยง ปล่อยให้ยาพวกนั้นกระทบลงมาบนร่างของตัวเอง
ไม่นานก็มีขนยาวงอกออกมาจากผิวหนังของพวกเขา ขนพวกนี้งอกเร็วมาก แล้วก็ไม่รู้ว่าทำไมสีสันถึงหลากหลายนัก เวลาเพียงชั่วครู่ เผ่าโอสถดำที่อยู่บนพื้นกลับมีไม่น้อยที่มองไม่เห็นเรือนกายแล้ว เห็นเพียงกลุ่มขนฟูฟ่องที่โบกสะบัดไปมาตามลม
“เอ๊ะ ยานี้ไม่เลวเลยนี่นา!”
“ทำให้ขนงอกได้ด้วย สวรรค์ ทำไมข้าถึงคิดข้อนี้ไม่ได้นะ แต่ทำไมข้าถึงรู้สึกคันๆ ล่ะ”
“เจ้ากระถาง ดูท่าเจ้าจะมีความสามารถอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีประโยชน์หรอก คอยดูยาแก้ของข้าบ้าง!”
ตอนแรกเริ่มพวกคนจิ๋วยังรู้สึกตื่นเต้นตกตะลึงอยู่บ้าง แต่ไม่นานทุกคนต่างก็หยิบเอายาถอนพิษที่แตกต่างกันออกมา แล้วก็มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าขนบนร่างพวกเขาลดหายไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นว่าเป็นเช่นนี้ ป๋ายเสี่ยวฉุนก็ไม่ได้ร้อนใจ ความเกลียดแค้นที่เขามีต่อพวกคนจิ๋วเหล่านี้มีไม่น้อย ทั้งเขายังเป็นปรมาจารย์หลอมยา รู้ว่าลำพังเพียงแค่ยาตัวเดียวก็ยากที่จะเทียบเคียงได้กับการระเบิดของยาจำนวนมาก ยามนี้สิ่งที่เขาต้องทำก็คือระเบิดยาทับซ้อนต่อเนื่องกันไป
ไม่รอให้ทุกคนถอนพิษของยาได้เสร็จสิ้น ดวงตาป๋ายเสี่ยวฉุนเป็นประกายวาบ โยนยาออกไปอีกกำมือหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้ที่เขาโยนออกไปก็คือหนึ่งในยาขึ้นชื่อของเขาอย่าง…ยาแยกทาง
พอยาแยกทางพุ่งออกไป ฟ้าสนั่นดินสะเทือน ราวกับว่าบัดนี้โลกทั้งใบมีเสียงกัมปนาทที่ไม่มีใครได้ยินดังขึ้นมา โดยเฉพาะเมื่อยาแยกทางระเบิดออกแล้วไม่ได้กลายมาเป็นฝุ่นผงอีกต่อไป
แต่กลายมาเป็นหมอกควันที่ไม่จำเป็นต้องมีลมแรงอะไรมากมายก็สามารถพัดกระจายออกไปได้ด้วยตัวเอง แค่แตะโดนตัวคนจิ๋วของเผ่าโอสถดำก็ผสานรวมเข้าไปในร่างกายของพวกเขาแล้วแผ่ขยายไปทั่วร่างอย่างรวดเร็วทันที
ความมหัศจรรย์ของยาแยกทางดึงดูดความสนใจจากคนจิ๋วเผ่าโอสถดำได้ทันควัน พวกเขาพากันใจสั่น นั่นเป็นเพราะหากดูจากการแพร่กระจายของยาแยกทางก็เห็นได้ชัดว่าเป็นไปในทิศทางอันตรงกันข้ามกับยาก่อนหน้านี้
ทว่าพวกเขากลับยังมีความมั่นใจมากพอ ยังคงไม่ได้ถอยหนี ทั้งหลายคนที่หัวเราะร่ายังขยับเข้าไปดูดซับด้วยตัวเอง แต่ไม่นานพวกเขาที่ดูดซับยาเข้าไปกลับหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
“ยานี่…ค่อนข้างจะผิดปกติ!”
“ยานี่ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ได้ด้วย นี่คือยาอะไรกัน!” ยังไม่ทันรอให้คนจิ๋วของเผ่าโอสถดำได้รับสัมผัสอย่างละเอียด และบางทีอาจเป็นเพราะสภาพร่างกายของพวกเขาที่แตกต่าง ประสิทธิผลของยาแยกทางจึงระเบิดออกมาในเสี้ยววินาที
“เจ้าถอยไป ข้าตัดสินใจแล้ว เส้นทางแห่งการหลอมยาถึงจะเป็นสิ่งที่ข้ารักอย่างแท้จริง ข้าไม่เหมาะสมกับเจ้า พวกเราเลิกกันเถอะ!”
“เลิกกัน นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป เจ้าคือเจ้า ข้าคือข้า เจ้าเอายาที่ข้าเคยให้ไปคืนมาเลย!” เสียงจอแจเอ็ดอึงระเบิดออกมาจากในกลุ่มคนเผ่าโอสถดำ มองเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปรวมไปถึงคำพูดของคนเหล่านั้น พวกคนที่อยู่รอบด้านซึ่งไม่ได้โดนยาแยกทางก็พากันหน้าเปลี่ยนสี แต่ละคนรีบหยิบยาถอนพิษที่ไม่เหมือนกันออกมา พยายามที่จะคลี่คลายปัญหาให้ได้
ทว่าคราวนี้การถอนพิษที่แต่ไรไหนมาก็รวดเร็วราบรื่นมาโดยตลอดกลับเปลี่ยนมาเป็นเชื่องช้าเป็นครั้งแรก ต่อให้จะได้ผลอยู่บ้าง แต่ก็เห็นได้ชัดเจนว่าไม่สามารถลบเลือนผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ในเวลาสั้นๆ และฤทธิ์ยาที่ทับซ้อนของป๋ายเสี่ยวฉุนก็ได้ออกฤทธิ์แล้ว ไม่ว่าใครก็ตามที่โดนยาแยกทางเข้าไป ขนที่เดิมทีพวกเขายังพอจะควบคุมไว้ได้กลับงอกขึ้นมาใหม่ ในขณะเดียวกันอาการท้องเสียและผายลมเหม็นโฉ่ของพวกเขาก็กำเริบขึ้นมาอีกครั้ง
ทันใดนั้นเสียงร้องอุทานด้วยความตกใจก็ดังเซ็งแซ่ คนจิ๋วของเผ่าโอสถดำแสดงความตะลึงพรึงเพริดออกมาเป็นครั้งแรก
แม้แต่เด็กชายที่กลายร่างมาจากวิญญาณวัตถุซึ่งอยู่บนท้องฟ้าก็ยังสูดลมหายใจดังเฮือก สีหน้าเคร่งเครียดอย่างถึงที่สุด รู้สึกได้ว่าตัวเองเหมือนจะดูถูกเจ้าป๋ายเสี่ยวฉุนไร้ยางอายผู้นี้เกินไปหน่อย
ทว่าพวกเขายังรู้จักป๋ายเสี่ยวฉุนน้อยไป เมื่อเทียบกับยาสามชนิดก่อนหน้านี้แล้ว ยาสองชนิดสุดท้ายในสามยาขึ้นชื่อของป๋ายเสี่ยวฉุนต่างหากถึงจะเรียกได้ว่าสะท้านฟ้าสะเทือนดิน เทพผวาผีกลัวอย่างแท้จริง!
ยาที่แทบจะเรียกได้ว่าใกล้เคียงกับท่าไม้ตายของเขานี้ก็คือยาหลอนประสาทและยากระสันซ่าน!
ทั้งสองอย่างนี้ต่างก็ไม่เป็นรองกัน แยกไม่ออกเลยว่าใครเหนือกว่าใคร หากไม่เป็นเพราะมีเหลืออยู่อีกไม่มาก ป๋ายเสี่ยวฉุนย่อมไม่มีทางเก็บไว้หลังสุดแน่นอน ยามนี้เขาจึงกัดฟันกรอดแล้วหยิบมันออกมา…
ยากระสันซ่าน!
เมื่อยากระสันซ่านเผยตัวก็ราวกับว่าในโลกใบนี้มีจิตวิญญาณที่สัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของยากระสันซ่านจึงส่งเสียงฟ้าร้องดังกระหึ่ม สั่นสะเทือนไปแปดทิศ ขณะเดียวกันป๋ายเสี่ยวฉุนก็สูดลมหายใจเข้าลึก สีหน้าเปลี่ยนมาเป็นสงสารเวทนา หลังจากสะบัดปลายแขนเบาๆ หนึ่งทีก็ขว้างยากระสันซ่านพวกนั้นออกไป!
“ร้องไห้ไปเถอะ ดิ้นรนไปเถอะ เจ้าเผ่าโอสถดำที่คิดว่าตัวเองเก่งกาจ นับแต่นี้ไปพวกเจ้าจะได้รู้ว่า ใครกันแน่ ถึงจะเรียกว่าบรรพบุรุษที่แท้จริง!”