Skip to content

A Will Eternal 1141

บทที่ 1141 เทียนจุนช่วงกลาง

ท่ามกลางท้องฟ้าที่มืดมิดมีเพียงแสงอ่อนจางที่แผ่ออกมาจากซากพัดเท่านั้น เวลานี้พื้นที่แถบหนึ่งบนลานกว้างของซากพัดพลันบิดเบือน ก่อนที่เรือนกายใหญ่มหึมาเพราะได้ดูดซับพลังชีวิตมหาศาลของป๋ายเสี่ยวฉุนจะค่อยๆ เผยตัว

ทอดสายตามองไปไกลๆ ก็คล้ายลูกเนื้อที่กลิ้งขลุกๆ ออกมา…

“ต้องชุบหลอมพลังชีวิตให้ได้โดยเร็วที่สุด ตอนนี้อ้วนเกินไปแล้ว”

ป๋ายเสี่ยวฉุนพยายามอย่างยิ่งที่จะก้มหน้าลงมองปลายเท้าของตัวเอง แต่กลับเห็นได้แค่พุงใหญ่ยักษ์ของตนเท่านั้น ขนาดแค่การกระทำง่ายๆ อย่างการเอามือลูบหน้าท้องตัวเองก็ยังกินแรงอย่างมาก นี่ทำให้ป๋ายเสี่ยวฉุนรู้สึกไม่สบายตัวอย่างยิ่ง

สายตาของเขาฉายความเฉียบขาดและเด็ดเดี่ยว พอขยับกาย ร่างที่เป็นลูกเนื้อของเขาก็เหมือนกลิ้งหลุนๆ ตรงดิ่งไปยังช่องทางซี่พัด เตรียมจะทำการฝ่าด่านต่อ

โชควาสนาในเมืองเสวียนจิ่วครั้งนี้พิเศษอย่างยิ่ง ทั้งยังได้มาอย่างยากลำบาก หากเปลี่ยนมาเป็นเวลาอื่น ป๋ายเสี่ยวฉุนก็เข้าใจดีว่าหากคิดจะฝ่าทะลุขอบเขตจากเทียนจุนช่วงต้นไปสู่เทียนจุนช่วงกลางให้ได้นั้นยากมากเพียงไร เพราะนอกจากจะจำเป็นต้องใช้เวลายาวนานแล้ว ระหว่างขั้นตอนนี้ยังจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบวิเศษและโชควาสนามากมายมหาศาลอีกด้วย

ทว่าตอนนี้ในร่างของเขากลับรวบรวมพลังชีวิตไว้ในระดับที่น่าตะลึง แต่กระนั้นป๋ายเสี่ยวฉุนก็ยังรู้สึกว่าไม่มั่นคง เขารู้ดีว่าโอกาสมีเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น หากไม่สามารถอาศัยพลังชีวิตเหล่านี้ไปทำให้ตบะฝ่าทะลุได้ และถ้าล้มเหลวเมื่อไหร่ คิดจะรอโอกาสคราวหน้าก็ไม่รู้ว่าต้องนานอีกแค่ไหน

เดิมทีตอนที่ไม่มีพลังชีวิตพวกนี้ แผนการของป๋ายเสี่ยวฉุนก็คืออาศัยของรางวัลที่ได้จากการฝ่าด่านบนซากพัดมาทำให้ตบะของเขาพัฒนาเร็วยิ่งกว่าคนทั่วไป ทว่าตอนนี้เมื่อมาชั่งน้ำหนักดู เขาก็ตัดสินใจได้แล้ว

“มีเพียงทุ่มสุดพลังถึงจะประสบความสำเร็จได้มากที่สุด รอจนข้าฝ่าด่านไปถึงขีดสุดเมื่อไหร่ นั่นก็คือช่วงเวลาที่ข้าจะย้อนกลับมาเลื่อนตบะให้ฝ่าทะลุ!”

ป๋ายเสี่ยวฉุนกัดฟันกรอดแล้วก้าวเข้าไปในด่านทันที

ฝ่าด่านครั้งแล้วครั้งเล่า ล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วน แต่ป๋ายเสี่ยวฉุนกลับไม่คิดจะถอดใจ หลังจากสรุปต้นสายปลายเหตุก็ทดลองใหม่อีกครั้ง เวลาผันผ่านไปอย่างรวดเร็ว เขามาอยู่ในนี้ได้เกือบสองเดือนแล้ว และระหว่างนี้ก็คอยกลับไปที่เขตการปกครองอวิ๋นไห่เป็นระยะเพื่อป้องกันไม่ให้มีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น

ส่วนจักรพรรดิเซิ่งและจักรพรรดิแสต่างก็รู้เรื่องของเมืองเสวียนจิ่วนานแล้ว แม้จะไม่ได้จัดการอะไรอย่างชัดแจ้ง แต่ป๋ายเสี่ยวฉุนกลับวางใจลงได้ไม่น้อย เพราะถึงแม้เขาจะให้ความสำคัญต่อเขตการปกครองอวิ๋นไห่ แต่อย่างไรเสียป๋ายเสี่ยวฉุนก็เชื่อว่าสำหรับทั้งจักรพรรดิเซิ่งและจักรพรรดิแสแล้ว พวกเขาต้องให้ความสำคัญกับถิ่นฐานในดินแดนเซียนแห่งที่สองยิ่งกว่า แล้วก็เป็นเช่นนี้ ภายใต้การฝ่าด่านอย่างยากลำบากโดยไม่หยุดยั้งของป๋ายเสี่ยวฉุน จนกระทั่งผ่านด่านที่ห้าสิบมาได้ ในที่สุดเขาก็พบขีดจำกัดของตัวเอง เพราะต่อให้เขาจะทุ่มเทแค่ไหนก็ยังไม่สามารถฝ่าด่านที่ห้าสิบเอ็ดไปได้!

“เอาเถอะ ดูท่าข้าในวันนี้คงมาถึงได้แค่ด่านที่ห้าสิบเท่านั้น”

หลังจากทดลองอยู่หลายครั้ง ป๋ายเสี่ยวฉุนก็ได้แต่ล้มเลิกความคิดที่จะฝ่าด่านต่อ เขาเริ่มกลับไปเก็บของรางวัลในห้าสิบด่านแรกมา โดยเฉพาะในด่านที่ห้าสิบซึ่งเป็นของรางวัลครึ่งการประลองแรกที่อุดมสมบูรณ์อย่างถึงที่สุด!

ไม่เพียงแต่ยาบางอย่างที่แม้ป๋ายเสี่ยวฉุนจะไม่เคยเห็นมาก่อน แต่เมื่ออาศัยการวิเคราะห์จากวิถีโอสถก็พอจะรู้ว่ามันคือโอสถเซียนชั้นเลิศ ยังมีแผ่นไม้ไผ่แผ่นหนึ่งที่สลักอักขระเอาไว้สองตัว ป๋ายเสี่ยวฉุนอ่านไม่ออก

แต่พอมองเห็นอักขระตัวแรก เขากลับรู้สึกได้ว่ามีกลิ่นอายแห่งความตายซัดบ่าเข้ามาในสมองจนเหมือนเขาเข้าไปอยู่ในนรกภูมิ พักใหญ่กว่าจะคืนสติ ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น ไม่กล้ามองตัวอักษรที่สองต่อ ทว่าในใจเขากลับมีคำตอบแล้วว่าแผ่นไม้ไผ่นี้คืออะไร

“ของรางวัลในด่านที่ห้าสิบก็คือส่วนหนึ่งของ…ต้นกำเนิดเป็นตาย!!”

ป๋ายเสี่ยวฉุนกำแผ่นไม้ไผ่เอาไว้แน่น ดวงตาโชนแสงลุกเรือง หลังจากเก็บแผ่นไม้ไผ่ไว้เรียบร้อยแล้วเขาก็ทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิบนลานกว้างของซากพัด ท่วงท่าการนั่งขัดสมาธินี้ ในอดีตเขาทำได้อย่างคล่องแคล่วเป็นธรรมชาติ ทว่าตอนนี้เนื่องด้วยร่างที่อ้วนเกินไป เป็นเหตุให้ทุกครั้งที่นั่งขัดสมาธิจะต้องเปลืองแรงป๋ายเสี่ยวฉุนอย่างมาก

กว่าจะนั่งได้สำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย เขาจึงรีบยกมือทั้งคู่ทำมุทราโคจรตบะทั่วร่าง

คัมภีร์วัฏจักรแห่งอดีตอันเป็นขั้นแรกของบทจากโบราณกาลโคจรอยู่ในร่างของเขาอย่างต่อเนื่อง ทันใดนั้นชีพจรทุกเส้นในร่างของเขาก็พลันสั่นสะเทือน พลังตบะจากสี่ด้านแปดทิศกรูเข้ามารวมกันแล้วผสานสู่เส้นชีพจรที่แห้งผาก สุดท้ายหลั่งรินไปที่หัวใจ ก่อตัวเข้าด้วยกันแล้วระเบิดตูม

ป๋ายเสี่ยวฉุนรู้สึกเพียงว่าหัวสมองมีแต่เสียงอึงอล ลมหายใจถี่ระรัว สัมผัสได้ทันทีว่าในร่างเหมือนมีมังกรยาวตัวหนึ่ง!

มังกรยาวตัวนี้กำลังว่ายวนไปด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นทุกขณะ บางครั้งก็ระเบิดปะทุอยู่ตรงหัวใจ บางครั้งก็มารวมตัวกันอยู่ตรงจุดตันเถียน และมีอยู่หลายครั้งที่แผดเสียงคำรามยาวอยู่ในสมองของเขา

ป๋ายเสี่ยวฉุนรู้ดีว่ามังกรยาวที่ว่านี้ แท้จริงแล้วก็คือเมล็ดพันธ์แห่งเต๋าของตัวเขาเอง ซึ่งไม่เหมือนกับของคนอื่นๆ เมล็ดพันธ์แห่งเต๋าของเขาไม่เพียงแต่ไม่ขาดหายไป ยังผสานกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน และเมื่อตบะของเขาเพิ่มพูน มันก็จะแข็งแกร่งเติบโตอย่างต่อเนื่องตามกัน!

ทว่าความแข็งแกร่งที่ว่านี้ยังอยู่ห่างจากการที่ตบะจะฝ่าทะลุอีกไกลนัก

“ขอบเขตเทียนจุนก็คือขั้นตอนที่เมล็ดพันธ์หยั่งราก แตกหน่อ ผลิดอกและออกผล!”

“วินาทีที่เลื่อนสู่ขอบเขตเทียนจุน เมล็ดพันธ์แห่งเต๋าได้ก่อตัวขึ้นมา เส้นชีพจรทั่วร่างของข้าก็เหมือนเป็นกิ่งรากที่พอผสานรวมเข้าด้วยกันก็กลายมาเป็นรากที่แท้จริง!”

“เทียนจุนช่วงต้นก็คือการที่รากพวกนี้แผ่ลามและผสานรวมกันไปอย่างต่อเนื่อง ส่วนเทียนจุนช่วงกลาง…ก็คือขั้นตอนที่หลังจากรากหยั่งลึก ดูดซับสารบำรุงที่มากพอแล้ว จึงเริ่มแตกหน่อ!”

“ตอนนี้ก็คือขั้นตอนนี้!” ดวงตาป๋ายเสี่ยวฉุนเป็นประกายระยับ เมื่อความคิดเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ มังกรยาวเมล็ดพันธ์แห่งเต๋าที่ว่ายวนอยู่ในร่างของเขาก็พลันหยุดกึก ไม่ขยับเคลื่อนอีกต่อไป แต่มารวมตัวเข้าด้วยกันและสุดท้ายก็หยุดอยู่ตรงตำแหน่งจุดตันเถียนของป๋ายเสี่ยวฉุน ก่อนที่จะเริ่มหดตัวเข้าหากัน!

เมื่อการหดย่อเกิดขึ้น ปราณลี้ลับอันน่ามหัศจรรย์ขุมหนึ่งก็แผ่ออกมาจากร่างของป๋ายเสี่ยวฉุน ราวกับว่านี่ก็คือพลังของเมล็ดพันธ์แห่งเต๋าที่กำลังรวมตัวกันเพื่อแตกหน่อ และยิ่งมันหดเล็กลงเท่าไหร่ สีหน้าของป๋ายเสี่ยวฉุนก็ยิ่งเปลี่ยนมาเป็นเคร่งเครียดมากเท่านั้น เขารู้ดีว่าช่วงเวลาสำคัญที่สุดมาถึงแล้ว จึงรีบปลดปล่อยพลังชีวิตที่ปิดผนึกรวมไว้ในร่างตลอดเวลาหลายเดือนออกมา!

เสียงตูมดังราวกับฟ้าคำรณ พลังชีวิตมากไพศาลในร่างของป๋ายเสี่ยวฉุนถูกปล่อยออกมาประหนึ่งคลื่นพิโรธที่ซัดครืนไปทั่วกาย กวาดตะลุยทุกอย่างที่ขวางหน้า

เมื่อป๋ายเสี่ยวฉุนโคจรคัมภีร์วัฏจักรแห่งอดีตอันเป็นขั้นที่หนึ่งของบทจากโบราณกาล พลังชีวิตเหล่านี้ก็เหมือนถูกบงการให้ตรงดิ่งเข้าหาเมล็ดพันธ์แห่งเต๋า!

เมล็ดพันธ์แห่งเต๋าที่หดเล็กลงพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ดั่งแผ่นดินแห้งแล้งที่ขาดน้ำมานานได้พบเจอกับหยาดฝนอันชุ่มฉ่ำ แล้วก็คล้ายคนที่หิวโซมาแรมปีได้พบอาหารชั้นเซียน เมล็ดพันธ์แห่งเต๋านี้จึงเหมือนกลายมาเป็นหลุมดำที่สูบเอาพลังชีวิตซึ่งไหลบ่าไปอย่างบ้าคลั่ง

ยิ่งสูบก็ยิ่งเร็ว ไม่นานร่างของป๋ายเสี่ยวฉุนก็เริ่มหดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด และภายใต้การสูบดึงอย่างบ้าคลั่งของเมล็ดพันธ์แห่งเต๋านี้ ปราณลี้ลับมหัศจรรย์ที่แผ่ออกมาก็ยิ่งเข้มข้นมากกว่าเดิม

ดูเหมือนว่าการแปรสภาพกำลังจะเกิดขึ้น!

ทว่าเวลานี้เอง เหตุการณ์ที่ก่อนหน้านี้ทำให้ป๋ายเสี่ยวฉุนเป็นกังวลก็เกิดขึ้นจนได้ เมล็ดพันธ์แห่งเต๋าที่เกิดขึ้นจากวิชาอมตะมิวางวายซึ่งถือเป็นหนึ่งในสามสุดยอดวิชาการสืบทอดแห่งเต๋าของดินแดนเซียนนิรันดร์กาลเช่นเดียวกับของสองราชวงศ์จักรพรรดิใหญ่ ซึ่งต่างฝ่ายต่างมีความน่าครั่นคร้าม

ทว่าความเผด็จการของวิชาอมตะมิวางวายกลับทำให้พลังชีวิตที่มากมหาศาลนี้เหมือนจะยังไม่มากพอจะให้เมล็ดพันธ์แห่งเต๋าแตกหน่อออกมาได้!

ร่างของป๋ายเสี่ยวฉุนที่หดเล็กลงอย่างรวดเร็วกลับคืนมาเป็นปกติเท่าเดิมแล้ว ทว่ามันกลับยังไม่หยุดชะงัก ยังคงหดเล็กลงราวกับว่าจะเอาตบะ เอาชีวิต เอาทุกสิ่งทุกอย่างของเขาดูดเข้าไปในเมล็ดพันธ์แห่งเต๋า เมื่อเป็นเช่นนี้ เกรงว่าเมล็ดพันธ์แห่งเต๋ายังไม่ทันแตกหน่อ ป๋ายเสี่ยวฉุนก็คงตายไปเสียก่อน!

ซ้ำร้ายการทดลองฝ่าทะลุครั้งนี้ยังไม่สามารถหยุดชะงักกลางคัน แล้วก็มิอาจย้อนกลับ หากไม่ทดลองก็ยังพอว่า แต่เมื่อทดลองแล้ว…ก็ต้องทำให้สำเร็จ!

เพียงแต่ว่าทุกอย่างนี้อยู่ในการคาดการณ์ของป๋ายเสี่ยวฉุนอยู่แล้ว แม้เขาจะไม่มีประสบการณ์ด้านการฝ่าทะลุขั้นของเทียนจุนในด้านนี้ แล้วก็ไม่มีใครเคยบอกเขามาก่อน ทว่าด้วยความเข้าใจที่เขามีต่อวิชาอมตะมิวางวาย ประสบการณ์ที่มิอาจหวนคืนในลักษณะเดียวกันนี้เขาเจอมาบ่อยครั้ง ที่ก่อนหน้านั้นเขาไม่ได้รีบฝ่าทะลุขอบเขต แต่พยายามฝ่าด่านให้ได้จนถึงขีดจำกัดของตนก็เพื่อเตรียมทรัพยากรไว้มากพอก่อนแล้วค่อยเริ่มทำการฝ่าทะลุสู่เทียนจุนขั้นกลาง

เมื่อเห็นว่าทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังเป็นไปตามที่คาดการณ์เอาไว้ ป๋ายเสี่ยวฉุนก็ไม่ได้ลนลาน วินาทีที่ร่างของเขาหดเล็กไปอีก เขาก็พลันตบถุงเก็บของ หยิบเอายาหลายเม็ดและโอสถเซียนหลายต้นที่เป็นของรางวัลในห้าสิบด่านแรก ซึ่งแม้จะเคยมอบให้กับพวกต้าเทียนซือไปไม่น้อย แต่ที่เก็บไว้กับตัวก็ยังมีอีกมากออกมาโยนเข้าปากไปรวดเดียว

เมื่อเคี้ยวกลืนโอสถและหญ้าเซียนเข้าไป พลังชีวิตก็ได้รับการชดเชย ร่างของป๋ายเสี่ยวฉุนจึงไม่แห้งเหี่ยวต่อไปอีก เมล็ดพันธ์แห่งเต๋าในร่างของเขาที่ก่อนหน้านี้ได้รับพลังชีวิตมากมหาศาลไปจนเกือบจะครบสิบส่วน และส่วนที่เหลืออีกเล็กน้อยก็ได้รับการชดเชยอย่างรวดเร็ว ในที่สุดเมื่อหนึ่งก้านธูปผ่านไป…เมล็ดพันธ์แห่งเต๋าก็พลันระเบิดแสงเจิดจ้าบาดตา

แสงนี้ยังทะลุทะลวงเรือนกายของป๋ายเสี่ยวฉุนแผ่ออกมาภายนอก ทั้งยังมีอยู่ครู่หนึ่งที่ระดับความสว่างของมันเกินกว่าแสงสว่างของตัวซากพัดเองด้วยซ้ำ!

มองไปไกลๆ ในท้องฟ้ามืดมิด แสงที่แผ่ออกมาจากร่างของป๋ายเสี่ยวฉุนก็ปานประหนึ่งโคมไฟเจิดจ้า แจ่มชัดสะดุดตาเกินจะหาสิ่งใดมาทัดเทียม! วินาทีที่แสงนี้แผ่ออกมา ป๋ายเสี่ยวฉุนก็พลันลืมตาโพลง ดวงตาของเขาฉายความตื่นเต้น และยิ่งมากด้วยความฮึกเหิม เพราะตอนนี้ในร่างเขา…บนเมล็ดพันธ์แห่งเต๋ามีหน่อใหม่แตกออกมาแล้ว!!

“คัมภีร์วัฏจักรแห่งอดีตฝึกสำเร็จ เมล็ดพันธ์แห่งเต๋าแตกหน่อ เทียนจุนช่วงกลาง!”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!